เซี่ยซางจวี๋เบ้ปากแล้วนิ่งเงียบไปที่กล่าวว่าเป็นสหายวัยเยาว์นั้นความจริงแล้วนางคือลูกพี่ลูกน้องห่างๆของเผยฉางสี่ มีพี่ชายชื่อเซี่ยอวี๋หลัน เดินทางมาพักที่นี่ชั่วคราว
ฮูหยินรองนั่งลงที่ตำแหน่งประธานก่อนเป็นคนแรกนางกวาดสายตามองชาและขนมบนโต๊ะ พลันขมวดคิ้วกล่าวว่า“แขกมาถึงแล้วยังไม่ต้อนรับอีก คุณหนูรองสะเพร่าพวกเจ้าก็ยังเชื่องช้าอยู่อีกรึ?”
คำพูดเดียวทำให้สาวใช้ในห้องตกใจสาวใช้ทั้งสองคนในเรือนของเผยฉางสี่รีบคุกเข่าลงแล้วกล่าวว่า“บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปเตรียมการเดี๋ยวนี้”
“ปกติก็ถูกตามใจจนเสียคน!” ฮูหยินรองโบกมือด้วยความรำคาญพลางกล่าวขออภัยต่อเย่ชิงชิงเล็กน้อย “บ่าวไพร่ไม่รู้จักมารยาทแม่นางชิงต้องลำบากแล้ว”
เย่ชิงชิงรีบส่ายหน้า“ฮูหยินรองกล่าวเช่นนี้ก็เกินไปเจ้าค่ะ”
ฮูหยินรองยังไม่หยุดเอ่ยกับเผยฉางสี่ว่า “สหายของเจ้ามาถึงแล้วไปดูที่ครัวเล็กสิว่ามีขนมอะไรที่พอจะถูกปากนางบ้างอีกฝ่ายตั้งใจหาของสดใหม่มาให้เจ้า แต่เจ้ากลับไม่ถามไถ่เลยรึ?”
เผยฉางสี่ถูกเรียกชื่อนางก็ตบหน้าผาก“จริงสิ ข้าเคยบอกว่าขนมแต่งลวดลายหายากนัก อยากให้ชิงชิงชิมดูแท้ๆเกือบจะลืมไปแล้ว ขอบคุณท่านแม่ที่เตือนเจ้าค่ะ!”
นางยิ้มให้เย่ชิงชิงกล่าวว่าจะไปเดี๋ยวเดียวแล้วก็กลับมา จากนั้นก็เดินออกไปอย่างร่าเริง
เย่ชิงชิงกลับขมวดคิ้วเล็กน้อยการกระทำของฮูหยินรองดูเหมือนจะมีเจตนาอื่นแฝงอยู่? แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะนางคิดมากเกินไปหรือไม่...
“แม่นางชิง มีคำพูดหนึ่งข้าไม่รู้ว่าควรจะกล่าวออกมาหรือไม่...” ฮูหยินรองกล่าวขึ้นมากะทันหัน
เย่ชิงชิงปรายตามองเซี่ยซางจวี๋และชุนเหมยที่อยู่ในห้องแล้วก้มหน้ายิ้มเล็กน้อย “ฮูหยินรองโปรดกล่าวมาเถิดเจ้าค่ะ”
“สี่เอ๋อร์กับเจ้าเข้ากันได้ดี ความสัมพันธ์ของพวกเจ้าถือว่าเป็นสิ่งล้ำค่าแต่เมื่อพวกเจ้าเติบโตขึ้นเรื่อยๆก็ควรเรียนรู้ที่จะสำรวมและรู้จักควบคุมตนเองให้มากยิ่งขึ้นมีอีกหลายเรื่องที่ไม่สามารถทำตามใจชอบได้”
ฮูหยินรองถอนหายใจแล้วกล่าวต่ออย่างใจเย็น“สี่เอ๋อร์ผู้นี้เพียงแค่ตื่นเต้นก็มักจะก่อเรื่องวุ่นวายมีคำกล่าวว่าใกล้หมึกย่อมดำ...คำพูดนี้มิได้หมายความว่าแม่นางชิงไม่ดีเพียงแต่นางอายุมากกว่าเจ้าสองปีแต่กลับยังไม่สุขุมรอบคอบเท่าเจ้า...เจ้าเข้าใจความหมายที่ข้าต้องการสื่อหรือไม่?”
นี่คือ...การแนะนำให้นางออกห่างจากฉางสี่แบบอ้อมๆหรือ?เย่ชิงชิงอึ้งไปเล็กน้อย
ฮูหยินรองยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆเมื่อเห็นนางไม่ได้แสดงอาการใด ก็กล่าวต่อไปว่า “เรื่องก่อนหน้านี้เว่ยชิ่งเล่าให้ข้าฟังแล้ว”
ที่แท้เผยฉางสี่ถูกฮูหยินรองกักตัวไม่ให้ออกไปไหนในช่วงนี้และยังจัดสาวใช้คนสนิทให้อีกคนก็เพราะได้ฟังรายงานเรื่องเย่จื้อเหอจากเว่ยชิ่งนี่เอง
“เรื่องนี้ข้าต้องขออภัยอย่างยิ่งเจ้าค่ะ”
ในวันคล้ายวันเกิดของนางนางกับฉางสี่แอบดื่มเหล้า ฉางสี่มึนเมาเล็กน้อยเกือบจะถูกเย่จื้อเหอทำลายชื่อเสียง หากนางต้องถูกเขาตามรังควานเย่ชิงชิงคงรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง
“ข้ามิได้ตำหนิแม่นางชิง” ฮูหยินรองขมวดคิ้ว “เจ้าก็รู้ว่าชื่อเสียงของบุตรสาวสำคัญเพียงใดสี่เอ๋อร์เองที่ไม่รู้จักกาลเทศะ เกือบก่อเรื่องใหญ่โตแล้ว”
ปากก็เอาแต่บอกว่าสี่เอ๋อร์ไม่รู้จักกาลเทศะแต่ความจริงแล้วก็ยังตำหนินางอยู่ดีไม่ใช่หรือ? เย่ชิงชิงถอนหายใจเบาๆ“ข้าเข้าใจความหมายของฮูหยินเจ้าค่ะ”
ไม่สมฐานะกันการติดต่อกันให้น้อยลงย่อมดีที่สุด แม้ว่าฉางสี่จะบริสุทธิ์และไร้เดียงสาแต่หากเย่ชิงชิงยังยืนกรานที่จะคบหานางเป็นสหาย คงจะมีปัญหามากมายตามาเป็นแน่เมื่อมารดาของอีกฝ่ายเป็นผู้ออกหน้ากล่าวเช่นนี้แล้ว นางจะพูดอันใดได้เล่า?
“แม่นางชิงเข้าใจก็ดีแล้ว” ฮูหยินรองพยักหน้านางคิดในใจว่าเด็กสาวผู้นี้ช่างฉลาดเฉลียวจริงๆ เมื่อเทียบกับบุตรสาวของนางแล้วก็ดูเหมือนบุตรสาวของนางจะโง่เขลาไปเลย
เซี่ยซางจวี๋ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างเหลือบตากลมโตมองดูทั้งสองคนไปมานางยู่ปากแล้วกล่าวว่า “เหตุใดข้าจึงไม่เข้าใจเลย?”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า เจ้าจะเข้าใจไปทำไม?” ฮูหยินรองเขี่ยจมูกของนางอย่างเอ็นดู“ไม่ได้พบกันหลายปี เจ้าก็โตเป็นสาวแล้วนะอย่าไปติดเผยรุ่นจือเหมือนเมื่อก่อนอีกล่ะ”
เมื่อเปลี่ยนหัวข้อสนทนาบรรยากาศก็คึกคักขึ้นทันที ใบหน้าของเซี่ยซางจวี๋แดงเรื่อดูน่ารักน่าชังนางกล่าวว่า “ข้ารู้นานแล้วเจ้าค่ะ!”
ในขณะนั้นเองเผยฉางสี่ก็หิ้วกล่องอาหารเข้ามา นางยิ้มมาแต่ไกลแล้วกล่าวว่า“ชิงชิง อิ๋งเอ๋อร์ พอดีเลยพวกเจ้าจะได้ลองชิมขนมหายากเหล่านี้”
เซี่ยซางจวี๋ได้ยินดังนั้นก็หันไปมองอย่างใคร่รู้ “หายากอย่างไรหรือ?”
แค่ขนมเท่านั้นจะงอกออกมาเป็นหูฉลามได้อย่างไรกัน?
เย่ชิงชิงแย้มยิ้มมองเผยฉางสี่ที่ถือกล่องอาหารเข้ามา ทำท่าทางราวกับมีความลับซ่อนอยู่ความไร้เดียงสาของเด็กสาวแสดงออกผ่านใบหน้าอย่างชัดเจนไม่ว่าใครที่ได้อยู่ร่วมกับนางก็ย่อมรู้สึกสบายใจและมีความสุข
ฮูหยินรองส่งสายตาให้ชุนเหมยอีกฝ่ายก็เข้าใจความหมายทันที แล้วไปยกกล่องของขวัญขึ้นมา
“สาลี่ในน้ำเชื่อมที่แม่นางชิงนำมานั้นหายากกว่าอีก ข้าผู้เป็นมารดาย่อมต้องขอบคุณเจ้าแทนสี่เอ๋อร์” ฮูหยินรองหัวเราะเบาๆแล้วให้ชุนเหมยส่งกล่องของขวัญให้เย่ชิงชิง
รอยยิ้มของเย่ชิงชิงชะงักไปเล็กน้อยนางถอนหายใจเบาๆ “ฮูหยินไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เลยเจ้าค่ะสาลี่ในน้ำเชื่อมนี้ข้านำมามอบให้คุณชายเจ้าของห้างเจ้าค่ะ ถือเป็นการแสดงความร่วมมือกันระหว่างตระกูลของข้ากับห้างร้านอันมีเกียรติของท่านเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้ว ของขวัญชิ้นนี้ข้ามิอาจรับไว้ได้เจ้าค่ะ”
เผยฉางสี่ไม่เข้าใจจึงเดินเข้ามาดึงแขนเสื้อของนาง “ของขวัญที่ท่านแม่มอบให้เหตุใดจึงรับไว้ไม่ได้เล่า? นี่คือการเชิญชวนให้เจ้ามาเที่ยวเล่นบ่อยๆเชียวนะ!”
เย่ชิงชิงยิ้มแล้วกล่าวว่า“หากเป็นเช่นนี้เสมอไป วันข้างหน้าข้ามีสิ่งใดแปลกใหม่ก็คงไม่กล้านำมาให้ท่านอีกแล้ว”
อันที่จริงนางก็ไม่คิดจะนำมาเองอีกต่อไปแล้วจริงแค่นำไปที่ห้างร้านไท่หรานโดยตรง ก็มีเด็กรับใช้ส่งต่อให้เผยรุ่นจือเองแล้วเหตุใดนางต้องมาเพื่อหาเรื่องใส่ตัวอีกเล่า