ลี่หยาและเสี่ยวลี่หันหลังให้กองไฟที่ยังคุกรุ่น ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องพักเพื่อหยิบนิยายประโลมโลกมาเผาเพิ่ม สวนที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสันบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาตามลม ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและสงบสุข
ทันใดนั้น หวังหยางที่ปลอมตัวด้วยผ้าดำคลุมหน้า ะโลงมาจากต้นท้ออย่างเงียบเชียบ เขามองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็น ก่อนจะหยิบนิยายจากกองไฟที่ยังไม่มอดดีขึ้นมา นิยายเล่มนั้นมีปกที่เริ่มไหม้เกรียม แต่เนื้อหาภายในยังคงอยู่ครบถ้วน
เมื่อหวังหยางเปิดนิยายดู ภาพวาดที่ปรากฏอยู่ภายในทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง ด้านในเป็เนื้อหานิยายเื่ราวของความรัก แต่แทรกด้วยภาพวาดเ่าั้เป็ภาพของชายหญิงในอิริยาบถที่ใกล้ชิดกันอย่างมาก
และหน้าที่เขาเปิดอยู่เหมือนเป็ตอนที่ตัวเองทั้งสองล้มลงบนพื้นทำให้ผู้นั้นสตรีแนบชิดบุรุษเป็การควบคุมจาก้า ซึ่งเป็สิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน หัวใจของเขาเต้นแรงและใบหน้าก็แดงก่ำด้วยความเขินอาย
หวังหยางเป็บุรุษที่ไม่เคยผ่านสตรีใดมาก่อน ความบริสุทธิ์ของเขาทำให้ภาพเหล่านี้เป็สิ่งที่เกินกว่าที่เขาจะรับมือได้
เขารู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าและลำคอ มือที่ถือนิยายเริ่มสั่นเล็กน้อย เขารีบปิดนิยายและหันมองไปรอบๆ อีกครั้งด้วยความระแวดระวัง
ความรู้สึกเขินอายและตื่นเต้นที่ไม่เคยััมาก่อนทำให้หวังหยางต้องรีบเก็บนิยายไว้ในเสื้อคลุม เขารู้ดีว่านิยายเล่มนี้ไม่ควรอยู่ในมือของเขา แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้เขาตัดสินใจเก็บมันไว้เพื่อศึกษาต่อในภายหลัง
"นี่เ้า!"
ลี่หยาที่เดินถือนิยายกลับมาที่กองไฟคนเดียวใเมื่อเห็นบุรุษแปลกหน้า นางทำนิยายที่ถืออยู่หล่นลงพื้น
หวังหยางรีบเข้ามาประชิดตัวลี่หยา เอามือปิดปากนางไว้เพื่อไม่ให้ร้อง
"อย่าร้อง! อยู่เงียบ ๆ แล้ว ข้าไม่ทำร้ายเ้า"
ลี่หยารู้สึกเหมือนโชคร้ายยังคงตามหลอกหลอนนาง หลังจากเหตุการณ์ที่ถูกลวนลามในอุทยานครั้งก่อน
แต่ครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป มือที่ปิดปากนางอยู่นั้นอ่อนโยนและสุภาพกว่ามาก
ััที่นุ่มนวลและทะนุถนอมทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด กลิ่นกายของบุรุษผู้นี้ช่างหอมหวาน ราวกับว่านางเคยได้กลิ่นนี้ที่ไหนมาก่อน
ลี่หยาพยายามสะบัดความรู้สึกที่สับสนออกไป แล้วนึกถึงวิธีการเอาตัวรอดจากนิยายที่นางเคยอ่าน ในเื่นั้น ตัวเอกหญิงสามารถเอาตัวรอดจากโจรได้โดยการบีบแกนกายบุรุษของมันให้จุก แล้วอาศัยจังหวะนั้นหนีไป ลี่หยายืนนิ่งสักพัก พยายามกะระยะความสูงของบุรุษตรงหน้า
มือเล็กๆ ของนางค่อยๆ เลื้อยไปด้านหลัง หวังว่าจะหาจุดที่เหมาะสมเพื่อทำร้ายผู้บุกรุก
มือของนางเลื้อยไปตามต้นขาแกร่งขององค์รักษ์หนุ่ม จนกระทั่งััถึงแกนกายที่หลับไหลอยู่ เมื่อััอ่อนของนางลูบโดน พญาัของหวังหยางก็เริ่มตื่นขึ้น ลี่หยาจึงใช้มือขยำเข้าเต็มที่
หวังหยาง บุรุษหนุ่มรูปงามผิวขาวละเอียดที่เป็ที่หมายปองของสตรีทั้งหลาย แต่เขากลับไม่เคยยอมให้ใครแตะต้องมาก่อน พรมจรรย์ของเขาเป็สิ่งที่เขาหวงแหนและปกป้องมาตลอดชีวิต แต่ในครั้งนี้กลับถูกคุณหนูลี่หยาััส่วนหวงห้ามเข้าโดยไม่คาดคิด
"เ้า !"
หวังหยางร้องออกมาด้วยความใสุดขีด เขาะโถอยหลังทันที ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความอับอายและความเขินอายที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอก ความรู้สึกที่ไม่เคยััมาก่อนทำให้เขายืนตัวแข็งทื่อ ราวกับถูกสะกดด้วยมนต์สะกด
ความรู้สึกที่ถูกล่วงล้ำในครั้งนี้ทำให้หวังหยางรู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจ เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ความอับอายที่เกิดขึ้นทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และต้องถอยห่างออกไปเพื่อหายใจและรวบรวมสติอีกครั้ง
"คนร้าย! ช่วยด้วยเ้าค่ะ!" ลี่หยาะโเสียงดัง นางควรจะมองหน้าคนร้าย แต่กลับมองมือตัวเองที่เพิ่งจับวัตถุกึ่งนิ่มกึ่งแข็ง "คนร้ายแอบพกมีดสั้นมาด้วยเ้าค่ะ!" นางะโบอกทุกคน
หวังหยางที่ควรจะรีบหนีไป กลับยืนโกรธหน้าแดง
"มันไม่สั้น!...มันเพิ่งจะ.. โอย...เ้า ทำไมทำแบบนี้..." เขากดเสียงต่ำ หน้าแดงก่ำ เถียงคุณหนูลี่หยาอย่างไม่พอใจ
บรรยากาศในสวนที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายและความเข้าใจผิดที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างรู้สึกเขินอายและสับสนในสิ่งที่เกิดขึ้น
เวลานั้นเองบรรดาบ่าวไพร่ที่ได้ยินเสียงคุณหนูลี่หยาร้องชายต่างพากันถือไม้กระบอกวิ่งกรูตามจับผู้บุกรุก เสียงฝีเท้าและเสียงะโดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ ราวกับพายุ
หวังหยางเห็นสถานการณ์ไม่ดี จึงใช้วิชาตัวเบาะโหนีไป ทิ้งให้ลี่หยายืนงง
เมื่อเสี่ยวลี่และฮูหยินลี่มาถึง ลี่หยาก็เล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟัง "เขาพกมีดสั้นมาด้วย ข้าจับได้"
"เ้ามั่นใจหรือ?" ฮูหยินลี่ถามด้วยความสงสัย
"ข้า...ข้าไม่แน่ใจ แต่ข้ารู้สึกได้" ลี่หยาตอบอย่างไม่มั่นใจ
บรรยากาศในสวนกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ในใจของลี่หยายังคงสับสนและหวาดกลัว นางไม่รู้ว่าบุรุษแปลกหน้าคนนั้นเป็ใคร และทำไมถึงมาที่นี่
"คุณหนูท่านต้องระวังตัวให้มากกว่านี้" เสี่ยวลี่เตือน "่นี้ท่านโชคร้ายจริงๆ เจอแต่เื่ราวร้าย"
ลี่หยาพยักหน้า "ข้าจะระวังตัว ขอบใจเ้ามาก"
ทั้งสองเดินกลับไปยังเรือนใหญ่ ทิ้งให้สวนที่เคยเต็มไปด้วยเสียงอึกทึก กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ในใจของลี่หยายังคงมีคำถามมากมายที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
ในขณะที่หวังหยางที่หนีไปไกลแล้ว ยังคงคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขารู้สึกอายและโกรธตัวเองที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ในใจลึกๆ เขาก็รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนจากการััของลี่หยา
"ทำไมข้าถึงรู้สึกเช่นนี้?" หวังหยางพึมพำกับตัวเอง ขณะที่เขาะโหายไปในความมืดของคืนที่เงียบสงบ