บทที่ 29 หนีคุกไม่พ้น!
คนในบ้านเยอะเกินไป ฉือฮวนจึงไม่ได้สังเกตเห็นเฉินเหยาท่ามกลางฝูงชน
เมื่อเห็นอีกฝ่าย รอยยิ้มจางที่มุมปากและความอบอุ่นในดวงตาของสืออวี่ไป๋ก็เย็นเยียบขึ้น
“นั่นคุณเหรอ?”
บรรยากาศชวนอึดอัดและหายใจไม่ทั่วท้องแผ่ไปทั่วทั้งห้อง
ฉู่หนิงหนิงถามขึ้นมาเป็คนแรก “พี่ฉือรู้จักเฉินเหยาด้วยเหรอ?”
เฉินเหยาฝืนยิ้มมุมปากอย่างแข็งทื่อ “เคยมีโอกาสเจอกันน่ะ”
น้ำเสียงของฉือฮวนเ็าตาม “ใช่ การเจอกันครั้งนั้นทำให้ฉันประทับใจไม่น้อย”
เฉินเหยารู้สึกอายอยู่สองวินาที จากนั้นจึงรีบเชิดคางขึ้น “พี่ฉือโกรธฉันหรือเปล่า?”
“ฉันผิดไปแล้ว”
“โกรธเหรอ? ไม่หรอก ถึงยังไงคนที่ขายหน้าก็ไม่ใช่ฉันนี่”
ฉือฮวนพูดเรียบ ๆ
ริมฝีปากของสืออวี่ไป๋เม้มตึงเหมือนมีดกรีด ก่อนพูดอย่างเ็าว่า “เราไม่ต้อนรับคุณที่นี่ เข้าใจแล้วก็รีบไปซะ”
เฉินเหยาใกล้จะร้องไห้เต็มที
เธอได้ยินว่าฉู่หนิงหนิงโปรโมตกางเกงขาบานในโรงงาน และเมื่อเห็นเสื้อผ้าสไตล์นั้น เธอก็เดาได้ว่าคนที่ขายเสื้อผ้าคือสืออวี่ไป๋
ตลาดกลางคืนถูกยกเลิกไปแล้ว ทำให้เธอไม่เจอสืออวี่ไป๋เป็เวลาสองวันติดต่อกัน เธอจึงไม่สามารถระงับความปรารถนาในใจและติดตามมาเพื่อพบสืออวี่ไป๋อีกครั้ง
แต่ไม่ได้คาดหวังว่าสืออวี่ไป๋จะไม่เห็นอกเห็นใจเธอขนาดนี้ เขาทำเป็ไม่เห็นยังพอว่า แต่เขากลับขับไล่เธอต่อหน้าคนจำนวนมากอีกด้วย
เธอตกอยู่ในสถานการณ์น่าอับอาย สีหน้าเปลี่ยนไปมาระหว่างแดงและซีดขาว
ครู่เดียว ทุกคนก็มองเธอด้วยความประหลาดใจ
“เฉินเหยา เกิดอะไรขึ้น?”
ฉู่หนิงหนิงถามอย่างจริงจัง
แม้ว่าเวลาในการพบเจอกับฉือฮวนและสืออวี่ไป๋จะสั้น แต่ก็เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่มีคุณธรรมและความซื่อสัตย์ ในขณะที่ชื่อเสียงของเฉินเหยาในโรงงานไม่ค่อยดีนัก
ไม่ต้องใช้หัวคิดก็รู้ว่าเฉินเหยาเป็ฝ่ายผิด
“นั่นสิ เธอมีปัญหากับพี่ฉือเหรอ”
จางถิงถามตาม
“ฉันไม่มี!”
เฉินเหยาอับอายจนเปลี่ยนเป็โกรธ
ดวงตาที่แทบจะพ่นไฟได้คู่นั้นจ้องมองไปที่ฉือฮวน จากนั้นจ้องมองไปที่สืออวี่ไป๋อย่างมุ่งร้าย ก่อนจะเปิดประตูแล้ววิ่งออกไปด้วยความโกรธ
ทุก ๆ คน “...”
โชคดีที่นี่เป็เพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ ฉือฮวนจึงรีบเปลี่ยนบรรยากาศให้มีชีวิตชีวาอย่างรวดเร็ว
“มา ๆ ไม่ต้องสนใจเธอ เลือกของตัวเองต่อไป ดูอันนี้บนมือฉันสิ…”
…
เฉินเหยาออกจากหมู่บ้านมา ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกโกรธขึ้นไปอีก เธอร้องไห้ไปเข็นจักรยานไป ทำใดนั้นหวังชุ่ยผิงก็เผอิญเห็นเธอเข้าพอดี
หวังชุ่ยผิงถามอย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
เฉินเหยาเล่าเื่วันนี้ให้อีกฝ่ายฟัง
พอได้ฟังแล้ว สีหน้าหวังชุ่ยผิงก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
“หมายความว่า หนุ่มรูปหล่อที่เคยขายเสื้อผ้าในตลาดกลางคืน ตอนนี้กำลังขายเสื้อผ้าในย่านที่อยู่อาศัยเหรอ?”
เฉินเหยาปาดน้ำตา ใกับปฏิกิริยาของหวังชุ่ยผิง “ใช่แล้ว ทำไมเหรอ?”
หวังชุ่ยผิงหัวเราะแห้ง ๆ สองครั้ง “ไม่ ไม่มีอะไรหรอก...”
เมื่อหาข้ออ้างขอตัวจากเฉินเหยามาแล้ว ในใจหวังชุ่ยผิงก็รู้สึกปั่นป่วน ขณะเดียวกันก็ตั้งใจที่จะยื่นเื่ร้องเรียนกับเฉิงจื่อเฉียน
ครั้งที่แล้ว เฉิงจื่อเฉียนให้เธอมาตั้งสิบหยวนเพื่อรั้งสืออวี่ไป๋ไว้
ถ้าได้บุกเข้าไปถึงถ้ำของโจรในครั้งนี้ เฉิงจื่อเฉียนคงเพิ่มเงินให้เธออีกเยอะใช่ไหม?
ยิ่งหวังชุ่ยผิงคิดเกี่ยวกับเื่นี้ก็ยิ่งตื่นเต้น เธอขึ้นขี่จักรยานแล้วรีบไปที่หมู่บ้านเกาซาน
เฉิงจื่อเฉียนกำลังกังวลเกี่ยวกับเื่นี้ ข่าวของหวังชุ่ยผิงสำหรับเขาก็เหมือนกับคนกำลังง่วงนอนได้พบหมอน
“เธอพูดจริงเหรอ?”
“พยายามมาแทบตายไม่ได้อะไร จู่ ๆ ก็พบที่นั่นเข้าง่าย ๆ เสียอย่างนั้น”
ดวงตาของเฉิงจื่อเฉียนเต็มไปด้วยความพอใจ สืออวี่ไป๋เอ๋ย ฉันอยากเห็นจริง ๆ ว่าคราวนี้แกจะรอดพ้นจากเงื้อมมือฉันยังไง!
…
ในห้องรับแขก ฉือฮวนและคนอื่น ๆ กำลังยุ่งจนเท้าไม่ติดพื้น
ทุกคนแบ่งงานกัน ฉือฮวนช่วยรับของ ฉู่หนิงหนิงช่วยลองเสื้อผ้า สืออวี่ไป๋มีหน้าที่เก็บเงิน และจางถิงช่วยเก็บเสื้อผ้าใส่ถุง แม้แต่สือเยี่ยนที่อายุน้อยที่สุดก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ
ปากหวานน้อย ๆ นั้นทำให้เหล่าพี่สาวคนสวยยิ้มแย้ม ต่างชื่นชมเยี่ยนเยี่ยนที่หล่อเหลาและอ่อนหวานอยู่เสมอ
เสื้อผ้าบนไม้แขวนขายหมดอย่างรวดเร็ว ฉือฮวนก็ไปหาอันใหม่มาทดแทน ตอนนั้นเองเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
ฉือหวยนกำลังจะไปเปิด สืออวี่ไป๋ก็ยืนขึ้น “พวกเขามาหาผม”
พูดจบก็ลุกออกไปนอกห้อง
แม้ว่าฉือฮวนจะประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ เพราะทันทีที่หยิบเสื้อผ้าออกมา เธอก็ถูกรายล้อมไปด้วยคนมากมาย ยุ่งมากในทันที
สืออวี่ไป๋ไม่ได้อยู่ข้างนอกนานนัก ไม่นานเขาก็กลับมาช่วยขายเสื้อผ้าที่ห้องนั่งเล่นต่อ
คนกลุ่มหนึ่งซื้อเสื้อผ้าตามที่พอใจและจากไปอย่างมีความสุข
ลูกค้าจากไป แม้ห้องจะเละเทะ แต่ฉือฮวนไม่สนใจทำความสะอาด เพียงนั่งนับยอดขาย
“นี่นะ นี่คือเงินเดือนของพวกเธอวันนี้ หนิงหนิงได้ยี่สิบสามหยวน และจางถิงเพิ่มอีกนิดหน่อยยี่สิบห้าหยวน”
พูดจบก็ยื่นธนบัตรให้พวกเธอตามลำดับ
“พวกเธอนับให้ครบถ้วนอย่าพลาดนะ”
“โอ้โห!”
ฉู่หนิงหนิงกับจางถิงต่างอุทานพร้อมกัน ใบหน้าของทั้งสองสาวสดใสขึ้น พูดคุยชักชวนเพียงเล็กน้อย พวกเธอก็สามารถทำเงินได้มากมายในพริบตา!
เมื่อรับเงิน มือของฉู่หนิงหนิงและจางถิงก็อดสั่นเล็กน้อยไม่ได้ และแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
นี่เป็ของพวกเธอจริง ๆ เหรอ?
ทำไมรู้สึกราวกับเป็ภาพลวงตาในความฝัน?
“ไม่ต้องนับหรอกพี่ฉือ เราเชื่อใจว่าพี่จะไม่พลาด”
จางถิงกล่าวอย่างชาญฉลาด
ฉู่หนิงหนิงก็ตอบเช่นเดียวกัน
ขณะที่ฉือฮวนกำลังจะแนะนำ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหัน
“เปิดประตู! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”
เสียงเคาะประตูฟังดูรีบร้อน จนรู้สึกได้ว่ามีเื่เร่งด่วน
จู่ ๆ หัวใจของฉือฮวนก็เต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง จนเจียนจะะเิออกมา!
เธอมองสืออวี่ไป๋โดยไม่รู้ตัว
ขณะที่สืออวี่ไป๋มองตอบ เธอก็รู้สึกถึงความปลอดภัยอย่างมาก ราวกับว่าแม้แต่เสียงเคาะประตูก็ไม่ใช่เื่เร่งด่วนอีกต่อไป
“ใครกันนะ?”
เธอถามเสียงแ่เบาในขณะที่หัวใจเต้นแรง
เด็กสาวทั้งสองก็ใกลัวจนแทบเป็ลม สีหน้าซีดและส่ายหัว
สืออวี่ไป๋มองเธอด้วยแววตาปลอบโยน เอ่ยว่า “ไม่ต้องกลัว ผมจะไปดูเอง”
“ใคร?” สืออวี่ไป๋ถามด้วยน้ำเสียงเ็า
“เราคือสำนักอุตสาหกรรมและการพาณิชย์”
เสียงนอกประตูชัดเจนและทรงพลัง ขณะนั้นเอง หลอดเืของฉือฮวนก็เริ่มสูบฉีดแรงขึ้น
“คุณครับ นี่มันค่ำแล้ว มีเื่อะไรหรือเปล่า?”
น้ำเสียงของสืออวี่ไป๋สงบ ไม่มีอาการกังวลใจแม้แต่น้อย
กลับกัน ฉือฮวนรู้สึกกังวลกว่ามาก เธอประสานมือแน่น รูขุมขนชุ่มเหงื่อทั่วร่างลุกขึ้นตั้งชัน
เธอรู้สึกหัวหมุน สงสัยว่าเกิดเื่อะไรขึ้น?
สำนักอุตสาหกรรมและการพาณิชย์มาหาทำไม ในเมื่อเลิกทำงานผิดกฎหมายแล้ว?
เป็ไปได้ไหมที่วันนี้ย่านที่อยู่อาศัยมีคนมาเยอะจนดึงดูดความสนใจของเพื่อนบ้าน?
แม้ว่าจะเป็เช่นนั้น สำนักงานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ก็ไม่สามารถตรงมาถึงหน้าบ้านได้นี่นา?
ราวกับอ่านใจได้ คนที่อยู่นอกประตูก็ให้คำตอบ
และคำตอบนี้ทำให้ฉือฮวนราวกับตกลงไปในแอ่งน้ำเย็นะเื!
“มีคนรายงานว่าคุณทำงานผิดกฎหมายในบ้าน ค้าขายเก็งกำไร และเกี่ยวข้องกับระบบทุนนิยม เปิดประตูเร็วเข้า เรามาที่นี่เพื่อสอบสวนตามกฎหมาย!”
‘วิ้ง!’ เสียงอื้ออึงดังในหูของฉือฮวน เธอวิงเวียนศีรษะจนร่างกายพลันอ่อนยวบ
จบสิ้นแล้ว หมดกัน!
นึกไม่ถึงว่าแม้จะรอดพ้นจากวิกฤตตลาดกลางคืนของชีวิตก่อน แต่กลับไม่อาจหนีคุกได้!