ราตรีกาลผ่านพ้นไปไวดุจกะพริบตา ไม่นานนักรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ก็มาถึง อวี้ชิงลั่วที่นอนหลับอยู่บนเตียงก็ค่อย ๆ พลันลืมตาตื่น และ เริ่มหวนนึกถึงเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตของนางที่เกิดขึ้นเมื่อวาน มันช่างเป็นสิ่งที่เจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก และไม่ว่ายาวิเศษแขนงไหนก็คงมิอาจบรรเทาความชอกช้ำครั้งนี้ได้
อวี้ชิงลั่วยันกายลุกขึ้นมานั่งพร้อมแววตาเศร้าสร้อย ทว่า...ในยามนั้นจมูกของนางก็ได้บางอย่างลอยมาเข้าจมูก พอพลันหันไปมองที่โต๊ะของหัวเตียงก็ได้เห็นชามสองใบวางอยู่ ใบหนึ่งคือโจ๊กสมุนไพรสีขาวที่ส่งกลิ่นหอมพร้อมไอร้อนระอุที่ลอยขึ้นมา ส่วนอีกชามเป็นน้ำสมุนไพรสีเขียวอมเหลือง เพียงได้กลิ่น อวี้ชิงลั่วก็ทราบในพลันว่ามันคือ ยาแก้เมา
“โจ๊ก กับยาแก้เมาหรือ...?” อวี้ชิงลั่วเอียงคอขมวดมุ่นคิ้วด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะครุ่นคิดในใจว่ายามนี้ที่กระท่อมมีเพียงแค่นาง กับคนต่ำทรามอีกผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ของเหล่านี้น่าจะเป็นมันที่ทำมาให้นางทานยามตื่น แต่เพื่ออะไร และเพราะเหตุใดกันเล่า...?
อวี้ชิงลั่วเพ่งมองโจ๊ก กับยาแก้เมาด้วยความหวาดระแวง ยามแรกนางคิดว่า อวี้ชิงหนานเจ้าบุตรชายบุญธรรมผู้ชั่วช้าอาจจะวางยาอุบาทว์บางอย่างลงไปในถ้วย แต่พอมาตรองดูดี ๆ มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะกระทำเช่นนั้น เพราะหากมันจะลงมือย้ำยีข่มเหงจริง ๆ เมื่อคืนตอนนางเมามายไม่ได้สติ อวี้ชิงหนานคงจะลงมือไปแล้ว แต่มันกลับไม่ได้ทำเช่นนั้น
พออวี้ชิงลั่วคิดได้นางจึงเลือกที่หยิบโจ๊กมาตักทานจนหมดด้วยความหิวโหยเพราะตั้งแต่เมื่อวานยามบ่ายในกระเพาะของนางน่าจะแค่สุราเท่านั้น พอทานเสร็จก็หยิบยาแก้เมาในถ้วยมาซดต่อ ยิ่งดื่มอวี้ชิงลั่วก็พบว่าในน้ำแกงมีแต่ยาสมุนไพรให้คุณจริง ๆ มิมียาพิษชั่วร้ายเจือปนแม้แต่น้อย ที่นางทราบเพราะลิ้นของนางนั้นผ่านการชิมสมุนไพรทั่วหล้ามาแล้วนับพัน นับหมื่นครั้ง นางชิมจนสามารถแยกแยะชนิด กับสรรพคุณของพวกมันได้ราวกับตาเห็น
เมื่อดื่มหมดอวี้ชิงลั่วจึงลงจากเตียง ก่อนจะไปล้างหน้าล้างตา และเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นนางจึงตัดสินใจทำบางสิ่งที่ไม่อยากทำมากที่สุดนั้นก็คือ การเดินตามหาเจ้า อวี้ชิงหนานเจ้าบุตรชายบุญธรรมผู้ชั่วช้าเลวทราม แม้นอวี้ชิงหนานจะทำดีกับนางแค่หนึ่ง หรือสองครั้ง ทว่า....ยังมิอาจเทียบเท่ากับสิ่งที่มันเคยทำกับนางยามอยู่ในถ้ำครานั้นได้แม้แต่น้อย อวี้ชิงลั่วมิได้อยากเห็นหน้า หรืออยู่ใกล้ เพียงแต่อยากทราบว่า อวี้ชิงหนานกำลังคิดทำแผนชั่วร้ายอัปรีย์อันใดต่อ หากมันทำกับนาง นางยังกัดฟันทนได้ แต่ถ้าทำกับผู้อื่นจนมีคนเดือดร้อน เช่นนี้นางยอมไม่ได้เด็ดขาด
อวี้ชิงลั่วก้าวเท้า พร้อมกวาดตามองไปทั่วกระท่อม ก่อนที่นางจะได้พบกับสิ่งที่กำลังตามหา เจ้าอวี้ชิงหนานกำลังนั่งก้มหน้าอ่านตำราบางอย่างอยู่ในห้องหนังสืออย่างขะมักเขม้น ยามนั้นอวี้ชิวลั่ยที่เห็นก็เกิดความลังเลผนวกกับความงุนงงสงสัย ใจหนึ่งก็ไม่อยากเอาตัวเฉียดเข้าไปไกล แต่อีกใจก็อยากรู้ว่าเป็นตำราใด นางยืนนิ่งคิดอยู่สักพักก่อนรวบรวมความกล้า เดินก้าวเท้าย่องเข้าไปหาอวี้ชิงหนานเงียบ ๆ จากทางด้านหลัง และพอเข้ามาใกล้จนเห็นหน้าของตำราที่เปิดอ้าอยู่บนโต๊ะ สองตาของนางก็พลันเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ก่อนที่ใบหน้าจะแดงซ่าน และเผลอส่งเสียงอุทานออกมา จนเจ้าอวี้ชิงหนานรู้ตัว ในหน้านั้นเขียนไว้ว่า ‘วิธีปรุงสมุนไพรอึดทน ที่ช่วยทำให้ชายหญิงร่วมรักเสพสมกันได้ยาวนาน'
“โอ้ ท่านแม่ ท่านตื่นแล้วหรือ เป็นอย่างไรบ้าง” อวี้ชิงหนานระบายยิ้มกว้างให้อวี้ชิงลั่วก่อนจะเอ่ยถาม และพออวี้ชิงลั่วได้ยินเช่นนั้น นางก็แค่นยิ้มออกมาแล้วพยักหน้ารับอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ดูจากสีหน้าท่านแม่น่าจะอาการดีขึ้นแล้ว ว่าแต่ท่านมาหาข้าแต่เช้าตรู่มีอันใดกับข้างั้นหรือ” อวี้ชิงหนานเอ่ยถาม “เอ่อ คือ มะ แม่.....” นางอ้ำอึ้งคล้ายมีบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ อวี้ชิงหนานที่เห็นก็ระบายยิ้มออกมาเบา ๆ “ท่านแม่ แปลกยิ่งนัก หากมิมีอันใดเช่นนั้นขอข้าอ่านตำราต่อนะ ท่านก็ไปพักผ่อนเถิด” อวี้ชิงหนานเอ่ยขึ้นก็หมุนกายกลับไปอ่านตำราต่อ
ยามนั้นอวี้ชิงลั่วถึงกับยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ นางควรจะทำเช่นไรต่อดี ควรจะดุด่าว่ากล่าวที่อวี้ชิงหนานศึกษาเรื่องพวกนี้ ควรจะจากไปอย่างเงียบ ๆ ตามที่มันบอก ทว่า...ไปไหนเล่า ยามนี้นางมิเหลือผู้ใดอีกแล้ว ผัวชั่วก็ทรยศหักหลังนอกใจ ส่วนบุญชายบุญธรรมก็...
“ข้าควรจะทำเช่นไรดี หนานหนานคิดจะทำอันใดกันแน่ เขาวางแผนอะไรอยู่ หรือว่าเขากลับเนื้อกลับตัวแล้ว แต่มันจะเป็นไปได้หรือเรื่องแบบนั้น” อวี้ชิงลั่วยืนนิ่งคิดอยู่ที่เดิมสักพักใหญ่ ก่อนที่นางจะตัดสินใจลองเอาตัวเข้าเสี่ยงเพราะอยากรู้จริง ๆ ว่าอวี้ชิงหนานมีจุดประสงค์อันใดกันแน่
“ไหน ๆ เจ้าอ่านถึงตรงไหนแล้ว ติดขัดตรงไหน ถามแม่ได้นะ” อวี้ชิงลั่วแค่นฝืนพูดก่อนจะเดินเข้าหาอวี้ชิงหนาน และหยุดอยู่ที่ด้านหลัง
“โอ้ ท่านแม่จะช่วยชี้แนะข้าหรือวิเศษนัก พอดีเลยข้าอยากรู้ว่าเจ้าสมุนไพรชนิดนี้หาได้จากที่ไหน และต้องใช้มันมากน้อยเพียงใด” อวี้ชิงหนานที่เห็นอวี้ชิงลั่วเข้ามาใกล้จึงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มด้วยความดีใจ อวี้ชิงลั่วเองก็แสร้งชี้แนะสนทนากับมันไปเรื่อย ๆ ทว่า...ในใจก็มีความหวาดระแวงอยู่ถึงสิบสองส่วน
หลังจากสองแม่ลูกพูดคุยชี้แนะเรื่องเนื้อหาในตำราอยู่นานสองนานก็มิมีสิ่งใดเกิดขึ้น จนเวลาล่วงเลยมาถึงยามบ่าย ยามเย็นทุกอย่างก็ยังเป็นเช่นเดิมแต่นั่นก็มิได้ทำให้อวี้ชิงลั่วคลายกังวลลงเลย ยามนางอาบน้ำ ยามนางจะเข้านอนก็หวาดระแวงเจ้าอวี้ชิงหนานตลอด ทว่า...อวี้ชิงลั่วก็มีเตรียมใจไว้บ้างแล้ว ว่าถ้าหากจะโดนข่มเหงย่ำยีอีกครั้ง นางอาจจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย หรือหากถูกยาพิษเช่นคราวก่อนจนทำมิได้ นางค่อยหาโอกาสชิงฆ่าตายในภายหลัง เหตุที่นางยังไม่คิดจะทำเช่นนั้นก็เพราะอวี้ชิงลั่วเสียดายวิชาแพทย์ของตน ที่สั่งสมมา หากนางตาย จะมีผู้คนอีกมากมายที่ต้องทนทุกข์ทรมานไร้ทางเยียวยา เช่นนั้น การฆ่าตัวตายจึงเป็นทางออกสุดท้ายเพื่อหนีจากความอับอาย...
ทว่า...นับจากวันนั้น เวลาก็ล่วงเลยพ้นผ่านไปอีกหลายวัน จากหลายวัน กลายเป็นหลายสิบวัน จากหลายสิบวัน กลายเป็นหลายเดือนเจ้าอวี้ชิงหนานก็มิได้มีท่าทีจะข่มเหงล่วงเกินนางแม้แต่น้อย อวี้ชิงลั่วแม้จะประหลาดใจ และไม่เข้าใจแต่นางก็ไม่รู้จะทำวิธีไหนเพื่อให้ได้คำตอบ จนในเวลานี้อวี้ชิงลั่วก็เริ่มมีคิด ๆ บ้างแล้วว่า อวี้ชิงหนานอาจจะกลับเนื้อกลับตัวแล้วจริง ๆ หรือเป็นเพราะมันสงสารนางกระมัง ที่โดนเสวียอี้หักหาญความรัก และไมตรีที่มีร่วมกันมา และพออวี้ชิงลั่วคิดได้ นางจึงคลายความหวาดระแวงลงอีกหลายส่วน ก่อนจะเริ่มดำเนินชีวิตตามปรกติอีกครั้ง
สองแม่ลูกกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข คล้ายเมื่อสมัยก่อน ก่อนจะเกิดเรื่องเลวร้ายมากมาย แถมเจ้าอวี้ชิงหนานยังทำตัวเป็นเด็กดี เชื่อฟังอวี้ชิงลั่วทุกอย่าง มิหนำซ้ำยังขอติดตามนางไปรักษาคนป่วยจนเริ่มมีคนรู้จัก จนเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น อวี้ชิงลั่วรู้สึกมีความสุขมาก นางเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ก็ไม่ปาน เสียผัวชั่ว ๆ ไป แต่ได้บุตรชายดี ๆ คนหนึ่งกลับมาแทน ทว่า...อวี้ชิงลั่วมิได้ล่วงรู้เลยว่า นี่คือแผนการชั่วร้ายของอวี้ชิงหนานทุกอย่าง
อวี้ชิงหนานครุ่นคิดอยู่นานก่อนเริ่มแผนนี้ มันทราบดีว่าหากตนผลีผลามลงมือข่มเหงย่ำยีอวี้ชิงลั่วด้วยกำลัง ยาพิษทั้งหลายทั่งปวง เมื่อเสร็จสม อวี้ชิงลั่วคงต้องหาทางปลิดชีพตัวเองเป็นแน่ หากเป็นเช่นนั้นมันก็จะทำได้เพียงแค่ขึ้นสวรรค์ครั้งเดียว แต่ในทางกลับกัน หากมันค่อย ๆ ทำให้อวี้ชิงลั่วเริ่มใจอ่อน จนมีใจให้กับมันในฐานะคนรักได้ ท้ายที่สุดนางก็จะยินยอมให้มันกระทำได้ทุกอย่างโดยไม่คิดขัดขืน หรือ คิดสั้นในภายหลัง แม้นแผนนี้จะดูเชื่องช้า แต่ก็มีผลดีในระยะยาว
ซึ่งก็นับว่าอวี้ชิงหนานคิดถูก และไม่รู้เป็นเพราะความดีที่มันแสร้งทำมาตลอด หรือเป็นเพราะความเหงาที่เกิดขึ้นในใจของอวี้ชิงลั่วกันแน่ ที่นางถึงกับยอมให้อวี้ชิงหนาน ล่วงเกินนางได้เล็กน้อย อาทิเช่นการกอด หรือการหอม ซึ่งหากมีผู้ผ่านมาพบเห็นก็จะมองเพียงว่าเป็นการกระทำทั่วไปของมารดากับบุตร เฉกเช่นในครั้งนี้...
“ว้าย...!! เดี๋ยวเถอะเจ้าเด็กทะลึ่ง จู่ ๆ ก็พุ่งเข้ามากอดแม่ ตกใจหมดเลย” อวี้ชิงลั่วกำลังหั่นผักเตรียมอาหารเที่ยงอยู่ดี ๆ เจ้าอวี้ชิงหนานก็พลันพุ่งเข้ามากอดนางก่อนจะหอมแก้มไปหนึ่งฟอด
“ตกใจอันใด ทำยังกับข้าไม่เคยกอด ไม่เคยหอมท่าน”
“มันก็เคยแต่นั้นมันก่อนที่เจ้าจะ.....”
“ก่อนที่ข้าจะทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกับท่านใช่หรือไม่”
“อะ อืมส์”
“เรื่องมันผ่านมานานนมแล้ว และข้าก็สัญญากับท่านแม่ไปแล้วมิใช่หรือ ว่าข้าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก มิหนำซ้ำยามนี้ข้ายังตั้งใจเล่าเรียน หมั่นศึกษาตำราแพทย์ช่วยท่านรักษาผู้ป่วยไปตั้งมากมายท่านแม่ก็เห็นไม่ใช่หรือ ข้าขอแค่กอด ขอแค่หอมท่านแบบนี้ไม่เห็นจะมีอันใดเสียหายเลย”
“เรื่องนั้นแม่เห็นอยู่ แต่มันก็ยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่ดี”
“ยามนี้ท่านแม่อาจจะรู้สึกแปลก ๆ แต่ข้าเชื่อว่าอีกไม่นาน ท่านแม่จะชินไปเอง เพราะอย่างงั้นข้าก็ต้อง...”
“ต้องอันใดเจ้าเด็กบ้า”
“ต้องกอดท่านแม่แน่น ๆ แล้วก็หอมแก้มท่านบ่อย ๆ ยังไงเล่า ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“ว้าย...!! หยุดนะหนานหนานแก้มแม่ช้ำหมดแล้ว ปล่อยนะแม่จะทำกับข้าว” อวี้ชิงลั่วถูกบุตรชายบุญธรรมของนางระดมจูบแก้มซ้ายแก้มขวาอย่างต่อเนื่อง ทว่า...อวี้ชิงลั่ว กลับมิได้ด่าทอ ขัดขืน หรือร้องโวยวาย แถมยังยิ้ม และหัวร่อไปกับมัน คล้ายว่านางรู้สึกมีความสุขที่ถูกแกล้ง อวี้ชิงหนานเองก็มิได้ล่วงเกินนางมากกว่านั้น ทว่า...ขณะที่สองแม่ลูกกำลังหยอกล้อกันไปมา ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น
เมื่ออวี้ชิงลั่วที่พยายามดิ้นหนี เกิดก้าวเท้าผิดจนเสียการทรงตัว จึงล้มลง ทว่า...นางไม่ได้ล้มผู้เดียว หากแต่ยังพลอยพาให้ร่างของอวี้ชิงหนานที่กอดรัดอยู่ ล้มลงมาด้วย ก่อนที่ร่างของมันจะทาบทับร่างงามอวบอัดของนาง...
จบตอน