
“แล้วตกลงป๋าเป็ดมีข่าวดีอะไรจะมาบอกปูจ๋า”
เมื่อคลายความกังวลไปเปลาะหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแม้ว่ายังจับมือใครดมไม่ได้ก็ตาม แต่หล่อนก็สบายใจขึ้นครั้นนึกได้ว่าพี่ชายเปรยเื่ ‘ข่าวดี’ จึงท้วงถามแต่ดูเหมือนว่าพี่ชายตัวดีกำลังทำท่ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกสีหน้าอิหลักอิเหลื่อขึ้นมาฉับพลัน
จะอะไรเสียอีกล่ะในเมื่อข่าวดีที่ปริญญาโทตั้งใจจะมาบอกน้องสาวเป็เื่เกี่ยวกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขาเปรยบอกหล่อนเมื่อสัปดาห์ก่อนโดยหวังจะเป็คนกลางทอดสะพานให้เพื่อนตัวเองมาจีบหล่อนแต่เหตุการณ์บางอย่างกลับตาลปัตร ตอนนี้เขาจึงกำลังขบคิดว่าจะหาทางออกอย่างไร
‘พี่มีเพื่อนกลับมาจากฮ่องกงเมื่ออาทิตย์ก่อนแต่ตอนนี้เขายังทำธุระอยู่กับครอบครัว เขาสนใจอยากรู้จักปูจ๋าด้วยนะพี่ไปเล่ากิตติศัพท์ความเอาแต่ใจของน้องสาวพี่ให้เขาฟังเ้าตัวกระตือรือร้นสนใจใหญ่เลย บอกว่าจะหาโอกาสมาทำความรู้จักด้วย’
ปริญญาโทแนะนำเพื่อนรายนี้ผ่านคำพูดให้รู้จักกับน้องสาวในวันก่อนด้วยเหตุผลประการหนึ่งซึ่งได้คุยกับพ่อแม่ตนเองแล้วว่าอยากจะหาใครสักคนมาดัดนิสัยน้องสาวตัวแสบ ที่พอจะไว้ใจได้ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองไฟเขียวเขาจึงปรึกษาเื่ดื้อดึงของหล่อน หวังให้เพื่อนเขามาช่วยแต่ดูเหมือนว่าการจะทำความรู้จักกับปรีดิ์รติในแบบฉบับธรรมดา คงจะเป็เื่ง่ายไป
‘ป๋าเป็ดอย่าเอาใครมาแนะนำให้ปูจ๋ารู้จักหน่อยเลยผู้ชายแต่ละคนที่ผ่านมา ไม่เห็นจะมีใครเข้าท่าสักราย ร้อยทั้งร้อยนะมองปูจ๋าแค่เื่ความสวย ความเอ๊าะ แล้วก็หวังจะเป็หนูตกถังข้าวสารปูจ๋าล่ะเบื๊อ เบื่อ...แล้วเพื่อนป๋าเป็ดคนนี้ดีกรีมาจากแค่ฮ่องกงปูจ๋าไม่เอาหรอกค่ะ...ไม่ชอบพวกอาตี๋หน้าจืด’
หล่อนเบะปากเป็การบอกให้รู่ว่ารสนิยมเื่ผู้ชายข้อหนึ่งที่ไม่ชอบเอาเสียเลยก็คือผู้ชายที่มีลักษณะเป็คุณชาย ผิวขาวหยวก สะอาดสะอ้าน หุ่นสะโอดสะองหรือมีเชื้อสายจีนทำนองนั้น...ใครจะว่าหล่อนเื่มาก หล่อนก็ได้แต่บ่นประจำว่า ‘ช่างหัวปะไร’
ปริญญาโทกลับลำแทบไม่ทันเมื่อหล่อนถามย้ำขึ้นอีกครั้ง “ตกลงข่าวดีของป๋าเป็ดคืออะไรกันถ้าไม่บอก ปูจ๋าขอตัวออกไปดูแลงานข้างนอกต่อแล้วนะจะได้ไปถามลีโอด้วยว่าตามหาตัวนายนั่นเจอไหม”
“อ๋อ...ไม่มีอะไร” เขารีบเปลี่ยนเื่ทันควัน “พี่จะถามว่าวันนี้ผึ้งกับพริ้มจะมางานด้วยหรือเปล่าน่ะ”
“เดี๋ยวก็คงมาเองนั่นล่ะสองคนนั้นอยู่ช่วยงานตั้งนาน เพิ่งจะแยกตัวกลับบ้านเมื่อชั่วโมงก่อนนี้เอง...ยิ่งยายพริ้มนะถ้าไม่แต่งตัวสวยจนเต็มที่ ไม่มีทางออกจากบ้านมาแน่สวยจนบางทีปูจ๋ายังต้องบ่นเลยว่า แต่งอะไรก็อย่าให้มันเยอะไป แทนที่จะสวยจะกลายเป็ลิเกเคลื่อนที่ล่ะสิไม่ว่า”
หล่อน ‘เหน็บ’พริมาจนเคยชิน ขนาดเ้าตัวไม่อยู่ หล่อนก็ใส่ไม่ยั้ง
“ยายผึ้งอีกคนรายนี้ตรงกันข้ามกับยายพริ้ม...คนอะไรก็ไม่รู้ แต่งตัวได้จืดชืด เชยแหลกหน้าตางี้ไม่เคยคิดจะแต่ง บางวันนะ โทรมยังกับซากศพ”
พอได้ที หล่อนก็ ‘กด’จัญจรี เพื่อนผู้ซึ่งวิ่งเล่นด้วยกันมาั้แ่ตอนเด็กโดยมองฝ่ายนั้นเป็แค่ลูกไล่ไม่เปลี่ยน จนผู้ที่นั่งยังอดรนทนฟังไม่ได้จึงแก้ต่างขึ้น
“พี่ว่าปูจ๋ามองคนในแง่ลบเกินไปนะถึงผึ้งเขาจะไม่ค่อยแต่งหน้าแต่งตัวแต่พี่ว่าเขาก็สวยในแบบที่เขาเป็...แล้วพี่ขอเถอะเมื่อไหร่ปูจ๋าจะเลิกพูดถึงคนอื่นในแง่ไม่ดีแบบนี้ รู้ไหม ถ้าเ้าตัวเขามาได้ยินเขาจะเสียใจแค่ไหน หัดเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างสิ”
พอพี่ชายกำลังตั้งป้อมเตรียมเทศน์ปรีดิ์รติก็แว้ดแหวกกลางอากาศขึ้นมาเสียดื้อๆ “แตะต้องยายผึ้งไม่ได้เลยนะคะชักจะยังไงๆละนะ...ป๋าเป็ดคิดอะไรกับยายผึ้งรึเปล่า”
หล่อนวางสีหน้าคาดคั้นจนอีกฝ่ายเกรงความนัยจะเปิดเผย จึงกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง “พูดอะไรแบบนั้นพี่ก็เอ็นดูผึ้งเขาเหมือนน้องเหมือนนุ่งนั่นล่ะ คนเห็นกันมาั้แ่เด็ก”
“ให้มันจริงเถอะ...” หล่อนเบ้ปากใส่
ขณะนั้นมีเสียงเคาะประตูห้องสองสามครั้งเมื่อหล่อนเอ่ยปากอนุญาต บอดีการ์ดมาดเข้มซึ่งสวมสูทสีดำสนิทจึงก้าวเข้ามารีบรายงานความคืบหน้า
“คุณหนูคร้าบผมหาจนทั่วแล้ว แต่ก็ไม่พบผู้ชายคนนั้น...ไม่ทราบว่าจะให้ทำยังไงต่อไปคร้าบ” เขาพูดคำลงท้ายยานคางด้วยสำเนียงแปร่งหูเช่นเคย
คุณหนูผู้เอาแต่ใจหัวเสียอีกครั้งเมื่อฟังจบโบกมือไล่ตะเพิดอย่างหงุดหงิด “จะไปไหนก็ไป กับอีแค่ให้ตามหาคนๆเดียวยังทำไม่ได้”
เมื่อคล้อยหลังลีโอออกไปแล้วหล่อนก็บ่นต่อไม่หยุด “ไม่รู้พ่อไปจ้างบอดีการ์ดห่วยแตกแบบนี้มาจากไหนกัน สงสัยจบงานนี้ปูจ๋าต้องขอให้เปลี่ยนคนแล้วล่ะ”
คำพูดของหล่อนแค่ประโยคเดียวจุดประกายบางอย่างให้กับพี่ชายซึ่งกำลังใช้ความคิดพอดี เขายิ้มมีเลศนัยก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ออกมากดหมายเลขหนึ่งออกไปหาใครบางคน
“เดี๋ยวพี่มานะพอดีนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ ขอออกไปโทรศัพท์แป๊บ”
ผู้เป็พี่ชายออกจากห้องไปแล้ว กำลังสนทนาอยู่กับชายหนุ่มผู้หนึ่งในสายซึ่งหล่อนไม่รู้สักนิดว่าเขาคนนั้นก็คือคนเดียวกับที่ลีโอออกไปตามหามาครึ่งชั่วโมง
..............................................................จบตอนที่ 1