บทที่ 23 ฉันบอกว่าเธอเป็ยอดฝีมือ พวกนายเชื่อไหม?
ยาเม็ดพวกนี้ใช้กับเธอไม่ได้ โยนทิ้งก็เสียดาย
ทันใดนั้นเสิ่นจืออินก็นึกขึ้นได้ ตระกูลเสิ่นมีหลานชายคนหนึ่งที่เป็ทหารอยู่ไม่ใช่เหรอ เธอจึงบรรจุยาเม็ดทั้งหมดอย่างดี คิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบยาอีกสองขวดใส่เข้าไปด้วย
ถือว่าเป็ของขวัญต้อนรับหลานชายแล้วกัน
หลังจากเก็บของเสร็จ เธอก็ไปหาพ่อบ้าน “พ่อบ้านคะ นี่คือของขวัญต้อนรับที่ฉันจะให้หลานชายคนที่สอง ช่วยส่งไปให้เขาด้วยนะคะ”
พูดจบเธอก็วิ่งออกไป เธอจะไปซุบซิบนินทากับนกและผึ้งทั้งหลาย
พ่อบ้าน “…”
ฝ่ายเสิ่นมู่เหยี่ย พอมาถึงโรงเรียนก็ถูกเพื่อนซี้ล้อมหน้าล้อมหลังทันที
“พี่เหยี่ย เกิดอะไรขึ้นวะ พวกเรานัดกันวันเสาร์พี่ก็ไม่มา”
“ใช่ อาทิตย์ที่แล้วพี่ก็ไม่มา อาทิตย์นี้ก็ไม่มาอีก พี่ไม่อยากคบพวกเราแล้วใช่ไหม”
“เลิกเล่นเกมแล้วเหรอ พวกผมว่าพี่แปลก ๆ ไปนะ” พอมาถึงโรงเรียน เสิ่นมู่เหยี่ยก็กลับไปทำตัวเป็เด็กเกเรเหมือนเดิม กางขาไขว่ห้างบนโต๊ะแล้วกอดอก
“พวกนายไม่รู้อะไรหรอก ฉันกำลังจะไปทำเื่ใหญ่ต่างหาก”
เพื่อน ๆ ได้แต่คิดในใจ… ‘ก่อนหน้านี้เสิ่นมู่เหยี่ยแม้จะชอบทำเท่แต่ก็ยังดูมีชั้นเชิง แต่ตอนนี้ดูซื่อบื้อมาก’
“ว่าแต่ ยันต์ที่ฉันให้พวกนายไปวันก่อนเอามานี่หน่อย” เขาเริ่มรู้สึกเสียดาย เพราะยันต์พวกนั้นเป็ของจริงทั้งหมด เป็ยันต์ที่คุณย่าของเขาทำให้ ซึ่งไม่มีทางเป็ของปลอมได้ แต่เพราะอาทิตย์ก่อนเขามีติดตัวมาหลายใบ เลยไม่ได้ใส่ใจ แบ่งให้เพื่อน ๆ ไปจนหมด เหลือแค่ใบแรกที่คุณย่าให้ไว้คือยันต์คุ้มภัย
“ของแบบนั้นพี่ยังจะเอาอีกเหรอวะ ผมทิ้งไปตั้งนานแล้ว”
“อะไรนะ!” เสิ่นมู่เหยี่ยร้องเสียงหลง ทำเอาเพื่อนนักเรียนในห้องต่างหันมามองเป็ตาเดียว
“นายเอาไปทิ้งไว้ไหน?”
“ก็...ถังขยะห้องนอน ตอนนี้น่าจะ...น่าจะอยู่ที่กองขยะแล้ว”
“พี่เสิ่น นั่นมันไม่ใช่ของที่พี่ไม่เอาแล้วเหรอ?”
เสิ่นมู่เหยี่ยได้แต่อ้ำอึ้ง เขาจะตอบยังไงดีล่ะ ในเมื่อตอนนั้นเขาตาถั่วมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งนั้น
“ของผมน่าจะยังอยู่ ตอนนั้นผมใส่ไว้ในลิ้นชักห้องนอน”
“เลิกเรียนแล้วรีบไปหามาให้ฉัน!” เสิ่นมู่เหยี่ยออกคำสั่ง
เสิ่นจืออินไม่รู้เลยว่าหลานชายของเธอกำลังรู้สึกเสียดายอย่างหนัก ตอนนี้เธอกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ที่ระเบียงอย่างสบายใจ
การมีค่ายกลรวมพลังิญญาช่วยส่งเสริมนี่มันต่างกันจริง ๆ ตอนนี้ระเบียงเล็ก ๆ ของเธอมันใกล้จะกลายเป็ป่าขนาดย่อมแล้ว
มีพืชพรรณแปลก ๆ อยู่มากมาย
สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็สิ่งที่เธอต้องลำบากลำบนไปหามาตอนที่อยู่กับท่านผู้เฒ่าบนเขา
แม้ว่าพลังิญญาในโลกนี้จะเบาบาง แต่ในูเาลึกก็ยังมีพืชพรรณบางชนิดที่มีพลังิญญาอยู่
เพียงแต่พืชิญญาพวกนี้เชี่ยวชาญการซ่อนตัว คนทั่วไปไม่มีทางหาเจอหรอก
พืชิญญาระดับต่ำพวกนี้ แต่ก่อนเธอมองผ่านมันไปเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้...ถึงจะเป็แมลงเล็ก ๆ ก็ยังดีกว่าไม่มี
หลังจากที่มองดูพืชิญญาที่เติบโตงอกงามดีแล้ว เสิ่นจืออินก็นั่งขัดสมาธิฝึกฝนอยู่พักหนึ่ง
ผลลัพธ์จากการฝึกฝนตอนนี้มันดีกว่าตอนที่เพิ่งมาถึงตระกูลเสิ่นใหม่ ๆ เยอะเลย
ทันใดนั้นก็มีคนโทรเข้ามา
เป็ฉินเจิน
[ฉินเจิน ได้รับยาแล้วใช่ไหม? ถ้าได้รับแล้วอย่าลืมกินล่ะ ครั้งหน้าถ้า้ายาอะไรอีกก็ติดต่อมาได้เลยนะ]
เสียงเล็ก ๆ น่ารักน่าเอ็นดูของเสิ่นจืออินดังมาตามสายโทรศัพท์ทันทีที่ฉินเจินรับสาย
ไม่พูดถึงเื่นี้ก็ดีอยู่หรอก พอพูดขึ้นมาแล้วเขาก็นึกถึงตอนที่เพิ่งกลับห้องพักที่สำนักลาดตระเวน ดาบไม้เล่มหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่เขาทันที
ทำเอาเขาใแทบตาย คิดว่าเจอผีเข้าซะแล้ว
“ได้รับแล้ว แต่ทำไมดาบไม้ของเธอถึงบินได้ด้วยล่ะ?”
เขาตกตะลึงมาก แต่พอเขารับดาบไม้มาแล้วมันก็ไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย
เสิ่นจืออิน [อย่าลืมเอาดาบไม้มาคืนฉันด้วยนะ ฉันแปะยันต์ส่งมาให้เท่านั้น]
ที่แท้ก็เป็เพราะยันต์นี่เอง
ดาบไม้เล่มเล็กนี่ก็ดูน่ารักดี เสียดายที่ไม่ใช่ของเขา
หลังจากรู้สึกเสียดายอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็นึกถึงเื่สำคัญขึ้นได้
“จริงสิ คดีของไป๋เค่อเค่อมีความคืบหน้าแล้ว พวกเราจับคนร้ายตามภาพวาดได้แล้ว และจากเบาะแสของเขาทำให้รู้ที่อยู่บ้านของไป๋เค่อเค่อ แต่ปัญหาคือหมู่บ้านนั้นอาจเป็แหล่งกบดานของพวกค้ามนุษย์”
“แม่ของเธออาจถูกหลอกไปขายที่หมู่บ้านบนูเานั่น ดังนั้น ไป๋เค่อเค่อต้องรอให้พวกเรากวาดล้างพวกค้ามนุษย์พวกนั้นให้สิ้นซากก่อน ถึงจะได้เจอแม่”
เฉินเจินยิ่งกังวลเื่ความปลอดภัยของแม่ไป๋เค่อเค่อในตอนนี้
พวกค้ามนุษย์เป็พวกไร้มนุษยธรรม หากแม่ของไป๋เค่อเค่อถูกหลอกไปขายที่หมู่บ้านบนูเานั่นจริง ชีวิตของเธอคงไม่ดีแน่
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน ไป๋เค่อเค่อก็บินออกมาจากป้ายไม้ด้วยความร้อนใจ
“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ ไปหาแม่”
เสิ่นจืออินบอกความ้าของไป๋เค่อเค่อกับฉินเจิน
ฉินเจินอึกอัก “แต่ฉันจะพาเธอไปได้ยังไง?”
ถ้าเธอคลุ้มคลั่งขึ้นมา เธอคงไม่แยกแยะฝ่ายแน่
เสิ่นจืออินพูดว่า [ฉันไปด้วย ฉันจะพาไป๋เค่อเค่อไปด้วย]
ฉินเจินพูดว่า “คุณย่า ฉันจะไปจับคนลักพาตัวเด็ก พาเธอไปด้วยมันไม่เหมาะสมหรอก”
เสิ่นจืออินเบะปาก “งั้นคุณจะกับไป๋เค่อเค่อ หรือไปกับฉัน เลือกเอาอันใดอันหนึ่ง”
ฉินเจิน “...”
ระหว่างการถูกเพื่อนร่วมงานมองด้วยสายตาประหลาด ๆ เมื่อพาเด็กไปด้วย กับชีวิตน้อย ๆ ของเขา เขาก็ขอเลือกอย่างแรกแล้วกัน
แต่ตอนนี้ถึงเขาจะมีอำนาจบ้าง แต่ก็ไม่สามารถพาเด็กไปทำภารกิจอันตรายได้ตามใจชอบ
ดังนั้นฉินเจินจึงได้แต่ใช้ไม้ตายสุดท้าย
“ฮัลโหลพ่อครับ ผมเอง ขอคุยด้วยหน่อย...”
สุดท้ายฉินเจินก็โดนด่าเปิง แต่ด้วยการร้องขอและอธิบายอย่างน่าสงสาร ในที่สุดพ่อของเขาก็ใจอ่อน ยอมตกลงช่วยเหลือ
แต่มีข้อแม้ว่า หลังจากภารกิจนี้เสร็จสิ้น เมื่อเขากลับไปแล้วจะต้องยอมไปนัดดูตัวตามที่แม่เขาจัดให้
ฉินเจินทำหน้าบูดบึ้ง “บรรพบุรุษน้อย ฉันยอมเสียสละครั้งยิ่งใหญ่เพื่อเธอเลยนะ!”
วันปฏิบัติภารกิจ สายสืบที่ไปกับฉินเจินต่างมองเด็กน้อยที่สะพายขวดนมและกระเป๋าเป้ใบเล็กด้วยความเงียบงัน
เด็กหญิงตัวน้อยน่ารักน่าเอ็นดู ริมฝีปากแดงระเรื่อ ฟันขาวสะอาด บ่งบอกถึงชาติตระกูลที่ดี แต่...ไม่ว่าจะดูดีแค่ไหน ก็ไม่ควรมาอยู่ที่นี่
“ฉินเจิน อธิบายหน่อยสิ”
ฉินเจินตอบอย่างจริงใจ “ถ้าฉันบอกว่าเธอเป็ยอดฝีมือ พวกนายเชื่อไหม?”
ทุกคนต่างคิดในใจ… ‘ฉินเจินมองพวกเขาว่าเก่งบ้างไหม?’
ฉินเจินลูบหน้าตัวเองเบา ๆ ก่อนจะอุ้มเสิ่นจืออินขึ้นมา “ไปกันเถอะ เื่นี้หัวหน้าอนุมัติแล้ว ฉันจะเป็คนรับผิดชอบความปลอดภัยของเธอเอง”
“เหลวไหล พวกเรากำลังจะไปปฏิบัติภารกิจนะ พาเธอไปด้วยแบบนี้ได้ยังไง!”
ฉินเจินตอบกลับไปว่า “ฉันคิดไว้แล้ว ตอนนั้นฉันจะปลอมตัวเป็นักท่องเที่ยวที่พาลูกสาวไปเที่ยวูเา พอเห็นเด็ก พวกมันจะลดความระแวงลง”
เสิ่นจืออินพยักหน้า “หนูจะให้ความร่วมมือค่ะ”
“ไม่ได้ มันอันตรายเกินไป พวกเรากำลังจะไปจับคนร้าย เป็ไปไม่ได้ที่จะให้เด็กตัวเล็ก ๆ ไปเสี่ยง อย่างนั้นพวกเราสายตรวจจะกลายเป็อะไร”
“นั่นไม่ใช่เด็กที่เก่งเื่ต่อสู้หรอกเหรอ?”
ดูเหมือนจะมีสายตรวจคนหนึ่งจำเสิ่นจืออินได้
ก่อนหน้านี้ คดีมั่วสุมเสพยาในบาร์ก็เป็เด็กผู้หญิงคนนี้ที่แจ้งความ แถมยังจัดการพวกคนเสพยาจนร้องเสียงหลงอีกด้วย
“อะไรนะ?”
ฉินเจินอุ้มเสิ่นจืออินขึ้นรถทันที
“ขึ้นรถก่อน พวกเรารีบอยู่ อย่าไปเสียเวลากับเื่ไร้สาระพวกนี้เลย”
สายตรวจรุ่นเก่าหลายคนแทบอยากจะด่าฉินเจินออกมาดัง ๆ
ระหว่างทางก็ทำท่าทางไม่สบอารมณ์ใส่เขาตลอด
จริง ๆ แล้วพวกเขามองฉินเจินในแง่ดีมาตลอด ถึงแม้บางครั้งเ้าเด็กนี่จะทำอะไรไม่ค่อยเข้าท่า แต่ความสามารถของเขาก็เป็ของจริง
แต่ตอนนี้พวกเขามองฉินเจินด้วยความไม่พอใจเท่าไรนัก!