แสงอรุณอุ่น ๆ ของเช้าวันใหม่ทอแสงรำไรผ่านม่านหมอกลงมายังเรือนกระจกส่วนตัว หลีเฮงยืนอยู่ข้างเตียงหยก เตรียมตัวจะก้าวเท้าเดินทางออกจากเรือนพักหลังจากเสร็จสิ้นการบำบัดรักษาครั้งใหญ่เมื่อคืนนี้ ทว่ายามที่จะต้องห่างกัน หลีเฮงกลับแสดงท่าทีอ้อยอิ่งอาลัยอาวรณ์กวนประสาทเป็ที่สุด
เขาก้มลงไปประกบริมฝีปากจูบลาหลินเสวี่ยเหยาอย่างนุ่มนวลชดช้อย ดึงดูดดื่มด่ำเนิ่นนานจนแก้มใสของเธอแดงก่ำ ร่างกายระหงเกร็งสะท้านเล็กน้อย มือหนาของหลีเฮงแอบเลื่อนต่ำลูบไล้บีบคลึงเนื้อสะโพกเต่งตึงของเธอผ่านเสื้อคลุมบางเบาอย่างแ่เบาเพื่อหยอกเย้าเล้าโลมส่งท้าย
“เสวี่ยเหยา... ยอดรัก ข้าไม่อยากไปจากห้องนี้เลยจริง ๆ จ้ะ” หลีเฮงกระซิบแ่ด้วยสายตากรุ้มกริ่มอาลัยอาวรณ์
หลินเสวี่ยเหยาแก้มร้อนฉ่า รีบผลักอกแกร่งของเขาออกเบา ๆ พลางดึงสาบเสื้อคลุมปิดให้เรียบร้อย “เ้าคนลามก... รีบไปเรียนได้แล้ว! หากคนอื่นมาเห็นจะดูไม่ดี” ถึงน้ำเสียงจะดุแต่แววตาสั่นระริกกลับเปี่ยมด้วยความหวานซึ้งที่รักเขาเข้าเต็มอก หลีเฮงยิ้มกริ่มโบกมือลา เดินผิวปากออกจากคฤหาสน์ของนางอย่างอารมณ์ดี
เมื่อหลีเฮงมาถึงลานฝึกใต้ดินของห้อง F เขาก็พบกับลี่อวี่และซูเมิ่งที่มารออยู่ก่อนแล้ว อาจารย์หลัวเจินยืนกระดกสุราอยู่ข้างลานฝึก สายตาหันมาจ้องมองทั้งสามคน
“พวกเ้าทำได้ดีในการซ้อมรบครั้งก่อน ทว่าการประสานงานยังสามารถพัฒนาได้มากกว่านี้” อาจารย์ชรากล่าวแนะนำเทคนิค “วันนี้ข้าจะให้พวกเ้าสามคนฝึกซ้อมกันเองเพื่อความเข้าขา ฝึกสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งเข้าทำคอมโบให้ลื่นไหลที่สุด”
ตลอดการฝึกซ้อม หลีเฮงทำหน้าที่ซัพพอร์ตคอยกระตุ้นชีพจรให้สองสาวอย่างต่อเนื่อง ทว่าระหว่างการฝึก เขากลับฉวยโอกาสเล็ก ๆ น้อย ๆ หยอกเย้าแบบหมาหยอกไก่ ทั้งกดจุดสะโพกเย้าหยอกลี่อวี่ให้ตัวสั่น หน้าแดง และแตะััเอวคอดของซูเมิ่งให้สะดุ้งอายพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมา ทว่าเขาไม่ได้ล่วงเกินอะไรเกินงาม ทำให้สองสาวได้แต่ค้อนขวับตวาดดุแก้เขิน
ทว่า ในขณะที่เขาทดลองโคจรปราณสนับสนุนผ่านการนวดกระตุ้น หลีเฮงกลับพบว่าทักษะ Passive ‘ลมหายใจยั่ว์’ ที่เพิ่งปลดล็อกมานั้น กลับไม่มีร่องรอยของการเปิดใช้งานหรือแผ่ผลลัพธ์ออกเลยแม้แต่น้อย
‘เอ๋... สกิลลมหายใจยั่ว์ไม่ทำงานแฮะ?’ หลีเฮงขมวดคิ้วสงสัย ก่อนที่หน้าต่างแจ้งเตือนระบบจะชี้แจงขึ้นมาในหัว
> [คำชี้แจงระบบ: ทักษะ Passive ‘ลมหายใจยั่ว์’ จะทำหน้าที่กระตุ้นประสาทและทวีคูณการบำเพ็ญคู่เฉพาะกับผู้ที่เป็ ‘คู่บำเพ็ญร่วมประสานหยินหยาง’ อย่างแท้จริง และมีคุณสมบัติระดับพร์ Rank A ขึ้นไป (A, S, SS, SSS) เท่านั้น!]
‘อย่างนี้นี่เอง... มิน่าล่ะถึงใช้กับลี่อวี่ (Rank C) หรือซูเมิ่ง (Rank D) ที่ไม่ได้ผ่านการประสานรักร่วมบำเพ็ญไม่ได้ผล สตรีระดับ SSS อย่างเสวี่ยเหยานี่เป็ยอดของวิเศษจริง ๆ!’ หลีเฮงยิ้มในใจคิดวิเคราะห์
หลังจากซ้อมเสร็จสิ้น อาจารย์หลัวเจินเดินก้าวเท้าเข้ามาหานักเรียนทั้งสาม ใบหน้าของเขาค่อนข้างจริงจัง
“อีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า สถาบันจะจัดการแข่งทีมเก็บคะแนนความสามารถของแต่ละห้องเรียน หากทีมพวกเ้าสามารถคว้าชัยชนะมาได้ ห้อง F ของเราจะได้รับการจัดสรรทรัพยากรบำรุงและโอสถฝึกฝนเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ ห้ามทำให้ข้าขายหน้าเด็ดขาด!”
“รับทราบค่ะอาจารย์!” ลี่อวี่และซูเมิ่งตอบรับอย่างฮึกเหิมเปี่ยมล้นความหวัง
ขณะที่ทุกคนกำลังพักผ่อนอยู่นั้น ต้ากัง ศิษย์ชายร่างบึกบึนที่โดนทักษะอุ้งมือมารจนติดสถานะ ‘จู๋เหี่ยว’ เมื่อวานนี้ ก็เดินเข้าหาหลีเฮงด้วยท่าทางหวาดหวั่นน้ำตาคลอเบ้า มือสองข้างกุมเป้ากางเกงสั่น ๆ
“พี่เฮง... พี่เฮงสุดหล่อ ช่วยข้าทีเถอะครับ! ั้แ่เมื่อวาน... ตรงนั้นของข้ามันไม่รู้สึกอะไรเลย มันเหี่ยวแห้งสนิทเหมือนกิ่งไม้ตายซาก ข้าจะไม่มีผู้สืบทอดตระกูลแล้วครับพี่เฮง ช่วยนวดคลายเส้นให้ข้าทีเถอะครับ!” ต้ากังร้องขออย่างน่าเวทนา
หลีเฮงลูบคางแกล้งทำสีหน้าเคร่งเครียด “อืม... อาการหนักเอาการนะเนี่ย มา ๆ ข้าจะลองนวดช่วยดูละกัน”
หลีเฮงให้ต้ากังนอนคว่ำแล้วแสร้งก้าวเข้าไปนวดคลึงกดจุดแถวสะโพกและบ่าของต้ากังอย่างจริงจัง ทว่าความจริงในใจเขารู้ดีว่า สกิลไม่ได้ทำอะไรเลย ทว่ากะเวลาดูแล้ว เอฟเฟกต์ ‘จู๋เหี่ยว’ 24 ชั่วโมงกำลังจะหมดเวลาลงพอดิบพอดี!
ไม่กี่นาทีต่อมา ต้ากังพลันเบิกตากว้าง สะดุ้งโหยงเมื่อรู้สึกถึงกระแสความร้อนระอุวูบวาบแล่นพล่านไปยังส่วนล่าง น้องชายของเขาที่เคยหลับสนิทไร้ความรู้สึกเริ่มแข็งตัวและมีเรี่ยวแรงผงาดง้ำค้ำฟ้ากลับมาเป็ปกติอีกครั้ง!
“โอ้ววว! ์! พี่เฮง! มันแข็งแล้วครับ! มันกลับมาแข็งปั๋งแล้ว! ขอบคุณพี่เฮง! ท่านเป็ผู้มีพระคุณสูงสุดของข้าเลย!” ต้ากังดีใจสุดขีดลุกขึ้นกอดขาหลีเฮงพลางขอบอกขอบใจยกใหญ่ นักเรียนคนอื่น ๆ พากันขบขันครื้นเครง หลีเฮงได้แต่พยักหน้ารับอย่างหน้าหนา “อืม... เื่เล็กน้อย คราวหลังก็อย่ามาหาเื่ข้าอีกล่ะ”
---
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของสถาบันหลงเหมิน
อาจารย์หลัวเจินกำลังนั่งเจรจากับ ‘ผู้อำนวยการกู้’ ผู้นำสูงสุดของสถาบันหลงเหมิน ทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียดดุจแผ่นศิลา
“หลัวเจิน... เ้ากำลังจะบอกข้าว่า เด็กหนุ่ม Rank F หลีเฮงนั่น มีความสามารถพิเศษในการรักษารักษาเส้นชีพจรที่แหลกสลายของเ้าให้เริ่มขยับได้งั้นเรอะ?” ผู้อำนวยการกู้ขมวดคิ้วถามอย่างแทบไม่เชื่อหู
“ใช่กู้เฒ่า ข้าทดลองด้วยตัวเองแล้ว ััผ่อนคลายของเขาไม่ใช่ของธรรมดา มันเข้าคู่กับการทะลวงจุดชีพจรได้อย่างอัศจรรย์” หลัวเจินเอ่ยเสียงขรึม “ดังนั้นข้าจึงเสนอให้ลองส่งตัวเขาไปช่วยเหลือรักษารักษาร่างกายของ ‘เยี่ยหลัวอิน’ ดู”
ได้ยินชื่อนั้น ผู้อำนวยการกู้ถึงกับเบิกตากว้าง สูดหายใจลึกด้วยแววตาหวั่นเกรงเมื่อย้อนนึกถึงความทรงจำที่น่าสะพรึงกลัว
“เยี่ยหลัวอิน... ยอดอัจฉริยะพร์ SSS ‘มารรัตติกาลกลืนแสง’ ที่บัดนี้กำลังถูกพลังมารขัดแย้งตีกลับและโดนกักขังอยู่ในคุกค่ายกลระดับลึกนั่นน่ะรึ? หลัวเจิน... เ้าลืมไปแล้วหรือว่านางอันตรายขนาดไหน?! ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีก่อน ตอนที่พลังฝีมือของนางเพิ่งก้าวข้ามบรรลุระดับเริ่มต้น พลังมารในร่างของนางพลันเกิดตีกลับอย่างรุนแรงจนนางบ้าคลั่งไร้สติ อาจารย์ระดับ A ถึง 3 คนรุดเข้าไปช่วยกันรับมือกดดันหวังจะสยบนาง แต่กลับต้านทานความบ้าคลั่งของนางไม่อยู่เลยแม้แต่น้อย! สุดท้ายก่อนที่ข้าจะไปถึง... นางได้ลงมือสังหารศิษย์ระดับหัวกะทิที่มีพร์ระดับ S และ SS ตายคาที่ไปถึง 3 คน!”
ผู้อำนวยการกู้กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านเล็กน้อย “ตอนนั้นข้าจำต้องลงมือด้วยกำลังที่เหนือกว่าเพื่อสยบนางไว้และนำตัวไปกักขังลึกในค่ายกลเพื่อไม่ให้นางคลุ้มคลั่งออกมาทำร้ายคนอื่นอีก อาการาเ็ภายในและปราณมารตีกลับของนางรุนแรงและอันตรายมาก แม้แต่หมอโอสถชั้นสูงยังส่ายหน้าถอดใจ หากเ้าส่งหลีเฮงเข้าไป แล้วเกิดอะไรผิดพลาดจนนางคลั่งะเิพลังมารออกมา เ้าเด็กนั่นต้องตายอย่างไม่มีที่ฝังแน่!”
“ข้ารู้เื่นั้นดี” หลัวเจินเอ่ยเสียงนิ่งทว่าแววตาแน่วแน่ “แต่ถ้าไม่ยอมลองตอนนี้ ก็ไม่มีหนทางรอดสำหรับนางเช่นกัน ปราณมารที่กัดกินนางนับวันจะแกร่งกล้าขึ้น ค่ายกลของท่านก็คงจะขังนางได้อีกไม่นานหรอก และััผ่อนคลายของหลีเฮงอาจเป็กุญแจสำคัญเพียงหนึ่งเดียวที่รักษาช่องว่างแห่งความบ้าคลั่งนั้นได้”
ผู้อำนวยการกู้เงียบงันไปครู่ใหญ่ จ้องมองหน้าหลัวเจินอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะลอบถอนหายใจยาวอย่างช่วยไม่ได้ “...ตกลง ข้าจะอนุญาตให้ลองดู แต่เ้าต้องคุมตัวเขาไปด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด หากเกิดสัญญาณอันตรายใด ๆ เ้าต้องรีบพาเขาถอยออกมาทันที!”
เย็นวันนั้น ขณะที่หลีเฮงกำลังจะก้าวเท้าเดินออกจากลานฝึกสถาบันเพื่อมุ่งหน้ากลับหอพัก อาจารย์หลัวเจินก็เดินก้าวเข้ามาแตะบ่าของเขาจากด้านหลังด้วยแววตาคมกริบแฝงนัยสำคัญ
“หลีเฮง... ตามข้ามา ข้าจะพาเ้าไปที่แห่งหนึ่ง”
หลีเฮงเลิกคิ้วเล็กน้อยดวงตาส่อแววสงสัย ทว่าน้ำเสียงเฉียบขาดของอาจารย์ทำให้เขารู้ว่าเื่นี้ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้แน่นอน... เขายิ้มรับกวน ๆ พยักหน้าตกลง แล้วก้าวเท้าเดินตามอาจารย์ชราลึกลงไปในความมืดมิดของหอคอยส่วนลึกทันที