“เสิ่นจื่อโยว!เ้าหาเงินมากมายมาจากที่ใด?!” เสิ่นเฉี่ยวเหลียนร้องะโเสียงสูงด้วยความตื่นตระหนก
เป็ไปไม่ได้!นี่ต้องไม่ใช่เื่จริง!แม้แต่พันไป๋เหอก็ไม่สามารถหาเงินจำนวนมากมายเพียงนี้ในระยะเวลาอันสั้นแล้วเ้าผีแร้นแค้นเสิ่นจื่อโยวตนนี้จะทำได้อย่างไร
มิใช่ว่านางถูกพันไป๋เหอยกเลิกเบี้ยหวัดและอาหารการกินแล้วหรือ
เสิ่นจื่อโยวปรายตามองเสิ่นเฉี่ยวเหลียนเบาๆ รอยยิ้มบนใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
อ่า แน่นอนว่าบนใบหน้านางยังคงสวมผ้าคลุมหน้าเสิ่นเฉี่ยวเหลียนจึงเห็นสีหน้านางไม่ชัดเจน
ทว่าแค่ดวงตาก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เสิ่นเฉี่ยวเหลียนรู้สึกเดือดดาล
ในดวงตาคู่นี้ของเสิ่นจื่อโยวเสิ่นเฉี่ยวเหลียนสามารถเห็นคำเสียดสีและดูแคลน
เสิ่นจื่อโยวเป็เพียงเศษสวะที่ถูกตระกูลเสิ่นรังเกียจทอดทิ้งนางเอาความมั่นใจมาจากที่ใดถึงได้กล้าใช้สายตาเช่นนี้มองตน?!
เสิ่นเฉี่ยวเหลียนรั้งแขนของพันไป๋เหอไว้ทันทีนางกล่าวด้วยน้ำเสียงเข่นเขี้ยว “ท่านแม่นางต้องขโมยของในห้องบัญชีของพวกเราเป็แน่มิเช่นนั้นนางจะมีตั๋วเงินจำนวนมากได้อย่างไร”
ั์ตาของพันไป๋เหอเองก็ฉายประกายวาววาบนางยกมือปิดปากกล่าวด้วยเสียงไม่ยี่หระ “เสิ่นจื่อโยวหนอเสิ่นจื่อโยวข้าก็ว่าแล้วเชียวเหตุใดเ้าจึงแสดงอาการไม่แยแสเช่นนั้นกล่าวว่าแม้จะยกเลิกเบี้ยหวัดอาหารเครื่องนุ่งห่มของพวกเ้าสองแม่ลูกก็ไม่เป็ไรที่แท้ความสามารถของเ้าก็อยู่ตรงนี้ เป็คุณหนูใหญ่ของตระกูลเสิ่นดี ๆ ไม่ชอบริอาจเป็หัวขโมยเสียแล้ว”
ถ้อยคำถากถางของพันไป๋เหอนี้เสียงดังกังวานเป็อย่างยิ่งราวกับเกรงว่าผู้อื่นจะไม่ได้ยินนี่จึงเป็การดึงดูดสายตาผู้คนไม่น้อย
กลุ่มคนเริ่มชี้ไปที่ร่างของเสิ่นจื่อโยวและซูหวั่นเยว่พลางซุบซิบนินทา
“พันไป๋เหอ เ้ากล่าวเหลวไหล!เงินเหล่านี้เสี่ยวโยวหามาได้ด้วยตนเอง เกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลเสิ่น!”
ซูหวั่นเยว่โมโหแล้วนางยอมไม่ได้ที่จะให้ผู้ใดมารังแกบุตรสาวของตน ที่สำคัญยังสาดน้ำสกปรกใส่ร่างลูกสาวนาง!
“อย่าได้กล่าวอะไรน่าขันอีกเลยเศษสวะที่ไหล่ไม่อาจหามมือไม่อาจแบกสิ่งของคนหนึ่งให้ไปทำงานกุลีผู้อื่นก็มีแต่จะนึกรังเกียจว่าไร้ประโยชน์มีหรือจะทำงานหาเงินจำนวนมากเช่นนี้ได้” เสิ่นเฉี่ยวเหลียนแค่นเสียงหยัน
“เสิ่นเฉี่ยวเหลียนเ้าไร้ซึ่งความสามารถแต่ใช่ว่าผู้อื่นจะไม่มี ข้าขอแนะนำเ้าสักหน่อย ไม่ว่าเื่ใดก็อย่ากล่าวให้รัดตนจนเกินไปมิเช่นนั้นหากเ้าต้องตบปากตัวเองคงดูไม่ดีแล้ว”
เสิ่นจื่อโยวกล่าวด้วยรอยยิ้มสงบนิ่ง
ครั้นเห็นท่าทางเรียบเฉยของเสิ่นจื่อโยวเสิ่นเฉี่ยวเหลียนก็บังเกิดความไม่มั่นใจขึ้นมาหลายส่วน.
หรือเสิ่นจื่อโยวจะมีลู่ทางหาเงินจริงๆ?
“เช่นนั้นเ้าลองกล่าวมาสิว่าแท้จริงแล้วเ้าหาเงินจำนวนมากเช่นนี้มาได้อย่างไร” เสิ่นเฉี่ยวเหลียนถามขึ้นอย่างไม่ยอมลดละ
“เหตุใดข้าจึงต้องบอกเ้า” เสิ่นจื่อโยวเลิกคิ้วขึ้นด้วยท่าทีผ่อนคลาย
“ฮ่า!ที่เ้าไม่กล้าบอกพวกเราเป็เพราะวิธีการหาเงินของเ้าไม่ถูกต้องตามครรลองใช่หรือไม่” เสิ่นเฉี่ยวเหลียนรู้สึกว่าตนเองสามารถจับพิรุธของเสิ่นจื่อโยวได้แล้วทันใดนั้นนางก็เริ่มมั่นใจขึ้นอีกครา
“อ้อ? เช่นนั้นเ้ากล้าพนันกับข้าหรือไม่”
ั์ตาดำขลับทั้งคู่ของเสิ่นจื่อโยวจับจ้องมายังเสิ่นเฉี่ยวเหลียนพาให้ใจนางสั่นสะท้าน
นางพลันคิดถึงการเดิมพันของเสิ่นเชียนซีและเสิ่นจื่อโยวในวังหลวงคราก่อนเสิ่นเชียนซีแพ้ได้อย่างน่าสังเวชยิ่งนัก
ครานี้เสิ่นจื่อโยวก็้าเดิมพันอีกครั้ง!
เสิ่นเฉี่ยวเหลียนขลาดกลัวในขณะนั้นนางจึงไม่กล้าตอบรับ
พันไป๋เหอเห็นความขลาดกลัวในดวงตาของเสิ่นเฉี่ยวเหลียนก็ได้แต่ลอบก่นด่าในใจ...พวกไร้ประโยชน์!
นางลุกขึ้นมองเสิ่นจื่อโยวด้วยสายตาเ็าแล้วกล่าว “ข้าจะวางเดิมพันกับเ้า”
“ตกลง เช่นนั้นสัญญาเดิมพันก็คือ...หากผู้ใดแพ้ผู้นั้นก็จะต้องถูกอีกฝ่ายตบหน้าสามครั้งเป็อย่างไร”
“เสิ่นจื่อโยวเ้าอย่าได้เหิมเกริมจนเกินไป!”ถูกผู้น้อยยื่นข้อเสนอเช่นนี้ออกมาพันไป๋เหอในฐานะแม่ใหญ่รู้สึกว่าใบหน้าของนางไร้เกียรติยิ่งนัก
“ตกลง...หรือไม่ตกลงท่านตัดสินใจเถิด” เสิ่นจื่อโยวยิ้มบางเบา
“ตกลง ข้ายอมวางเดิมพัน!ข้าจะดูสิว่าเ้าจะกล่าววาจาปลิ้นปล้อนอะไรออกมาได้!”พันไป๋เหอกล่าวด้วยเสียงเข่นเขี้ยว
นางคิดว่าเสิ่นจื่อโยวต้องสรรหาเหตุผลต่างๆ มาแก้ต่างตลบตะแลงเป็แน่ เพียงนางกัดฟันกล่าวว่าเสิ่นจื่อโยวเป็ขโมยน้ำครำที่เปรอะเปื้อนอยู่บนร่างเสิ่นจื่อโยวนี้ต่อให้ชะล้างอย่างไรก็ล้างไม่ออกแล้ว
เสิ่นจื่อโยวปรายตามองนางเบา ๆริมฝีปากแดงภายใต้ผ้าคลุมหน้ายกหยัก
นางไม่ได้เป็เช่นที่พันไป๋เหอคาดการณ์ไว้ที่จะสรรหาหลักฐานมากมายมาแก้ต่างความบริสุทธิ์ของตนเอง
เสิ่นจื่อโยวเพียงขอยืมโต๊ะตัวหนึ่งจากหลงจู๊จากนั้นจึงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่ง พู่กันด้ามหนึ่ง และขวดผงชาดแดงขวดหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ
เสิ่นจื่อโยวยกพู่กันขึ้นก่อนป้ายผงชาดแดง
ในขณะที่เสิ่นจื่อโยวจรดพู่กันลงไปฉับพลันกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของนางก็แปรเปลี่ยนเป็ดุดันรุนแรงอย่างไม่อาจเปรียบพู่กันของนางเคลื่อนไหวไปมาบนกระดาษเกิดเป็ภาพงูภาพั บางคราก็เนิบช้าบางคราก็รวดเร็วว่องไวราวกับการร่ายรำอันสง่างามบนแผ่นกระดาษ
นี่เสิ่นจื่อโยวกำลังเล่นลูกไม้อะไร
พันไป๋เหอจ้องมองภาพนั้นนิ่งไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงไร้ความมั่นใจขึ้นมา
พู่กันสุดท้ายถูกตวัดเสิ่นจื่อโยวพรูลมหายใจแช่มช้า
นางหยิบแผ่นยันต์ขึ้นมาด้วยท่วงท่าสง่างามนางคีบมันไว้ระหว่างนิ้ว แกว่งไกวไปมาเบื้องหน้าพวกพันไป๋เหอ
“รู้หรือไม่ว่านี่คือสิ่งใด”
“เ้า เ้าเป็ผู้ใช้ยันต์?!” เสิ่นเชียนซีได้สติอย่างรวดเร็วดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างอย่างเหลือจะเชื่อ
“ถูกต้อง เสิ่นเชียนซีเ้าเคยถามข้ามาตลอดมิใช่หรือว่าข้าเป็นักเวทิญญาหรือไม่ ยามนี้ข้าจะบอกกับเ้าแต่ไรมาข้าก็ไม่ใช่นักเวทิญญา สถานะที่แท้จริงของข้าก็คือ...ผู้-ใช้-ยันต์”เสิ่นจื่อโยวยิ้มอย่างมาดร้าย
ดวงตาของเสิ่นเชียนซียิ่งเบิกกว้างขึ้นประหนึ่งเห็นผี
“เป็ไปไม่ได้! เหตุใดเ้าจึงเปลี่ยนเป็ผู้ใช้ยันต์ขึ้นมากะทันหันในอดีตเ้ายังเป็เพียงคนสติวิปลาสคนหนึ่งมิใช่หรือ?!” เสิ่นเฉี่ยวเหลียนะโเสียงกร้าว“ยันต์ในมือของเ้าต้องเป็ของปลอมแน่นอน มันย่อมไร้ซึ่งอานุภาพอันใด!”
“อ้อ? เช่นนั้นเสิ่นเฉี่ยวเหลียนเ้า้าทดสอบอานุภาพของมันหรือไม่”เสิ่นจื่อโยวปรายตามองนางพลางเอ่ยถาม
“ข้า...ข้า...”
เสิ่นเฉี่ยวเหลียนไม่เชื่อว่ายันต์ในมือของเสิ่นจื่อโยวจะสามารถใช้การได้แต่หากจะให้นางทดสอบจริงนางก็ไม่กล้า
“เ้าไม่ตอบ เช่นนั้นข้าจะถือว่าเ้าตกลงแล้ว”
เสียงของเสิ่นจื่อโยวเพิ่งสิ้นสุดนางก็สะบัดยันต์ในมือออกไป!
“ไม่!” เสิ่นเฉี่ยวเหลียนทันเอ่เพียงยหนึ่งคำก็ถูกยันต์ะเิจนตัวลอย
ปัง!
ยันต์ะเิบนร่างของเสิ่นเฉี่ยวเหลียนจนทำให้ร่างของนางกระเด็นออกไปอย่างรวดเร็วก่อนตกลงบนพื้นอย่างแรง
“เฮือก”เสิ่นเฉี่ยวเหลียนกระอักเืสดออกมา น้ำหูน้ำตาไหลพรู
เจ็บ...ในฐานะคุณหนูสามแห่งตระกูลเสิ่นแต่ไรมานางไม่เคยได้ลิ้มรสความเ็ปเช่นนี้มาก่อน...
เสิ่นจื่อโยวก้าวไปยังข้างกายนางช้า ๆย่อตัวลงก่อนจะกล่าวเน้นย้ำออกมาทีละคำ “เสิ่นเฉี่ยวเหลียนนี่ถือเป็การตอบแทนเ้า ขอบคุณสำหรับ ‘การดูแล’ ใน่หลายปีที่ผ่านมาของเ้าหากไม่มีเ้าก็คงไม่มีข้าในวันนี้”
ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมนั้นเสิ่นเฉี่ยวเหลียนเป็ผู้ที่รังแกเด็กโง่คนนี้บ่อยครั้งที่สุด
อีกฝ่ายไม่เพียงรังแกด้วยมือของตนเองแต่ยังสั่งให้พวกบ่าวไพร่รังแกนางอีกด้วย
ราวกับในสายตาของเสิ่นเฉี่ยวเหลียนความเ็ปของเสิ่นจื่อโยวเด็กโง่คนนี้ก็คือความสุขของนาง
เสิ่นเฉี่ยวเหลียนมองเสิ่นจื่อโยวั์ตาหรี่เล็กลงด้วยความขลาดกลัว
เสิ่นจื่อโยวคลี่ยิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ช้าไม่เร็ว “วางใจเถิด ขอเพียงข้ายังอยู่ในตระกูลเสิ่นวันหนึ่งสิ่งที่เมื่อก่อนพวกเ้าเคยติดค้างข้าไว้ข้าก็จะเรียกคืนกลับทีละสิ่ง”
เสิ่นเฉี่ยวเหลียนสลบลงไปแล้วนางทั้งเ็ปและใ
ในดวงตาของเสิ่นจื่อโยวทอแสงมืดดำ
นางยืดตัวขึ้นหันไปมองเสิ่นเชียนซีและพันไป๋เหอมุมปากยกหยักขึ้นน้อย ๆ
“ถึงเวลาของพวกเ้าแล้ว”
ทั้งพันไป๋เหอและเสิ่นเชียนซีต่างถูกกลิ่นอายอำมหิตอันเข้มข้นของเสิ่นจื่อโยวทำให้ตื่นใจนก้าวถอยไปก้าวหนึ่งพวกนางสะดุดกับธรณีประตูจนเกือบล้มลง