หลังจากที่แกล้งสาวใช้ในจวนเพื่อสงบสติอารมณ์ไม่ให้สติแตกและคิดถึงคนในที่ๆจากมาเป็เวลากว่าหลายวัน หลังจากที่สงบใจได้แล้ว มู่อันหลานเลยมานั่งขบคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีอยู่ริมหน้าต่างห้องของเธอ สาวเ้านั่งมองสวนดอกไม้และฟังเสียงน้ำไหลพรางคบคิดวางแผนว่าจะทำอย่างไรต่อไป เมื่อไม่กี่วันก่อนอันหลานเพิ่งรู้ว่าเธอมีคู่หมั่นคู่หมายเป็ถึงอ๋องสามผู้กุมกองทหารชายแดนไว้ในมือและกำลังจะแต่งงานเมื่ออันหลานอายุครบสบหกปี การที่ต้องแต่งงานนั้นเธอก็ไม่ได้ติดขัดอะไรหรอกเพราะยังไงมันก็เป็เื่ธรรมดาอยู่แล้วแต่สิ่งที่รับไม่ได้จริงๆเลยคือ อายุในการแต่งงานของคนที่นี้เธอรู้สึกว่าอายุสิบหกยังเด็กเกินไป และชาติก่อนเธอป่วยเลยออกไปเที่ยวไหนไม่ได้ ชาตินี้ยังจะติดแหงกอยู่ในจวนแต่งงานมีครอบครัวั้แ่อายุยังน้อยๆ
“ไม่ๆจะเป็อย่างนั้นไม่ได้” เธอพูดขึ้นพรางสายหัวพร้อมทำหน้าไม่ยอมง่ายๆ สาวใช้ที่คอยปรนนิบัติก็พลอยทำหน้างงด้วยว่าคุณของตนคิดอะไรอยู่ใบหน้าของผู้เป็นายนั้นเปลี่ยนไปมาน่าฉงนยิ่ง ครั้นจะถามก็กว่าคุณหนูของตนจะไม่พอใจด้วยรู้กิติศัพท์ของคุณหนูดีเมื่อนางโมโหจะเป็เช่นไรทางที่ดีควรสงบปากสงบคำดีกว่าอย่าหาเื่ใส่ตัวเพราะความอยากรู้เลย เมื่อคิดได้ดังนั้นสาวใช้ก็ก้มหน้าลงไม่สงสัยให้มากความ
“ควรวางแผนต่อไปอย่างไรดีนะ ตอนนี้ร่างนี้อายุสิบสามมีเวลาสามปีในการเตรียมตัว คิดสิ สมอง คิดสิ ฉันจะเริ่มวางแผนอะไรก่อนดีนะ” อันหลานย้อนนึกถึงนิยายที่ตนเคยอ่านหลายๆเล่มและนำกระดาษออกมาเขียนปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนทั้งในตอนนี้และอนาคตอย่างคราวๆด้วยภาษาไทยลายไก่เขี่ยของเธออย่างตั้งใจ ปัญหาที่อันหลานคิดออกตอนนี้ก็จะมีการแต่งงานที่กำลังจะมาถึงในอีกสามปีข้างหน้า การแต่งงานนี้เป็สมรสพระราชทานจะถอนหมั่นเองไม่ได้ จะต้องมีเหตุถึงจะขอถอนหมั่นได้ “ใช่ๆจะต้องมีเื่ถึงจะถอนมั่นได้ ก่อนอื่นจะต้องเก็บข้อมูลก่อนถึงจะวางแผนขั้นต่อไปได้” เมื่อสรุปได้แล้วเธอจึงหันไปถามสาวใช้ข้างกายเธอทันที
“ชิงหลัว คู่หมั่นข้าเป็คนเช่นไรหรือ” หลังจากที่คุณหนูอันหลานพูดอยู่คนเดียวได้สักพักก็หันกลับมาถามสาวใช้ข้างกาย