แสงสปอตไลต์นับสิบดวงและเสียงชัตเตอร์ที่ะเิรัวเป็ชุดเหมือนเสียงปืนกลยังคงตามมาหลอกหลอนฉันถึงในความฝัน ทุกครั้งที่ฉันหลับตา ภาพพายุแฟลชสีขาวสว่างวาบที่สะท้อนผ่านเลนส์กล้องของพวกปาปารัสซีจะฉายซ้ำๆ บีบคั้นจนฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมกับเหงื่อที่เปียกชุ่มแผ่นหลัง ข่าวลือแสนสกปรกและข้อกล่าวหาที่ไร้ความจริงเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของฉันกระพือพัดไปทั่วสังคมบันเทิงราวกับไฟลามทุ่ง เบื้องหน้ากล้อง... ฉันคือ 'ดาหวัน จิดาภา' ซูเปอร์สตาร์ดาราสาวอันดับต้นๆ ของประเทศผู้เปี่ยมด้วยความสง่างาม อ่อนหวาน และมีภาพลักษณ์ที่กราบไหว้บูชาได้อย่างไร้มลทิน แต่ในความเป็จริง ฉันเป็เพียงผู้หญิงอายุยี่สิบเจ็ดปีที่ถูกกักขังอยู่ในกรงทองของชื่อเสียง ถูกจับจ้องทุกย่างก้าว และสะสมความเครียดความกดดันเอาไว้จนร่างกายแทบจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ
"คุณหนูครับ... เราพ้นจากแนวรถตามของพวกนักข่าวแล้วครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและนิ่งสนิทของ 'อัค' หรือ 'อัครินทร์' เอ่ยขึ้นจากเบาะคนขับด้านหน้า ช่วยดึงสติของฉันให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน
ฉันเหลือบสายตาขึ้นมองภาพสะท้อนของเขาในกระจกมองหลัง อัครินทร์เป็บอดี้การ์ดส่วนตัวของฉันมาตลอดสามปีเต็ม เขาเป็ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำวัยยี่สิบเก้าปีที่มีบุคลิกเคร่งขรึม เงียบงันราวกับก้อนหิน และสวมสูทสีดำคัตติ้งเนี้ยบปกปิดร่างกายแกร่งกล้าอยู่เสมอ ใบหน้าของเขาคมเข้ม ดุดัน และไร้ความรู้สึกใดๆ ทว่าภายใต้ท่าทีที่แสนจงรักภักดีและรักษาระยะห่างอย่างเป็มืออาชีพนั้น ฉันกลับพบว่าตัวเองมักจะแอบสบตาและลอบมองแผ่นหลังกว้างของเขาอยู่บ่อยครั้ง ความเงียบขรึมและพละกำลังทางกายภาพอันล้นเหลือของอัครินทร์มีแรงดึงดูดทางเพศบางอย่างที่กระตุ้นความรู้สึกดิบเถื่อนในใจของฉันอย่างประหลาด มันเป็ความใคร่ต้องห้ามที่ฉันต้องสะกดกลั้นเอาไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งทระนงคุณหนูผู้สูงส่งมาโดยตลอด
"ขอบคุณมากนะอัค... ถ้าไม่ได้เธอ ฉันคงถูกพวกนั้นรุมทึ้งจนบ้าไปแล้ว" ฉันเอ่ยตอบพลางเอนหลังพิงเบาะหนังแท้ ปล่อยให้ดวงตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถที่เปียกชื้นด้วยละอองฝน
หลังจากข่าวฉาวโหมกระหน่ำ ฉันตัดสินใจขอร้องให้อัครินทร์ช่วยหาสถานที่กบดานที่ปลอดภัยและเป็ส่วนตัวที่สุดเพื่อหลบหนีจากสายตาของคนทั้งโลก และอัคก็ได้แนะนำให้ฉันรู้จักกับ 'คุณชานนท์' หรือ 'ลุงนนท์' สถาปนิกใหญ่ผู้มีชื่อเสียงระบือไกลในการออกแบบคฤหาสน์และที่พักส่วนตัวอัจฉริยะสำหรับมหาเศรษฐีและบุคคลระดับสูงที่้าความปลอดภัยขั้นสูงสุด ลุงนนท์เสนอวิลล่าส่วนตัวของเขาที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงชันท่ามกลางผืนป่าและสายหมอกหนาทึบของูเาทางภาคเหนือ วิลล่าที่ถูกขนานนามว่า 'The Glass Cliff Villa'
รถเอสยูวีคันหรูแล่นผ่านเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาท่ามกลางผืนป่าที่ทึบขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งม่านหมอกสีขาวหนาทึบลอยละล่องเข้ามาโอบล้อมตัวรถราวกับเรากำลังเดินทางเข้าสู่โลกอีกใบ และในที่สุด ยอดหน้าผาสูงชันก็ปรากฏโครงสร้างอาคารที่ทำให้ฉันต้องเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง
วิลล่ากระจกริมหน้าผาตั้งตระหง่านอยู่บนขอบผาหินที่ยื่นออกไปในอากาศ โครงสร้างหลักทำจากเหล็กกล้าสีดำและกระจกใสพิเศษบานั์ที่เปิดรับทิวทัศน์หุบเขาและม่านหมอกหนาแบบสามร้อยหกสิบองศา ดีไซน์ของมันชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังลอยตัวอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆและสายหมอกที่ขาวโพลน มันทั้งงดงาม ลึกลับ และหรูหราอย่างน่าทึ่ง สมชื่อเสียงของสถาปนิกใหญ่ผู้รังสรรค์มันขึ้นมา
เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าทางเข้า ร่างสูงใหญ่ของชายวัยห้าสิบสองปีก็ก้าวออกมารับพวกเรา ลุงนนท์ยืนยิ้มอย่างอบอุ่นอยู่ภายใต้ร่มคันใหญ่ เขาสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีเทาเข้มทับด้วยโค้ตยาวสีดำ ใบหน้าคมเข้มล้อมกรอบด้วยแว่นสายตากรอบเหล็กสีดำที่ขับให้เขาดูภูมิฐาน สุภาพเรียบร้อย และอ่อนโยนประหนึ่งผู้ใหญ่ใจดีคราวพ่อ ทว่ายามที่เขาขยับตัวประคองร่มให้ฉัน สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นคู้นั้นกลับตกลงมาสบประสานกับตาของฉันชั่วครู่ แววตาคมปลาบที่แฝงไปด้วยร่องรอยแห่งประสบการณ์ชีวิตและเสน่ห์ลึกลับของผู้ชายรุ่นใหญ่ทำเอาช่องท้องของฉันวูบวาบอย่างแปลกประหลาด
"ยินดีต้อนรับครับคุณดาหวัน เดินทางมาเหนื่อยๆ เข้าไปพักผ่อนข้างในก่อนนะครับ อากาศข้างบนนี้ค่อนข้างชื้นและเย็นจัดทีเดียว" ลุงนนท์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ทรงพลัง มีเนื้อเสียงหนักแน่นชวนให้รู้สึกปลอดภัยและเกรงใจในเวลาเดียวกัน
"สวัสดีค่ะอานนท์ รบกวนด้วยนะคะ" ฉันยกมือไหว้ทักทายอย่างนอบน้อม ขณะเดินเคียงข้างเขาเข้าสู่ภายในวิลล่า โดยมีอัครินทร์เดินถือกระเป๋าตามหลังมาเงียบๆ
ลุงนนท์นำทางพวกเราเดินชมวิลล่าอัจฉริยะแห่งนี้ ตัวบ้านถูกควบคุมด้วยระบบเทคโนโลยีทันสมัยสูงสุด แต่สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคือผนังกระจกใสพิเศษบานใหญ่รอบด้าน
"กระจกทุกบานในวิลล่านี้เป็กระจกอัจฉริยะ ครับคุณดาหวัน" ลุงนนท์เอ่ยอธิบายพลางกดยกเครื่องแท็บเล็ตในมือขึ้นสไลด์นิ้วเบาๆ "คุณสามารถควบคุมความโปร่งแสงของมันได้ตามใจชอบจากแท็บเล็ตนี้ หรือตั้งค่าให้ระบบตรวจจับสภาพแสงภายนอกเองก็ได้ ในเวลาที่หมอกลงจัดหรือเมื่อคุณ้าความเป็ส่วนตัว กระจกภายนอกจะเปลี่ยนสภาพเป็กระจกสะท้อนแสง ทันที คนภายนอกจะเห็นเพียงเงาสะท้อนของสายหมอกและขุนเขาเท่านั้น... ไม่มีทางมองเห็นสิ่งที่คุณกระทำอยู่ภายในนี้ได้อย่างเด็ดขาด"
เขาหยุดเดินและหันกลับมาสบตาฉันตรงๆ รอยยิ้มละมุนละไมฉายบนใบหน้า แต่สายตาคมกริบกลับกวาดมองเรือนร่างของฉันผ่านชุดเดรสไหมพรมรัดรูปสีขาวอย่างพึงพอใจ ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำเอาฉันรู้สึกร้อนวาบไปทั่วสรรพางค์กาย
"วิลล่ากระจกแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเก็บงำตัวตนที่แท้จริงของคุณครับ... กระจกทุกบานมีความลับ และที่นี่ ไม่มีใครมองเห็นคุณได้จากภายนอกหรอกครับ... ตราบใดที่คุณยังไม่ยอมเปิดเผยเื่ลับของตัวเองออกมา"
คำพูดกึ่งปริศนาของสถาปนิกใหญ่วัยคราวพ่อทำเอาฉันหน้าขึ้นสีระเรื่อ ความรู้สึกอึดอัดระคนปั่นป่วนในท้องน้อยแล่นริ้วขึ้นมาโดยไม่อาจห้ามได้ ฉันทำได้เพียงพยักหน้ารับและหลบสายตาคมคู้นั้นไปมองอัครินทร์ที่ยืนนิ่งสงบเป็รูปปั้นอยู่ด้านหลัง
หลังจากจัดการสัมภาระเรียบร้อย ลุงนนท์ก็ขอตัวไปพักผ่อนที่เรือนรับรองปีกซ้าย ปล่อยให้ฉันและบอดี้การ์ดส่วนตัวได้พื้นที่วิลล่าหลักตามสะดวก อากาศภายนอกเริ่มเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว สายหมอกหนาทึบลอยเข้ามาปะทะกระจกบานใหญ่จนทำให้บรรยากาศภายนอกขาวโพลนราวกับตกลงไปในมหาสมุทรสีนม มีเพียงความเงียบงันปนอบอุ่นของวิลล่าที่ห่อหุ้มพวกเราไว้
เมื่อค่ำคืนคืบคลานเข้ามา พายุฝนและม่านหมอกด้านนอกก็หนาทึบขึ้นจนมองไม่เห็นแม้แต่กิ่งไม้ที่ยื่นออกไปริมผา ฉันอยู่ในห้องนอนนอนกว้างขวางเตียงนอนสี่เสาขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ผนังห้องฝั่งหน้าผาทำจากกระจกใสบานั์ที่เวลานี้สะท้อนเงาของฉันกลับมาอย่างชัดเจนเนื่องจากระบบ ทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อแสงภายนอกมืดลง
ฉันถอดชุดเดรสไหมพรมตัวหนาออก เหลือเพียงชุดนอนเสื้อคลุมผ้าไหมซาตินสีแชมเปญบางเบาคลุมทับแพนตี้ลูกไม้สีขาวตัวจิ๋วที่บีบรัดเนินเนื้ออวบอิ่ม ความเงียบสงบที่ปราศจากสายตาผู้คน ปราศจากเลนส์กล้องของนักข่าว ทำให้ฉันรู้สึกถึงอิสรภาพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ร่างกายของฉันผ่อนคลายลง แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกกดดันและความเครียดที่สั่งสมมานานก็แปรเปลี่ยนเป็กระแสความ้าทางเพศอันรุ่มร้อนกระวนกระวายที่ปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ฉันเดินเข้าไปใกล้ผนังกระจกบานใหญ่ จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก... ดาราสาวสวยผู้สมบูรณ์แบบที่ผู้คนต่างชื่นชม บัดนี้กำลังยืนอยู่ในสภาพกึ่งเปลือยเปล่า แววตาของฉันฉายประกายร่านร้อนอย่างปิดไม่มิด มือเรียวของฉันค่อยๆ แกะสายรัดเอวของเสื้อคลุมซาตินออก ปล่อยให้สาบเสื้อแยกออกจากกัน เผยให้เห็นเนินอกขาวสล้างอวบอิ่มและยอดปทุมถันสีหวานชูชันท้าทายสายลมหนาวภายนอกที่ปะทะหน้าต่างกระจก
"อึ๊ก..." ฉันครางเครือในลำคอเบาๆ ยามที่ฝ่ามือเย็นเยียบของตัวเองัับีบเค้นเต้าเต่งตึงของตนเอง ความอุ่นวาบแล่นพล่านจากยอดอกลงสู่ท้องน้อยทันทีอย่างรวดเร็ว ฉันหลับตาพริ้ม บดคลึงยอดอกแกร่งตัวเป็ไตเบาๆ ร่างกายบิดเร้าด้วยความเสียวซ่านที่โหยหามานาน
ในสมองของฉันพลันปรากฏภาพใบหน้าคมเข้มดุดันของอัครินทร์ บอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าห้องพักในเวลานี้ ภาพจินตนาการดิบเถื่อนแล่นเข้ามาในหัว... ฉันอยากให้มือที่บีบเค้นเต้าอกของฉันไม่ใช่ฝ่ามือบางๆ ของตัวเอง แต่เป็ฝ่ามือหนาหยาบกร้านของอัครินทร์ที่บีบกระชากเนื้อนุ่มอย่างรุนแรง อยากถูกเขากดร่างแนบกระจกใสบานั์นี้ บังคับข่มเหงให้ฉันสยบยอมต่อพละกำลังแกร่งกล้าของเขาจนต้องครางเสียงหวานเรียกชื่อเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"อัค... อัคคะ... อ๊า..." ฉันพร่ำเพ้อเรียกชื่อบอดี้การ์ดหนุ่มเสียงระเส่าหวานหยาบโลน นิ้วเรียวของฉันเลื่อนต่ำลงใต้ขอบแพนตี้ลูกไม้สีขาว สอดแทรกนิ้วเข้าสู่ร่องเนื้อชุ่มฉ่ำที่เวลานี้เปียกชื้นเยิ้มแฉะไปด้วยน้ำหวานร้อนรุ่ม นิ้วกลางเขี่ยสะกิดปุ่มเสียวสีชมพูรัวเร็ว ร่องบอบบางบิดส่ายสะโพกแอ่นโค้งรับนิ้วตัวเองสั่นระริกริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่
โดยที่ฉันไม่มีวันรู้เลยว่า... เื้ัเงาสะท้อนกรงกระจกบานใหญ่ที่ฉันคิดว่าเป็พื้นที่ส่วนตัวนั้น มันคือห้องควบคุมระบบซ่อนเร้นที่มีร่างของชายสองคนยืนจับจ้องอยู่!
ภายในห้องสังเกตการณ์ที่มืดสนิทและกั้นด้วยกระจกบานใหญ่ แสงไฟสลัวจากหน้าจอระบบควบคุมส่องสว่างกระทบใบหน้าของผมและ 'อัครินทร์' บอดี้การ์ดหนุ่มที่กำลังยืนเกร็งตัวแน่นจนเส้นเืปูดโปนตามแนวขากรรไกร
ภาพตรงหน้าพวกเราคือร่างนวลนางสะคราญตาของดาราสาวอันดับหนึ่ง 'ดาหวัน จิดาภา' ที่กำลังยืนแหงนหน้าครางกระเส่าแอ่นอกส่ายสะโพกช่วยตัวเองพิงกระจกบานั์อย่างลืมตัว ผนังกระจกบานนี้สูงจากระดับพื้นสายตาพอดี ทำให้ภาพกลีบเนื้อชุ่มฉ่ำน้ำรักเยิ้มสีหวานและนิ้วมือเรียวที่ขยับสอดแทรกสะกิดจุดเสียวของเธอฉายชัดเต็มสองตาในระยะห่างไม่ถึงคืบ เสียงหวานระเส่าครางเรียกชื่อ "อัค... อัคคะ..." ดังเล็ดลอดผ่านระบบส่งสัญญาณเสียงไร้สายที่ผมฝังไว้รอบห้องนอนดังก้องกังวานในความมืด
ผมเหยียดยิ้มเ้าเล่ห์ใต้กรอบแว่นสายตาสีดำ ละสายตาจากภาพแม่เสือสาวร่านร้อนหันมาจ้องมองบอดี้การ์ดหนุ่มข้างกายที่เวลานี้ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ แผงอกกว้างภายใต้เสื้อสูทสีดำขยับขึ้นลงรุนแรงเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ใคร่ดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด ั์ตาของอัครินทร์เบิกกว้างสั่นระริกจ้องมองเรือนร่างคุณหนูของตนอย่างไม่กะพริบตา และกางเกงสูทของเขาก็เป้ากางเกงโป่งนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"คุณหนูแสนสุภาพเรียบร้อยที่เธอคอยคุ้มกันมาสามปี... ตอนนี้กำลังยืนถ่างขาครางเรียกชื่อเธออย่างน่าสมเพชอยู่ริมกระจกนั่นเห็นไหมอัค?" ผมเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลัง บดขยี้ความอดกลั้นสุดท้ายของชายหนุ่มรุ่นน้อง "เธอปกป้องเธอจากแสงแฟลชและสายตาคนอื่นมานาน... แต่ตอนนี้เธอจะหักห้ามใจปล่อยให้เด็กดีต้องทรมานกับความเสียวซ่านอยู่คนเดียวงั้นเหรอ?"
อัครินทร์กลืนน้ำลายดังอึก มือแกร่งของเขาขยับกำหมัดแน่นจนข้อต่อส่งเสียงลั่น สายตาจดจ้องมองกลีบเนื้อสีหวานของดาหวันที่กำลังขยับบดเบียดชุ่มฉ่ำน้ำรักผ่านแผ่นกระจกที่กั้นพวกเราไว้
"อานนท์... ผม..." น้ำเสียงของอัครินทร์สั่นเครือและแหบพร่าเต็มไปด้วยตัณหาร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
ผมหยิบคีย์การ์ดสีดำอัจฉริยะในกระเป๋าเสื้อโค้ตออกมายื่นไปตรงหน้าบอดี้การ์ดหนุ่ม พร้อมรอยยิ้มเสือร้ายผู้กุมกติกาเกมลับ
"คีย์การ์ดบานนี้จะเปิดประตูห้องกระจกของเธอ... เข้าไปทำหน้าที่อารักขาร่างกายและปรนเปรอความเสียวซ่านให้คุณหนูของเธอสิอัค อาอนุญาตให้เธอปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบทั้งหมดใต้สูทตัวนี้... ร่วมมือกับอาสอนบทเรียนสวาทในที่แจ้งริมผาให้เธอรู้จักคำว่าจำนนอย่างแท้จริง"
อัครินทร์จ้องมองคีย์การ์ดสีดำสลับกับภาพดาหวันที่เอานิ้วสอดร่องรักครางระเส่าสะโพกส่ายสะท้าน ั์ตาคมเข้มของบอดี้การ์ดหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็ความกระหายอยากและดิบเถื่อนอย่างเต็มขีดขั้น มือหนาแกร่งของเขาเอื้อมหยิบคีย์การ์ดสีดำจากมือของผมไปบีบไว้แน่นทันทีในความมืดสลัว... กติการะหว่างเ้านายและผู้ดูแลกำลังจะถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์แบบริมหน้าผาป่าหมอกแห่งนี้!