ตอนที่ 6 : ตัวจริงของเด็กหนุ่ม
โผล่มาในสถานการณ์ที่แย่สุด ๆ ไปเลย!
เห็นท่าทางไม่รู้สี่รู้แปดของเดลล์ แทนที่จะโล่งใจ โอฟีเลียกับไอชาเลยต้องเหงื่อตกกระวนกระวายเอาแทน เพราะดูยังไงเขาก็ไม่น่าเปลี่ยนสถานการณ์อะไรได้
กลับกันแล้ว... ทางเรกะเผยรอยยิ้มจนกว้างเลยทีเดียว
“คุณเดลล์...”
“ขอโทษที่ให้รอนะ”
เดลล์ยิ้มให้เรกะราวปลอบประโลม
...แต่สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันทีหลังเห็นอาการาเ็ของเธอ
“หายไปอยู่ไหนมาคะเนี่ย แล้วยังโผล่มาตอนนี้อีก คิดจะฆ่าตัวตายรึไงกันคะ!!!?”
ไอชาะโไล่หลังเดลล์ด้วยความหงุดหงิดและกังวล ถึงเขาจะเป็คนนิสัยน่าหมั่นไส้แต่ก็ไม่ใช่คนที่สมควรตาย
โอฟีเลียเห็นแล้วยิ่งขมวดคิ้วเข้าไปใหญ่ เธอรู้ว่าเดลล์เป็ประเภทที่ต้องฝืนเข้ามาช่วยคนอื่นต่อให้รู้ว่าไม่ไหวก็ตาม เหมือนกับเื่ที่เกิดขึ้นใน่กลางวัน
แต่เดลล์ก็ยังไม่สนใจ เขาหันไปมองเ้าสลอธหน้าตาเฉย
“อ่อ พอพูดเื่หายไปไหนมาก็นึกขึ้นได้” เดลล์ทุบมือนึกบางอย่างออก
“แกน่ะ เป็ปีศาจที่ถูกอัญเชิญมาใช่ไหม?”
เดลล์ชี้ไปทางเ้าสลอธ คำพูดของเขาสร้างความสับสนให้ทุกคน
ปีศาจ? อัญเชิญ? หมายความว่ายังไงกันน่ะ?
โอฟีเลีย ไอชาและเรกะงงงวย เลยเริ่มปรายตามองยอดนักสืบเดลล์หวังให้เขาแถลงไข
“เดาง่ายอะไรอย่างนี้... คิดวางแผนสร้างความวุ่นวายเพื่อดึงความสนใจใน่เทศกาล โดยใช้การอัญเชิญปีศาจไปป่วนเมือง แล้วตัวเองก็ไปทำเื่แย่ ๆ อย่างการขโมยของได้เนียน ๆ แผนกระจอกสมเป็โจรกระจอกจริงจริ๊ง!”
เดลล์พูดไปเดินเข้าไปใกล้เ้าสลอธเรื่อย ทำโอฟีเลียกับไอชาเป็ห่วง
แต่เื่ที่เขาพูดออกมาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะหมายความว่าคนร้ายเื้ัเหตุในครั้งนี้เป็แค่กลุ่มโจร
“แต่เอาเถอะ... ถึงไม่รู้ว่าใช้วิธีไหนอัญเชิญแกมา แต่ท่านเดลล์คนนี้ก็จับเ้าโจรพวกนั้นหมดแล้วล่ะนะ ฮะฮะฮะฮ่า!!!!”
เดลล์กอดอกหัวเราะดังลั่น ภูมิใจในตัวเองสุด ๆ
“โฮ่...”
สลอธได้ยินเื่ที่เดลล์ทำ มันยิ้มให้เขาราวกับตบรางวัลที่ตอบถูก
...แต่สำหรับโอฟีเลียกับไอชานั้น
แสดงว่า... พอเกิดเื่ขึ้นเขาก็เชื่อมโยงเื่ราวทั้งหมดด้วยตัวเอง จากนั้นก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อหยุดยั้งพวกโจรด้วยตัวคนเดียวเลยอย่างนั้นเหรอ!?
พวกเธอเก็บซ่อนความรู้สึกประหลาดใจไว้ไม่อยู่ ทั้งที่เดลล์ดูเป็คนไม่เอาอ่าวแท้ ๆ แต่เขากลับสามารถทำเื่ทั้งหมดนั้นได้ด้วยตัวคนเดียว
ปฏิกิริยาของเ้าสลอธเองก็สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานของเดลล์อีก
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ... ถึงความแข็งแกร่งของเดลล์จะไม่เท่าไร แต่เื่สมองนี้นับว่าน่าประทับใจ พวกเธอไม่รู้สึกแปลกใจแล้วที่เขาอยู่กิลด์เดียวกับเรกะ
ทว่า... ‘ความจริง’ยังไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยให้รอดพ้นสถานการณ์นี้ไปได้
รอยยิ้มแสยะและแววตาสีแดงของเ้าสลอธคือสิ่งยืนยันเื่นั้น
“แล้วไงล่ะ? จะบอกให้ข้าหยุดเพราะผู้อัญเชิญถูกจัดการไปแล้วเหรอ? ไม่มีวันซะหรอก!”
เ้าสลอธยังยิ้มแยกเขี้ยว ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ต้องหยุดสัญชาตญาณของตัวเองทั้งที่ได้รับอิสรภาพมา
รูปแบบของการอัญเชิญนั้นมีหลายวิธี แต่ถ้าแบ่งตามวิธีการยกเลิกจะมีอยู่หลัก ๆ สองแบบ คือเมื่อผู้อัญเชิญหมดสติหรือพ่ายแพ้ ปีศาจอัญเชิญจะหายไป หรือไม่เช่นนั้นปีศาจอัญเชิญก็จะเป็อิสระ
ซึ่งโดยปกติก็ควรจะใช้วิธีแรกเพื่อไม่ให้ปีศาจมีโอกาสสังหารผู้อัญเชิญ แต่จากที่เดลล์จัดการพวกโจรไปแล้วเ้าสลอธยังไม่หายไป จึงเป็ข่าวร้ายว่าเ้าพวกนั้นใช้วิธีที่สอง
ตอนนี้... เ้าปีศาจที่เป็ภัยพิบัติเดินได้นั้นถูกปลดโซ่ตรวนออกแล้ว มันกลายเป็สิ่งที่ไม่มีใครควบคุมได้อีก นี่คือฝันร้ายของทุกคนอย่างแท้จริง
“เอาเถอะ ก็กะไว้อยู่แล้วล่ะนะ”
แต่ไม่ใช่สำหรับเดลล์ เขายักไหล่รู้สึกไม่ผิดคาด แล้วเริ่มถอดผ้าคลุมตัวเองออก
“ฝากของหน่อยนะ”
“อ๊ะ!?”
เดลล์โยนเสื้อคลุมของตัวเองให้โอฟีเลีย
เดินเข้าประจันหน้ากับเ้าสลอธั์โดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว
หลังถอดเสื้อคลุมรุ่มร่ามออก... เดลล์อยู่ในชุดเสื้อสีขาวแขนสั้นรัดรูปจนเห็นกล้ามอกและซิกซ์แพคแน่น ๆ กางเกงสีดำยาวเองก็ดูโปร่งสบายคล่องตัว
และการถอดผ้าคลุมก็เผยสองสิ่งแปลกประหลาดที่ทำให้โอฟีเลียและไอชาจ้องไม่วางตา
หนึ่งคือรอยสักซับซ้อนบนหัวไหล่ซ้ายของเขา และอีกสิ่งคือปลอกคอประหลาดที่เขาสวม
แต่แทนที่จะเรียกว่าแปลกใจ พวกเธอรู้สึกใมากกว่า
เพราะมันคือสิ่งที่ทุกคนรู้จักดีแม้แต่ในหมู่พวกปีศาจ และมันไม่น่าพิศมัยเอาเสียเลย
“ฮะ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
เ้าสลอธเป็คนแรกที่มีปฏิกิริยากับปลอกคอประดับอัญมณีหลากสีของเดลล์
มันหัวเราะจนลิ้นไก่แทบจะออกจากปาก
“นั่นมัน... ปลอกคอทาสไม่ใช่เหรอ!? ถะ แถมยัง... ฮ่าฮ่าฮ่า!!!” เ้าสลอธหัวเราะลั่นบันเทิงใจ
“ขะ ข้าเองก็เห็นอะไรมาเยอะ... แต่ว่า แกมันกระจอกชะมัด พลังเวทย์เป็ศูนย์ แถมทั้งพละกำลังหรือความเร็วก็น้อยกว่าผู้หญิงที่มากับแกซะอีก แกมันอ่อนแอชะมัดเลย ถึงข้าไม่ต้องทำอะไรเดี๋ยวก็ถูกเ้านายหวดจนตายซะเองล่ะมั้ง ฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
เ้าสลอธหัวเราะสมเพชเดลล์เสียยกใหญ่ไม่เว้นช่องว่าง
แต่ความจริงข้อนั้นกลับทำโอฟีเลียกับไอชา รวมถึงเด็กสาวลีน่าหน้าถอดสี
เพราะเป็ที่รู้กันว่าปลอกคอทาสคือของสำหรับพวกนอกกฎหมาย นักโทษหรือทาสตามชื่อ
ผู้ถูกสวมใส่มักเป็ที่เวทนาน่าสงสาร เพราะมันมีแต่ข้อเสียั้แ่การที่ผู้สวมต้องเชื่อฟังเ้านาย เมื่อขัดขืนก็จะโดนลงโทษ
...แถมยังผนึกความสามารถทางร่างกายของตัวทาสอีกด้วย
พวกเธอจะรู้สึกเห็นใจเดลล์ก็ไม่แปลก ความรู้สึกสงสารเกิดขึ้นมาในใจแทนความกลัวที่เขากำลังจะถูกเ้าสลอธฆ่าด้วยซ้ำ
...แม้สำหรับโอฟีเลีย จะมีความสงสัยเอะใจพ่วงเข้ามาด้วยก็ตาม
แต่ว่า... ปลอกคอทาสกับรอยสักแปลก ๆ ที่ไหล่งั้นเหรอ?
คุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลย
โอฟีเลียรู้สึกคุ้นจนคำตอบเหมือนติดอยู่ที่ปาก สายตาเธอยิ่งจับจ้องแผ่นหลังที่ไม่เคยคดงอของเดลล์ไปใหญ่
“คุณแม่เคยพูดเอาไว้... คนเดียวที่จะเป็เ้านายของฉันได้ ก็มีแต่ตัวฉันเท่านั้นแหละ” เดลล์ชี้นิ้วใส่เ้าสลอธอย่างกล้าหาญไร้ความหวาดกลัว
“น่าเสียดายจริง ๆ น้าที่แกเป็สลอธ ทั้งที่ฉันชอบหน้าตาตอนยิ้มอ่อนของแกมากแท้ ๆ แต่ในเมื่อแกเป็ตัวปัญหาแถมยังทำให้เพื่อนของฉันาเ็อีก ถึงขนาดนี้ก็คงจะปล่อยไว้ไม่ได้... เตรียมตัวเละเป็โจ๊กได้เลยพวก!”
เดลล์เค้นเสียงหนักปานโกรธแต่ก็ยังเผยยิ้มท้าทาย เขาหักนิ้วยั่วยุอีกฝ่ายพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่สิ่งที่ยั่วยุเ้าสลอธกลับเป็อย่างอื่น เส้นเืของมันโปดปูนทั่วศีรษะด้วยสาเหตุที่รู้ ๆ กันอยู่
“ไอ้พวกมนุษย์โง่เง่า! บอกกี่ครั้งแล้วว่าข้าไม่ใช่สลอธโว้ยยย!!!!!”
เ้าสลอธโกรธจัดจนะโลั่น โกรธยิ่งกว่าครั้งของเรกะเสียอีก
มันเงื้อกรงเล็บพุ่งเข้าหาเดลล์ แววตาแดงก่ำตั้งใจจะฉีกร่างของเดลล์ให้เป็ชิ้น ๆ
“ไม่ได้นะ หนีไปค่ะเดลล์!!!”
โอฟีเลียเอื้อมมือออกไปสุดแขน ผละตัวจากเด็กสาวหวังจะเข้าไปช่วยเดลล์ เสียงเธอสั่นระรัวหวาดกลัวจะสูญเสียเพื่อนที่เพิ่งได้รู้จัก
แต่เรกะกลับคว้ามือเธอไว้ก่อน
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ”
“เอ๋?”
โอฟีเลียเบิกตาประหลาดใจกับการกระทำของเรกะ ไอชายิ่งขมวดคิ้ว เด็กสาวลีน่าปิดตาตัวเองหลบข้างหลังโอฟีเลียเหมือนไม่อยากเห็นภาพน่ากลัว
สถานการณ์เริ่มจะไปถึงจุดที่แก้ไขอะไรไม่ได้
...แต่นั่นคือก่อนที่เดลล์จะเริ่มทำบางอย่าง
“อันล็อค (Unlock)”
เดลล์พึมพำในลำคอเบา ๆ
พริบตานั้นอัญมณีที่ติดอยู่กับปลอกคอก็ส่องแสงกะพริบ
“ตายซะเ้ามนุษย์กระจอก!!!”
แต่เ้าสลอธก็หาได้สนใจไม่ กรงเล็บของมันพุ่งเข้าใส่ลำคอเล็ก ๆ ของเดลล์ราวกับมีดตัดเทียนวันเกิดจนคอของเดลล์หลุดจากบ่า
...ความจริงแล้วมันควรเป็เช่นนั้น
“อะ อะไรกัน!?”
เ้าสลอธหลุดใจนพูดตะกุกตะกัก
โอฟีเลีย ไอชา และเด็กสาวลีน่าเองก็เบิกตาโพลงตกตะลึง ยกเว้นเรกะคนเดียวที่ยิ้ม
ทุกคนต่างอ้าปากค้างไปกันหมด เมื่อเห็นว่ากรงเล็บของเ้าสลอธที่ทำลายตึกได้ในการตวัดเพียงครั้งเดียวกลับหยุดลงเมื่อััคอของเดลล์ กรงเล็บของมันเจาะทะลวงคอของเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
เ้าสลอธหงุดหงิดเลยพยายามออกแรงมากขึ้น แต่ก็ทำได้แค่ให้ิัของเดลล์ย่นลงเท่านั้น
ความคมของกรงเล็บมันไม่ระคายผิวของเดลล์เลยสักนิด
“เฮ้ย ๆ นี่เห็นชาวบ้านเป็แมวรึไงถึงได้มาลูบคอกันแบบนี้น่ะ มันจักกะจี้นะเฟ้ย”
“อึก!!?”
เ้าสลอธัับางอย่างได้จากรอยยิ้มของเดลล์จนขนทั่วร่างลุกชูชันโดยไม่ตั้งใจ มันถึงกับเผลอะโถอยไปตั้งหลัก
มันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองทำแบบนั้นลงไป
บ้าน่า... นี่ข้ากำลังกลัวอยู่งั้นเหรอ? กลัวไอ้กระจอกนี่อยู่น่ะเหรอ?
สลอธกัดฟันกรอดไม่ยอมรับความจริง แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธสัญชาตญาณของตัวเอง
บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากเดลล์แตกต่างกับก่อนหน้านี้ราวกับเป็คนละคน
มันทั้งหนักอึ้ง ดุดันและน่ายำเกรง ราวกับถูกโลกทั้งใบกดทับยังไงอย่างงั้น
“นะ นี่เ้าเป็ใครกันแน่!!!”
เ้าสลอธถามเสียงสั่นจนพวกโอฟีเลียยังแปลกใจ ไม่คิดว่าจะได้เห็นปีศาจหวาดกลัวมนุษย์ขนาดนี้
ส่วนทางมนุษย์นามว่าเดลล์ที่ตกเป็เป้าแห่งความกลัวกลับยิ่งยิ้มแป้นกวนประสาท
“คนสุดท้ายที่แกจะได้เห็นในชีวิตนี้ยังไงล่ะ ฮิฮิ”
เดลล์ยิ้มยียวนยิ่งทำให้เ้าสลอธโกรธจัด แต่ร่างกายของมันไม่ได้ตอบสนองต่อความหงุดหงิดจนพุ่งเข้าไปหาเดลล์
หากแต่ตอบสนองกับความกลัวจนขาสั่นเท้าหยุดนิ่งแทน
“หนอยแก... มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ! คนอ่อนแออย่างแกไม่มีทางแข็งแกร่งขึ้นได้ทันทีหรอก!”
“ให้ตายสิ สมองช้าสมเป็สลอธจริง ๆ เลยนะแกเนี่ย... ถ้าอยากจะลองอีกรอบก็เข้ามาเด้ จุจุจุ”
เดลล์ดีดนิ้วส่งเสียงยังกับเรียกสุนัข
ความโกรธของเ้าสลอธเลยพุ่งขึ้นทะลุปรอท ทิฐิของมันเกินกว่าความกลัวเป็ที่เรียบร้อย
เ้าสลอธส่งเสียงคำรามดังก้องไปทั่วท้องฟ้า ปรากฏออร่าสีดำครอบคลุมร่างตัวเองอีกครั้ง
มันถีบพื้นพุ่งเข้าหาเดลล์อีกหนด้วยความเร็วที่มากยิ่งกว่าครั้งที่ปะทะกับเรกะเสียอีก ทำเอาโอฟีเลียกับไอชาลุ้นจนกัดฟันแน่น
“!!!?”
แต่เดลล์ก็พลิกตัวหลบได้สบาย แถมยังมีเวลาส่งยิ้มกวนประสาทกลับไปอีก
“หนอย! แกนะแก!!!!”
เ้าสลอธเห็นแล้วยิ่งหงุดหงิด มันรัวกรงเล็บพุ่งเข้าใส่เดลล์ต่อเนื่องราวพายุโหมกระหน่ำ
แต่ทั้งหมดก็ถูกปัดป้องออกไปได้อย่างง่ายดาย... โอฟีเลีย ไอชาหรือแม้แต่เด็กสาวลีน่ายังอ้าปากค้าง พวกเธอไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าจะมีมนุษย์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้อยู่ตรงหน้า
“เพราะว่าแข็งแกร่งเกินไปน่ะค่ะ”
เรกะเผยคำตอบด้วยรอยยิ้มภูมิใจ
สายตาของโอฟีเลียกับไอชาจึงหันไปมองเธอที่อยู่ข้าง ๆ
“แข็งแกร่งเกินไป? อย่าบอกนะคะว่าหมายถึงคุณเดลล์น่ะ?” ไอชาเกรงถามราวไม่อยากจะยอมรับ
แต่เธอก็เห็นคำตอบอยู่เต็มตา พอเรกะพยักหน้ารับไอชาจึงแทบจะยอมรับได้ทันที
“เพราะว่าแข็งแกร่งเกินไป คุณเดลล์เลยใช้ปลอกคอทาสผนึกพลังตัวเองเอาไว้ เพื่อที่จะได้ไม่เผลอลงมือกับคนที่อ่อนแอกว่าน่ะค่ะ”
เรกะตอบคำถามโดยไม่ละสายตาไปจากเดลล์
แววตาเธอเป็ประกายประหนึ่งเขาคือเป้าหมายในชีวิต สายตานั้นมีความรู้สึกหลากหลายอัดแน่นจนแม้แต่โอฟีเลียกับไอชายังััได้
“แก... ทำไม! ทำไมถึงไม่เป็อะไรเลย!!!”
เ้าสลอธเริ่มะโเสียงดัง แม้แต่การโจมตีสุดแรงเกิดของมันก็ยังสร้างรอยขีดข่วนให้เดลล์ไม่ได้
ตัวมันที่เป็ฝ่ายจู่โจมเริ่มเหนื่อยหอบ ในขณะที่เดลล์ซึ่งเป็ฝ่ายตั้งรับกลับยืนหาวไร้เหงื่อไร้เื
“ให้ตายสิแกนี่มันช้าจริง ๆ สมกับเป็สลอธเลยให้ตายสิ” เดลล์ทำหน้าเซ็ง ถอนหายใจออกมายืดยาวด้วยความผิดหวังสุด ๆ
ความโกรธที่ทะลุลิมิตอยู่แล้วของเ้าสลอธเลยยิ่งมากเข้าไปอีก
“คำก็สลอธ สองคำก็สลอธ ฮึ่ย! แก... บังอาจนักกกก!!!!”
เ้าสลอธแยกเขี้ยวขู่อย่างโกรธกริ้ว เริ่มผายมือทั้งสองข้างของตัวเองไปด้านหน้า ทำโอฟีเลียกับไอชาใจคอไม่ดี
สายลมทั่วทุกสารทิศเริ่มมารวมกันที่ฝ่ามือทั้งสองของเ้าสลอธ ปรากฏเป็ลมหมุนขนาดใหญ่ระหว่างสองฝ่ามือของมัน
เป็อย่างที่โอฟีเลียกลัว
“แย่แล้ว มันกำลังจะใช้เวทมนตร์ค่ะ! แถมยังระดับสูงมากด้วย!!!”
โอฟีเลียเป็ผู้ใช้เวทจึงััความผันผวนของพลังเวทได้ เธอรีบะโเตือนเดลล์เพราะััพลังเวทจากเขาไม่ได้
นั่นเพราะการจะป้องกันเวทมนตร์ได้ โดยปกติแล้วก็มีแต่ต้องใช้เวทมนตร์ในการป้องกันหรือหักล้างเท่านั้น
ถึงกำลังกายจะสุดยอด... แต่เดลล์ที่ไม่มีพลังเวทมีหรือจะป้องกันการโจมตีจากเวทมนตร์ได้
เ้าสลอธเองก็มองเห็นจุดนั้น รอยยิ้มจึงกลับมาบนใบหน้าของมันอีกครั้ง
“ฮ่าฮ่าฮ่า... ข้ารู้นะว่าแกน่ะไม่มีพลังเวท! คนอย่างแกป้องกันเวทที่สามารถทำลายเมืองทั้งเมืองไม่ได้หรอก!!!”
เ้าสลอธยิ้มมั่นอกมั่นใจ เพิ่มขนาดของลมหมุนในมือมากขึ้นเรื่อย ๆ จนใหญ่แทบจะเท่ากับตัวมันอยู่แล้ว
สายลมที่หมุนพัดไปทั่วสร้างความเสียหายราวถูกมีดคมบาด ยิ่งสนับสนุนเื่ที่มันพูด
“แหม เื่นั้นก็จริงล่ะนะ”
เดลล์ยอมรับหน้าตาเฉย ทำเอาโอฟีเลียกับไอชาอ้าปากค้างเป็รอบที่เท่าไรแล้วไม่รู้
“เดี๋ยวสิ! แบบนี้มันไม่แย่แล้วเหรอคะ!?” ไอชาะโไล่หลังเดลล์
“แหม ก็อาจจะเป็แบบนั้นแหละน้า! ฉันเองก็ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ด้วย เพราะงั้นคง ‘ป้องกัน’เวทมนตร์ของมันไม่ได้หรอก”
“อะ อะไรกัน”
โอฟีเลียหน้าถอดสี หลังเธอโดนเดลล์ยักไหล่ใส่ยังกับจะบอกว่า “ก็มันช่วยไม่ได้อ่ะ”
“ลาก่อนเ้าพวกมนุษย์โง่เง่า! ข้าคนนี้จะส่งพวกแกไปสำนึกผิดในปรโลกให้เอง!”
เ้าสลอธะโคำราม ผลักฝ่ามือทั้งสองส่งลมหมุนเป็ดั่งหัวสว่านพุ่งตรงเข้าหาเดลล์
ลมหมุนนั่นฝากรอยให้กับทั้งพื้นและอาคารในตอนที่วิ่งผ่าน ขืนเป็แบบนี้ทั้งโอฟีเลีย ไอชา เรกะและเด็กสาวนามลีน่า รวมถึงเมืองเรเวลแห่งนี้คงราบเป็หน้ากลองแน่
พอคิดแบบนั้นพวกเธอก็เผลอหลับตาลงแน่นหนีความจริง
ยกเว้นแค่เรกะกับเดลล์เท่านั้นที่ไม่ได้ทำ
“มั่นใจน่าดูนี่ งั้นเห็นทีคงต้องจริงจังซะหน่อยแล้วสินะเนี่ย”
เดลล์ผู้ไม่เคยเสียรอยยิ้มไม่หวาดกลัวพายุที่กำลังพุ่งเข้าหา
เขากำหมัดขวาตัวเองแน่นเงื้อไปด้านหลัง
เดลล์สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ไหลเวียนโลหิตในร่างเพิ่มสติและประสาทัั ไม่เสียจังหวะแม้ความตายจะพุ่งเข้าหาด้วยความเร็วดุจะุปืน
“เอ้า ฮึบ!!!”
แล้วออกแรงซัดหมัดขวาเข้าใส่สว่านพายุที่พุ่งเข้ามา
พริบตานั้น สว่านพายุของเ้าสลอธก็ะเิออก ราวกับถูกพัดโดยพายุที่มีความรุนแรงมากกว่าจากภายในจนสลายอันตรธาน
“เดี๋ยว... เดี๋ยวก่อน... เป็ไปไม่ได้...”
เ้าสลอธถอยกรูดไปด้านหลังด้วยความกลัว เพราะไม้ตายก้นหีบถูกทำลายลงได้ง่าย ๆ
โอฟีเลีย ไอชาและลีน่าต่างค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเพราะลมสงบ
ยิ่งน่าใไปใหญ่ที่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่โลกหลังความตาย แต่เป็เดลล์ที่กำลังทำท่าออกหมัด
ไอชาเห็นแล้วมองเป็อย่างอื่นไม่ได้...
“เดี๋ยวก่อน... นี่หรือว่าคุณเดลล์เขา เพิ่งอัดเวทมนตร์ด้วยมือเปล่าเหรอคะ”
“สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะคะ!”
คำตอบพร้อมรอยยิ้มของเรกะทำไอชากล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ยังกลืนน้ำลายให้กับความสุดยอดของเดลล์
ในขณะเดียวกัน... ความสุดยอดนั่นก็เริ่มตรงกับสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของโอฟีเลีย
“นึกออกแล้ว” แววตาโอฟีเลียเป็ประกาย
ความกลัวหายไปฉับพลันในทันทีที่เธอค้นพบความจริงของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
“มีข่าวลือว่าเมื่อ 5 ปีก่อน... มีเด็กหนุ่มไร้พลังเวทคนนึงจากกิลด์ในตำนานอย่างอันเดอร์คลาวด์อยากจะก่อตั้งกิลด์ของตัวเองขึ้นหลังการล่มสลาย ทว่าการจะสร้างกิลด์ระดับ S ได้นั้นต้องผ่านการทดสอบในการตามหาสมบัติโบราณระดับ S ชนิดใหม่ในโลกเร้นลับถึงสามชิ้น เป็ภารกิจที่แม้แต่กิลด์ระดับ A ที่อยากเลื่อนระดับยังไม่อยากเสี่ยง”
โอฟีเลียมองแผ่นหลังของเดลล์ด้วยสายตาชื่นชมมากยิ่งกว่าที่ผ่านมา ทางไอชาเองก็ปรายตามองตามไปโดยไม่รู้ตัวราวกับถูกดึงดูด
พวกเธอมองไปยังแผ่นหลังของเดลล์ ผู้เดินเข้าหาปีศาจด้วยรอยยิ้มมุมปากอันหาญกล้า
“แต่ว่า... เด็กหนุ่มคนนั้นกลับสามารถทำภารกิจที่ไม่น่าเป็ไปได้นั่นสำเร็จด้วยตัวคนเดียว ทั้งยังสามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็คนที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถสร้างกิลด์ระดับ S ได้สำเร็จอีกด้วย!”
น้ำเสียงโอฟีเลียสั่นระรัวด้วยความประหม่าตื่นเต้น
เมื่อได้ตระหนักว่าที่อยู่เบื้องหน้าตน ...คือตำนานแห่งยุคสมัยใหม่
“เด็กหนุ่มอัจฉริยะที่มีรอยสักที่ไหล่และสวมปลอกคอทาส กิลด์มาสเตอร์แห่ง ‘คริสตัลคลาวด์’ ที่รู้จักกันในชื่อ ‘เ้าชายจอมเสเพล’
...เดลล์ ซิลวาเนีย!”
ดวงตาของโอฟีเลียเป็ประกาย เนื้อตัวเธอถึงกับสั่นสะท้านเมื่อได้มาเห็นตำนานมีชีวิตอยู่ตรงหน้า
ถึงกับคิดไปเลยว่าตัวเองกำลังอยู่ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์โลก
แม้แต่ไอชาที่เคยดูแคลนเดลล์ก็ยังต้องกลืนน้ำลาย แผ่นหลังอันองอาจและความแข็งแกร่งที่แสดงออกมานั้นไม่อาจดูถูกได้อีกต่อไปแล้ว
“กัดฟันไว้ซะล่ะ... เ้าสลอธ!!!”
เดลล์ยืนอยู่เบื้องหน้ามหันตภัยของมวลมนุษยชาติด้วยรอยยิ้ม เขาเงื้อหมัดขวาไปด้านหลังกำจนแน่น
แล้วอัดใส่กลางร่างของเ้าสลอธที่กำลังตัวสั่นระรัวกลัวจนน้ำมูกไหล
“อั่ก!!!!!!”
ร่างของมันลอยละลิ่วอัดทะลุบ้านเรือนที่ตั้งขวาง แต่ด้วยแรงมหาศาลไม่ว่าจะมีกี่หลังเรือนก็ไม่อาจรับไหว จนมันปลิวไปกระแทกเข้ากับกำแพงเมืองซึ่งห่างออกไปหลายร้อยเมตร
มันสัปหงกแน่นิ่งไป ร่างของมันค่อย ๆ อันตรธานหายไปราวกับเมฆหมอก
พวกลูกสมุนอย่างพวกกากอยเหล็กเองก็บินหนีหายไปจากท้องฟ้าทันที
...ทุกอย่างคลี่คลายลงแล้วอย่างแท้จริง
เดลล์ถอนหายใจคลายกล้ามเนื้อลง พอหันกลับไปหาทุกคนพวกเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“!!!?”
ยกเว้นโอฟีเลียที่ไหล่กระตุก รอยยิ้มเธอแปลกประหลาดไปหมดเพราะความประหม่า เธอทั้งดีใจและตื่นเต้น รู้สึกเหมือนถูกดาราที่ตัวเองชื่นชมจ้องตา
เดลล์เองก็ไม่ใจไม้ไส้ระกำในสถานการณ์แบบนี้ เขายิ้มออกมาบาง ๆ เดินเข้าไปใกล้โอฟีเลียแล้วยื่นมือไปทางเธอ
“ยังทำการบ้านมาไม่พอนะโอฟีเลีย”
“...น่าอายจังเลยค่ะ”
โอฟีเลียแลบลิ้นแหะ ๆ อย่างน่ารักน่าชัง เธอจับมือนั้นไว้แล้วออกแรงลุกขึ้นพร้อมกับเด็กสาวลีน่า
...ถึงทั้งสองจะถูกเรกะกับไอชาจ้องจี่ด้วยสาเหตุคนละอย่าง แต่ทุกคนก็ยืนขึ้นพร้อมกัน เดลล์เห็นแบบนั้นแล้วก็สบายใจไปเปราะนึง
“อื้ม! เป็ชัยชนะที่งดงามของพวกเราทุกคนสินะ”
เดลล์ท้าวสะเอวยิ้มอย่างสดใส ทำเอานึกถึงเหตุการณ์่บ่ายชอบกล
ซึ่งถ้ามันเป็แบบนั้น ก็หมายความว่าเดลล์ได้คืนหนี้ที่ติดค้างพวกโอฟีเลียไปแล้วเช่นกัน
เดลล์คิดแบบนั้น แต่ว่า...
“จะใช่เหรอคะ เพราะรู้สึกเหมือนว่าคุณจะเจอปัญหาใหญ่แล้วนะคะ”
“หมายความว่ายังไงกันน่ะ?”
เดลล์มองตามไอชาที่ชี้ไปยังกำแพงเมือง ซึ่งเป็จุดที่เขาต่อยเ้าสลอธปลิวไป
“โอ้... พระอาทิตย์ขึ้นแล้วแฮะ———”
เอ๊ะ? ทำไมอยู่ในเมืองถึงเห็นพระอาทิตย์ขึ้นขอบฟ้าล่ะ?
เดลล์กะพริบตาปริบ ๆ แล้วก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเดิมทีมันก็เห็นกันชัด ๆ อยู่แล้ว
เื่ก็คือ เดลล์ต่อยเ้าสลอธแรงเกินไปจนทำให้กำแพงเมืองเป็รูโหว่ขนาดใหญ่
แถมไม่ใช่แค่นั้น ระหว่างทางที่เ้าสลอธกระเด็นไปยังสร้างความเสียหายให้กับบ้านของพลเรือนอีกเป็จำนวนมาก กะด้วยสายตาคร่าว ๆ ก็อาจมากถึงครึ่งร้อยหลังคาเรือนเลยทีเดียว
เดลล์ที่เริ่มรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปก็เหงื่อแตกพลั่กในทันที โอฟีเลียกับไอชาได้แต่ยิ้มแหย ๆ ให้เขา
“ทะ ทำเป็ไม่เห็นก็แล้วกันเนาะ!”
เดลล์ชูนิ้วโป้งให้ทุกคนทำยังกับให้เื่มันแล้วไป
...แต่แน่นอนว่าเราหนีความจริงไม่ได้
เรกะพุ่งเข้ามาจับไหล่เดลล์โยกไปโยกมาทั้งน้ำตา
“เนาะบ้านคุณสิคะคุณเดลล์! เอาจริงทีไรบ้านเมืองพังเละทุกทีแบบนี้มันใช้ไม่ได้นะคะ!”
“ชะ ช่วยไม่ได้นี่หว่า! เธอนั่นแหล่ะผิดที่ไม่ชนะมันก่อนฉันมาอ่ะ!”
“ก็เพราะเมื่อเช้าคุณให้ฉันฆ่าัไปตั้งเยอะจนฉันเหนื่อยนั่นแหละ เป็ความผิดของใครกันล่ะคะที่ให้ฉันสู้คนเดียวตลอดน่ะ!”
“ “ฮึ่ย!” ”
ทั้งสองคนเขม่นมองอีกฝ่าย เอาหัวชนทะเลาะกันยังกับเป็เด็ก ๆ
ภาพนั้นแลดูสับสนวุ่นวาย...
แต่หลังผ่านเื่ราวอันหนักหน่วงเจียนตายด้วยกันมา ภาพนั้นกลับดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาดจนโอฟีเลีย ไอชาและเด็กสาวลีน่าอดอมยิ้มตามไม่ได้
ดังคำที่เขาว่า ‘ท้องฟ้าหลังฝนมักสดใสงดงาม’ นั่นแล
❖❖❖❖❖

