หลินสวินรู้สึกอับอายจนหน้าชาไปหมดเมื่อเห็นบ่าวไพร่เข้ามาเตรียมจัดโต๊ะอาหารในเรือนพักของตน
เขาไม่ได้ป่วยอย่างที่กล่าวอ้าง จะหลบหน้าแอบไปนอนตอนนี้ก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่มายืนเก้ๆ กังๆ มองดูหลี่หยวนตงและหลี่จื่ออิงก้าวเข้ามานั่งบนเก้าอี้ในเรือนทีละคน
หัวใจของชายหนุ่มเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่หลี่จื่ออิงไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาบริเวณเรือนพักของตนเช่นนี้ นางกำลังจะเล่นใหญ่ให้ผู้ใดดู? ฟู่หนานซีกับหรั่นเซียงหยูก็ไม่ได้อยู่ที่นี่เสียหน่อย
หลี่จื่ออิงมองผ่านร่างของหลินสวินไปเพียงแวบเดียว นางก็หันไปกระซิบอะไรบางอย่างกับสาวใช้เสี่ยวถิง นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหวาดระแวงมากกว่าเดิม
นางจะมาไม้ไหน!
“ข้าไม่ได้เข้ามาที่เรือนนี้นานมากแล้วจริงๆ” หญิงสาวเดินไปที่โต๊ะหนังสือภายในเรือน หยิบลูกข่างไม้อันเล็กมาถือไว้ในมือ
“ท่านยังเก็บของเล่นชิ้นนี้ไว้อยู่อีกหรือเ้าคะ ข้าจำได้ว่าท่านเล่นเก่งที่สุดในกลุ่มพวกเราเลย” หลี่จื่ออิงเอ่ยปากถาม
ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็รู้ว่าคนที่นางกำลังคุยด้วยอยู่นั้นหลินสวิน ทำให้หลี่หยวนตงและบ่าวรับใช้เริ่มมีสีหน้าไม่ดี คิดว่าหญิงสาวคงจะเริ่มเปิดฉากก่อเื่เข้าอีกแล้ว
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่ตอบคำ เขาไม่มั่นใจจริงๆ ว่าตอบไปแล้วนางมารน้อยจะยอกย้อนเขากลับมาอย่างไร
“ไหนว่าเรามาจะร่วมดื่มกินด้วยกันอย่างไร กลับมานั่งนี่เถิดอิงเอ๋อร์ เ้าก็ด้วยอาสวิน อาการป่วยของเ้าเป็อย่างไรบ้าง ไหวไหม” หลี่หยวนตงชักชวนหนุ่มสาวทั้งคู่ให้มาเข้าร่วม ตั้งใจจะทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดออกไปเสีย
มื้อเย็นในครั้งนี้ทุกคนก็ต้องแปลกใจที่หลี่จื่ออิงกลับนั่งกินอาหารด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ไม่ได้สำแดงกิริยาน่ารังเกียจออกมาแต่อย่างใด หลินสวินกับหลี่หยวนตงเองก็นั่งดื่มกันเงียบ ผู้าุโถามคำชายหนุ่มก็ตอบคำ ปราศจากบรรยากาศสนุกสนานไปอย่างสิ้นเชิง
“อาสวิน เ้าจะไม่เชิญท่านหมอมาตรวจสักหน่อยหรือ” หลี่หยวนตงถามอีกครั้งหลังจากกินอาหารเสร็จ เขาไม่มีอารมณ์จะดื่มสุราต่อแล้ว ดื่มไปก็ไม่สนุกเพราะบุตรชายบุตรสาวเอาแต่นิ่งเงียบเป็เป่าสาก มีเพียงตนที่พยายามพูดคุยอยู่คนเดียวจนเหนื่อย
“ขอบคุณท่านแม่ทัพที่เป็ห่วง ข้าคิดว่าบางทีข้าอาจจะหิวจนตาลาย พอกินอิ่มก็ดีขึ้นแล้วขอรับ”
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว เช่นนั้นเ้าก็รีบพักผ่อนเสียก่อน อิงเอ๋อร์เดี๋ยวพ่อจะเดินไปส่งเ้าที่เรือนเอง จะได้เดินย่อยอาหารไปด้วยเลย"
หญิงสาวโค้งศีรษะต่ำให้บิดาแสดงถึงการรับรู้ แต่นางกลับขยับตัวเข้าไปหาหลินสวินแล้วหันหน้ามาส่งสัญญาณให้เสี่ยวถิงนำของที่นางสั่งเอาไว้มาวางไว้ข้างตัว
“พี่ชายข้าขอดูมือท่านหน่อยเ้าค่ะ”
แววตาของชายหนุ่มไหววูบ เขาพยายามใช้แขนเสื้อบดบังรอยแผลที่หลังมือเอาไว้ตลอดเวลา ไม่คิดว่าหลี่จื่ออิงที่ดูเหมือนจะไม่สนใจมองมาทางเขากลับมองเห็น!
หลินสวินยื่นมือข้างขวาออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย คิดในใจว่านางมารน้อยอยากจะทำอะไรกับตนก็ตามใจ เมื่อนางได้ทำในสิ่งที่้าจนสมใจแล้วนางก็จะจากไปเอง
มือใหญ่หยาบกร้านของหลินสวินมีรอยาแเล็กใหญ่เป็ทางยาวหลายรอย โดยเฉพาะบริเวณสันกระดูกกลางหลังมือมีเืไหลซึมผ่านผ้าสีขาวที่เ้าตัวนำมาพันเอาไว้ลวกๆ
หลี่จื่ออิงจำได้ว่าในชาติก่อน หลังจากที่นางรู้ว่าพี่ชายได้ดาบเก่าแก่ประจำตระกูลเป็รางวัลจากบิดานางก็เดือดดาลและคิดจะแย่งชิงดาบเล่มนั้นมามอบให้ฟู่หนานซี
วันนั้นในอดีตซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้ ฟู่หนานซีกับหรั่นเซียงหยูจะมาหานาง นางจึงทำทีเรียกหลินสวินให้มาพบแล้วบังคับเอาดาบมาจากเขา จากนั้นก็สั่งให้เขาเอามือแช่ไปในถังน้ำร้อนที่บังอาจมาจับดาบล้ำค่าประจำตระกูล
พี่ชายไม่ส่งเสียงร้องออกมาสักคำได้แต่มองมาที่นางด้วยแววตาเ็ป และโชคดีที่เฉินอาหมู่มาพบเห็นเข้าเสียก่อน นางไม่กลัวบิดาแต่เกรงใจเฉินอาหมู่ที่สุดจึงยอมปล่อยชายหนุ่มให้เป็อิสระ ยามนั้นนางจึงได้เห็นาแบนหลังมือของอีกฝ่าย
ครั้งนี้นางจะไม่ทำให้เขาาเ็ แต่จะช่วยรักษาแผลให้เขาด้วย
หลินสวินก้มหน้ามองมือเล็กที่บรรจงคลายผ้าพันแผลที่ตนพันเอาไว้ก่อนหน้าออก ก่อนจะใช้ผ้านุ่มสีขาวมาเช็ดทำความสะอาดแล้วทาบัวหิมะไปทั่วาแให้เขาด้วยแววตาเลื่อนลอย
นานเท่าใดแล้วที่เขาไม่ได้ััมือเล็กที่เคยจับจูงชักชวนกันไปดูฝูงปลาในบ่อน้ำ นานเท่าใดแล้วที่ร่างเล็กๆ ของน้องสาวไม่ได้มานั่งคลอเคลียติดตามเขาตลอดเวลาในยามที่นางถูกบิดาดุเหมือนเมื่อครั้งเยาว์วัย
ก่อนที่ความคิดจะกระเจิดกระเจิงไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มก็ต้องฝืนใจเบือนหน้าหนี
ใช่ว่าเขาจะไม่ได้ได้ยินคำล้อเลียนจากผู้อื่น ว่าตนเป็หนูตกถังข้าวสารอาศัยอยู่ในจวนสกุลหลี่เพื่อรอวันจะได้เป็ผู้สืบทอดตราแม่ทัพและยังได้บุตรสาวของผู้บัญชาการใหญ่หลี่หยวนตง
กับผู้มีพระคุณเขาไม่ควรคิดเพ้อฝันอาจเอื้อม!!
ความเงียบปกคลุมตัวเรือนทั้งหลังจนเหลือเพียงเสียงลมหายใจของแต่ละคนที่ใกับเหตุการณ์ตรงหน้าไปพร้อมกัน
หลี่หยวนตงนั้นเชื่อสนิทใจไปแล้วว่าบุตรสาวตั้งใจจะกลับเนื้อกลับใจใหม่จริงๆ แต่สาวใช้เสี่ยวถิงนั้นแตกตื่นใยิ่งกว่าผู้ใดทั้งหมด
คุณหนูสั่งให้นางไปหยิบกล่องไม้จื่อถานที่มีหูหิ้วทำจากสำริดแกะลายใบไผ่จากกองของขวัญมากมายที่ยังไม่ได้ถูกเปิดออกมาให้ คุณหนูรู้ได้อย่างไรว่าภายในกล่องไม้ใบนี้มีบัวหิมะรักษาาแ?!
“ระยะนี้ท่านก็ต้องระวังอย่าให้แผลโดนน้ำเด็ดขาด กว่าท่านจะถูกเรียกตัวไปรับตำแหน่งใหม่ก็อีกสิบกว่าวันเวลานั้นแผลท่านก็คงจะหายพอดีเ้าค่ะ”
น้ำเสียงแ่เบานุ่มนวล รวมกับความเย็นสบายของบัวหิมะทำให้หลินสวินผ่อนคลายจนิญญาแทบจะหลุดออกจากร่าง เขาต้องข่มใจกัดกรามเอาไว้แน่นไม่อยากให้ผู้ใดเห็นความอ่อนไหวภายในใจของตน
หลี่หยวนตงยกคิ้วขึ้นสูงอย่างแปลกใจ แต่พอคิดว่าบุตรสาวอาจจะได้ยินมาจากฟู่หนานซีว่าผู้เข้าได้รับการคัดเลือกทั้งหมดจะได้หยุดพักเป็เวลาสิบวันก็พอจะเข้าใจได้ ว่าเหตุใดบุตรสาวจึงรู้ว่าหลินสวินจะต้องกลับไปรับมอบหมายหน้าที่ใหม่ในอีกสิบวันข้างหน้า
“เสร็จเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ!” หญิงสาวมองผ้าพันแผลผืนใหม่ที่นางบรรจงพันไว้บนฝ่ามือของหลินสวินด้วยความภาคภูมิใจในฝีมือตนเอง ชาติก่อนนางถูกรังแกจากคนสกุลฟู่บ่อยครั้ง หากฟู่หนานซีไม่อยู่นางก็ต้องใส่ยาทำแผลเอง มิเช่นนั้นตัวนางในขณะนี้คงไม่มีความสามารถที่จะพันแผลจนชำนาญเช่นนี้ได้
“ขอบคุณ” หลินสวินกล่าวสั้นๆ ใบหน้ายังหันไปทางอื่น
“ท่านพ่อ เรากลับกันเถิดเ้าค่ะ พี่ชายจะได้พักผ่อน”
หลี่จื่ออิงไม่สนใจกับคำพูดห้วนๆ ไร้มารยาทของอีกฝ่าย หลังจากนางอายุเจ็ดขวบ นางก็มีสหายใหม่และทำร้ายจิตใจพี่ชายอย่างต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ อยู่ดีๆ จะให้เขากลับมาสนิทสนมกับนางได้สนิทใจก็คงเป็ไปไม่ได้
ในชาติที่แล้วนางคิดว่าหลินสวินอาจจะรู้สาเหตุการตายของนาง แต่ก่อนตายนางไม่มีโอกาสได้ยินคำพูดของพี่ชายทั้งหมด ชาตินี้นางต้องทำให้พี่ชายวางใจและคุยกับนางได้ทุกเื่จะได้ไม่พลาดข้อมูลบางอย่างไป
หลี่หยวนตงกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นเต้น เขาคิดว่าบุตรสาวจะอาละวาดขึ้นมาเสียแล้วหลังจากที่หลินสวินยังทำหน้าบึ้งตึงอยู่เช่นนั้น แต่นางกลับไม่สนใจและยังมีรอยยิ้มจางๆ อยู่บนใบหน้า ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น!!
หลังจากสองพ่อลูกเดินออกจากเรือนไป หลินสวินก็รีบกลับเข้าไปในห้องพัก นอนมองดูปมผ้าพันแผลที่ผูกโบว์กระต่ายเล็กๆ น่ารักบนมือของตนด้วยความดีใจ
หากเป็ไปได้ เขาก็อยากให้ผ้าพันแผลผืนนี้ผูกติดกับมือเอาไว้ตลอดเวลา
……….
ฝนหยุดตกใน่ก่อนฟ้าสว่างได้ไม่นานเช้าวันนี้อากาศจึงสดชื่นเย็นสบาย หลี่จื่ออิงออกมานอนเล่นอยู่ในศาลารับลมกลางสวนดอกกุหลาบหินบานสะพรั่ง เหม่อมองท้องฟ้าแจ่มใสเบื้องบนที่มีสายรุ้งพาดผ่านขอบฟ้าเป็เส้นโค้งยาวงดงามราวกับภาพฝัน
“คุณหนู คุณชายฟู่กับคุณหนูหรั่นมาถึงแล้วเ้าค่ะ” เสี่ยวลู่กระซิบเบาๆ