หลังเฉินกวงลับหลังไปเหมยลี่ก็เดินสำรวจบริเวณรอบๆ นางเก็บเอาความถูกอกถูกใจในตัวเฉินกวงเอาไว้ก่อน เพราะไม่ว่ายังตอนนี้นางก็ยังเป็บุตรสาวในสายตาเฉินกวงอยู่ดีตอนนี้นางต้องเริ่มหาแผนการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ให้ได้ก่อนไม่งั้นก็ไม่มีทางเอาชนะคนที่ทำร้ายให้เหมยลี่คนก่อนจนตายได้แน่
เื่ที่จำเป็ตอนนี้คือที่หลบฝนเครื่องเรือน น้ำ อาหารและเงิน ถึงแม้นางจะมีเงินยุคนี้ที่ระบบมีให้หากนำมาใช้สุ่มสี่สุ่มห้ามีหวังท่านพ่อของร่างนี้ซักไซร้ไม่หยุดแน่ดีไม่ดีความลับที่ว่านางไม่ใช่เหมยลี่ก็อาจจะแตกได้
มองจากท้องฟ้าที่ใสขนาดนี้เื่หลังคาหลบฝนคงไม่จำเป็สักเท่าไหร่เหมยลี่จึงหาวิธีทำเงินให้ได้ก่อน เด็กตัวเล็ก ๆ อย่างเธอหากทำอะไรกระโตกกระตากก็เกรงว่าจะผิดปกติมากเกินไปนางจึงใช้วิธีเอาหัวมันที่โลกนี้ยังไม่นิยมนักออกมาจากมิติที่ติดมาแล้วก่อไฟสุมกันเป็มันเผาใช้กองขี้เถ้ากลบเพื่อรักษาความร้อน
นางปล่อยให้หัวมันอุ่นไปเรื่อย ๆส่วนตัวเองก็แยกไปที่นามองดูดินอยู่ซักครู่จึงเอาจอบกับพลั่วขุดเอาดินเหนียวใส่ถังแล้วยกใส่รถเข็นที่เอามาจากโลกเก่ามือบางของเหมยลี่กลายเป็ตุ่มพุพองจากการออกแรงขุดจนต้องหาผ้ามาพันเอาไว้
“โฟล์คขอวิธีทำถ้วยชามจากดินเหนียว”เธอสั่งเอไอที่่นี้จะทำตัวเรียบร้อยเป็พิเศษ
[โฟล์คว่าใช้ถ้วยที่โฮสต์ซื้อไว้ก็ได้นะครับ]
“ไม่ได้หรอกมันไม่เนียน”
ของใช้ที่นางมีอยู่ในมิติตอนนี้ถ้าจะเอาไปใส่ในบ้านหลังไหนซักหลังก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ในนั้นโดยไม่ต้องออกไปไหนเลยยังได้ใช่ว่านางจะไม่อยากเอามันออกมาใช้ แต่มันยังไม่ถึงเวลา
ถ้วยชามที่นางมีตอนนี้เกรดต่ำที่สุดก็เห็นจะมีเพียงถ้วยเซรามิกเคลือบทั่วไปกับจานชามจากเมลามีนซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมามันยังไม่มีใช้ในตอนนี้ในความทรงจำที่มีในยุคนี้มีเพียงหม้อดินเผาแบบด้านเท่านั้น
[โฟล์คส่งวิธีทำละเอียดให้ในหน้ารีเสิร์ชแล้วครับว่าแต่มันต้องใช้เวลาเป็อาทิตย์เลยนะโฮสต์กว่าจะได้]
“หะเป็อาทิตย์เลยหรอ” เื่นี้ในโลกก่อนที่ยังเป็ เดหลีอยู่เธอไม่ได้คิดไว้รู้แค่เพียงว่ามันสามารถใช้ดินเหนียวมาทำได้เท่านั้น“งั้นก็ทำเอาไว้ ระหว่างนี้ก็เอามันไปขายแลกเบี้ยแล้วเอาที่อยู่ในมิติเติม ๆไปแล้วกัน”
ไม่นานนักพระอาทิตย์ที่อยู่กลางหัวก็เริ่มคล้อยเหมยลี่ที่เพิ่งนวดดินถังสุดท้ายเสร็จก็ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นที่มีใบไม้ปูรองอยู่
ร่างเด็กเนี่ยทำอะไรมันก็หอบหิ้วอะไรหน่อยก็เหนื่อยแล้ว อยากจะบ้าตาย
ลำพังความยากจนความเหนื่อยที่ต้องเจอมันไม่เท่าไหร่แต่ไอ้ร่างเด็กแล้วทำอะไรไม่ค่อยได้ทำให้เหมยลี่อยากจะร้องไห้เสียดื้อ ๆแต่ทำได้เพียงคิดเท่านั้น เมื่อเวลาไม่คอยท่านางจึงต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จหากบ้านใหญ่สืบรู้ว่าตัวเองกับท่านพ่อมาอยู่ที่นี่คงมีเื่อีกเป็แน่และเธอก็มั่นใจว่าเวลานั้นมันต้องมาถึงอีกไม่นาน
กว่าท่านพ่อจะกลับมาคงค่ำ ๆ เอามันเผาไปลองตลาดหน่อยคงดี
เหมยลี่พาตัวเองกลับไปที่กองหัวมันเผาที่เธอสุมไว้กลิ่นหอมคุกรุ่นตลบอบอวนหลับกลิ่นความชวนหิว นางเตรียมดินเหนียวมาตลอดวันจนบ่ายท้องไส้เริ่มประท้วง
โครก
“ลืมกินไปเลยโทษทีนะเหมยลี่ ฉันต้องขุนให้เธอมีเนื้อหนังกว่านี้”เดหลีในร่างเหมยลี่ยืนคุยกับตัวเองอยู่หน้ากองไฟ
นางเอาเบอร์เกอร์เนื้อง่าย ๆที่มาจากมิติกรอกใส่ปากเล็กตามด้วยนมจืดอีกขวดแก้ความหิวที่เกิดขึ้น
[โฮสต์ครับถ้ากินอย่างงี้ต่อไปจะอ้วนตายเอานะครับ] โฟล์คเอไอที่คอยจับตามองทุกฝีก้าวโพล่งขึ้น
“นายอยู่ในหัวไม่ใช่หรอก็จัดการไปซิอยากได้อะไรน่ะ”
[โฟล์ครับรู้ได้จากคลื่นสมองแต่จัดการพวกนั้นไม่ได้ถ้าทำได้โฮสต์จะผิดปกติเอานะครับ]
เหมยลี่รู้เื่นี้ดีอยู่แล้วนางข้ามมิติบางอย่างมาพร้อมกำไลวงหนึ่งที่ติดตัวเธอจนถึงวันนี้ถึงแม้จะดูไม่มีราคาแต่หากได้เห็นทั้งมิติทั้งความสามารถอย่างเอไอที่นางมีโลกนี้คงวุ่นวายจากการแย่งชิงมันน่าดู
ใบไม้ใบใหญ่ถูกวางซ้อนกันหลายชั้นคลายเสื่อผืนใหญ่รองด้านล่างอีกทีด้วยใบตองผิงไฟอ่อนๆ เหมยลี่เอาที่คีบที่เก็บไว้ค่อย ๆ บรรจงคีบบางหัวมันส่วนลงไว้บนนั้น ข้าง ๆ มีใบไม้ที่วางแยกจากกันนางเอาหัวมันผ่าด้วยมีดวางแยกหนึ่งหัวต่อใบไม้หนึ่งใบนางเว้นมันที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งสุมไฟไว้เช่นเดิมแล้วกลับมาใช้เชือกกล้วยที่เพิ่งทำเสร็จห่อหัวมันทั้งหมดแล้วหอบขึ้นหลังเดินไปตามทาง
“โฟล์คจำทางที่ท่านพ่อแบกฉันกลับบ้านได้มั้ยบอกทางทีทางนั้นน่าจะไปถึงตลาดได้” เท่าที่เหมยลี่จำได้คร่าว ๆ วันนั้นท่านพ่อจะพานางไปโรงหมอนางเดาเอาว่าทางนั้นอาจเป็ทางที่ไปยังแหล่งชุมชนได้หรือไม่หากเจอคนค่อยถามเอาอีกทีก็ไม่เสียหาย
[ตรงต่อไปเลยครับข้างหน้าซ้ายมือจะมีแยกวันนั้นเรามาจากตรงนั้นครับ]
“ดีนะที่นายจำได้ไม่งั้นฉันแยกขวาไปแล้ว”
[ก็โฟล์คต้องบันทึกทุกข้อมูลครับถึงจะเชื่อมต่อกับโลกนี้ไม่ได้แต่โฟล์คใช้ความรู้สึกจากโฮสต์ได้นะ]
“ก็จริงดีเหมือนกันนะเนี่ยที่มีนายอยู่ช่วยได้เยอะเลย”
เหมยลี่เดินไปตามทางที่เฉินกวงเคยพาร่างนางไปไม่นานนักก็เริ่มเห็นบ้านเรือนผู้คนที่ตั้งใกล้ๆ กัน แม้จะมีรั้วมีนาคั่นกลางก็ไม่ไกลเท่าระยะห่างจากเพิงพัก
“ท่านป้าเ้าคะข้าจะไปตลาดเ้าค่ะท่านพ่อข้าให้เอาไอ้นี่ไปขายแต่ข้าไม่รู้ทางช่วยบอกทางข้าหน่อยได้ไหมเ้าคะ” เหมยลี่เอามันเผาห่อเล็กที่เตรียมไว้เปิดออกกลิ่นหอม ๆ กับควันอ่อนลอยคลุ้งพร้อมกับใบหน้าจิ้มลิ้มที่ยิ้มให้ทำให้คนฟังใจอ่อนยวบ
“นั่นคืออะไรเล่าข้าไม่เคยเห็นกลิ่นชวนกินเหลือเกิน” หญิงมีอายุที่บังเอิญเดินผ่านมาเอ่ยตอบ
“ท่านพ่อเรียกว่ามันเผาเ้าค่ะมีขึ้นแต่แถวบ้านข้า ท่านพ่อเลยเอามาขาย ขายดีทุกวันจนข้ายังไม่ได้กินเลยเ้าค่ะ”เหมยลี่เริ่มแผนการตลาดของนาง “ท่านป้าลองเอาไปทานไหมล่ะเ้าคะปกติท่านพ่อขายสองอีแปะ แต่หากท่านป้าช่วยบอกทางข้า ข้าเอาแค่อีแปะเดียวก็พอเ้าค่ะ”
มหกรรมลดแลกแจกแถมฉบับคนยุคใหม่เริ่มขึ้นโดยที่คนฟังไม่รู้ตัวประกอบกับความน่ารักน่าชังของแม่ค้าตัวน้อยคุณป้าผู้โชคดีจึงได้กลายไปลูกค้าคนแรกของเหมยลี่ไปใยที่สุด
“ข้าเอาอันนึงมาลองก่อนก็ได้เ้านี่เบี้ยให้เ้าไม่ต้องลดให้ข้าหรอกเดี๋ยวเ้าจะโดนดุเอา”
เหมยลี่ยื่นมือรับแล้วเอามันเผาให้คุณป้าใจดีสอบถามเส้นทางเสร็จเหมยลี่ก็ออกเดินทางต่อระหว่างทางเหมยลี่ก็ใช้วิธีการเดียวกันกับทุกคนที่เธอเจอทำให้กว่าจะถึงตลาดหัวมันที่นางนำมาก็เหลือเพียงสองหัวเท่านั้น
บรรยากาศในตลาดมีคนไม่มากมีเพียงร้านใหญ่ที่ขายข้าวสารของแห้งไม่กี่ร้านนอกจากนั้นก็มีพวกผักปลาที่ชาวบ้านเอามาขายกันกองอยู่บนพื้นที่มีผ้าบาง ๆ รองอยู่
เหมยลี่เดินถือหอบใบไม้ที่เผยให้เห็นหัวมันเผาอุ่นๆ ไปยังบริเวณที่พอจะมีคนอยู่บ้าง
“ท่านลุงเ้าคะท่านพ่อของข้าให้มาถามเ้าค่ะว่าข้าจะเอาสิ่งนี้มาขายแถวนี้ได้บ้างหรือไม่เ้าคะ”เหมยลี่ยื่นมันเผาหอม ๆ ให้ทุกคนแถวนั้นเห็น นางจงใจพูดให้ดังกว่าปกติเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้คนที่กำลังซื้อของ
“มันคืออะไรเล่าอาหมวยข้าจะได้บอกเ้าได้ว่าควรจะไปหาใคร”ชายชราตอบอย่างนุ่มนวลเมื่อเห็นว่าคนถามพยามส่งสายตาอ้อนวอนพอให้น่าเอ็นดู
“ท่านพ่อข้าเรียกว่ามันเผาเ้าค่ะ จะให้ข้ามาขายวันพรุ่งนี้แต่ข้าไม่รู้ว่าจะขายตรงไหน”เหมยลี่ตอบด้วยเสียงสั่นเครือดั่งมีความผิดหากทำไม่สำเร็จ
“ข้าขอดูได้หรือไม่เดี๋ยวข้าช่วยหาให้”หญิงวัยกลางคนที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้น
“ท่านป้าข้ามีอยู่สองลูกเท่านั้นเอาอย่างนี้เ้าค่ะข้าให้พวกท่านตรงนี้ลองแบ่งกันกิน แล้วช่วยบอกข้าทีนะเ้าคะข้ากลัวท่านพ่อว่าเอา” พูดจบเหมยลี่ก็จัดการฉีกมันออกแบ่งให้คนแถวนั้นชิมแววตาเศร้าสร้อยพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มจะคลอเบ้าเรียกคะแนนสงสารได้เป็อย่างดี มือน้อยทยอยส่งชิ้นมันเผาให้ทุกคนได้กิน
“อืมหวาน ข้าไม่เคยกินแบบนี้มาก่อน”
“นุ่มมากข้าว่ารสชาติดีกว่าก้อนแป้งทอดอีกนะ”
“อั้วก็ว่า กินง่ายดีไม่ต้องเคี้ยวชอบๆ”
เสียงชมอื้ออึงจนคนทั้งตลาดเริ่มหันมามองเห็นอย่างนั้นแม่ค้าตัวเล็กจึงใส่โฆษณาอีกชุดเพิ่มเติม
“มันนี่ขึ้นเฉพาะแถวบ้านข้าเ้าค่ะท่านพ่อให้ข้าเดินมาไกลมาก มันเลยไม่ค่อยหอมหวานเท่าไหร่ข้าขออภัยด้วยนะเ้าคะ”เหมยลี่เล่นบทดราม่าอีกครั้ง “พรุ่งนี้เดี๋ยวข้าให้ท่านพ่อเอามาแบบร้อน ๆข้าจะได้ขายให้พวกท่านแบบที่อร่อยกว่านี้เ้าค่ะ”
“ยังอร่อยได้มากกว่านี้เชียว”
“นี่ก็รสชาติดีมากแล้วอย่ารู้สึกผิดเลยเ้า”
ต่างคนต่างปลอบเด็กน้อยตรงหน้าที่ร้องไห้จนตัวแดง
“มันเผานี่พอจะเอามาขายได้มั้ยเ้าคะข้าหมดหวังจะไปหาที่ขายที่อื่นแล้วเ้าค่ะนี่ก็จะค่ำแล้วข้าไม่มีแรงไปที่อื่นแล้วเ้าค่ะ”เด็กน้อยทิ้งตัวลงนั่งกลางพื้นก้มหน้างุดสะอื้นพอมีเสียง
“เ้าเอามาขายที่นี่แหละข้าให้ที่เ้าขายเองไม่ต้องจ่ายค่าที่ด้วย”อาแปะคนหนึ่งที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ั้แ่ต้นเอ่ยขึ้น
“ท่านลุงฮืออ...ข้าขอบพระคุณท่านมากเ้าค่ะ เอาหมอนมาพบเสื่อก็วันนี้ ฮือ...ขอบพระคุณจริงๆ เ้าค่ะ” เหมยลี่ทรุดลงโค้งให้อย่างน่าสงสารเมื่อแผนการขั้นแรกสำเร็จแผนการหาลูกค้าจึงเกิดขึ้น“พรุ่งนี้ข้าเ้าเอามันเผาอย่างดีมาตอบแทนท่านนะเ้าคะทุกคนที่ช่วยเหลือข้าวันนี้ด้วยเ้าค่ะข้าจะให้ท่านพ่อลดราคาให้พวกท่านเป็พิเศษเลยตอบแทนที่ช่วยข้า”
เหมยลี่คำนับรอบวงว่ากันว่าเด็ก ๆหากอ่อนน้อมจะได้รับเมตตาเป็พิเศษเหมยลี่ได้เจอก็วันนี้
โครม !!!
“ไอ้เวรนี่มาเป็จับกังดันทำของของข้าเสียหาย”
เสียงก่นด่าลั่นตลาดจนคนทุกคนต่างหันมอง
“ข้าขออภัยท่านข้าเหยียบโดนเศษหินแหลมเลยเสียหลัก” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างรู้สึกผิด
“ข้าเอาของลงเรือมาขาย เ้ามาทำพังแบบนี้ข้าไม่จ่ายค่าแรงวันนี้แล้วเ้าไม่ต้องชดใช้ของคนจนๆ อย่างเ้าคงไม่มีปัญญาไอ้จับกังกระจอก ไปขนอันใหม่มาให้ลูกค้าของข้าด้วย”เสียงดังลั่นเป็ชุดจนมีคนที่ซื้อของเสร็จเริ่มมุงดู
กลับกันกับเหมยลี่ที่ยืนอยู่เธอจำได้ั้แ่คำแรก ‘ข้าขออภัยท่าน’เสียงนั่นคือเสียงของคนที่เพิ่งหยอกล้อกับนางเมื่อเช้า เฉินกวง