หลังจากพูดคุยกันเสร็จแล้ว หยางเฉิงก็พาลู่เหวินไปบ้านหมอกู่ หมอประจำหมู่บ้าน ทว่ายังไม่ทันพ้นบริเวณบ้าน ก็ได้ยินเสียงนางหลี่ะโมา
“เ้าสาม กลับมาแล้วเหรอ เ้าล่าอะไรได้บ้าง ทำไมไม่เข้ามาบอกกับแม่ก่อน”
“ไม่ได้อะไรเลยขอรับ ใกล้หน้าหนาวแล้ว พวกสัตว์เริ่มอพยพ ไม่มีสัตว์มาติดกับดักเลยขอรับ” หยางเฉิงกล่าวด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
“อะไรกัน เ้าไปตั้งหลายวันไม่ได้อะไรติดมือมาได้ยังไง แล้วทีนี้จะเอาเงินจากไหนมาซื้อธัญพืช เก็บไว้กินฤดูหนาว เ้าคิดจะหลอกข้าเหรอลูกสาม” นางหลี่โวยวาย
“ท่านแม่ ลองถามพี่ใหญ่ดูเถิดขอรับ รอบนี้ไปกันหลายคน พี่ชายพี่สะใภ้ใหญ่ก็ไปด้วย ไม่มีใครได้อะไรออกมาเลยขอรับ”
นางหลี่ครุ่นคิดหากพี่ชายสะใภ้ใหญ่ไปด้วยถ้าหยางเฉิงได้อะไรกลับมา รายนั้นต้องรีบมารายงานน้องสาวแล้ว แต่ยังไม่วายสงสัย “หากไม่ได้อะไรกลับมาแล้วเ้าจะพาเ้าตัวเล็กนั่นไปไหน”
“ข้าแค่จะพาไปให้หมอกู่ช่วยดูอาการเหวินเออร์สักหน่อยขอรับ” หยางเฉิงตอบ
“แล้วเ้าจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายหมอกู่ ลูกสามเมื่อก่อนตอนเ้าล่าสัตว์ได้ คงแอบเก็บเงินไว้ ไม่ส่งเข้ากองกลางสินะ”
หยางเฉิงมองไปยังเหล่าพี่น้องที่ออกมาจากในบ้านหลังจากได้ยินเสียงแม่ตนเองโวยวายได้สักพัก
“ทุกครั้งที่ทุกคนหาเงินมาได้ ท่านแม่แอบจะมอบหนึ่งส่วนให้พี่ชายกับน้องๆ เก็บไว้เสมอ แต่ข้าไม่เคยได้สักครั้ง ถึงจะรู้อย่างนั้น ข้าก็ยังคงส่งเงินทั้งหมดที่มาได้เข้ากองกลางทุกครั้ง แล้วทำไมท่านแม่ถึงพูดเช่นนี้เล่า ที่ข้าไปหาหมอกู่แค่พาเหวินเออร์ไปให้ท่านหมอช่วยตรวจดู แม้จะไม่มีเงินแต่ข้าค่อยไปช่วยท่านหมอหาสมุนไพรมาแทนค่าตรวจได้ไม่ใช่หรือ แต่หากท่านแม่ไม่สบายใจก็ให้พี่ใหญ่กับพี่รองมาค้นตัวข้าเถอะ” หยางเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย
นางหลี่หน้าแดงด้วยความโกรธและอับอายที่ถูกจับได้ว่าตนลำเอียงแอบมอบเงินให้ลูกของตัวเอง จะให้ใครไปค้นตัวเล่าลูกชายของนางแต่ละคนดีแต่พูด ยืมก้มหน้าไม่กล้าแม้แต่จะสบตาด้วยซ้ำไป ครั้นจะให้หยางเป่าลูกชายคนเล็กไปค้นตัว รายนั้นก็ไปพักอยู่ร้านหนังสือในเมือง รับงานคัดตัวอักษร ถึงอยู่ก็ไม่เอาด้วยเพราะหยางเป่าชื่นชมหยางเฉิงมาก เขามักจะทะเลาะกับนางเื่อาหารของบ้านสามและลงเอยด้วยการแบ่งส่วนของเขาให้บ้านสามเสมอ หากหยางเป่ากลับบ้าน เขาจะเอาของกินมาฝากเ้าพวกนั้นทุกครั้ง คิดได้ดังนั้นนางหลี่เลยแสร้งทำท่าจะเป็ลม หยางซานและหยางโปเลยมาพยุงแม่เข้าบ้านไป
หยางเฉิงเห็นว่าเื่จบแล้ว และนางหลี่ก็ไม่ได้เป็ลมไปจริงๆ เลยจูงมือลูกชายออกไป เมื่อถึงบ้านหมอกู่ หยางเฉิงก็ขอให้หมอช่วยตรวจให้ลูกชาย หมอกู่จับชีพจรของลู่เหวิน พลางขมวดคิ้ว
“เ้าพาลูกไปหาหมอที่ไหนมา การรักษาของเขาวิเศษมาก เ้าหนูนี่อาการดีขึ้นมาก แม้จะมีอาการขาดสารอาหาร แต่โรคเรื้อรังหายไปหมดแล้ว ต่อจากนี้บำรุงสักหน่อยก็แข็งแรงเหมือนเด็กทั่วไปแล้ว”
หยางเฉิงมองหน้าหมอกู่ด้วยแววตาสับสน “ั้แ่วันที่ท่านไปตรวจให้ ก็ไม่ได้เชิญหมอคนไหนมาอีกเลยขอรับ”
หมอกู่ตะลึง “ยาที่ข้าจัดให้ทำแบบนี้ไม่ได้หรอก สงสัย์คงเอ็นดูเ้าหนูนี่ที่ทรมานกับอาการป่วยมานานเลยให้พรหลังจากฟื้นขึ้นมากระมัง”
หยางเฉิงยิ้มด้วยความยินดี “ขอบคุณท่านมากขอรับ ค่ารักษาเท่าไหร่ขอรับ”
หมอกู่มองดูลู่เหวินด้วยความยินดีในความโชคดีที่หายจากอาการป่วยมาได้อย่างน่าประหลาด “ไม่คิดหรอก ข้าไม่ได้รักษาอะไรเลย เ้าเก็บไว้เถอะ”
หยางเฉิงรีบปฏิเสธ “ไม่ได้หรอกท่านหมอ หากบ้านข้ามีคนป่วยอีกข้าจะกล้ามาหาท่านได้ยังไง ข้ารู้ว่าท่านเอ็นดู
เหวินเออร์ แต่ช่วยคิดค่ารักษาเถิดขอรับ ไหนจะค่ายาตั้ง 9 ชุดที่ท่านทิ้งไว้ให้ตอนที่เหวินเออร์เพิ่งล้มป่วยอีก หากข้าเข้าไปโรงหมอในตำบล ค่ายาอย่างเดียวคงไม่ต่ำกว่า 2 ตำลึงหรอกขอรับ”
“ยานั่นลูกชายคนรองของเ้าเป็คนช่วยข้าหาและจัดการกับสมุนไพรที่ได้มา ข้าจะคิดเงินพวกเ้าได้ยังไง จะตอบแทนก็ต้องไปตอบแทนเสี่ยวเสียนลูกชายเ้า หากแม่เ้าถามก็บอกไปว่าค่ายา 2 ตำลึง แล้วเก็บเงินนั้นไว้บำรุงร่างกายลูกเ้าซะ” หมอกู่ยืนกรานหนักแน่น หยางเฉิงเลยต้องพาลู่เหวินกลับบ้าน
ระหว่างทางกลับบ้าน หยางเฉิงพาลู่เหวินเดินอ้อมมาจนถึงทางเข้าป่าที่ไม่ค่อยมีคนใช้เส้นทางนี้เพราะเป็ทางขึ้นเขาดึกดำบรรพ์ ูเาในตำนานที่เล่ากันว่ามีสมุนไพรล้ำค่า แต่ก็เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย เป็ที่ซึ่งพรานป่าและผู้เสี่ยงโชคทั้งหลายมักจะาเ็และเอาชีวิตไปทิ้งไว้เสมอ ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงหาของป่า ล่าสัตว์ในเขาหนานซานแทน หยางเฉิงบอกให้ลู่เหวินรออยู่ด้านนอกเขาจะเข้าไปเอาของ
ลู่เหวินเดินสำรวจรอบนอกชายป่า นึกขึ้นได้เลยสั่งหยิน “เสี่ยวหยิน ตรวจสอบพื้นที่”
จากนั้นประมาณ 2 นาทีก็มีเสียงเล็กๆ ดังขึ้น
[ในรัศมีห้าสิบจั้งรอบตัวนายท่าน ตรวจพบสมุนไพรมีค่า 2 ชนิด คือ ขิงป่า และตังกุยขอรับ]
“ไปขุดตังกุยกันเถอะ” ลู่เหวินกล่าวอย่างตื่นเต้น
[เดี๋ยวก่อนขอรับ ตังกุยที่ข้าตรวจพบไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว ข้าคิดว่าท่านพ่อของท่านน่าจะขุดมันออกมาเรียบร้อยแล้ว]
ลู่เหวินถึงกับประหลาดใจ ลักษณะของหยางเฉิงไม่ได้เข้าไปเพื่อเสี่ยงโชค แต่เขาเหมือนจะไปเอาของที่รู้ที่ตั้งดีอยู่แล้ว
หยางเฉิงเข้าไปประมาณหนึ่งเค่อก็กลับออกมา “รอนานมั้ย ไปกันเถอะลูก”
“ท่านพ่อไปไหนมาขอรับ” ลู่เหวินถามด้วยความสงสัย
“วันนี้ตอนกลับจากล่าสัตว์ พ่อวกกลับมาทางนี้กะว่าจะลองเสี่ยงโชคดู พ่อเจอตังกุยต้นนี้ขึ้นอยู่ด้านหลังหินใหญ่ริมธาร พ่อเลยขุดแล้วฝังไว้ใต้หินใหญ่ป้องกันคนอื่นมาเจอ แล้วรีบกลับบ้านไปรับเ้า ไปกันเถอะ นี่น่าจะพอค่ายาบำรุงของเ้า” หยางเฉิงตอบลูกชาย
“หากท่านย่ารู้จะทำไงขอรับ”
“นี่เป็ยาบำรุงคนป่วย ท่านย่าไม่ได้ป่วย จะมาแย่งได้อย่างไร ไปกันเถอะเดี๋ยวแม่เ้าจะเป็ห่วง”
ลู่เหวินยิ้มพลางคิดในใจ เจ๋งมากเลย..ท่านพ่อ
ระหว่างทางกลับก็เอ่ยถามลูกชาย “พรุ่งนี้พ่อจะเข้าไปในตัวเมือง เ้าอยากไปด้วยไหม แต่ต้องตื่นเช้านะ”
ลูกชายคนเล็กั้แ่เกิดมาก็ป่วยมาตลอด เดินได้ไม่กี่ก้าวก็เหนื่อยหอบ หากอยากไปเที่ยวเล่นบ้าง ก็จะมีพี่ชายทั้งสองพาขี่หลังไป แต่ตอนนี้ลูกเขาหายแล้ว หยางเฉิงเลยอยากพาลูกชายออกไปพบโลกภายนอก หากขายตังกุยได้ราคาดี จะได้ให้โรงหมอในเมืองจัดยาบำรุงให้ด้วย
“ไปขอรับ ข้าอยากไป แต่ท่านพ่อจะเอาตังกุยกลับบ้านได้เหรอขอรับ”
หยางเฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก็จัดการแยกชิ้นส่วนต้นตังกุยออกเก็บไว้ในห่อผ้าส่งให้ลูกชายใส่ไว้ในอกเสื้อ แล้วชวนกันกลับบ้าน ระหว่างที่พ่อเผลอนั้นลู่เหวินก็เก็บตังกุยไว้ในช่องเก็บของเรียบร้อยแล้ว