ก๊อก ก๊อก
สีหน้าของคนทั้งโต๊ะเปลี่ยนไปทันที ทุกคนรู้ว่าคนบ้านเซวียนเพิ่งมาอยู่ได้สองเดือน และไม่ได้สุงสิงกับใครอื่นนอกจากครอบครัวเฉิน ซึ่งสมาชิกทั้งหมดของครอบครัวเฉินก็นั่งอยู่ด้วยกันที่นี่ ถ้าอย่างนั้นคนที่อยู่ด้านนอกคือใครกัน?
เซวียนซือซือมองซ้ายมองขวาตรวจตราสิ่งของในบ้าน เดิมทีของทุกอย่างของเธอก็เหมือนๆ กับบ้านคนทั่วไปยกเว้นเครื่องปรุงบางอย่างที่นำออกมาจากคู่มือออนไลน์ แต่ของพวกนั้นเมื่อใช้แล้วก็เก็บมันไว้ในตู้ชั้นล่างไม่ได้เอาออกมาวางตระหง่านไว้ เพราะรู้ว่าวันนี้ครอบครัวเฉินจะมารับประทานอาหารร่วมกัน
“ลุงจะไปเปิดประตูเอง” ลุงเฉินทำท่าถกแขนเสื้อตีหน้าขรึมให้ดูน่าเกรงขาม
ทันทีที่ประตูเปิดออก เสียงเหนื่อยอ่อนก็ดังขึ้น
“เฮ้อ เจอสักที”
“เถ้าแก่หยวน!!” สี่ห้าคนที่นั่งอยู่ในบ้านอุทานขึ้นพร้อมกันด้วยความตะลึงพรึงเพริด
“โถ่เอ๊ยทำเอาฉันใแทบแย่ เถ้าแก่เชิญเข้ามาก่อนค่ะ” ผู้เป็เ้าบ้านรีบเอ่ยปากเชื้อเชิญด้วยความโล่งใจ
เซวียนหยูรีบไปเทน้ำแร่จากขวดนำมาเสิร์ฟให้คุณลุงที่มีรอยยิ้มน่าขนลุก
เถ้าแก่หยวนดื่มน้ำจนหมดแก้ว จากนั้นก็ทำท่าทีเขินอาย ก่อนจะขอมันเพิ่มอีก “น้ำที่นี่อร่อยจริงๆ แฮ่ะ แฮ่ะ”
เซวียนซือซือถามว่าเขารับประทานอะไรมาหรือยัง แล้วเพิ่มตะเกียบหนึ่งคู่กับจานข้าว
บรรยากาศผ่อนคลายลงและเริ่มกลับมาสนุกสนานเหมือนก่อนหน้า เถ้าแก่หยวนแทบจะกลืนลิ้นเขาไม่เคยลิ้มรสชาติของอาหารปรุงสดจากวัตถุดิบธรรมชาติที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน
“คนในเขต C กินแบบนี้ทุกวันเลยหรือ” น้ำเสียงที่ไม่ปกปิดความอิจฉาของเถ้าแก่หยวนพูดขึ้น
“ก็ไม่ทุกวันหรอกค่ะ”
คำตอบของเซวียนซือซือทำให้เถ้าแก่หยวนลดความอิจฉาลงเกินครึ่ง นั่นสินะ ของพวกนี้หายากจะตาย
เซวียนหยูพยักหน้า เขาเอ่ยเสริมพี่สาว “วันอื่นเป็โจ๊กบ้าง ไข่ตุ๋นบ้าง ผัดไข่ใส่มะเขือเทศบ้าง โอ๊ย มีหลายเมนูเกินผมจำไม่ไหว แต่บะหมี่อร่อยที่สุด”
ฉึก!
เหมือนถูกยิงที่กลางอก
เซวียนหยูไม่รู้สึกว่าคำพูดของเขาแปลกตรงไหน ก็เขากินแบบนี้ทุกวันนี่นา
ไม่ใช่แค่เถ้าแก่หยวนที่รู้สึกเจ็บจนถึงกระดองใจ เด็กหนุ่มเฉินเสี่ยวโม่เองก็สูดลมหายใจลึก บังคับให้ตัวเองเป็ปกติ ทั้งๆ ที่ในใจเขากำลังแด้ดิ้น กัดลิ้นด้วยความอิจฉา
“ว่าแต่เถ้าแก่หยวนมีอะไรถึงมาเวลานี้กันคะ แล้วนี่หาบ้านเจอได้อย่างไร”
“จำได้ว่าคุณนายเฉินบอกเอาไว้ตอนฝากส่งพัสดุน่ะ แต่พอไปถึงที่ดินหมายเลข 198 กลับไม่มีคนอยู่ ก็เลยเดินถามไปทั่ว ที่ไหนได้เส้นผมบังูเา ที่ดินของคุณเซวียนอยู่ใกล้แค่นี้เอง ถ้าเป็ตอนกลางวันผมไม่มีทางหาไม่เจอแน่ มองแวบเดียวก็เห็นแปลงมะเขือเทศแล้ว ฮะ ฮะ”
เซวียนหยูอาศัยจังหวะที่เถ้าแก่หยวนเคี้ยวตุ้ยๆ สลับจานไข่เจียวมาไว้ใกล้ตัวเอง ก่อนจะผลักผัดเห็ดที่เถ้าแก่หยวนไม่ทันได้มองไปไว้แทนที่อย่างแเี แต่มีหรือที่เซวียนซือซือและคนอื่นจะไม่เห็น เธอได้แต่หัวเราะ เ้าเด็กนี่เบื่อเห็ดจนไม่ไหวแล้วสินะ
เถ้าแก่หยวนตาลุกวาว “นี่คืออาหารจากเห็ด?”
“ใช่ค่ะ” เซวียนซือซือพยักหน้า
“ไอ้โหยว เพราะเ้าเนี่ยแหละที่ทำให้ผมมาในวันนี้ ฮ่าๆ ผลจากสถาบันวิจัยทางการเกษตรออกมาแล้วนะครับ เห็ดนางรมไม่มีสารพิษค่ารังสีเท่ากับศูนย์ ส่วนดัชนีพลังงานคือ 120”
“เท่าไหร่นะคะ!” ป้าเฉินอุทาน
“120 ครับ เกรด SSS+”
ครอบครัวเฉินโดยเฉพาะเฉินเสี่ยวโม่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ เห็ดที่เขาเบื่อหน่ายกลับกลายเป็ว่าเป็ของมีค่า ถึงว่าถ้าวันไหนเขากินเห็ดนางรมที่มารดาส่งไปจะรู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น อีกทั้งยังเรียนเข้าใจสมองปลอดโปร่ง โดยเฉพาะภาคปฏิบัติ พลังจิติญญาของเขาเสถียรมากจนอาจารย์เอ่ยชม ที่แท้ก็เป็เพราะเห็ดนี่เอง
ไม่รู้ว่าพวกชนชั้นสูงเขต A นั่นจะว่าอย่างไรเมื่อรู้ว่าลูกทาสอย่างเขากินอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบเกรด SSS+ เห็นอวดกันนักหนาว่าตัวเองได้กินอาหารปรุงสุกเกรด A บ้างล่ะ เกรด B บ้างล่ะ โด่ว
เซวียนซือซือใช้น้ำเสียงสบายๆ ถามเถ้าแก่หยวน “ถ้าอย่างนั้นต่อไปร้านของเถ้าแก่หยวนก็จะรับซื้อเห็ดนางรมจากฉันแล้วใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ นอกจากนี้เพราะนี่คือเห็ดชนิดใหม่ผู้ที่ค้นพบคนแรกจะมีสิทธิ์ตั้งชื่อมัน และชื่อของผู้คนพบจะถูกใส่ไว้ในฐานข้อมูลเว็บไซต์เกษตรอีกด้วย คุณเซวียนสามารถติดต่อกับสถาบันวิจัยได้เลยหรือจะให้ผมเป็ธุระให้ก็ได้”
“ยังไงรบกวนฝากเถ้าแก่หยวนไปจะดีกว่าค่ะ ส่วนชื่อก็ให้ชื่อว่าเห็ดนางรมเนี่ยแหละค่ะ ตรงดอกมันคล้ายกับหอยนางรม”
เถ้าแก่หยวนแสร้งพยักหน้าเข้าใจ ทั้งที่จริงจะหอยหรือเห็ดเขาก็ไม่รู้จักทั้งนั้นนั่นแหละ แต่ไม่มีทางที่เขาจะพูดมันออกมาหรอก ใครจะอยากโชว์โง่ให้เด็กๆ เหล่านี้ดูล่ะ
ป้าเฉิน ลุงเฉินที่ถูกมองว่าเป็เด็กทั้งๆ ที่อายุพอๆ กับเถ้าแก่หยวน “...”
ก่อนที่เถ้าแก่หยวนจะจากไป เซวียนซือซือได้นัดหมายให้เขามารับผลผลิตในวันพรุ่งนี้ ในเมื่อเขารู้ที่อยู่ของเธอแล้วก็ให้มารับของไปจะสะดวกกว่าและยังประหยัดเงินค่าเช่ายานได้อีกนิดหน่อย และเธอยังใจกว้างตัดเห็ดให้เถ้าแก่หยวนกลับไปกินที่บ้านอีกหนึ่งถุงใหญ่ เพราะอย่างไรพรุ่งนี้เห็ดที่ตัดก็จะงอกใหม่อีกในไม่ช้า
“เสี่ยวซือ 30 เหรียญดวงดาวกับชุดเชื้อเห็ดสามก้อนที่ขายให้ป้ามันน้อยไปนะ ป้าไม่รู้มาก่อนว่ามันจะมีราคาขนาดนี้” ป้าเฉินว้าวุ่นใจเธอรู้ว่าตัวเองเอาเปรียบเด็กคราวลูกอยู่ ช่างน่าละอายจริงเชียว
“ไม่หรอกค่ะป้าเฉิน ก้อนเชื้อเห็ดนางรมที่ป้าซื้อไปมันจะออกดอกทุกๆ 7 วันครั้ง อยู่ได้ประมาณ 4-5 เดือนก็หมดเชื้อแล้ว ฉันทดลองให้เสี่ยวหยูเป็คนดูแลกับที่ฉันดูแล แม้จะเป็เชื้อก้อนแบบเดียวกันเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว แต่พอคนที่ดูแลไม่ใช่ฉันเห็ดก็จะไม่ขึ้นใหม่ทุกวันแต่จะเป็ 7 วันครั้ง เื่ค่ารังสีเพราะว่าเห็ดมันเติบโตจากก้อนไม่ได้ใช้ดินเลยไม่มีค่ารังสี ส่วนเื่ดัชนีพลังนั้นพรุ่งนี้เถ้าแก่หยวนมาเราก็จะได้รู้ว่าเห็ดของฉันกับของเสี่ยวหยูมันเหมือนหรือต่างขนาดไหน”
“แล้วถ้าเราเอาเห็ดเพาะในดินล่ะ?” เฉินเสี่ยวโม่ปิ๊งไอเดียขึ้นมา ในเมื่อระยะเวลาเติบโตของเห็ดนั้นสั้นมาก แม้จะปลูกในดินที่มีรังสีแล้วค่ารังสีไม่ได้บริสุทธิ์เท่าเห็ดที่เกิดจากก้อนเชื้อ แต่มันก็น่าลองไม่ใช่เหรอ
“ในดินมีเห็ดก็จริงพี่เสี่ยวโม่ แต่เห็ดนางรมเกิดตามขอนไม้ ต้นไม้ ยิ่งผุๆ เปื่อยๆ ยิ่งชอบและตรงนั้นต้องมีเชื้อมีสปอร์และความชื้นเพียงพอด้วย อืมถ้าจะลองก็ไม่เสียหายอะไร ทุกอย่างต้องทดลอง” แต่จะหาขอนไม้ได้ไหมก็อีกเื่หนึ่ง อีกทั้งระยะเวลาในการเติบโตของเห็ดน่าจะยาวนานมากด้วย
เฉินเสี่ยวโม่เองก็นึกถึงเื่ขอนไม้เหมือนกัน นั่นค่อนข้างลำบาก สู้เพาะเห็ดจากก้อนเชื้อดีกว่า น่าเสียดายที่ไอเดียของเขาไม่มีวันเป็จริงได้
เซวียนซือซือเห็นไหล่ที่ห่อเหี่ยวของเฉินเสี่ยวโม่เธอก็คิดเื่หนึ่งขึ้นมาได้“อย่างที่ฉันคุยกับเถ้าแก่หยวน เห็ดไม่ได้มีแค่เห็ดนางรม ยังมีเห็ดชนิดอื่นอีกที่น่าสนใจ ฉันเองก็พอจะรู้จักอยู่สามสี่ชนิด มีหนึ่งชนิดที่ปลูกง่ายมากแต่จะเก็บได้แค่สองสามรุ่นเท่านั้น ไม่ต้องใช้ดินแต่อาจจะมีรังสีตกค้างเล็กน้อย”
สิ่งที่เธอหมายถึงคือเห็ดฟาง ซึ่งเห็ดฟางนั้นเติบโตง่าย จะใช้เศษหญ้าแห้ง ฟางข้าว แกลบอะไรก็ได้แล้วโรยเชื้อลงไป ในเมื่อเห็ดไม่ได้ขึ้นที่พื้นดินโดยตรงแต่ขึ้นที่ฟาง ซึ่งฟางเหล่านี้คือลำต้นของข้าวที่เติบโตจากดินที่เต็มไปด้วยรังสี เธอเลยไม่มั่นใจว่าเห็ดฟางที่เกิดมาจะมีปริมาณรังสีมากน้อยเพียงใด
แต่ถ้ามองในมุมง่ายๆ ก็คือมันได้เติบโตจากดินโดยตรง และมีตัวกรองเป็ฟางข้าวอยู่ดังนั้นเห็ดฟางก็ควรจะมีรังสีน้อยกว่าฟางพวกนั้นใช่ไหม