5 ปีผ่านไป แม้ ฮาชีค จะตามหาเคทแค่ไหน แต่ทุกที่ก็ไม่มีวี่แววเลย เหมือนเธอหายไปแบบไร้ร่องรอย เหมือนกับไม่เคยมีเธออยู่ ชีวิตฮาชีค หลังจากนั้น ก็ดูเหมือนว่างเปล่า ไม่มีใครมาแทนเธอได้ ถึงจะมีสาวสวยพร้อมจะปรนเปรอก็ตาม
ตอนนี้ ฮาชีค เดินทางมาคุยธุรกิจที่เมืองไทย ถึงแม้จะมาไม่บ่อยแต่ ฮาชีคก็หาติวเตอร์มาช่วยสอนภาษาไว้เพราะอยากจะคุยเื่ธุรกิจที่ทำด้วยตัวเอง เพราะเป็โปรเจกใหญ่ และด้วยเป็คนที่หัวไวฮาชีคเลยเรียนรู้ภาษาไทยได้ไม่ยาก
“อ๊ะ ขอโทษครับ “
ขณะที่ ฮาชีค กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ ในสวนสาธารณะ เพื่อพักผ่อน ก็มีเด็กผู้ชายที่วิ่งถือของเล่นมาชนกับ ฮาชีคเข้าก่อนจะล้มลง
ฮาชีค ก้มลงพยุงเด็กตรงหน้าลุกขึ้นยืน เด็กน้อยลูกครึ่ง ดวงตากลมโต ผิวคล้ำเล็กน้อย จ้องมองฮาชีค ฮาชีครู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก ขณะที่สายตาก็กวาดตามองหาพ่อแม่ของเด็กน้อยไปด้วย
“ พ่อกับแม่ไปไหนครับ มาวิ่งเล่นคนเดียว อันตรายนะ “
ฮาชีค พูดเสียงอ่อนโยน ขัดกับหน้าตาที่ดูเข้ม ดุดัน ของเขา ก่อนจะมองเด็กหน้าตาใสซื่อตรงหน้าที่ยังส่งยิ้มมาให้เขา
“หม่ามี๊ ไม่ยอมพาคูเปอร์มาเล่น คูเปอร์เลยแอบมา “
เด็กตรงหน้าพูดเสียงเบาลง เพราะกลัวความผิดที่แอบออกมา
“ปล่อยให้มาคนเดียวได้ไงนะ เด็กตัวเล็กแค่นี้ “
ฮาชีคพึมพำกับตัวเองเป็ภาษาอิตาลี แต่ก็ยิ่งต้องใเมื่อเด็กชายตรงหน้ากลับตอบกลับมาเป็ภาษาอิตาลีด้วย
“แต่คูเปอร์ดูแลตัวเองได้ครับ คุณอาอย่าฟ้องหม่ามี๊นะครับ”
คูเปอร์พูดพร้อมยื่น นิ้วก้อยให้สัญญา
ฮาชีค ได้ฟังทั้งใทั้งแอบขำอยู่ในใจ ก่อนจะตอบตกลง ตอนเด็กเขาก็เคยแอบหนีมาเที่ยวเล่น เพราะพ่อของเขามีศัตรูมากมาย ที่คอยจะทำร้าย ดังนั้น ฮาชีค จึงเหมือนถูกขังอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น
“ได้สิ อาจะไม่บอกหม่ามี๊หนูก็ได้ แต่สัญญากับอาก่อน ว่าต่อไปหนูจะไม่แอบออกมาอีก โอเคไหม”
เด็กน้อยได้ฟังดังนั้นก็หน้าเศร้าลงทันที แต่ก็ยังยื่นนิ้วก้อย มาสัญญาด้วย ฮาชีค มองยิ้มๆ ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยสัญญากับหนูน้อยคูเปอร์ด้วย
“แต่ถ้าหนูอยากมาเล่นเมื่อไหร่ อาจะเป็เพื่อนเล่นหนูเอง “
ฮาชีคพูดขึ้นหลังเห็นหน้าเด็กน้อยดูเศร้าก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นด้วยความดีใจ ไม่รู้เป็เพราะอะไร ฮาชีค รู้สึกเหมือนมองเห็นตัวเองในเด็กคนนี้ เพราะตนเองก็ไม่เคยมีเพื่อนั้แ่เด็กและเล่นคนเดียว ถึงจะมีน้องสาวแต่เธอก็ถูกส่งไปเมืองนอกั้แ่เด็ก ทำให้เขายิ่งรู้สึกเอ็นดูคูเปอร์ขึ้นมาอีก
“ ป้ะ เดี๋ยวอาจะพาคูเปอร์ไปส่งบ้านเอง หม่ามี๊จะได้ไม่ดุ “
คูเปอร์ ไม่พูดแต่เดินมาจับมือกับ ฮาชีค เพื่อพากลับบ้านแทน ฮาชีคกำมือเด็กน้อยแน่นก่อนจะพาเดินไปตามทางที่คูเปอร์พาไป
หลังจากเดินมาได้สักพัก เด็กชายที่เดินจูงมือมาก็มาหยุดอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ร้านบ้านสวนคุณยาย ถือว่าเป็ร้านดังเลยก็ว่าได้ เนื่องจากมีลูกค้าเต็มร้านไปหมดแถมยังมีต่อคิวอีกยาวเลย
“หม่ามี๊คูเปอร์ ทำงานที่นี่หรอครับ”
ฮาชีค นั่งลงยองๆ ก่อนจะถาม เพราะเด็กชายตัวเล็กไม่ยอมเดินต่อ
“คูเปอร์!! “
เสียงคุณป้าร่างท้วม เรียกคูเปอร์ เสียงดังลั่น เมื่อเห็นยืนอยู่กับคนแปลกหน้า
“ยายจ๋า”
คูเปอร์รีบวิ่งเขาไปกอดหญิงร่างท้วมนั้นทันที
“คุณเป็ใครหรอคะ ฉันไม่เคยเห็นหน้าเลย”
เอมอร พูดขึ้น เพราะดูแล้วคงจะไม่ได้มาทานอาหารที่นี่แน่นอน
“ผมเจอคูเปอร์ที่สวนสาธารณะน่ะครับ เลยเดินมาส่งแกที่บ้าน”
ฮาชีคพูดพร้อมกับมองไปที่คูเปอร์ ที่ตอนนี้เยืนจับมือกับคุณยายไว้
“ตายจริง น่าตีเชียว เด็กคนนี้ ไม่รู้จักกลัวเลย “
“เข้ามาก่อนสิคะ มานั่งคุยกันก่อน “
ไม่พูดอย่างเดียวแต่หญิงร่างท้วมเดินมาจับมือพาฮาชีคเข้าไปในร้านด้วย
เอมอรรีบพาฮาชีคมานั่งที่ห้องรับแขกพร้อมกับเอาน้ำกับของว่างมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะไปหมด ฮาชีคมองด้วยความตื่นตาตื่นใจมากเพราะของว่างเป็ขนมไทยที่ถูกจัดวางมาอย่างสวยงามและประณีตและมันยังแปลกใหม่สำหรับเขามาก เอมอรมองฮาชีคอย่างเอ็นดู
“เพิ่งมาอยู่แถวนี้หรอ ฉันไม่ค่อยเห็นคนต่างชาติมาเที่ยวเท่าไหร่“
“ครับ เพิ่งมาได้ 2 อาทิตย์ครับ“
“ชื่ออะไรล่ะพ่อหนุ่ม ไหนๆ ก็มาอยู่แถวนี้แล้วจะได้รู้จักกันไว้“
“ฮาชีคครับ“
“ป้าชื่อเอมอร เป็เ้าของร้านที่นี่ ถ้าอยากกินอะไรมาที่นี่ได้เลย ป้าจะทำให้พิเศษ“
“ไม่เป็ไรครับ คุณป้า แค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว“
“เกรงใจอะไรกัน ขอบใจมากนะ ที่พาเ้าหลานดื้อมาส่ง“
เอมอรพูดพร้อมกับยิ้มๆ
“แล้วพ่อกับแม่คูเปอร์ไปไหนหรอครับ “
“อ้อ ตอนนี้แม่แกติดงานใหญ่ที่บริษัท 2-3 วันนี้ยุ่งๆ เลยเอามาฝากกับป้าไว้ก่อนน่ะ ปกติตัวติดกันตลอดไม่เคยห่างเลย สงสัยจะเป็งานสำคัญ“
“อ่อครับ“
ฮาชีคพยักหน้ายิ้ม พร้อมกับมองคูเปอร์ที่นั่งเล่นของเล่นอยู่ที่โซฟา
“แล้วพ่อของเขาเป็คนอิตาลีหรอคครับ เห็นคูเปอร์พูดอิตาลีได้ด้วย”
“ใช่จ้า พ่อกับแม่แกทั้งคู่แยกกันอยู่นานแล้ว แต่แม่คูเปอร์ก็ยังสอนพูดทุกวัน อย่างน้อยก็เป็ความรู้ติดตัวไว้น่ะ”
หลังจากนั่งคุยกับคุณป้าเอมอรและเล่นกับคูเปอร์อย่างสนุกสนาน รู้ตัวอีกทีตอนนี้ฮาชีคทานของว่างจนหมดบนโต๊ะแล้ว ฮาชีคกินได้ไม่หยุดเลย เขารู้สึกชอบอาหารไทยมากๆ ก่อนกลับเอมอรก็ยังห่อของว่างอีกบางส่วนให้ฮาชีคกลับไปด้วย ฮาชีคขอบคุณแล้วขอบคุณอีก เขาเสียแม่มาั้แ่เด็กๆ เลยถูกเลี้ยงมาแบบเข้มงวด ถึงพ่อเขาจะใจดีแต่ก็ไม่ต่อยแสดงออกให้เขาเห็นเท่าไหร่ เพราะภาระหน้าที่ทำให้ต้องดูเข้มแข็งเสมอ
“ให้คุณอามานอนเล่นกับคูเปอร์ได้ไหมครับยาย“
คูเปอร์อ้อนยายเมื่อเห็นว่าฮาชีคจะกลับแล้ว
“ไม่ได้หรอกลูก คุณอาเขามีธุระต้องทำ“
คูเปอร์หน้าหงอยลง
“อาจะหาเวลามาเล่นกับคูเปอร์บ่อยๆ เลยดีไหมครับ“
ฮาชีคนั่งลงหยองๆ พร้อมกับยื่นนิ้วก้อยแบบที่คูเปอร์ชอบทำ
คูเปอร์ดีใจรีบะโกอดคอฮาชีคทันที
“เย้ๆๆ จริงๆ นะครับ คุณอาจะมาหาคูเปอร์อีกนะครับ“
ฮาชีคพยักหน้ายิ้มให้คูเปอร์อย่างเอ็นดู
บริษัท โมเดิร์น โฮม อิน ไทยแลนด์
"วันนี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเรา คุณ ฮาชีค เฟอเดอริโก จะมาเข้าร่วมประชุมกับเราด้วย คุณเคทเป็คนอธิบายโปรเจคใช่ไหมครับ ทำให้เต็มที่นะครับ"
เกริกพล ประธานบริษัท โมเดิร์น โฮม อิน ไทยแลนด์ เดินเข้ามาทักทายเคท
"ขอบคุณมากเลยค่ะ ท่านประธาน ฉันจะไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ"
หลังจากต้องเตรียมงานมาสัปดาห์กว่า วันนี้ก็มาถึง แค่ทำให้ผู้ถือหุ้นของเราพอใจ งานนี้ก็ถิอว่าสำเร็จไปครึ่งแล้ว เพราะเธอแอบได้ยินหัวหน้าพูดว่า ผู้ถือหุ้นคนนี้เข้มงวดและน่ากลัวมาก แถมเป็คนชอบเก็บตัว แม้แต่รูปของเขาก็ยังหามาดูทำความคุ้นชินก่อนก็ไม่ได้ ถ้าทำพลาดนิดเดียวจบเห่แน่นอน และที่เธอโดนโยนงานนี้มาให้ทำ ก็เพราะเธอเป็คนเดียวที่สามารถพูดภาษาอิตาลีได้ การที่มีคนพูดภาษาอิตาลีได้ในการแนะนำโปรเจคนี้ก็เหมือนซื้อใจไว้ ให้รู้ว่าทางบริษัททุ่มเทให้กับผู้ถือหุ้นคนนี้แค่ไหน เอาล่ะวันนี้เป็ไงเป็กัน ><
09:00 น.
รถเบนซ์สีดำคันหรูวิ่งมาจอดที่หน้าบริษัท พร้อมกับลูกน้องคนสนิทสวมชุดสีสูทสีดำรีบเดินมาเปิดประตูรถให้จากทางด้านหลังคนขับ ก่อนจะมีเท้าก้าวลงมาจากรถคันหรูนั้น หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีอาหรับ ร่างสูงโปร่ง หน้าคมสัน คิ้วเข้ม จมูกสันโด่ง ผิวคล้ำแทนดูมีเสน่ห์ กับชุดสูทสีกรมได้สัดส่วน ยืนมองบริษัทสูงใหญ่ที่ตั้งกระหง่านตรงหน้า พนักงานสาวๆ ต่างกรี๊ดกร๊าด มามุงดูกันด้วยความสนใจ ก่อนที่ประตูรถด้านหลังอีกข้างจะเปิดออกมาเอง เผยให้เห็นหญิงสาวอีกคน ก้าวเดินลงมาจากรถเบนซ์คันนั้นด้วย หญิงสาวอิตาลีในชุดแดงสีสด หน้าอกอวบใหญ่ กับรองเท้าส้นสูงรีบเดินออกมาจากรถด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองที่ลูกน้องฮาชีคไม่ยอมมาเปิดประตูให้หล่อน เอมิเลีย เลขาส่วนตัวของฮาชีค ที่ง้องอนอยากขอมาด้วย แต่ไม่ใช่เพื่อมาทำงาน แต่หึงหวงฮาชีคอยากมาอยู่ไกล้ด้วย แต่ฮาชีคไม่ได้สนใจแต่อย่างใด
“ขึ้นไปรอข้างบนก่อนไหมครับ”
วาดิมพูดขึ้น ฮาชีคพยักหน้าก่อนจะเดินตรงเข้าไปที่บริษัทพร้อมกับคลิปบอร์ดในมือที่เพิ่งได้รับมาทันทีโดยที่ไม่รอเอมิเลีย ที่เดินตามตูดไปต้อยๆ
เคท หลังจากที่เข้าห้องน้ำออกมาก็เห็นคนเต็มหน้าบริษัทไปหมด เธอเลยพยายามแหวกคนเพื่อไปดูบ้าง ก่อนจะเห็นหลังผู้ชายร่างใหญ่ที่กำลังเดินไปที่ลิฟต์พร้อมกับผู้หญิงชุดแดงกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไป เคทมองออกไปที่รถเบ็นซ์คันหรูที่จอดอยู่ด้านหน้า ก็เห็นชายชุดสูทสีดำที่คุ้นหน้าแต่เธอก็นึกไม่ออก
“ เคยเจอที่ไหนมาก่อนนะ “
“หัวหน้าคะ ตอนนี้แขกมารอที่ห้องประชุมแล้วค่ะ”
“เรานัด 10:00 น. ไม่ใช่หรอ”
“ใช่ค่ะ ตอนนี้ท่านประธานกับหัวหน้าแต่ละแผนกกำลังไปที่ห้องประชุมกันค่ะ”
‘บ้าไปแล้ว!! ทำไมมาไวแบบนี้ ั้แ่ทำงานมาไม่เคยเจอใครเนี้ยบขนาดนี้มาก่อน ส่วนใหญ่จะมาสายกันทุกคนเพราะเห็นว่าตัวเองใหญ่จนเราต้องก้มหัวยอมทุกอย่าง แต่ผิดคาดกับคนนี้’
เคทสวมชุดกระโปรงสีน้ำตาลลายดอกกุหลาบเล็กๆ เสื้อแขนยาวถึงข้อมือ กระโปรงเลยเข่าขึ้นมานิดหน่อยเผยให้เห็นถึงผิวพรรณที่ขาวผ่องใสั้แ่ต้นขาเรียวยาวลงมา จนถึงถึงรองส้นสูงสีดำเรียบง่ายไม่สะดุดตา เธอเดินมาถึงหน้าห้องประชุมก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อคลายความตื่นเต้นก่อนการพรีเซนต์งาน ก่อนจะหายใจออกเบาๆ
แอ๊ดดด
เสียงเคทเปิดประตูเบาๆ ก่อนที่ทุกสายตาจะหันมามองที่เธอ
“ขอโทษค่ะ “
เคทเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับมองไปที่หญิงสาวชาวอิตาลีสาวชุดสีแดงสะดุดตากับหน้าอกเต่งตึง ที่หันมามองเคทแบบเชิดๆ ก่อนสายตาจะมองที่เก้าอี้สีดำ สุดหัวโต๊ะที่ตอนนี้กำลังนั่งหันหลังให้เธออยู่
ท่านประธานรีบส่งซิกให้เคทกล่าวทักทาย แล้วให้เริ่มนำเสนอได้เลย เพราะตอนนี้ทั้งห้องเงียบสนิทไม่มีใครกล้าพูดสักคน แอร์ที่เปิดแค่ 25 องศา แต่กลับทำให้คนทั้งห้องขนลุกซู่ไปหมด
“สวัสดีค่ะ ท่านฮาชีค เฟอเดอริโก ฉันยินดีอย่างมากที่วันนี้ได้มีโอ…“
“อาภัศรา เกียรติวงศ์ตระกูล“
เสียงทุ้ม จากเก้าอี้ที่ยังหันหลังให้เธออยู่พูดแทรกขึ้นก่อนที่เคทจะพูดจบ
“คะ?“
เคทตอบอย่างุนงงที่มีคนเรียกชื่อเธอ
เก้าอี้ตรงหน้าค่อยๆ หันมาพร้อมกับหนุ่มลูกครึ่ง ผิวแทน คิ้วเข้ม จมูกโโด่งหน้าคมสัน ผู้ชายที่เธอไม่เคยลืม ไม่ใช่สิ ผู้ชายที่เธอไม่ควรจะรู้จักด้วยซ้ำ ตอนนี้เขากำลังจ้องมองเธอ เหมือนจะกลืนกินเธอทั้งเป็อยู่แล้ว
ฮาชีคมองหญิงสาวตรงหน้า พร้อมกับวางคลิปบอร์ดที่เป็ข้อมูลและรูปถ่ายของเคทกับเด็กชายที่เขารู้จักเป็อย่างดี
‘เคท อภัศรา หญิงหม้ายลูกติด เลิกกับสามีเมื่อ 5 ปีก่อน ปัจจุบันครองโสดอยู่กับลูกชาย และแม่เปิดร้านอาหาร ตอนนี้เธอเป็หัวหน้าตำแหน่งฝ่ายขาย ที่ย้ายจากบริษัทใหญ่ของประเทศที่อนาคตไกล เพื่อมาอยู่อีกบริษัทถึงแม้จะไม่ใช่บริษัทที่ใหญ่กว่าที่เก่า แต่เธอให้เหตุลว่า้ามาดูแลแม่ที่อายุเริ่มเยอะขึ้น’
ข้อมูลที่เขาเพิ่งจะได้รับมาจาก วาดิมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทำให้เขาต้องมาเห็นกับตาว่าเป็เธอจริงๆ ฮาชีคมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดได้ ทั้งดีใจ ทั้งโหยหา เหมือนตอนนี้เขาได้ของที่หวงแหนกลับคืนมา แต่เขาก็ยังทำตัวเ็า เหมือนไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน ตอนนี้เขารู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าตอนนี้ เหมือนจะใไม่น้อยที่ได้มาเจอกับเขาอีกครั้งโดยบังเอิญ
“ว่าต่อสิครับ คุณเคท อภัศรา “
ฮาชีคพูดย้ำชื่อเธออีกครั้งเหมือนจงใจ