ตอน 22 เฝ้าทางไม่ให้ห่างรัก
ความเดิมตอนที่แล้ว
"หึ ดูท่าทีของนางสิน่าเอ็นดูที่สุด แบบนี้แล้ว ข้าจะอดใจไหวได้ยังไง " จ้านจวิ้นคิดในใจพลางมองนางผ่านผ้าขาวบางที่ผูกปิดตาไว้ตลอด และแล้วจ้านจวิ้นก็อดใจไม่ไหวจริงๆกระชากชิงเหนียนตัวแสบ เข้ากดจูบติดกับขอบรถม้า จนนางเคลื่อนตัวไปไหนไม่ได้เป็อีกครั้งที่จ้านจวิ้นจู่โจมแบบไม่ให้ตั้งตัวชิงเหนียนคนมึนถูกกดบี้ริมฝีปากน้อยๆ อย่างเร่าร้อนจากชายปากแข็งที่ไม่รู้ใจตัวเอง
"องค์ชายขอรับ มีอะไรหรือไม่"หูป๋อที่รออยู่ข้างรถม้า เห็นว่าด้านในมีการสั่นคลอน จึงเอ่ยถามเพราะความเป็ห่วง
"หูป๋อ... คนเช่นเ้าเลี้ยงไว้ก็เสียข้าวสุกจริงๆชาตินี้ทั้งชาติจะขัดจังหวะสุขสมของข้าไปตลอดเลยหรือไร" จ้านจวิ้นคิดในใจ
"ห่ะ ทำไมยังเงียบอยู่ล่ะ"หูป๋อคิดในใจเพราะไม่ได้รับเสียงตอบรับจากผู้เป็นาย
"หรือว่าบนรถม้าจะมีมือสังหาร"หูป๋อคนซื่อคิดไปไกล ตัดสินใจพุ่งพรวดเข้าเปิดม่านในรถม้าออกกว้าง"
"อะอ๊าก... ข้าไม่รู้ ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น" หูป๋อเขินหน้าแดงแฉ่ทำตัวไม่ถูก ได้แต่พูดตะกุกตะกัก
"ออกรถม้าได้!!" บรรรยากาศรักร้อนถูกทำลายลงจ้านจวิ้นหัวเสียคลายปากที่ประกบจูบนางออกใช้มือตบข้างรถม้าเป็สัญญาณให้เคลื่อนตัวไปข้างหน้า
"นะ นี่เ้า!!"ชิงเหนียนโดนบี้จูบจนชาดบนปากเปื้อนแก้ม นางไม่พอใจกับการกระทำของจ้านจวิ้น...ยกมือขึ้นสูงทำทีจะเคาะหัวจ้านจวิ้นสักทีสองที
"เอ้ย... ไม่ได้จะทำแบบนี้ไม่ได้ ขืนประกบปากจูบอีกรอบข้าคงหายใจไม่ออกแน่"ชิงเหนียนรู้ทันว่าการลงโทษของจ้านจวิ้นที่นางมักจะได้รับคือการจูบชนิดที่ว่าจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว นางหด-งอมือกลับไปแทบไม่ทันดีนะที่นึกขึ้นได้เสียก่อน จ้านจวิ้นที่มองเห็นชัดแจ้งด้วยปลายตา อดยิ้มแทบตาย
"ชิงเหนียน ลืมลำดับขั้นของตัวเองแล้วหรือไรตำแหน่งของเ้าคือข้าทาส เป็สนมแค่เพียงในนามเท่านั้นต่อไปนี้ให้เรียกข้าว่านายท่านหากข้าไม่อนุญาตห้ามเรียกข้าว่าเถียจ้านจวิ้นเด็ดขาด หากไม่ทำตามล่ะก็ข้าจะลงโทษเ้าแบบเมื่อครู่ " จ้านจวิ้นพูดข่มขู่ชิงเหนียนพร้อมเผลอหลุดเผยรอยยิ้มของผู้ชนะออกมา
"เหอะ... โรคจิต บ้าอำนาจ แอะอะโวยวายทำใหญ่โตอะไรไม่พอใจก็มีแต่จะฉวยโอกาส... อยู่กับนายที่นี่ฉันเปลืองตัวซะยิ่งกว่าตอนเป็นักแสดงซะอีก" ชิงเหนียนไม่กล้าพูดอะไรมากได้แต่พึมพำเบาๆ ทำปากมุบมิบ
"เ้าว่าอะไรนะ" จ้านจวิ้นแกล้งเอ่ยถาม
"อะเอ่อ... ไม่มีอะไรเ้าค่านายท่าน"ชิงเหนียนกัดฟันพูดฝืนยิ้มเอื้อมมือเรียวๆปาดเช็ดรอยชาดแดงที่ติดริมฝีปากจ้านจวิ้นออก
"เ้าทำอะไรของเ้า" จ้านจวิ้นวางมาดหวงตัวจับข้อมือของนางไว้อย่างไว
"นายท่านเ้าคะ ปากของท่านติดชาดแดงจากปากข้าหากคนอื่นเห็นเข้าต้องหัวเราะเยาะแน่ "
"ข้าหวังดี"
"ท่านยังจะดุชิงเหนียนหรือเ้าคะ" ชิงเหนียนแสร้งพูดอ่อนพูดหวานอย่างที่จ้านจวิ้นไม่เคยได้ยินมาก่อนถ้อยคำหวานชื่น และนิ้วมืออันเรียวเล็กที่ปาดรูดริมฝีปากไม่หยุด มันยิ่งเสริมสร้างให้ใจอันเปล่าเปลี่ยวของเขาแพ้ทางสตรีอย่างนาง
หลังจากนั้นบรรยากาศบนรถม้าเริ่มอบอวลไปด้วยความเงียบงันจ้านจวิ้นนั่งเงียบ ชิงเหนียนเกือบจะเคลิ้มหลับ
"ยู้ว.." เสียงคนบังคับรถม้าถกมือดึงเชือก ออกเสียงสั่งม้า
"ถึงแล้วเหรอ....นี่เหรอนอกวังที่ท่านจะพาข้ามาเที่ยวชม... ไม่เห็นมีอะไรเลย"ชิงเหนียนเปิดม่านออก กวาดสายตามองไปรอบๆ พบว่ากลางตลาดเป็เพียงลานกว้างขาวโพลนร้านค้าเล็กๆต่างมีเพียงแม่ค้าพ่อค้าไม่กี่คนที่ยืนขายของ ขาสั่นพั่บๆ
"หูป๋อ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"ชิงเหนียนเอ่ยถาม
"นี่เป็เื่ปกติที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่องค์ชายรองออกจากรั้ววังเสด็จไปที่ไหนชาวเมืองมักจะแตกตื่นหาที่หลบซ่อนตัวขอรับ"หูป๋อกล่าวรายงานอย่างตรงไปตรงมา
"เหอะ!! ข้าคิดผิดซะแล้วไม่น่าหลงดีใจตามเขามาเลย" ชิงเหนียนปิดม่านนั่งหน้าหงิกบนรถม้า ครุ่นคิดในใจ
"ทำไมคนถึงได้กลัวเขามากขนาดนั้นนะข้าจะช่วยเขาได้ยังไงดี" ชิงเหนียนคิดแผนการใหม่อยู่นาน กระทั่งคิดได้
"นายท่าน... ข้าคิดออกแล้วข้าจะทำให้ทุกคนไม่หลบหน้าท่านอีก "ชิงเหนียนพูดจาดูน่าสงสัยนางไม่รอให้จ้านจวิ้นเอ่ยปากตอบรับ กระชากแขนจ้านจวิ้นลงจากรถม้า
"นายท่าน ไม่ต้องกลัว...ข้าจะเป็ดวงตาให้ท่านเอง"ชิงเหนียนหันมายิ้มให้จ้านจวิ้นพร้อมพูดคำที่แสนจะตราตรึงใจ
"ข้าขอประกาศต่อหน้าทุกท่านข้ากล้ารับประกันว่านายท่านของข้าหรือองค์ชายรองที่พวกเ้าหวาดกลัวนั้นไม่ได้ใจร้ายใจดำเป็ชายโฉดวิปลาสอย่างที่พวกเ้าคิด หากไม่เชื่อแล้วล่ะก็นางสนมคนใหม่อย่างข้าจะอยู่รอดปลอดภัยมาถึงตอนนี้ได้ยังไง "
"ไม่เชื่อเ้าก็ดูนี่สิ ดูเนื้อตัวของข้า สะอาดเอี่ยมใหม่อีกทั้งยังสวมอาภรณ์สวยๆตลอดเวลา ใบหน้ายิ้มแย้มราวกับว่าได้นอนเต็มอิ่ม"ชิงเหนียนป่าวประกาศโดยทั่วกัน โดยไม่ได้มีท่าทีรังเกียจที่จะพูดแม้แต่น้อย
"นี่นาง...มั่นใจในตัวข้าขนาดนี้เชียวหรอ"... จ้านจวิ้นมองชิงเหนียนจากด้านหลังพร้อมครุ่นคิดในใจเพียงผู้เดียว
"ทั้งที่ข้ากับนางเพิ่งได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนางกลับเป็คนเดียวที่เชื่อมั่นในตัวข้า และมองว่าข้าดีเช่นไรมันช่างทำให้ข้าคิดถึงพี่ใหญ่ของข้าจริงๆ "
"พี่ใหญ่...หรือว่านี่จะเป็สตรีที่ท่านประทานมาให้ข้า"จ้านจวิ้นสื่อจิตถึงพี่ใหญ่ที่ล่วงลับ ขอบคุณต่อทวยเทพที่มอบนางมายังโลกนี้
"ตายแล้ว...ๆๆ จบกันๆๆชื่อเสียงฉาวโฉ่ที่องค์ชายอุตส่าห์สร้าง...หวังว่าแผนการใหญ่ที่ท่านวางไว้มันจะไม่พังทลายลงเพราะนางหรอกนะ "เว่ยหูป๋อทำได้แค่กุมขมับ
"จริงเหรอ... นี่เหรอที่ว่าองค์ชายรองวิปลาส...หน้าตาของเขา... ไม่เห็นจะเหมือนในภาพวาด เหตุใดข่าวลือที่กล่าวมาบอกว่าองค์ชายรองมีหนวดเครารุงรัง เนื้อตัวมีหูดปมตาบอดสนิท...จิตใจโฉดชั่ว เป็ที่น่ารังเกียจแก่ชาววัง"ชาวบ้านชาวเมืองค่อยๆโผล่หน้าออกจากบ้านเรือน ออกมาพูดจาเจาะแจ๊ะให้หนาหู
"ท่านป้า... เข้าใจผิดแล้ว นายท่านของข้า...จะเป็อย่างเช่นข่าวลือได้อย่างไร... ท่านดูสิ ใบหน้าอันขาวโพลน จมูกคมเป็สันริมฝีปากชมพูดุจผลท้อ ทรวดทรงสูงยาวกำยำ ไหนเลยจะน่าเกลียดน่ากลัวดั่งเช่นคำลือ...จะเสียก็เพียงอย่างเดียว... เขาปากมากก็เท่านั้น"ชิงเหนียนเดินแจ้นเข้าไปแย้งพวกป้าๆที่กำลังลังเลใจว่าจะเชื่อหรือไม่
"จริงเหรอ... หากเป็อย่างเช่นเ้าว่า...พวกข้าจะได้ไม่ต้องหวาดกลัว" ชาวบ้านเริ่มใจชื้น...ออกจากบ้านเรือนจำนวนมาก... เคลื่อนตัวทำมาหากินตามปกติทำให้ตลาดกลางเมืองกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง
"เย้ ทำได้แล้ว... ง่ายนิดเดียว"ชิงเหนียนภูมิใจในความสามารถของตัวเองอย่างน้อยการละครที่นางได้ร่ำเรียนมาในรั้วมหาลัย มันก็ได้ทำประโยชน์แก่ผู้อื่น...
ชิงเหนียนเดินกลับมาหาจ้านจวิ้นสวมมือเล็กๆแนบสบนิ้วมือทั้งห้าของจ้านจวิ้น จูงมือถือแขนนำทางพาเขาไป
ทว่ากลางตลาดกว้างเป็ดั่งพื้นถิ่นของหยางเค่อ...เขายืนมองชิงเหนียนออกหน้าแทนจ้านจวิ้นจากหอสูง...กวาดสายตาเพ่งมองอย่างไม่ลดละ"ชิงเหนียน... เพื่อเขาแล้ว...เ้ายอมทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ...ชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ขององค์ชายรองที่แม้แต่ทวยเทพยังไม่อยากยุ่งเกี่ยวบัดนี้เ้ากลับล้างมันจนใสสะอาด"
"ชิงเหนียน... เ้าจะพาข้าไปไหน... "
"ข้าจะพาท่านเดินชมเมืองยังไงล่ะไหนๆก็ได้ออกมาแล้ว จะเอาแต่มุดหัวอยู่ในรถม้าจะไปเห็นความงามของบ้านเมืองได้ยังไง อีกอย่างนายท่านไม่จำเป็ต้องระวังตัวอีกแล้วชาวบ้านเข้าใจฐานะของท่านดี ไม่มีใครมองท่านเป็ตัวประหลาดอีกต่อไป"ชิงเหนียนพูดอย่างจริงใจ
"เ้าลืมไปแล้วเหรอ... "
"ว่า..."
"ข้า... "
"ตาบอดสนิท..."
"จะชมความงามร่วมกับเ้าได้อย่างไร"จ้านจวิ้นแสร้งพูดให้นางหยุดความคิดนั้นซะ
"ใช่!! ข้ารู้... เพราะท่านเป็เช่นนั้นแหละข้าถึงต้องยิ่งพาท่านชมเมือง" ชิงเหนียนผู้หวังดียิ่งพูดยิ่งกุมมือจ้านจวิ้นแน่นเข้าไปใหญ่... ตลอดเส้นทางเดินบนตลาดชิงเหนียนบรรยายทิวทัศน์รอบตัวอย่างเจื้อยแจ้วหวังให้จ้านจวิ้นััได้ถึงบรรยากาศรอบตัว