เจ้านางดาราสายทั้งงุนงงและสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่งผู้ใดกันสามารถต้านฤทธิ์น้ำมันพรายของเธอได้ เมื่อคิดดังนั้นสมองของเจ้านางดาราสายก็สุ่มหาคนผิดทันทีและ.. หวยก็ไปออกที่โหรหลวงหนานเมืองอินทร์
แน่ล่ะสิเป็นหมอผีที่มีวิชาอาคมปานนั้นทั้งยังเคยปราบผีปอบที่เข้าร่างข้ารับใช้ของเธอได้อีกด้วยซึ่งปอบนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นปอบที่เจ้านางดาราสายเลี้ยงเอาไว้แล้วปล่อยให้ออกมากินข้ารับใช้ของตัวเองแต่เจ้านางดาราสายก็ไม่มีวิชามากพอที่จะเรียกปอบออกจากร่างข้ารับใช้ของตนได้จึงเดือดร้อนกันไปทั้งคุ้มและแม้แต่แม่หมอธรรมคำหอมที่เลื่องชื่อลือชาด้านวิชาคมที่เข้มขลังยังต้องพ่ายให้กับโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ดังนั้นก็ไม่ต้องสงสัยว่าใครเป็นคนที่ช่วยเจ้าภูแสนในครั้งนี้ ซึ่งเจ้านางดาสายคิดผิดถนัดเพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับโหรหลวงหนานเมืองอินทร์เลยสักนิด
ในขณะที่เจ้านางดาราสายกำลังหมกมุ่นครุ่นคิดหาคนแก้อาคมน้ำมันพรายของเธอนั้นเสียงฝีเท้าของใครหลายคนก็กำลังเดินมุ่งมายังห้องรับแขกในตำหนักของเจ้าภูแสนและแน่นอนเจ้านางดาราสายรู้ดีว่าเสียงฝีเท้านั้นเป็นของใครเจ้านางดาราสายต้องการตัวช่วย และในที่นั้นเจ้านางดาราสายมองไม่เห็นใครนอกจากเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์...
เมื่อเจ้าภูแสนเข้ามาในห้องรับแขกก็พบว่า เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ พระชายามุกประดับ เจ้านางดาราสาย และบ่าวรับใช้ไม่กี่คนกำลังนั่งรอเขาอยู่เมื่อเจ้าภูแสนเข้ามาในห้องรับแขกเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ก็ถามขึ้นทันที
“เมื่อคืนไปไหนมา?”เจ้าภูแสนแสดงความเคารพเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์และพระชายามุกประดับจากนั้นปรายสายตาอันคมกริบไปมองเจ้านางดาราสาย และเจ้านางดาราสายนั่งก้มหน้าไม่กล้ามองมาทางเจ้าภูแสนแม้แต่น้อยเจ้าภูแสนยิ้มรู้ทันแต่ไม่พูดอะไร จากนั้นก็เดินเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ที่ว่างใกล้ๆกับเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ พลางตอบคำถามที่ถูกถามเมื่อสักครู่
“ไปเรือนแพงอรมาเจ้าพ่อ”พระชายามุกประดับไม่รอช้า ถามต่อเนื่องทันที
“หลานไปตอนไหนรึ?”เจ้าภูแสนยิ้มมุมปากเล็กๆ ก่อนตอบกลับค่อนข้างชัดเจน
“หลังออกจากเรือนพักของท่านอาจารย์หนานเมืองอินทร์ข้าก็มาที่ตำหนักแต่ข้าเปลี่ยนใจไปเรือนพักของแพงอร ข้าไปกับชัยยันต์และอวยชัยมีทหารยามรู้เห็นและคอยเฝ้าหน้าเรือนพักของแพงอรตลอดทั้งคืน” เจ้านางดาราสายหน้าชาดิกนอกจากจะไม่เข้ามาในตำหนักแล้วยังมีทหารเฝ้ายามแน่นหนาหน้าเรือนนังแพงอรราวกับรู้ว่าจะมีคนเข้าหากระนั้น
เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์และพระชายามุกประดับหันไปทางสององครักษ์ ทั้งสองก็พยักหน้าเป็นการยืนยันคำพูดของเจ้าภูแสนว่าเป็นจริงตามนั้นนั่นก็ทำเอาทุกฝ่ายยอมจำนน และเจ้านางดาราสายก็จนปัญญาที่จะกล่าวหาเอาความเจ้าภูแสนอีกด้วยเจ้าภูแสนหรี่ตามองเจ้านางดาราสายก่อนถามขึ้นมาบ้าง หลังจากที่เป็นคนตอบคำถามมานาน
“เกิดอะไรขึ้นที่ตำหนักข้า?”พระชายามุกประดับได้ทีก็อมยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะบอกรายละเอียดของงาน
“ก็เจ้านางดาราสายนี่สิทำปั่นป่วนกันไปทั้งคุ้มอุกอาจเข้ามาในตำหนักของหลานไม่พอยังส่งเสียงกรีดร้องยังกับคนบ้าแล้วเป็นแม่หญิงอย่างไรกันนะลอบเข้าตำหนักผู้ชายไม่อายบ้างเลยแล้วที่อุจาดไปมากกว่านั้น...” พระชายามุกประดับกำลังจะพูดต่อแต่เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ที่นั่งนิ่งมานานก็เอ่ยสวนขึ้น
“พอๆ หยุดได้แล้ว”พระชายามุกประดับเบรกตัวโก่งไม่สบอารมณ์ ยังไม่ทันจะเล่าว่าเจ้านางดาราสายเปลือยกายอยู่ในห้องพร้อมงูตัวใหญ่เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ ก็ดันร้องห้ามขึ้นเสียนี่
“ไม่มีใครเจ็บใครตายก็ดีแล้วไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืด ในตำหนักนี้มีใครบ้างไปเรียกมาให้หมด” ประโยคหลัง เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์หันไปออกคำสั่งกับองครักษ์ส่วนพระองค์องครักษ์นายนั้นก็รีบแจ้นไปตามทุกคนในตำหนักมาทันที และเมื่อทุกคนมากันครบหมดแล้วเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ก็ออกคำสั่งน้ำเสียงหนักแน่นออกไปทางคาดโทษเล็กๆเสียด้วย
“เรื่องในวันนี้หากมันผู้ใดปากเปราะ ปากโป้งเที่ยวเอาไปพูดให้เป็นที่คะนอง กูจะสั่งลงโทษใช้กะลาตบที่ปากมันจนกว่าฟันจะหลุดหมดปาก”เจ้านางดาราสายแอบยิ้มทันที อย่างน้อยเจ้าหลวงออกตัวปกป้องเช่นนี้ก็พอจะทำให้ตัวเองรอดจากเหตุการณ์อันน่าอัปยศได้อย่างฉิวเฉียดล่ะน่าช่วงนี้คงต้องเก็บตัวสักหน่อย
แต่ทว่า... เส้นทางที่เกือบจะพลิกโรยด้วยกลีบกุหลาบของเจ้านางดาราสายก็กลับกลายโรยด้วยดอกหน้าวัวอีกครั้งเมื่อเจ้าภูแสนพูดขึ้นเสียงเรียบ
“ข้าขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจบลงด้วยดีไม่มีการฟื้นฝอยหาตะเข็บกันอีก...” เมื่อเจ้าภูแสนพูดแบบนี้เจ้านางดาราสายก็ยิ้มเห็นฟันเลยเชียวล่ะถ้าเจ้าภูแสนเอ่ยปากด้วยตัวเองเช่นนี้ก็แสดงว่าเจ้าภูแสนคงมีเยื่อใยกับตนเองอยู่ไม่น้อยแต่แล้วเจ้านางดาราสายก็ต้องยิ้มค้างเพราะประโยคต่อไปนี่สิมันบาดเหงือกจนเลือดซิบมาก
“รวมถึงเรื่องการแต่งงานกับเจ้านางดาราสายข้าเห็นว่าไม่เหมาะไม่ควรเพราะเจ้านางเข้าหาข้าถึงตำหนัก ทำเหมือนว่าที่คุ้มเชียงภูแสนหย่อนยานนึกอยากจะทำอะไรก็ทำข้าเป็นถึงองค์รัชทายาทหากรู้จักเกรงใจกันสักนิดเหตุการณ์อันน่าอับอายเช่นเมื่อคืนก็จะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด”เจ้าภูแสนพูดพลางมองสบตาเจ้านางดาราสายอย่างไม่ไว้หน้า
“ข้าไม่รู้ว่าเมื่อคืนบนเตียงของข้าเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ข้าขอยืนยันว่าข้าจะรับเจ้านางดาราสายได้ก็ในฐานะน้องสาวและญาติอันสนิทชิดเชื้อเท่านั้น ส่วนฐานะอื่นข้าขอให้ทุกฝ่ายยุติความคิดลงเสียและถ้าหากเจ้านางดาราสายยังดึงดัน ก็ขอให้เจ้านางมองหน้าพยานทั้งหมดในตำหนักของข้าเพราะข้าจะให้พวกเขาเล่าว่าเห็นอะไรบ้างจากเหตุการณ์เมื่อเช้านี้!!” และยังไม่ทันที่จะมีใครเห็นพลันสายตาของเจ้าภูแสนก็เป็นสีเขียวระเรื่อประกายตาแวววาวราวงูพิษจ้องเป๋งไปยังเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์ผู้เป็นพระราชบิดาของตนและแว้บเดียวดวงตาเขียวระเรื่อนั้นก็หายวับไปอย่างรวดเร็ว เจ้านางดาราสายต้องการจะให้เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์คัดค้านและเข้าข้างตนแต่ปรากฏว่าเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์กลับนั่งฟังนิ่ง และไม่ค้านสิ่งใดออกมา
นั่นก็ทำเอาเจ้านางดาราสายถึงกับนั่งตัวหดลงทันทีเพราะจากคำพูดของเจ้าภูแสนเมื่อสักครู่ก็ชัดเจนว่าเป็นการบอกปัดงานมงคล ซึ่งเดาได้เลยว่าจะไม่มีการแต่งงานระหว่างเจ้านางและเจ้าภูแสนเกิดขึ้นอย่างแน่นอนยังความเสียหน้ามาสู่ตนเป็นอย่างยิ่ง เป็นถึงเจ้านางไปไหนมาไหนก็มีเสลี่ยงเงินเสลี่ยงทองคอยรอรับนั่งอยู่บนหัวคนเป็นร้อยเป็นพัน แต่มาวันนี้เจ้านางกลับต้องมานั่งสลดอยู่ท่ามกลางบ่าวรับใช้ประจำตำหนักของเจ้าภูแสนมันสมควรแล้วรึจากความรัก เริ่ม กลายเป็นความชังเสียแล้วและแว้บหนึ่งแห่งความคิด หากข้าไม่ได้ ใครก็อย่าหวังจะได้เจ้าภูแสนไปครอบครองเลย.... พลันเสียงจากยุคปัจจุบันก็ดังขึ้นหนักแน่นชัดเจน
“ได้สิ..ถ้าฉันอยากได้ฉันก็ต้องได้..” เสียงที่ว่าก็มิใช่ใครเลยอลินตายืนหน้าเข้มอยู่หน้าเรือนไทยโบราณเก่าซอมซ่อซึ่งตอนนี้กำลังหัวเสียอยู่กับสองลูกน้องที่พากันคัดค้านการมาอยู่ที่เรือนรูปจันทร์ทั้งยังไม่ยอมเข้าไปในเรือนรูปจันทร์อีกต่างหาก ที่สำคัญหมิงกับเป๋าก็รวมพลังพูดเป่าหูโน้มน้าวกีดกันให้อลินตากลับไปอยู่ที่คอนโดเดิมอีกด้วย...