บทที่28
ตะเกียง
จางหยวนเริ่มเข้าใจในมุมมองของโม่เยี่ยนมากขึ้นคำจ้างวานในการวาดภาพครอบครัวที่สูญเสียผู้เป็ภรรยาไปมันคงจะมีค่ามากกว่างานศิลปะเ่าั้
จากคำที่ได้ยินมารู้สึกว่าเถ้าแกโม่ผู้นี้เป็คนที่รักภรรยาของตนเองเป็อย่างมาก
ยามนี้ภรรยาจากไปไม่คิดมีภรรยาใหม่แถมก่อนหน้านี้ก็ไม่มีอนุภรรยาตกแต่งเข้ามาภายในจวน
เมื่อคนจากไปเหลือไว้แต่เพียงแค่ความทรงจำที่สลักลึกอยู่ภายในก้นบึ้งของจิตใจ
ยามที่จางหยวนกำลังนั่งอยู่มองเห็นโม่เยี่ยนใช้ดวงตามองตรงออกไปด้านนอกพร้อมแสดงแววตาที่เศร้าหมอง
อีกฝ่ายกำลังนึกถึงภรรยาของตนเองยามที่ยังมีชีวิตอยู่แววตาคู่นั้นมันบ่งบอกเช่นนั้นอย่างชัดเจน
เขาใช้ดวงตามองตรงออกไปด้านนอกใต้ต้นไม้ที่กำลังเบ่งบานดอกไม้ที่งดงามมันเป็สถานที่ประจำของภรรยาของมันในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
นางมักจะไปนั่งอยู่ภายใต้ต้นไม้นั้นพร้อมกับเย็บปักงานฝีมือมากมาย
ตอนนี้นางจากไปหลายปีแล้วแต่ว่าความทรงจำเ่าั้ก็ยังคงวนเวียนความรู้สึกมากมายที่ติดค้างอยู่ภายใน
ภรรยาป่วยเป็โรคร้ายจากไปเร็วกว่าทั่วไปยามนี้ความรู้สึกภายในจิตใจมันทั้งอ้างว้าง
แต่ว่าโม่เยือนเป็คนที่มีบุคลิกท่าทางภายนอกสุขุมแม้ว่าจะรู้สึกเ็ปอย่างไรภายในใจก็ไม่ได้แสดงออกมา
จางหยวนเข้าใจความรู้สึกเ้าของร่างนี้ความทรงจำและความรู้สึกที่รื้อฟื้นขึ้นมาทำให้จิติญญาของเขาซึมซับหลายๆอย่างเข้าไป
ดังนั้นทีมารดาจากไปจากโรคร้ายก็รู้สึกเ็ปเช่นเดียวกัน
“ เข้าใจแล้วขอรับนายท่านอยากให้ข้าวาดรูปภรรยาของท่านขึ้นมาแต่การที่จะวาดภาพขึ้นมาได้อย่างงดงามแล้วก็ได้อย่างเสมือนจริงข้าจำเป็จะต้องพบภรรยาของท่าน”
“ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้นางจากไปแล้วงานครั้งนี้ข้าเองก็เกรงว่าจะไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควร” จางหยวนรู้ดีเกี่ยวกับขีดจำกัดของพู่กันนึกคิด
มันคือสิ่งที่สามารถวาดภาพภายในหัวที่คิดและก็จินตนาการออกมาได้อย่างสมบูรณ์
แต่ว่าตอนนี้ไม่เคยเห็นหรือว่าไม่เคยพบเจอหน้าภรรยาของโม่เยี่ยนมาก่อนเลยเลยรู้สึกว่าบางทีมันอาจจะไม่สามารถทำงานฝีมือชั้นยอดออกมาได้
จากนั้นวาดภาพธรรมดาธรรมดาทั่วไปเมื่อต้องมาวาดภาพคนตายที่ตนเองไม่รู้จักแน่นอนว่ากลายเป็งานที่ยากเย็นขึ้นมาในทันที
โม่เยี่ยนเมื่อได้ยินเช่นนั้นมันก็เข้าใจมันหันใบหน้าของตนเองไปหาพ่อบ้านโม่พยักหน้าหนึ่งครั้ง
พ่อบ้านโม่หันหลังของตนเองไปเดินออกไปจากห้องนี้โดยที่ไม่พูด
หลังจากนั้นไม่นานมันก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับวัตถุบางอย่างที่ถือเอาไว้ภายใน
มันเดินทางกลับเข้ามาภายในห้องแห่งนี้แล้วก็มาหยุดลงบริเวณด้านหน้าน้ำของปริศนาที่ถูกคุมเอาไว้ด้วยผ้าสีดำส่งให้กับผู้เป็นาย
จางหยวนแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยมันมองวัตถุปริศนาที่ถูกคุมทัพเอาไว้ด้วยผ้าสีดำนั้นด้วยความสงสัย
ก่อนที่เขาจะเอ่ยถามขึ้นมา “ ไม่ทราบว่านั้นคืออะไรอย่างนั้นหรือขอรับ?”
โม่เยี่ยนมันค่อยๆเปิดผ้าสีดำที่คุมวัตถุปริศนาออกอย่างช้าๆมันก็ปรากฏให้เห็นวัตถุที่คล้ายคลึงกับตะเกียงแต่ว่ามีบางอย่างที่แตกต่างออกไป
มันเป็ตะเกียงสีดำสนิทที่ด้านในไม่มีเชื้อเพลิงมีเพียงแค่ตะเกียงว่างเปล่าเท่านั้น
แสดงใบหน้าที่ฉงนตอนนี้ภายในใจมึนงงมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก
เห็นใบหน้าของจิตรกรหนุ่มโม่เยี่ยนจึงกล่าวขึ้นมา “ เ้าสิ่งนี้เป็ของวิเศษมันชื่อว่าตะเกียงความทรงจำ”
“ ตะเกียงความทรงจำ? ”
“ ใช่แล้วมันคือของวิเศษที่มีเพียงแค่ไม่กี่ชิ้นภายในดินแดนแห่งนี้มันเป็ของเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นมาั้แ่ขายในยุคสมัยก่อน ”
“ ตัวของมันเป็ของวิเศษที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยวัตถุพิเศษและก็ถูกกล่าวว่าผู้ที่ฝึกฝนพลังิญญาน้ำอักษะบางอย่างและกลไกบางอย่างลงไปภายใน”
“ มันทำให้สามารถมองเห็นความทรงจำภายในหัวของผู้ที่ััได้ ” โม่เยี่ยนอธิบาย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
แน่นอนว่าจางหยวนรู้สึกใกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมาแต่กระนั้นการที่คนผู้นี้พูดออกมาแบบนั้นมันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้
เป็เพราะว่าภายในโลกใบนี้ยุคสมัยราชวงศ์นี้ไม่ใช่โลกที่
ผู้ฝึกฝนพลังิญญาเป็ผู้ที่นำพลังฟ้าดินและพลังแห่งจิตใจมาบ่มเพาะเข้าหากันสามารถสร้างปรากฏการณ์พิเศษหลายๆอย่าง
การจะบอกว่ามีของวิเศษเช่นนี้ปรากฏอยู่ก็ไม่แปลกอะไร
ขนาดพู่กันนึกคิดยังสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานที่เยี่ยมยอดออกมาได้โดยที่ไม่จำเป็จะต้องมีฝีมือในการวาด
“ ข้าขอถามหน่อยได้หรือไม่ขอรับเ้าของสิ่งนี้ท่านซื้อมาในราคาเท่าไหร่”
โม่เยี่ยมแสดงไปหน้าเรียบเฉยและก็พูดขึ้นมา “ ข่าวซื้อมาเมื่อประมาณห้าปีก่อนตอนนั้นพบเจอพ่อค้าปริศนาผู้หนึ่งนำเอาศพของสิ่งนี้มาขายตอนนั้นข้าซื้อมันในราคาหนึ่งหมื่นตำลึง ”
เมื่อได้ยินราคาที่อีกฝ่ายพูดออกมาน้ำชาที่อยู่ภายในปากแทบจะกระอักออกมาเป็สาย
จางหยวนสะดุ้งอย่างรวดเร็วเงินหนึ่งหมื่นตะลึงไม่ใช่เงินน้อยๆ
เมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาแบบนั้นในตอนนี้ก็แสดงว่าเมื่อเวลาผ่านไปเ้าของสิ่งนี้ก็คงจะมีมูลค่าเพิ่มมาอีก
เมื่อห้าปีก่อนหนึ่งหมื่นตะลึงปัจจุบันนี้อาจจะเป็สองหมื่นตำลึง
แต่ก็อย่างว่าสำหรับของวิเศษเช่นนี้แล้วการที่มันจะมีราคาสูงแบบนั้นก็ไม่ได้แปลอะไร
“ เ้าสิ่งนี้สามารถมองเห็นความทรงจำของผู้ที่ััได้แน่นอนว่าข้าจะให้เ้าดูความทรงจำของข้าและก็มองดูภรรยาของข้างที่อยู่ภายในความทรงจำ” โม่เยี่ยนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
คนผู้นี้คิดมาเป็อย่างดีแล้วแน่นอนว่าการสร้างสรรค์งานฝีมือชิ้นเอกอย่างงานวาดภาพเช่นนี้จำเป็จะต้องใช้ภาพที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
ถือว่ายังดีที่ภายในสถานที่แห่งนี้มันมีของวิเศษเช่นนี้อยู่
โม่เยี่ยนยื่นมือของตนเองมาััมันใช้มือของตนเองััข่าวที่ตะเกียงนั้น
พ่อบ้านโม่เดินท์ไปบริเวณรอบๆพร้อมกับเริ่มปิดประตูและก็หน้าต่างทุกวันภายในสถานที่แห่งนี้
ห้องแห่งนี้เข้าสู่ความมืดมิดทั้งที่เป็ยามกลางวันหลังจากที่ภายในห้องตกอยู่ในความมืดมิดได้เพียงไม่นาน
แสงสว่างไสวจากสักเหรียญสีดำสนิทได้ส่องแสงสว่างพลังิญญาถูกปลดปล่อยออกมาจากภายในนั้น
จางหยวนจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่กระพริบตาดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นเมื่อพบเจอปรากฏการณ์อันแปลกประหลาด
พลังิญญาถูกปลดปล่อยออกมาจากภายในตะเกียงแสงที่มันส่องแสงสว่างไสวขึ้นเริ่มขยายใหญ่มากขึ้น
หลังจากนั้นไม่นานกล่าวกับว่ามีจอฉายหนังขนาดั์อยู่ภายในห้องแห่งนี้
ภาพมากมายปรากฏขึ้นบริเวณกลางห้องมันคือภาพความทรงจำของโม่เยี่ยนภายในอดีต
จางหยวนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่กระพริบตาเขามองดูภาพความทรงจำภายในหัวที่ยังคงมีอยู่ของโม่เยี่ยน ที่นึกถึงภรรยาของตนเองที่จากไปแล้ว
ตะเกียงนี้ช่างแสนวิเศษหลังจากที่ััเข้าไปภาพที่ปรากฎขึ้นมามันปรากฏขึ้นมาราวกับจอฉายหนัง
แถมความทรงจำยังถูกแสดงออกมาเป็รูปภาพอย่างชัดเจน
จางหยวนได้มองเห็นภรรยาของโม่เยี่ยนกลับตานางเป็ผู้หญิงที่งดงามเป็อย่างมากใน่วัยสามสิบกลางกลางใบหน้าของนางทั้งอ่อนโยนทั้งอ่อนหวานแถมยังมีกิริยาและมารยาทที่เพียบพร้อม
เมื่อมองเห็นเช่นนี้ก็ไม่แปลกหรือว่าประหลาดใจอะไรเลยทีโม่เยี่ยนจะหลงรักนางมากขนาดนี้
ภาพความทรงจำที่ค่อยๆฉายออกมาเรื่อยๆมองเห็นนางในรูปแบบต่างๆมากขึ้น
หลังจากนั้นก็มาถึงภาพความทรงจำสุดท้ายในตอนที่ภรรยาของโม่เยี่ยนจากไปใบหน้าของนางยังคงแสดงรอยยิ้มแม้ว่าจะอ่อนแรงมากก็ตาม
จางหยวนมองเห็นภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นภาพความทรงจำภายในหัวของโม่เยี่ยน
หลังจากที่ได้นั่งดูราวกับว่าเป็หนังม้วนหนึ่งน้ำตาค่อยๆหลั่งไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างเพราะความรู้สึกส่วนร่วมที่มีต่อภาพความทรงจำเบื้องหน้า
จางหยวนค่อยๆยกมือทั้งสองข้างเช็ดน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาจากภายในดวงตาพยายามสงบใจและพูดขึ้นมา “ พอแล้วขอรับ…”
จบบท