“หนิงซูลี่ มันเกิดอะไรขึ้น!”
เธอก้มหน้าก้มต่ำลงทำทีเป็หวาดกลัวแต่ที่จริงแล้วคือแอบกลอกตาเป็วงกลมเถียงยัยป้านี้ไปก็เท่านั้น เธอี้เีมาโต้วาทีในตอนนี้ หากผู้ใดเข้ามาพบเธอในตอนนี้คงอยากถามเหมือนยัยป้านี่แน่นอน
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ระหว่างที่เธอกำลังนอนหลับตาอยู่เพื่อรอสำรับอาหาร ก็ได้กลิ่นไหม้มาจาก้า ตอนแรกข้าก็คิดว่าแม่นมคงทำอาหารกลิ่นควันจากห้องครัวคงมาถึงนี้ เธอจึงไม่ลืมตา ผ่านไปครึ่งเค่อ เธอจึงรู้สึกร้อนขึ้นเรื่อยๆและเริ่มฉุนควันไฟจึงลืมตาตื่นคิดจะลุกไปว่าแม่นม แต่พอเดินพ้นเตียงไปได้สักครู่อยู่ดีๆไม้จาก้าก็ล่วงลงมาทับเตียงและไฟที่ติดกับไม้ก็ลุกไหม้เตียงของนางอย่างรวดเร็วยิ่งเชื้อเพลิงเป็ผ้าห่ม ย่อมต้องติดไฟง่าย เธอเห็นดังนั้นจึงหาผ้าในหีบมาชุบน้ำในอ่างเล็กที่แม่นมยกมาเช็ดตัวเธอขณะที่เธอเป็ไข้ มาคลุมหัวปิดจมูกแล้ววิ่งออกมา เมื่อหลุดพ้นจากรังเพลิงได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจากบ่าวไพร่ที่ยืนมองเปลวไฟลุกลามไปทั่ว เธอเห็นดังนั้นจึงหงุดหงิด พวกมันเอาแต่นิ่งมองไม่ช่วยกันดับไฟ รอจนกระทั้งพ่อบ้านจงมาสั่ง จึงจะขยับได้
หลังจากดับไฟเสร็จเรือนแห่งนี้ก็เหลือเพียงโครงสร้างเท่านั้น เธอละสายตาจากเรือนที่ตนอาศัยมา 2 ปีหันมองพ่อบ้านจงที่เดินเข้ามาหาเธอ ก่อนน้อมตัวทำความเคารพ
“เชิญคุณหนูใหญ่พบฮูหยินรองขอรับ”
พ่อบ้านจงเป็ชายวัยสามสิบปลาย อายุมากกว่าท่านพ่อเล็กน้อยเขาเข้ามารับใช้จวนแห่งนี้ได้อย่างไรหรือชื่อแซ่แท้จริงก็ไม่มีใครทราบแม่นมเล่าให้ฟังว่าท่านแท่กับท่านพ่อพาเขามาและให้เขาเป็พ่อบ้านของจวนแม่ทัพแห่งนี้ ใหม่ๆก็โดนกลั่นแกล้งด้วยความอิจฉาที่เข้ามาแล้วได้ตำแหน่งสูงกว่าบ่าวธรรมดาที่รับใช้มานานกว่าแต่พ่อบ้านจงหาใช่คนโง่เขลา ทำให้บ่าวไพร่หวาดกลัว ทำตามคำสั่งเขาเรื่อยมา
จากที่กล่าวดูเหมือนเขาจะเป็คนน่ากลัว แต่พ่อบ้านจงก็ไม่เคยกลั่นแกล้งเ้าของร่างนี้มีช่วยเหลือบ้าง มีเมินเฉยบ้าง ตามความเหมาะสม
อืม..พ่อบ้านจงฉลาดจริงๆ
ตัดภาพกลับมาปัจจุบันผู้ที่เธอก้มหัวให้อยู่คือฮูหยินรอง ยัยป้านี้ดูจากหน้าตาแล้วก็สวยอยู่หรอกแต่ชอบแต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็มเหมือนไปงานเลี้ยงทุกวัน ทำให้ดูหน้าแก่วางท่าทีเหมือนผู้ใหญ่ แต่อารมณ์ร้อนเหมือนเด็กอดกลั้นไม่เป็หยิ่งผยองเพราะตนเป็ลูกขุนนางขั้นหนึ่ง
ด้วยนิสัยเช่นนี้นางคงปกครองคนหรือกระทั้งเหล่าเมียน้อยไม่ได้แน่หากไม่มีตำแหน่งฮูหยินรอง และพ่อบ้านจงคอยช่วยเหลือจัดการสิ่งที่นางทำไว้ต่างๆนาๆ
นางเกลียดชังเ้าของร่างนี้มากนางคิดว่าถ้าไม่มีเธอ นางคงได้เป็ฮูหยินใหญ่ เื่นี้บ่าวไพร่ต่างรู้กันหมด เพราะความปากไม่มีหูรูดเช่นนี้มีอะไรก็พูดออกมาหมด เหล่าเมียน้อยจึงไม่เกรงกลัวนางแต่จริงๆแล้วพวกนางเกรงกลัวพ่อบ้านจงต่างหาก
“ตามที่ลี่เอ๋อร์กล่าว ฮูหยินรองโปรดพิจารณาเ้าค่ะ”
เธอบอกไปหมดแล้วจะเอาอะไรนักหนาใครจะไปบ้าจุดไฟเผาเรือนตนเอง ต้องมีคนกลั่นแกล้งนางแน่ แต่ก็น่าแปลกใจ อยู่มาตั้งหลายปีมีแต่แกล้งเื่เล็กน้อยไม่ถึงตายแต่ทำไมคราวนี้ถึงจะเผาให้ตายทั้งเป็กัน เธอว่าไม่น่าใช่คนในแน่แต่ยังไงก็ยังไม่วางใจอยู่ดี เธอตัดฮูหยินรองออก เพราะไม่งั้นนางคงแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนแน่
“ฮูหยินรองเื่นี้ให้กระผมจัดการเถิดขอรับ”
พ่อบ้านจงเสนอตัวจัดการเื่นี้เองเธอว่าต้องมีอะไรเื้ัแน่ๆ
“ดีข้ายกเื่นี้ให้ท่านดูแล รวมถึงที่พักใหม่ให้นางด้วย”
ดูจากท่าทางฮูหยินรองพูดแล้วนางคงี้เีเป็ธุระจัดการเื่ของเธอแน่ๆ ซึ่งมันก็ดีแล้วเธอจะได้ที่พักดีๆหน่อย
พ่อบ้านจงตอบรับและพาเธอมาที่เรือนจู๋จื่อเป็เรือนหลังเดียวที่อยู่ท้ายจวนอีกทั้งไม่มีดอกไม้มีแต่ไม้ไผ่บดบังวิสัยทัศน์ภายนอกยิ่งนัก ตัวเรือนไม่ใหญ่ไม่เล็กดูเหมาะกับเรือนพักตากอากาศ สงบร่มรื่นยิ่งนัก ชั่งถูกใจเธอยิ่งถ้าที่นี้มีดอกไม้ปลูกแทน เหล่าน้องสาวของร่างนี้คงแย่งไปแล้ว
“ที่นี้คือเรือนหลังใหม่ของคุณหนูขอรับข้าน้อยได้ให้บ่าวไพร่มาทำความสะอาดล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว พร้อมเครื่องใช้จำเป็ด้านหลังมีห้องครัวไว้ทำอาหาร เพราะที่นี่ไกลจากเรือนหลัก ทำให้อาหารอาจจะเย็นก่อนจะมาถึงข้าน้อยจึงเตรียมบ่าวไพร่ที่ทำครัวเป็มาดูแลคุณหนูด้วยขอรับ”
พ่อบ้านจงเตรียมเสร็จสรรพเร็วขนาดนี้ยิ่งน่าสงสัยไปอีกมิน่าถึงอาสาจัดการเื่เธอเอง
“ลำบากพ่อบ้านจงแล้ว”
เธอกล่าวขอบคุณเป็พิธี
“เป็งานของข้าน้อยนี่คือเสียวหยาง กับเสี่ยวหลิว ทั้งคู่เป็พี่น้องกันขอรับ”
“คารวะคุณหนูใหญ่เ้าค่ะ”
เด็กน้อยทั้งคู่ย่อกายลงเคารพเธอดูจากสายตาแล้วอายุมากกว่าเธอ คนพี่ชื่อเสี่ยวหยาง เป็พี่ชายของน้องสาวที่ชื่อเสี่ยวหลิวมองคนพี่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยดี ส่วนคนน้องยังคงเหลือบตาทำตามคนพี่อย่างเกรงๆ ถือว่าได้รับการอบรมมาดี
“หมดธุระแล้วข้าน้อยลาขอรับ”
เธอลาพ่อบ้านจงเสร็จก็เข้าไปสำรวจในบ้านพร้อมแม่นมและบ่าวไพร่ใหม่ข้างในแบ่งห้องเป็สัดส่วน หน้าเรือนห้องโถง กลางเรือนห้องนอน หลังเรือนห้องครัวและยังมีห้องเก็บฟืนเล็กๆข้างๆห้องครัวอยู่อีก
ที่หน้าแปลกใจคือพ่อบ้านจงได้นำวัตถุดิบอาหาร และเครื่องเทศเตรียมไว้ให้แล้วราวกลับอยากให้เธอเก็บตัวที่นี่สักพัก
“ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วเสี่ยวหยาง เสี่ยวหลิว พวกเ้าทำอาหารง่ายๆ 2-3 อย่าง ส่วนแม่นมท่านช่วยเตรียมน้ำอาบให้ข้าที”
สั่งเสร็จเธอก็เดินไปเลือกห้องนอนจากทั้งหมด4 ห้อง เป็ห้องตัวเองมา 1ห้อง ซึ่งเธอเลือกห้องด้านซ้ายที่หันไปทางป่าไผ่ติดกับห้องรับรองส่วนห้องข้างๆให้แม่นม ตรงข้ามให้เด็กทั้งสองไปเลือกกันเอง
เรือนหลังนี้ไม่มีเรือนแยกสำหรับบ่าวรับใช้อย่างที่บอกเรือนนี้เหมาะสำหรับเป็เรือนตากอากาศจริงๆ
หลังจากที่แม่นมเตรียมน้ำอาบให้เธอแล้วเธอก็ไล่ออกให้ไปช่วยสองพี่น้องทำอาหาร แม่นมมองเธออย่าสงสัย เพราะปกติแม่นมจะอาบน้ำให้เธอ
แต่เธอไม่ใช่ยัยเด็กนั้นเสียหน่อยถึงตัวเธอจะเป็เด็ก แต่ที่จริงเธอโตแล้วนะ จะให้คนมาอาบให้ ก็อายเป็เช่นกัน
แช่น้ำได้สักพักแม่นมก็มาเรียกให้กินข้าว เธอจึงขึ้นจากน้ำ แต่เธอคงลุกเร็วเกินไปทำให้เสียหลักตกน้ำ แม่นมได้ยินเสียงกระแทนน้ำดัง ก็รีบวิ่งมาช่วยพร้อมจับเธอแต่งตัว ไม่ให้เธอทำเอง เพราะกลัวจะล้มอีกแม่นมยื่นคำขาดว่าจะอาบน้ำแต่งตัวให้จนกว่าเธอจะหายป่วยจริงๆ
เธอเดินมานั่งกินข้าวได้คำเดียวก็มองรอบๆนึกขึ้นได้ว่า ทุกคนยังไม่นั่งลงมากินข้าวด้วยเธอจึงออกคำสั่งให้ทุกคนนั่งกินข้าวด้วยกัน ถึงแม้ทุกคนจะเกรงไปบ้าง เพราะมิเคยตีตนเสมอนายเช่นนี้แต่เมื่อทุกคนนั่งลงกินข้าวกันสักพักก็หายเกรง ก่อนทุกคนจะแยกย้ายไปนอน
อา..ขอให้ทุกวันสงบเหมือนอย่างตอนนี้ที