ตอนที่ 2
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ และนึกขึ้นมาได้ เธอตายไปแล้วไม่ใช่หรือ โดนยิงใกล้ขนาดนั้นไม่มีทางที่จะรอดตายมาได้ แล้วนี่เราอยู่ที่ไหนกัน หรือว่าเป็เพียงความฝัน ไม่ใช่แล้ว คนตายจะเป็เพียงความฝันไปได้อย่างไรกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนวุ่นวายในใจ ไม่เข้าใจว่าตอนนี้มันคืออะไรกันแน่ ไม่รู้ว่าเื่ไหนเื่จริง หรือเป็เพียงความฝันกันแน่
เริ่มมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง เธอนอนอยู่บนเตียงเล็กๆ และห้องที่แคบมาก ในห้องมีเพียงตู้เล็กๆ เท่านั้น แล้วที่นี่มันที่ไหนกันนะ หรือว่าเรายังไม่ตายกัน แต่ว่าถูกยิงนะ ต้องมีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอน และห้องนี้ก็ไม่คุ้นเอาเสียเลย
หลังจากนั้นจึงยกมือขึ้นดู ทำไมมันถึงได้ผอมบางอย่างนี้กัน เป็ไปได้ไม่ได้ เราถึงแม้จะไม่อ้วนแต่ไม่ผอมบางอย่างนี้ แน่นอน และอีกอย่างคือผิวขาวมาก ยิ่งเป็ไปไม่ได้ เพราะเธอนั้นมีผิวสีน้ำผึ้ง และดูเหมือนว่าอะไรหลายๆ อย่างมันไม่ใช่ตัวเธอเลยสักนิด แล้วมันคืออะไรกันล่ะ ยิ่งคิดก็ทำให้อาการปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากนั้นเื่ราวต่างๆ ก็เข้ามาในหัวไม่หยุดไม่หย่อน แต่เหมือนกับเป็เื่ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ ซีฟางหรู มีพี่น้อง 3 คน มีพี่ชายชื่อซีเต็อฉุน และน้องสาวอีก 1 คนชื่อ ซีซูหลิน พ่อ ซีเต๋อซวน ทำงานโรงงาน จึงทำให้ครอบครัวไม่ได้ลำบากนัก แม่ฉีฝูเย่ว เป็แม่บ้าน คอยดูแลทุกๆ คนในครอบครัว
ผู้หญิง ที่ชื่อซีฟางหรู เนื่องจากเป็ลูกสาวคนกลาง จึงไม่เป็ที่รักของทั้งพ่อและแม่ เพราะทั้งสองคนจะรักพี่ชายคนโตและน้องสาวคนเล็กมากกว่า ส่วนใหญ่เื่ดีๆ จะถูกละเลย จนถึงกับมองข้ามความสำคัญ มีอะไรก็ต้องให้พี่ชายก่อน หรือชุดใหญ่หรือของเล่นก็จะต้องให้น้องสาวเพราะยังเล็ก จากที่เคยเรียกร้องความสนใจ แต่ผลที่ได้กลับมากลับถูกตีและถูกด่ามากกว่า จึงทำให้ความห่างเหินขยับวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็ห่างเหินไปในที่สุด ไม่เรียกร้องอะไรเอาแต่เก็บตัวเงียบหลังจากที่ทำงานรับใช้ทุกคนเสร็จแล้ว
"ชีวิตของใครกันนะ ดูสิ มีครอบครัวทั้งที ก็เหมือนไม่มีเลย เหมือนกับเราเลย ทำไมน่าสงสารจังเลย"
หลังจากได้รับรู้เื่ราวที่เกี่ยวกับซีฟางหรูมาหมดั้แ่เล็กจนโต เป็ผู้หญิงที่น่าสงสารมาก หลังจากนั้นอาการปวดหัวที่มีเมื่อสักครู่จึงได้หายไปในทันที
"อืม แปลกดีเหมือนกัน อยากจะปวดหัวเมื่อไรก็ปวด อยากจะหายปวดก็หายเสียอย่างนั้นล่ะ แต่หายปวดหัวก็ดีแล้ว"
มองไปรอบๆ ห้องอีกรอบ และไปสะดุดกับกระจกบานเล็ก แต่แทบจะมองไม่เห็น จึงคิดว่าจะไปดูหน้าตาตัวเองสักหน่อย เพราะยังสับสนกับรูปร่างและสีผิวของตัวเอง ที่มันแปลกเกินไป จึงลุกขึ้นจากเตียง แม้จะแทบไม่มีแรงก็ตามที และเมื่อเดินมานั่งลงและมองเข้าไปในกระจก จึงได้ใมาก เพราะคนที่สะท้อนออกมาให้เห็นไม่ใช่เธอเลยสักนิด แล้วเป็ใครกัน อย่าบอกนะว่า เธอทะลุมิติ เข้ามาอยู่ในร่างนี้
"นี่มันใครกันนะ ไม่ใช่เรานี่นา เกิดอะไรขึ้นกันนะ มหัศจรรย์เกินไปแล้ว มีเื่เหลือเชื่ออย่างนี้ด้วยหรือ แต่ที่เห็นอยู่นี่ คิดเป็อย่างอื่นไม่ได้เลยนะ"
แคท มองสำรวจหน้าตาของคนที่อยู่ในกระจก ดูแล้วปากนิดจมูกหน่อย แม้จะผอมไปนิด แต่ถือว่าสวยมากทีเดียว แม้ไม่ได้แต่งหน้าอะไร แต่ความสวย ไม่สามารถที่จะปกปิดได้เลย แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันนะ แล้วเรามาอยู่ในร่างของใครกัน หรือว่าจะเป็ผู้หญิงที่ชื่อ ซีฟางหรู หรือเปล่านะ ถ้าเป็อย่างนั้นก็น่าสงสารเกินไปแล้ว
จากความคิดล่าสุดที่ได้รับรู้คือ ซีฟางหรู เสียใจมากที่พ่อและแม่ตัดสินใจที่จะส่งซีฟางหรูไปเป็ยุวปัญญาชนในชนบท แทนพี่ชายของเธอที่เป็ผู้ชาย แค่ไม่รักไม่สนใจก็ให้ความรู้สึกที่แย่แล้ว แต่นี่พวกเขากลับผลักไส ให้ผู้หญิงตัวเล็กอย่างซีฟางหรู ไปใช้แรงงานที่ชนบท แทนที่จะส่งพี่ชายที่แข็งแรงและเป็ผู้ชายไป โดยพ่อและแม่ให้เหตุผลว่าพี่ชายจะต้องทำงาน ให้ซีฟางหรู ไปดีที่สุดแล้ว แต่พวกเขาไม่คิดเลยหรือว่าซีฟางหรูเป็ผู้หญิงจะไปอยู่อย่างไรในชนบท จะไม่เป็อันตรายหรืออย่างไรกัน
ส่วนซีฟางหรูที่ได้รู้เื่ว่าตัวเองไม่ได้มีความสำคัญกับครอบครัวนี้เลยสักนิด จึงได้ตรอมใจ และไม่กินอาหารและไม่สบายด้วย จนร่างกายทนไม่ไหว และจากไปในที่สุด แม้แต่เจ็บป่วยก็ไม่มีคนเข้ามาดูสักคนเดียว ช่างเป็ครอบครัวที่ใจร้ายมากจริงๆ แม้จะไม่รักแต่ซีฟางหรูก็เป็ลูกของพวกเขาไม่ใช่หรือ
"ขอให้เธอไปเจอกับครอบครัวที่ดีกว่านี้เถอะนะ อย่าเสียใจไปเลย พวกเขาไม่สามารถเป็ครอบครัวที่ดีให้กับเธอได้หรอกนะ"
แคทนึกถึงซีฟางหรูตัวจริง ที่คงจะได้ตายไปแล้ว กับความเสียใจที่เกิดขึ้น และคิดว่าดีเหมือนกัน ดีกว่าที่จะต้องมาทุกทนอยู่อย่างนี้ ถือว่าหมดเวรหมดกรรมไปแล้ว ส่วนเธอไม่ได้รู้สึกและผูกพันอะไรกับคนพวกนี้อยู่แล้ว เพราะเธอไม่ใช่ลูกของพวกเขา ก็แค่คนแปลกหน้าเท่านั้นเอง เป็อย่างนี้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเ็ปกับการกระทำของพวกเขา
"จะต้องไปทำงานที่ชนบทหรือ ก็ไม่น่าจะลำบากอะไร ดีกว่าต้องปั้นหน้าอยู่ที่นี่"
เธอเป็สายลับ เื่ความลำบากเคยเจอมาหมดแล้ว อย่างนี้จะต้องกลัวกับความลำบากแค่นี้ทำไมกัน ดีกว่าต้องไปทำงานเสี่ยงอันตรายตั้งเยอะ
ร่างนี้นอนไม่สบายมาสองวันแล้วสินะ แล้วเหลืออีกกี่วันที่จะต้องเดินทางกัน จากความทรงจำ น่าจะอีกอาทิตย์หนึ่ง
ในตอนที่ทำงานในองค์กร ระดับหัวหน้าทีม ทุกคนจะได้รับแหวนมิติกันทุกตน เพราะต้องเตรียมเสบียงและอาวุธ ให้พร้อม ไม่รู้ว่าหัวหน้าไปเอามาจากไหน แต่มันสะดวกสบายมาก เพราะมันมีทั้งข้าวสารอาหารแห้ง ของกินต่างๆ ที่ไม่ต้องทำแต่ซื้อสำเร็จเอาไว้แล้ว ไหนจะของใช้ต่างๆ ที่จำเป็ ทั้งยา อุปกรณ์ทำแผล เครื่องนอน และเสื้อผ้าต่างๆ ในแหวนมิติ จึงมีของที่เตรียมไว้เป็จำนวนมาก เพราะเธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ เพราะต้องตื่นตัวตลอดเวลา
"แล้วแหวนมิติและของที่เก็บเอาไว้ในมิติจะตามเรามาด้วยหรือเปล่านะ"
แคท ค่อยๆ ยกมือขึ้นมา อย่างลุ้นๆ และก็เห็นแหวนที่เป็เสือตรงหัวแหวน ทุกคนที่ได้เห็นจะรู้ว่าแหวนนี่เป็ของหัวหน้าทีมเท่านั้น แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันมีความพิเศษกว่านั้น
"มีแหวนตามมาจริงๆ ด้วยสิ อย่างนั้นขอลุ้นหน่อยนะ ว่าของที่อยู่ในแหวนจะตามมาด้วยหรือเปล่า"
แคท ค่อยๆ มองเข้าไปในแหวน ด้วยใจที่ตอนนี้ตื่นเต้นเป็อย่างมาก เพราะลุ้นยิ่งกว่าการได้รับภารกิจพิเศษเสียอีก เพราะถ้ามีของในมิติ เธอจะไปกลัวทำไมกับความยากลำบากกัน เพราะของที่มีอยู่ในนั้นกินเท่าไรก็กินไม่หมด และมีแต่ของดีๆ ทั้งนั้น เพราะเธอเป็คนที่ชอบซื้อของกิน และซื้อของมาเก็บเอาไว้มากมาย และในที่สุด สิ่งที่เธอหวังก็เป็จริง
"มีของในมิติตามมาจริงๆ ด้วย ไม่อดตายแล้ว ดีจริง"
ในเมื่อมีของในมิติแล้ว ต่อไปจะต้องไปกลัวอะไรกับความอดอยากกัน ต่อไปก็แค่ไปใช้ชีวิตเรียบง่าย อย่างที่เธอใฝ่ฝันมาทั้งชีวิตก็แล้วกัน ไม่ต้องคอยลุ้นว่าจะต้องตายวันไหน หรือจะโดนทำร้ายวันไหนอีก
"ต่อไปเราก็แค่ใช้ชีวิตเรียบง่าย อย่างที่ฝันไว้ได้แล้วสินะ"
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )