ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่338 การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม

  ยี่ผิง กับ ชายหนุ่มร่างกายกำยำคนสนิทของนาง ครั้นเห็นอี้เฉิน ฆ่าสังหาร นาคากลืนสมุทร ลงไปได้ พวกเขาต่างเบิกตาออกกว้างรูม่านตา ขยายออกจนสุด ในใจลึกๆ ตกตะลึงสุดแสน ถึงชายหนุ่มจะบาดเจ็บไม่น้อยแต่ก็ อุตส่าห์ รอดพ้นจากความตายมาได้


 

ทว่า เมื่อยี่ผิง เห็นชายหนุ่มหอบหายใจหนักถี่ อย่างรุนแรง อยู่ท่ามกลาง ความเป็นความตาย โขดหิน น้อยใหญ่ เองก็ร่วงลงมาไม่หยุด อดไม่ได้ที่ นางจะพลิ้วกายาเข้าไปช่วยชายหนุ่มผมขาวไว้


 

เมื่อนางไปถึงตัวของอี้เฉินได้ ยี่ผิง นางโอบกอดร่างชายหนุ่ม ราวกับสตรีที่อยู่ในอ้อมแขนทันที แล้วพลิ้วกายา พาชายหนุ่มผมขาว หลบออกมาจาก สถานที่เศษหินน้อย ใหญ่ ตกหล่นลงมาในทันใด


 

  ตัวอี้เฉิน ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ดวงตาเบิกออกกว้าง ครั้นเห็นตัวเองอยู่ภายในอ้อมกอดของหญิงสาว ที่เขาไม่รู้จัก กลิ่นกายของนาง หอมไม่ใช่เล่น แถมยังรู้สึกถึงอะไรที่นุ่มนิ่ม ครั้นเมื่อมองใบหน้าของนาง ดีๆ มันกับทำให้ อี้เฉินนึกถึง หริ่นหลัน ที่ชอบทำตัวเฉกเช่นบุรุษ ขึ้นมา


 

ทว่าเมื่อเขตแดนไร้รูปพลันสลาย จนสิ้น อี้เฉินที่อยู่ในอ้อมกอดของหญิงสาว อดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำพูดออกมา "เหตุใดมันกลับกลายเป็นตัวข้าเล่า ที่ต้องอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเจ้า ...จริงๆ มันต้องเป็นข้าไม่ใช่หรือที่ต้องเข้าไป สวมกอดเจ้า เฉกเช่นเจ้าชาย ช่วยหญิงสาวผู้งดงาม"

 


ยี่ผิง นางมัวแต่มองดู เขตแดนที่ถล่มลงมา จนลืมตัวของชายหนุ่มที่นางช่วยมา ไปเสียสนิท ครั้นได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม อดไม่ได้ที่จะก้มใบหน้าไปมอง ชายหนุ่มผมขาวที่อยู่ภายใต้อ้อมกอดของนาง ปากสบถด่าออกมาทันที "เองคงไม่ได้ถูก หินตกใส่หัวจนเลอะเลือน หรอกนะ"

 


   ยี่ผิง ครั้นเมื่อมองใบหน้าอี้เฉินดีๆ บวกกับที่เห็น รอยแผลเป็นที่หางคิ้ว นางอดไม่ได้ที่จะเอื้อมฝ่ามือมาลูบคลำใบหน้าของชายหนุ่มผมขาว อย่างลืมตัว น้อยคนนักในดินแดนแห่งนี้ จะมีสักกี่คน ที่มีรอยแผลเป็นสลักไว้บนใบหน้า เนื่องด้วยพวกเขาฝึกฝนวรยุทธ์ ตั้งแต่วัยเยาว์ ยากจะมีรอยแผลเป็น สลักลงกายา



ทว่าเมื่อเห็นรอยแผลเป็นของอี้เฉิน มันจึงทำให้นางรู้สึกประหลาดใจ ชายหนุ่มต้องฝึกฝนปราณพลังช้ากว่าผู้อื่นเป็นแน่ รอยแผลเป็นนั้นก็น่าจะเป็น บาดแผลแห่งความเป็น ความตาย ที่ชายหนุ่มเผชิญหน้ากับมันมา นางอดไม่ได้ที่จะชื่นชมชายหนุ่มผมขาว แม้เขาจะฝึกวรยุทธ์ ช้ากว่าผู้อื่นก็ยังไม่ถูก ยุคสมัยกลบฝัง กลืนกิน


 

  อี้เฉินที่เห็นนางไม่ได้สนใจคำพูดของเขาแม้แต่น้อย แถมยกฝ่ามือ ลูบคลำใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของเขาอีก "เจ้าได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่ จริงๆ มันต้องเป็นข้าที่กอดเจ้า ไหนกลับกลายเป็นตัวข้า มาอยู่ในอ้อมกอดของเจ้ากันเล่า ...ปล่อยข้าเดียวนี้นะ"

 


ยี่ผิง ครั้นเห็นชายหนุ่มมีโทสะกับ เรื่องเล็กๆ แค่นี้ นางขำ ออกมาอย่างไม่มีปิดบัง ละอ้อมแขนออกจากตัว ชายหนุ่มผมขาว ใบหน้าอมยิ้มจนแก้มปริ บอกกล่าวอี้เฉินออกไป "ใครอยากอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเจ้ากันเล่า หากเจ้าแต่งหญิงแล้วมาอยู่ภายใต้อ้อมกอดของข้า มันก็ดูไม่เลวนะ เจ้าว่าไหม"

 


อี้เฉินที่ยันร่างขึ้นมายืนด้วยตนเองได้ ใบหน้าเขาไม่สบอารมณ์ เท่าใดนัก เมื่อได้ยินคำพูดหยอกล้อ จากหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าของเขา "เจ้า เจ้า!!"

 


แม้แต่ ชายหนุ่มร่างกายกำยำ ได้ยินคำพูดของคุณหนูยี่ผิง ยังอดขำไม่ได้ กับคำพูดเสียดสีของนาง ประหนึ่งในยามนี้ ชายหนุ่มผมขาว เหมาะจะเป็นสตรีน้อยในอ้อมกอดของหญิงงาม

 


   ทว่า ไม่กี่เสี้ยววินาทีต่อมา พวกเขาทั้ง 3 ก็ต้องตกตะลึง ครั้นเห็น ศิลาสีดำสนิทผุดขึ้นมากลางบึงน้ำ ก่อนที่มันจะสาดแสงศักดิ์สิทธิ์ลงมาสว่างเจิดจ้า ผู้คนภายในโลกปราณจิต ต่างเห็นพ้องต้องกัน เป็นประจักษ์พยาน ครั้นเห็นอักษรค่อยๆ ลอยล่อง ลงมาจากบนท้องฟ้า ก่อนสลักชื่อของทั้ง3คนลงไป ภายในศิลา

 


เมื่อ วจนะโลกเปล่งวาจาออกมากู่ก้อง ทั่วโลกปราณจิต "นามว่า อี้ นามว่ายี่ผิง นามว่า กงม่อจือ ผ่านการทดสอบ ฆ่าสังหารนาคากลืนสมุทร"

 

ภายในส่วนลึกของโลกปราณจิต ครั้นได้ยินเสียง วจนะโลก เปล่งวาจาออกมาดังก้อง ผู้คนก็ต่างพากันแตกตื่นไม่น้อย "นามว่าอี้ อีกแล้วหรือ ผ่านไปไม่ถึง10วัน เขาทำลายสถิติได้อีกแล้วหรือ แถมยังฆ่านาคากลืนสมุทร ที่หลายๆ คนไม่อยากเข้าไปยุ่งอีก เขาเป็นใครกันแน่"กลุ่มคนต่างพากันพูดคุยจนเสียงดังเซ็งแซ่

 


สำนักน้อย ใหญ่เริ่มนั่งไม่ติดอีกต่อไป อยากที่จะเชิญชวน นามว่าอี้ ผู้นี้ มาเข้าร่วมการทดสอบของสำนัก ไม่อาจมองข้ามชื่อนี้ได้ ในยามนี้



"ข้าจะไปเชิญชวนเขามาทดสอบหน่อย ว่าจะมีค่าพอให้สำนักเรารับตัวเขาไว้หรือไม่" ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวออกมาอย่างไม่ปิดบัง ในความต้องการของเขา แต่น้ำเสียงนั้นยังมีความโอหังอยู่ไม่น้อย มองว่าตนอยู่สูงกว่าผู้คนนับพันนับหมื่น

 


   ทางด้านพวกอี้เฉิน พวกเขายังตกตะลึงอยู่ไม่น้อย จู่ๆ ชื่อพวกเขาก็ขึ้นไปอยู่ด้านบนสุดของ แท่นศิลา แถมเหมือนว่าจะเป็นสถิติ ที่พึ่งขีดเขียนขึ้นมาใหม่เสียด้วย ดวงตาถึงกับเบิกออกกว้าง อยากจะรู้ว่าจะได้ของล้ำค่าใดเป็นของรางวัล แม้แต่อี้เฉินเองก็ยังแววตาลุกวาว ดวงตาจับจ้องไปที่ของรางวัลที่ส่งออกมาอย่างไม่วางตา

 


ครั้นเห็นว่ามันเป็นก้อนหินสีดำสนิท ราวกับผลึกอะไรสักอย่าง รอยมาอยู่ด้านหน้าตัวเขา อี้เฉิน เขาถึงกับมีใบหน้าบึ้งตึง เขาไม่รู้สึกถึงความวิเศษของมันแม้แต่น้อย ประหนึ่งมันเป็น หินธรรมดา เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
"มันคือก้อนหินอะไรกันแน่ ข้าไม่ยักรู้สึกถึงความวิเศษของมัน"อี้เฉิน อดไม่ได้ที่จะกล่าว ตัดพ้อออกมา


 

ยี่ผิง กับชายหนุ่มร่างกายกำยำ เองก็ได้มันมาเป็นของรางวัล เช่นกัน แต่แววตาของพวกเขาลุกวาวอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ดีใจอะไรมากมายขนาดนั้น


"เฮ้ย อุตส่าห์ติดรายชื่ออันดับหนึ่งร่วมกับเขาทั้งที เหตุใดต้องมาได้หินคืนสภาพ ด้วยเล่า ข้าไม่ได้มีอาวุธ ระดับสูงไว้ซ่อมแซมนะ"ยี่ผิง นางกล่าว ออกมาด้วยความเสียดาย นางอยากจะได้ของไว้ ฝึกฝน ตนเองเสียมากกว่า

 


ทว่า อี้เฉินได้ยินเขากับตาลุกวาว ก่อนไต่ถามไปที่ตัวนาง ด้วยความสงสัยใคร่รู้ "แล้วมันสามารถซ่อมแซม ศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิ ได้หรือไม่"

 


   ยี่ผิง กับชายหนุ่มร่างกายกำยำ ได้ยินคำถามของชายหนุ่มผมขาว พวกเขาถึงกับประหลาดใจ ในคำถามนั้น คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าติดกันในทันที ก่อน ยี่ผิง จะคลายปมที่คิ้วของนางออก บอกกล่าวชายหนุ่ม ออกไปอย่างไม่ปิดบัง "มันก็สามารถซ่อมแซม ศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิ ได้น่าจะต้องใช้เยอะหน่อย แล้วก็นะ มันไม่ได้ใช้แค่นี้หรอก ไหนจะต้องมี น้ำยาผสาน ไหนจะต้องหาผลึกฟ้า ระดับจักรพรรดิ นั้นอีก แล้วการซ่อมแซมต้องใช้หม้อกลั่น หลอม อย่างดี เจ้าจะถามพวกข้าทำไม หรือเจ้ามี ศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิ ไว้ในครอบครองหรือ"

 


อี้เฉินเขาขำแห้งๆ ออกมาในทันที "แหะๆ!!" "ข้าก็แค่อยากรู้ว่าต้องใช้ หินคืนสภาพเท่าใด ถึงจะซ่อมแซม ศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิ ได้ก็เท่านั้น"

 


ชายหนุ่มร่างกายกำยำ เอ่ยตอบด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ เท่าใดนัก "ก็น่าจะซัก 3ก้อนได้มั้ง ขนาดที่พวกเรามีก็น่าจะเพียงพอ ซ่อมแซมมันได้ เจ้าจะถามหาประแสงอะไร หินผลึกฟ้านี่สิ  หายากที่สุด เจ้าอย่าได้คิดหวังจะดีกว่า หาอาวุธ ระดับ จักรพรรดิ เจอยังง่ายเสียกว่า ซ่อมแซมมันเสียอีก"

 


ยี่ผิง นางเองก็พยักหน้ารับคำพูดของ ผู้ติดตามของ นาง กงม่อจือผู้นี้กล่าวออกมาไม่มีผิดเพี้ยน แต่ประการใด

 


    ทว่าพวกเขา ทั้งสองก็ต้องหน้าบูดบึ้ง ครั้นเห็นชายหนุ่ม หยิบหินแร่ชิ้นหนึ่งออกมา พวกเขามองปาดเดียวก็ดูออก ว่ามันเป็นหินจากโรงประมูล "ข้าขอ ใช้หินนี้แลกกับ หินคืนสภาพ สองก้อนของพวกเจ้าได้หรือไม่" อี้เฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 


ชายหนุ่มร่างกายกำยำ กล่าวออกมาด้วยความเดือดดาล "เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? ถึงเจ้าจะฆ่าสังหารนาคากลืนสมุทรลงไปได้ แต่หินคืนสภาพเองก็ราคาไม่น้อย ไม่ใช่ อะไรที่หินสกปรก ก้อนนี้จะทดแทนได้"

 


แม้แต่ยี่ผิง นางยังกล่าวสมทบ "เจ้าหนุ่มเจ้าอย่าทำตัว โอหัง แค่เจ้ามีผลงานมากหน่อย ก็คิดจะมารีดไถ พวกเรางั้นหรือ?"

 


อี้เฉินยิ้มเจื่อน ครั้นได้ยินคำพูดของพวกเขาทั้งสองคน "ข้าไม่เคยดูถูกดูแคลนพวกเจ้า หากไม่ได้ เจ้าช่วยเปิดเกล็ดเหล่านั้นให้ข้า มีหรือข้าจะฆ่าสังหารมันได้"

 


เมื่ออี้เฉิน เอ่ยคำพูดนั้นออกมาเสร็จสิ้น เขาจึงหยิบกระบี่เพลิง ผ่าฟาดไปที่ แร่หินที่เขาเอาออกมาก่อนหน้านี้อย่างฉับพลัน ฟึบ!!!!



...อี้เฉินมั่นใจว่า ภายในหินแร่ หมายเลข780 จะต้องมี สมุนไพรล้ำค่าแห้งตาย อยู่ภายในแร่หินก้อนนั้น อย่างแน่นอน เขามองมันอย่างไร ก็ยังจดจำภาพเหล่านั้นได้ดี

 


   ครั้นเมื่อแร่หิน ถูกผ่าเปิดออกมา แสงสีฟ้าคราม ก็แพร่กระจายออกมาในทันที ส่งกลิ่นอายของ สมุนไพรที่แห้งตาย ออกมาอย่างไม่มีปิดบัง ถึงมันจะเสียคุณค่าทาง สรรพคุณไปไม่น้อย ก็ยังถูกจัดอยู่ใน ระดับจักรพรรดิ     เมื่อมันปล่อยระลอกคลื่น ที่น่าคร้ามเกรงออกมา พวกเขาทั้งสองคน ก็พลันเบ้าตาถลน จวนจะออกจากเบ้า คำพูดที่เคยว่ากล่าว ชายหนุ่ม ว่ามันคือหินสกปรก พลอยถูกกลืนลงไปในลำคอคำใหญ่


 

"นั้นมัน หญ้าฟ้าคราม วิญญาณ ระดับจักรพรรดิ ไม่ใช่หรือ เจ้าถึงกับแอบซ่อนมันไว้ในแหวนมิติเลยงั้นหรือ" ชายหนุ่มร่างกายกำยำ อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ แต่แววตากลับฉายแวว โลภ หรือว่าชายหนุ่มจะประเมิน แร่หินเป็น เปรียบตัวของชายหนุ่มผมขาวในยามนี้ ก็ไม่ต่างอะไรไปจากขุมทอง


 

   แม้แต่ยี่ผิง นางเองก็คิดเช่นนั้น ก่อนจะเอ่ยคำพูดออกไป การคิดจะผูกไมตรีกับชายหนุ่มผมขาวผู้นี้ น่าจะเป็นเรื่องที่ดี นางไม่รอช้าเข้าไปหยิบ หินคืนสภาพ จากมือของ กงม่อจือมาไว้ในมือของนาง บอกกล่าวผู้ติดตามของนางในทันที "ข้ายืมก่อน กงม่อจือ เดียวข้าจะหาของมาทดแทนให้เจ้า"

 


กงม่อจือ พยักหน้ารับคำ คุณหนู ในทันทีโดยไม่มีความเสียใจ เนื่องด้วย หินคืนสภาพ เองก็ยังไม่จำเป็นสำหรับตัวเขา รู้ดีสิ่งไหนควรไม่ควรในยามนี้ "ข้าเข้าใจคุณหนู ท่านไม่ต้องคิดมาก"

 


ครั้นเมื่ออี้เฉินได้ หินคืนสภาพ แลกกับสมุนไพร เขาเองก็รู้สึกเสียดายไม่น้อย เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างพึงพอใจ ยิ้มน้อยๆ ให้กันอี้เฉินก็อดที่จะเบาใจไม่ได้

 


ทว่าเมื่อ อี้เฉิน นึกถึงเมี่ยนจือที่หลับใหล ไม่ได้สติ อยู่ภายในทะเลความรู้ที่ว่างเปล่า ของเขา มันก็ทำให้อี้เฉิน รู้สึกผิดกับนางไม่น้อย หากไม่ได้ตัวนาง ช่วยเหลือไว้ เกรงว่าตัวเขาคงได้กลายเป็นเถ้าธุลี ถูกไฟเทพเผาผลาญ คร่าชีวิต ไปแล้วเป็นแน่ ถึงอย่างไรก็ต้องช่วยเหลือนางให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม


'เจ้ารอข้าก่อนนะเมี่ยนจือ หากข้าหาของล้ำค่าที่ต้องการครบหมดแล้ว ข้าจะปลุกเจ้า ฟื้นตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน'

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน