ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 170 ตามออกไปด้วย

            “บิดาก่อนหน้านี้ยังห่วงว่าจะเกิดเรื่องกับพวกเจ้า ดังนั้นก่อนออกเดินทางจึงหาคนสะกดรอยตามพวกเจ้าไว้ หากไม่ใช่เพราะบิดามองการณ์ไกล วันนี้เจ้าคงตายอยู่ที่นั่นแล้วรู้หรือไม่?”

            จ้าวจือชิงล้วงยาทาแผลออกมาจากนั้นจึงถลกเสื้อของลั่วจิ่งซีขึ้น ก่อนจะทายาให้เขาโดยไม่ลังเล

            “โอ๊ย เจ็บๆ …เจ็บนะ!”

            “เจ็บก็ต้องทน หากให้ชีเหนียงรู้ว่าเจ้าทำตัวเช่นนี้ไม่รู้ว่าจะเจ็บปวดใจมากแค่ไหน!”

            เฉียงจื่อเห็นดังนั้นก็รีบทายาให้ตนเองเงียบๆเขาไม่คู่ควรให้ลูกพี่ใหญ่จ้าวทายาให้กับมือแน่นอนว่าเขาเองก็ไม่อยากรับการปฏิบัติเช่นนั้นด้วย

            ลั่วจิ่งเฉินที่รู้สึกว่ามีคนสะกดรอยตามก่อนหน้านี้นั้นทำให้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองมิน่าเขาถึงไม่รู้สึกถึงความคิดมุ่งร้าย

            “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าห่วงว่าเรื่องของค่ายโจรเลี่ยหยางจะถูกเปิดโปงเดิมทีเรื่องนี้ไม่ช้าก็เร็วต้องเกิดขึ้นต่อไปพวกเจ้าสองพี่น้องอย่าได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก” จ้าวจือชิงทายาให้ลั่วจิ่งซีและเตือนสองพี่น้องไปพลาง “อย่างพวกเจ้าสองคน หากคนกลุ่มนั้นอยากฆ่าพวกเจ้าจริง พวกเจ้าคงต้านไม่ได้ด้วยซ้ำ”

            “โดยเฉพาะเจ้า กล้าหาญเกินตัว หากไม่ใช่เพราะพวกเขามีแผนการใหญ่เกรงว่าเจ้าคงถูกจับทรมานไปนานแล้ว ยังมีโอกาสนั่งอยู่ตรงนี้ได้อีกหรือ?”

            “ท่านลุงจ้าว ท่านลุงจ้าว! ข้าสำนึกผิดแล้วสำนึกผิดแล้ว ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว ครั้งนี้ข้าก็แค่สงสัยใคร่รู้จึงไปเจอกับพวกเขาข้าไม่ได้ตั้งใจนะ!”

            ลั่วจิ่งซีร้องโอดครวญสำนึกผิดจากนั้นก็นึกถึงข่าวที่ตนได้มาช่วงที่ถูกจับ

            “พี่ใหญ่ ช่วงนี้มีคนแปลกหน้ามาหาท่านหรือไม่?”

            ลั่วจิ่งเฉินส่ายหน้า “เหตุใดจึงถามเช่นนี้?”

            “ข้าเพิ่งได้ข่าวมาว่าใต้เท้าเจ้ากรมสำนักศึกษาหลวงสืบข่าวของท่านไปทั่วบอกว่าต้องการดูแลคนบ้านเกิดเดียวกัน ข้าว่าคงมีแผนการชั่วช้าซ่อนอยู่แน่” ลั่วจิ่งซีไม่ได้บอกกับเขาว่าคือจี้ฉงเหวินเขารู้ว่าพี่ชายเกลียดแค้นจี้ฉงเหวินขนาดไหน กลัวว่าพูดออกไปแล้วจะทำให้พี่ชายอารมณ์ไม่ดี

            “เจ้าหมายถึงจี้ฉงเหวินสินะ” ลั่วจิ่งเฉินช่วยเขาพูดคำที่ซ่อนเร้นไว้ออกมา “เรื่องที่เขาคือเจ้ากรมสำนักศึกษาหลวง ข้ารู้มานานแล้ว จะอย่างไรเล่า? เขากล้ากำจัดอันดับรายชื่อของข้าที่ได้มาอย่างยากลำบากหรือ? หรือว่าเขากล้าก้าวออกมาถามข้าซึ่งหน้าว่า เหตุใดข้าจึงปรากฏตัวอยู่ที่นี่?”

            “ฮึ เขาไม่กล้าด้วยซ้ำ เขาไม่มีความกล้านั้น อาซีเจ้าจงจำไว้ว่าเราต่างหากคือคนที่ถูกทำร้าย พวกเรามีอะไรต้องหวาดกลัวคนที่ควรกลัวคือเขา เทียบกับที่เราไม่อยากเจอเขาแล้ว เป็นเขาต่างหากที่ไม่อยากเจอเรามากยิ่งกว่า!”

            ความมั่งคั่งร่ำรวยที่เขาได้มาอย่างยากลำบากหากถูกคนรู้เข้าว่าเจ้ากรมสำนักศึกษาหลวงที่เพียบพร้อมทำเรื่องชั่วช้าอย่างการทอดทิ้งภรรยาและลูกคาดว่าคงทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็นเสียอีก!

            “พี่ใหญ่ ท่านไม่เป็นไรนะ?”

            “ข้าจะเป็นอะไรได้ เจ้าต่างหาก หากถูกท่านแม่รู้เข้ารู้หรือยังว่าจะอธิบายอย่างไร?”

            “ฮ่าๆ ข้าคิดไว้นานแล้ว ถึงเวลาข้าจะบอกว่าประลองกับท่านลุงจ้าวแล้วไม่ทันระวังตัวจนได้แผลมาท่านแม่เอ็นดูข้า จะต้องกล่าวโทษท่านลุงจ้าวว่าทำเกินเหตุ ทำใจตำหนิข้าไม่ได้แน่!”

            ลั่วจิ่งซีพูดแผนการของตนเองอย่างภาคภูมิใจแต่กลับลืมว่าคนที่ถูกเขาใส่ร้ายยังนั่งอยู่ข้างเขาในตอนนี้

            “เอ่อ ท่านลุงจ้าว ท่านลุงจ้าว ท่านฟังข้าอธิบายก่อน! ท่านฟังข้าอธิบาย อะ...”

            จ้าวจือชิงปรายตามองสองพี่น้องแล้วเดินจากไปพร้อมยาทาแผล โดยไม่เปิดโอกาสจิ่งซีได้อธิบาย

            ลั่วจิ่งเฉินมองดูน้องชายกับจ้าวจือชิงที่คลุกคลีใกล้ชิดกันไม่รู้เพราะเหตุใด เขามักจะรู้สึกว่าเวลาสองคนนี้อยู่ด้วยกันมันดูคุ้นเคยกันดีเกินไป มีบางครั้งที่เขารู้สึกว่าท่าทีของจ้าวจือชิงที่มีต่อลั่วจิ่งซีนั้นเหมือนกับพ่อปฏิบัติกับลูกชายก็ไม่ปานไม่ว่าจะวิธีเลี้ยงดูหรือการชี้แนะ ทั้งหมดนี้ทำให้เขารู้สึกผิดปกติ ยิ่งไปกว่านั้นคือความระแวง

            ……

            เช้าวันถัดมาเฝิงเจิ้งชูถือเบ็ดตกปลาออกจากบ้าน ระหว่างทางเขายังแกล้งพิรี้พิไรและคอยถามเสี่ยวเอ้อร์

            “เป็นอย่างไร มาหรือยัง?”

            เสี่ยวเอ้อร์จำไม่ได้ว่าตอบไปเป็นครั้งที่เท่าใดแล้วและก่อนจะหันไปมอง “นายท่าน ยังไม่มาจริงๆ ขอรับ”

            “เหตุใดจึงยังไม่มา? เจ้าแก่นี่คงไม่ได้ลืมหรอกนะ?”

            “นายท่าน บางทีเวยหวู่โหวอาจจะติดพันเรื่องบางอย่างอยู่ก็เป็นได้นะขอรับ?”

            เฝิงเจิ้งชูหยุดฝีเท้ามือที่ถือเบ็ดตกปลาสั่นระริก “ไม่ได้! ถึงมีเรื่องที่ติดพัน อย่างไรวันนี้เขาก็ต้องมา!”

            เมื่อวานลั่วจิ่งเฉินส่งสาส์นมาบอกว่าขอเพียงเขามา จะต้องมีหนทางทำให้เขาตกปลาได้ต่อหน้าต่อตาเวยหวู่โหวเพื่อเป็นการตบหน้าเวินจ้าน เมื่อคืนเขาดีใจจนนอนไม่หลับทั้งคืนรอเพียงวันนี้จะได้ทวงคืนศักดิ์ศรีต่อหน้าเวินจ้าน

            แต่พอตอนนี้อีกฝ่ายยังไม่มาเขาจึงร้อนใจขึ้นมา

            ......

            เวินจ้านที่มีเรื่องติดพันอยู่จริงๆสิ่งนั้นก็คือ ฉินอี๋ ภรรยาของเขา พอได้ยินว่าเขาจะไปบ้านถนนทิศใต้ก็รั้นจะไปด้วยให้ได้เพียงแต่ครั้งนี้เขามีงานสำคัญต้องไปทำ แล้วจะพาภรรยาไปด้วยได้อย่างไร

            “ฮูหยินแสนดีของข้า มิใช่ว่าข้าไม่ยินดีพาเจ้าไปด้วยแต่นี่เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ พาเจ้าไปไม่สะดวก!”

            “ไม่สะดวกได้อย่างไร ท่านบอกว่าอยากไปแบบธรรมชาติ ไม่ให้คนรู้มิใช่หรือ ท่านพาข้าไปด้วยพวกเขาจะคิดว่าท่านไปทำงานสำคัญได้อย่างไร” ฉินอี๋ขวางประตูไว้ไม่ยอมเปิดทาง “หากท่านไม่พาข้าไปด้วย เช่นนั้นข้าก็จะแอบไปเองหากถึงเวลาข้าไปปรากฏตัวหรือเจอกับเฝิงเจิ้งชูคงเลี่ยงไม่ได้ต้องคุยกับเขาสักหน่อย…”

            เมื่อได้ยินฉินอี๋พูดถึงเฝิงเจิ้งชูเวินจ้านก็ไม่ยอมทันที

            “เจ้าอยู่ดีๆ จะไปคุยอะไรกับเขาทำไม! นิสัยดื้อด้านเอาแต่ใจตอนนี้ก็มีแต่รอยย่นเต็มหน้า ไหนเลยจะน่าเกรงขามเท่าข้า หากเจ้าอยากคุยก็คุยกับข้า!”

            “แต่ท่านโหวมักจะบอกว่ามีงานยุ่ง ข้าจะมีโอกาสคุยกับท่านได้อย่างไรแค่จะให้ท่านพาข้าออกไปด้วยยังยากเย็นเช่นนี้…” ฉินอี๋พูดและเลิกขวางทาง “ถึงอย่างไรงานประมูลในวัง ท่านก็ไม่ให้ข้าไป ข้าอยากออกไปข้างนอกท่านก็ไม่ยอม ในเมื่อท่านอยากให้ข้าอยู่บ้านเช่นนั้นก็ให้ข้าอยู่ในบ้านจนขึ้นราไปเลย”

            เวินจ้านฟังนางพูดเช่นนี้ก็มีรู้สึกไม่ดีทันทีหลายปีมานี้ สุขภาพของฉินอี๋ไม่ดีนัก เวินจ้านจึงไม่อนุญาตให้นางไปไหนเพราะกลัวนางจะเป็นอะไรไป พอลองคิดอย่างละเอียดก็พบว่าฉินอี๋ไม่ได้ออกจากบ้านนานแล้วมิน่านางถึงอยากออกไปข้างนอกด้วย

            “ตกลง ในเมื่อเจ้าอยากไป ข้าพาเจ้าไปก็ได้ไยเจ้าต้องพูดอะไรให้ข้ารู้สึกแย่” เสียงของเวินจ้านอ่อนโยนโดยไม่รู้ตัวหลายปีมานี้ ฮูหยินคอยสนับสนุนข้างกายเขาอย่างเงียบๆ มาโดยตลอดแม้ว่าเซวียนอี้เสียชีวิต นางเองก็ไม่เคยตัดพ้อแม้แต่น้อยหากแค่เรื่องพานางออกจากบ้านแค่นี้ เขายังทำไม่ได้การปกป้องแผ่นดินคงไม่ต้องพูดถึง

            “พาข้าไปด้วย จะไม่ทำให้ท่านโหวเสียงานหรือ?”

            “โถ ฮูหยินของข้า เหตุใดจึงต้องใช้สรรพนามทางการเช่นนี้ ไม่เสียงานหรอกน่า! วันนี้ก็แค่ไปเจอเจ้าแก่เฝิงเจิ้งชู” ขณะพูดถึงเฝิงเจิ้งชูเวินจ้านก็กำชับนางอย่างดี “อีกเดี๋ยวหากเจอเขาเจ้าต้องห้ามพูดกับเขามากเกินไป มองก็ไม่ได้”

            เมื่อเห็นเขาหึงหวงใหญ่โตเช่นนี้ฉินอี๋จึงอมยิ้มเบาๆ “แก่จนปูนนี้แล้ว ไฉนยังทำตัวเหมือนเด็กคนเขามีหลานชายหลานสาวแล้ว ท่านยังจะกลัวอะไรอีก”

            เวินจ้านรู้ว่านางรับปากแล้วทั้งสองจึงพากันออกจากบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

            คนที่สอดแนมอยู่ด้านนอกเมื่อเห็นเวินจ้านพาภรรยาออกจากบ้านจึงจับทางไม่ถูกว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่

            รอจนพวกเขาเจอกับเฝิงเจิ้งชูระหว่างทางทั้งสองพูดกันเพียงไม่กี่คำก็แทบจะทะเลาะกันอีกตามเคย

            -----

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592