กลางดึกคืนนั้น ดาวเต็มท้องฟ้า ราวกับทั้งฟากฟ้าตั้งใจประดับไว้ให้หญิงสาวคนหนึ่งที่ยังนอนไม่หลับ...
ญาดานอนกลิ้งอยู่บนเสื่อข้างชาน ไม่กล้าเข้าห้องเพราะหัวใจยังเต้นไม่ปกติั้แ่ได้ยินคำพูดของท่านหญิงเมื่อตอนหัวค่ำ
“หากใจเ้าเต้น...ก็เพียงแค่ปล่อยให้มันเต้น
บางที ใจข้า...ก็อาจเต้นอยู่เหมือนกันก็ได้”
ญาดาเอามือปิดหน้า
“โอ้ยยยย ท่านหญิงเล่นประโยคทำลายล้างหัวใจขนาดนี้…จะให้นอนไงล่ะเนี่ย!”
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังมาจากบันไดไม้
“เ้ายังไม่นอนอีกหรือ”
ท่านหญิงอัญชลี…อยู่ในชุดนอนผ้าฝ้ายบางสีเทาอ่อน ผมสลวยถูกปล่อยอย่างอ่อนช้อย ไม่ได้เกล้าแบบทุกวัน
ญาดารีบลุกพรวด
“ปะ...เปล่าค่ะ ข้าแค่…นอนไม่หลับนิดหน่อยค่ะ!”
ท่านหญิงเดินมานั่งข้าง ๆ
“เช่นนั้น...ฟังข้าร่ายกลอนก่อนนอนดีหรือไม่”
ญาดาตาโต
“กลอน…ท่านหญิงแต่งเองหรือคะ?”
ท่านหญิงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะหลับตา แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม...
“หากใจหนึ่งเต้นเพราะใครคนหนึ่ง
และใจอีกดวงซึ่ง...พลันสั่นไหวเหมือนกัน
จะเรียกสิ่งนั้นว่าชะตา หรือเพียงแค่เผลอใจให้กัน
แต่หากสุดท้าย มันคือความผูกพัน...
ก็ขอให้ใจเรานั้น เดินเคียงกันตลอดไป”
ญาดาอ้าปากค้าง
…บรรลัยล่ะ ใจฉันเต้นเหมือนกลองชุดไปแล้วแม่!
“กลอนนี้...ข้าเพิ่งแต่งเมื่อครู่นี้เอง” ท่านหญิงพูดเบา ๆ
“เพราะ...นึกถึงใครบางคนที่ทำให้ใจข้าไม่เคยสงบ ั้แ่วันที่เจอ”
ญาดาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
สองสายตาสบกันใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องพอดี
“…ข้าเองก็ไม่สงบเหมือนกันค่ะ ั้แ่วันแรกที่ท่านหญิง...เอ่อ ยิ้มให้ข้า”
ญาดาพูดเบา ๆ ก่อนจะยิ้มเขิน ๆ
ท่านหญิงยื่นมือออกมา
“ข้าก็อยากจะจับมือนางคนเสียงดังคนนั้น...แล้วบอกว่าข้าไม่กลัวจะรักใครอีกแล้ว”
ญาดากลืนน้ำลาย ก่อนจะยื่นมือไปวางลงบนมือของท่านหญิงเบา ๆ
มืออบอุ่น แข็งแรง แต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ในจังหวะที่ทั้งสองนั่งเงียบ...เสียงอะไรบางอย่างก็ดังมาจากพุ่มไม้ด้านหลัง
แกร๊ก...แกร่กกกกก
“โอ๊ยยยย ตายแล้วเ้าขา! ข้าก็แค่มารดน้ำต้นไม้!!”
แป้น โผล่หน้ามาพร้อมกระบวยรดน้ำ แล้วรีบหายไปแบบไม่พูดไม่จา
ญาดาเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ
ท่านหญิงเองก็ยิ้มออกมาในแบบที่อบอุ่นที่สุดในคืนนี้
และในค่ำคืนที่เงียบสงบที่สุดของเรือน “อัญชลี”
สองหัวใจต่างเงียบ...แต่เต้นไปในจังหวะเดียวกัน