เกิดเป็นขุนศึกเป้าใหญ่ พร้อมระบบเทพแมงดา NC

    ตอนที่ 8: ลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน!


    สายลมร้อนอบอ้าวพัดกวาดเอาฝุ่นดินทรายสีส้มอ่อนลอยม้วนตัวอบอวลไปทั่วบริเวณลานดินกว้างหน้าโรงเก็บเสบียงของค่ายพักพิงป่าชายแดน แสงแดดจัดจ้าช่วงสายเริ่มแผดเผาแรงกล้าลงมากระทบหลังคามุงจากของคลังเก็บเสบียงย่อย ส่งผลให้กลิ่นข้าวสารแห้ง กลิ่นกระสอบปอที่ชื้นไอน้ำฝนเมื่อคืน และกลิ่นสมุนไพรป่าบดแห้งคละคลุ้งจางๆ ในอากาศ ควันไฟจางๆ จากโรงครัวโบราณของค่ายขยับลอยเอื่อยพัดผ่านฉากหลังค่ายลี้ภัยทุรกันดารอันเงียบสงบปนหวาดระแวงภัยสงคราม

    แม่หญิงชงโค ลูกสาวคนสวยหน้าคมเฉี่ยวของผู้ใหญ่บ้านป่า ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนชานเรือนบันไดไม้ผู้ใหญ่บ้านหลังใหญ่โตที่สุดในค่าย หล่อนจัดแต่งทรงผมยาวสีดำขลับประบ่าที่รวบเกล้าขึ้นเป็นมวยกระชับแน่นหนาดูทะมัดทะแมงตึงแน่น นุ่งโจงกระเบนผ้าไหมเนื้อดีสีเข้มกระชับแน่นบดเบียดเน้นส่วนโค้งเว้าของสะโพกกลมกลึงอวบอัดและเรียวขาเพรียวสวยอย่างสะดุดตาสะกดจิตใจของบุรุษทุกผู้ที่ลอบมอง หล่อนยืนกอดอกดวงตาสวยคมปลาบจับจ้องเขม็งตรงลงมาที่เป้า ซึ่งบัดนี้กำลังเดินเตร็ดเตร่ปากกะล่อนพ่นคำหวานป่วนประสาทสตรีชาวบ้านไปทั่วค่ายพักพิงอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับความทุกข์ยากลี้ภัยเลยแม้แต่น้อย

    ชงโคก้าวเท้าเรียวสวยเดินลงมาจากบันไดเรือนไม้ทีละขั้นด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่งทระนงสง่างามสมเป็นลูกสาวผู้นำค่าย เสียงเท้าของหล่อนก้าวลงตามขั้นบันไดไม้ดังกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอปลุกเป้าให้ละสายตาจากสาวๆ แล้วหันกลับไปสบประสานสายตามอง ร่างกายอวบอัดสมส่วนของหญิงสาวบัดนี้สะกดสายตาของทหารบ้านและคนหนุ่มในค่ายป่าลี้ภัยให้เคลิบเคลิ้มลืมงาน ทว่าใบหน้าคมเฉี่ยวของหล่อนกลับตึงเครียดบึ้งตึงปูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัดจากความกดดันภายนอก หล่อนก้าวเดินตรงดิ่งเข้ามาหาเป้าก่อนจะชูนิ้วเรียวงามชี้ตรงหน้าอกแกร่งของตัวต้นเหตุความโกลาหลยามเช้า

    “ไอ้เป้า! เจ้าคนปากเสียไร้ศีลธรรมเดินลอยชายป่วนประสาทชาวบ้านป่าอยู่ได้! ร่างกายสะบักสะบอมโดนคมดาบทหารแคว้นพยัคฆ์ทมิฬแทงสีข้างเมื่อวานแท้ๆ วันนี้กลับฟิตปั๋งเดินล้อเลียนเกี้ยวพาราสีสตรีปานคนไม่มีความผิดอันใดติดตัว หากเจ้าแข็งแรงดีปานนี้แล้วก็จงไปทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อค่ายเสียบ้าง! ไปแบกกระสอบข้าวสารสามหาบใหญ่นี้ไปจัดเก็บไว้ในโรงเสบียงชั้นใน และรายงานข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าเมื่อวานเจ้าเผชิญหน้าปะทะกับหน่วยลาดตระเวนแคว้นพยัคฆ์ทมิฬกี่นายกันแน่ และพวกมันมีกระบวนรบอย่างไร!”

    น้ำเสียงหวานเฉียบทรงอำนาจปนดิบสั่งการของชงโคดังลั่นจนเป้าต้องหรี่ตา แต่อดีตกระสอบทรายค่ายมวยเก่าหาได้มีความเกรงกลัวบารมีของนางไม่ เขากลับกวาดสายตากรุ้มกริ่มจ้องมองเนินอกอวบอัดกลมกลึงเต่งตึงที่เบียดกระชับอยู่ภายใต้ผ้าแถบคาดหน้าอกสีเปลือกไม้ไหมของหล่อนอย่างเปิดเผย ยิ้มทะเล้นตอบคำวาจาอย่างร่าเริงป่วนประสาทสตรี

    “อุ๊ย... แม่หญิงชงโคคนสวย ดุเดือดดุดันข่มขวัญพี่เป้าแต่เช้าตรู่เชียวจ้ะ แดดสายร้อนรุ่มปานนี้แต่แก้มเนียนๆ ของแม่หญิงกลับขาวผุดผ่องสะอาดน่านวลแก้มมองชะมัดยาดเลย ข้าวสารสามหาบใหญ่น่ะเรื่องเล็กจ้ะ เพื่อแม่หญิงชงโคคนสวยของค่าย ต่อให้ยกข้าวสารทั้งคลังเสบียงพี่เป้าขุนศึกคาดเชือกคนนี้ก็ยินดีเบียดไหล่แบกประคองให้ไร้เหนื่อยจ้ะ แต่อยากถามจังว่าแบกข้าวเหนื่อยๆ แล้วพี่เป้าจะได้รางวัลเป็นน้ำอุ่นเย็นชื่นใจ หรือรอยยิ้มหวานๆ อ่อนโยนจากปากสวยๆ ของแม่หญิงชงโคบ้างไหมจ๊ะคนดี? หรือจะให้พี่เป้าแบกแม่หญิงขึ้นเรือนไปด้วยดีล่ะจ๊ะ?”

    “ไอ้คนเล่นลิ้นกะล่อนลามกหน้าด้าน!” ชงโคตวาดแหว แววตาคมเฉี่ยวสะบัดค้อนใส่ด้วยความฉุนเฉียวลึกซึ้ง หล่อนเกลียดแสนเกลียดพวกผู้ชายปากแจ๋วพ่นคำพูดพิลึกพิลั่นไร้ความจริงใจ ทว่าลึกๆ ในหัวใจที่เคยปิดกั้นปานศิลากลับเกิดกระแสความอุ่นร้อนแปลกประหลาดวิ่งแล่นพล่านผ่านผิวแก้มใสเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมขยิบตาของเป้า และสรีระช่วงล่างที่ตุงเด่นสง่าสะดุดตาของเขาจนหล่อนต้องรีบเบือนสายตาหลบด้วยความขัดเขินอาย

    เป้าขยับกายกำยำแกร่งกล้าที่ไร้รอยแผลดาบแทงเข้าไปใกล้ชงโคอีกก้าวหนึ่ง แสร้งเอื้อมมือหนาไปคว้าจับปลายเชือกกระสอบข้าวปอที่วางพาดอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หนาข้างตัวนาง ระยะห่างของหนุ่มสาวลดลงเหลือไม่ถึงสองคืบจนชงโคสะดุ้งตัวเล็กน้อยคิดจะถอยหลังหลีกหนีไอร้อนจากผิวกายชายหนุ่มที่พ่นกระทบ ทว่าเป้ากลับรวบรวมพลังปราณระบบเป่าอาคมมนตรากระซิบแผ่วเบา ร่าย **"คาถาวาจาอ้อนหญิง"** หวังจับจุดเด่นใจดำของแม่หญิงคนสวยจอมเย่อหยิ่งสะกดตาตรงหน้าทันทีเพื่อดึงความหวั่นไหว

    วิ้ง...

    กระแสคลื่นมนตราสีชมพูอ่อนละเอียดบางเบาแฝงอยู่ในสายลมพัดเฉียดสะกดเข้าสู่หัวใจลึกสุดของชงโคช้าๆ ในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างกระดิ่งแจ้งเตือนสีทองของระบบเทพแมงดาโบราณพลันฉายวับเด่นชัดขึ้นตรงหน้าเป้าโดยพลันในสมองพร้อมเสียงร้องวิเคราะห์

    **[ ติ๊ง! ระบบเทพแมงดาตรวจพบปมฝังใจส่วนลึกที่สุดของเป้าหมาย ‘แม่หญิงชงโค’ เรียบร้อยแล้วจ้า! ]**
    **[ ปมวิเคราะห์อย่างละเอียด: แม่หญิงคนสวยหน้าคมเฉี่ยวผู้นี้กำลังแบกรับความเครียดสะสมระดับสูงสุดจากการบริหารจัดการคลังเสบียงค่ายพักพิง และการระวังภัยความมั่นคงรบแทนผู้ใหญ่บ้าน (บิดาของนาง) ที่อายุชราป้ำๆ เป๋อๆ ขี้หลงขี้ลืม และมีนิสัยขี้ขลาดตาขาว คอยกลัวข้าศึกบุกค่ายจนลมจับพับไปบ่อยๆ หล่อนรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว ไม่มีผู้ใดในค่ายคอยพึ่งพิงช่วยเหลือระบายความอึดอัดใจ และต้องเกร็งกล้ามเนื้อแสร้งทำเป็นแข็งแกร่งตลอดเวลาเพื่อพยุงชีวิตชาวบ้านสามสิบกว่าชีวิต... ช่างน่ารักน่าเอ็นดูปนน่าเวทนาแท้น้อแม่หญิงอกตึงแน่นคนนี้! ]**

    เป้ากะพริบตาอ่านข้อมูลระบบแสนป่วนปนสาระสำคัญพลางมองใบหน้างามคมเฉี่ยวของชงโคที่บัดนี้ยังคงจ้องจับผิดเขาด้วยสีหน้าบึ้งตึงปนดุร้าย แววตาสวยเฉี่ยวของหล่อนแฝงไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าสะสมและความกังวลลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากแข็งแกร่งทระนงและเกราะเหล็กเย็นชา

    เป้าขยับตัวยกกระสอบข้าวขึ้นพาดบ่ากว้างแข็งแกร่งอย่างง่ายดาย ทว่าแทนที่จะพ่นวาจากะล่อนทะเล้นเล่นปากตามปกติ ชายหนุ่มกลับลดระดับโทนน้ำเสียงลงเป็นทุ้มต่ำอบอุ่นอ่อนหวาน ละมุนลึกและอ่อนโยนอย่างที่ชงโคไม่เคยได้ยินหรือคาดคิดมาก่อน เป่าอาคมมนตรากระซิบข้างใบหูบางของหล่อนในระยะประชิดชวนใจสะท้านส่งกระแสความจริงใจกู้ชีวิต

    “ชงโคจ๊ะ... เหนื่อยนักก็พักผ่อนจิตใจบ้างเถิดหนา ภาระค่ายลี้ภัยและเสบียงกรังทั้งหมดของคนสามสิบกว่าชีวิตนี้ เจ้าแบกรับมันไว้คนเดียวบนบ่าเล็กๆ สองข้างนี้มาเนิ่นนานปานใดแล้ว พ่อเจ้าชราภาพและเกรงกลัวศึกปานนั้น เจ้าต้องจำนนแสร้งทำเป็นหญิงแกร่งดุร้ายเพื่อปกป้องชาวบ้านทั้งหมด ข้ารู้ข้าเห็นความเหนื่อยยากของเจ้าหมดแล้วจ้ะ... ต่อจากนี้ไป อย่ากังวลเลยหนาชงโคคนดี ข้า... ไอ้เป้าคนนี้ จะคอยเป็นกำลังหนุน เป็นโล่เหล็กรับคมดาบข้าศึกยืนบังสายลมหนาวอยู่ข้างๆ เจ้าเอง เจ้าจักไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้วนะคนสวยของพี่เป้า...”

    คำพูดที่อ่อนโยนแต่น้ำเสียงทุ้มลึกมีน้ำหนักหนักแน่นประดุจหินผารบปะทะเข้ากลางใจดำที่กำลังอ่อนล้าของชงโคอย่างจัง อำนาจคาถาวาจาอ้อนหญิงแทรกซึมเข้าสั่นคลอนทำลายเกราะหนาเย่อหยิ่งของหญิงสาวทันใด

    ชงโคสะดุ้งตัวโยน ร่างกายอวบอัดสั่นระริกราวต้องมนต์สะกดตรึงใจ หล่อนเบิกตากลมโตค้างจ้องมองเป้าด้วยความตะลึงงัน หัวใจในทรวงอกตึงตักเต้นระรัวราวกลองศึกกระหน่ำรบ ร่างกายที่เคยเกร็งแข็งเพื่อความมั่นคงพลันอ่อนยวบระทวยไร้แรงต้าน ความลับและความอ่อนแอที่หล่อนปกปิดซ่อนเร้นระบายกับผู้ใดไม่ได้กลับถูกไอ้หนุ่มกะล่อนคนนี้ล่วงรู้และพูดปลอบโยนปลอบขวัญอย่างจี้แทงใจดำอย่างอ่อนละมุน ใบหน้างามเฉี่ยวพลันแดงก่ำร้อนผ่าววาบแดงซ่านลามไปจนถึงใบหูและแผ่นคอขาวสะอาดสยิวสั่นกวนอารมณ์สตรี รอยแดงซ่านนั้นทำให้หล่อนดูมีเสน่ห์ดึงดูดปนหวานหยดย้อยชวนลิ้มลองยิ่งขึ้น

    “เจ้า... ไอ้เป้า... เจ้าพ่นคำพูดพิลึกพิลั่นวิปลาสอันใดของเจ้า...” ชงโคพูดน้ำเสียงสั่นสะท้านอย่างหักห้ามอารมณ์เสน่หาแรกรุ่นไม่ได้ มือไม้เรียวสั่นละล้าละลังกระวนกระวายขีดสุดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หล่อนรู้สึกอายและกลัวใจตนเองปนหวาดหวั่นสะท้านใจที่ความรู้สึกอ่อนแอภายในโดนเปิดเผยกระจุยกระจายต่อหน้าชายหนุ่มปากกะล่อนเป้าตุงผู้นี้

    และเพื่อปกป้องเกราะความเข้มแข็งและกลบเกลื่อนความเหนียมอายสะท้านทรวงที่พุ่งทะลักขีดสุด ชงโคจึงเงื้อฝ่ามือเรียวสวยขึ้นสูงแล้วฟาดตบฉาดใหญ่เข้าที่ซีกแก้มซ้ายของเป้าอย่างเต็มเหนี่ยวส่งเสียงดังลั่นโรงคลังเสบียงจนชาวบ้านละแวกนั้นสะดุ้งหันมามองกันพรึบพรับ

    เพียะ!

    แรงตบสะท้านส่งผลให้ใบหน้าของเป้าหันไปตามแรงกระแทก ทว่าชายหนุ่มกลับยืนนิ่งเด่นมั่นคงทรงพลังไม่ปัดป้องหลบหลีกแต่อย่างใด รอยนิ้วมือห้านิ้วสีแดงเข้มเด่นชัดขึ้นบนแก้มซ้ายช้ำแดง ทว่ามุมปากของเป้ากลับแสยะยิ้มกริ่มขยิบตาอย่างพอใจ แววตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าแดงซ่านของชงโคที่บัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายใจขัดเขินสะเทิ้นอาย

    *ติ๊ง!*

    **[ ติ๊ง! แม่หญิงชงโคเขินอายสะท้านทรวงจนเป่าฝ่ามือพิฆาตตบโฮสต์ขุนศึกโชว์แก้เขินระงับใจ! ได้รับความเสียหายทางกายภาพปั๊มแต้มความถึกสะสมเข้าคลัง! ]**
    **[ รายงานระบบ: สถานะยังคงเดิมที่ กายาเหล็กไหล ขั้นที่ 4 (แต้มความทนทานสะสม: 190/300) จีบหญิงได้ผลดีเยี่ยมสะสมแดเมจปั๊มเวลดีแท้โฮสต์เอ๋ย แต่อย่าลืมเอาเวลาไปซ้อมมวยด้วยนะจ๊ะคริๆ! ]**

    ชงโคสะบัดหน้าหนีหลบตาหล่อนแดงแจ๋ลนลานตวาดแหวเสียงสั่นสะอื้นแก้เก้อแก้เขิน “ไอ้คนบ้าลามก! ไอ้ปากเสียล่วงเกิน! แก... แกพูดเรื่องพิลึกพิลั่นอันใดของแก! ไปแบกกระสอบข้าวสารเดี๋ยวนี้เลยนะ หากแบกไม่เสร็จภายในเที่ยงกูจะสั่งงดข้าวแก!”

    สิ้นเสียงตวาดแหวร่างบางก็รีบก้าวเท้าสั่นระริกวิ่งกระหืดกระหอบหนีกลับขึ้นเรือนไม้ผู้ใหญ่บ้านอย่างรวดเร็วปานลมพัด หล่อนวิ่งเข้าห้องนอนไปปิดประตูปัง ปล่อยให้เป้ายืนลูบแก้มแดงๆ ร้อนฉ่าของตัวเองท่ามกลางสายตาชาวบ้านที่กระซิบกระซาบกันด้วยรอยยิ้มปนขัน ส่วนไอ้ศรที่แอบดูอยู่ไกลๆ ก็ยืนอ้าปากค้างงงวยว่าชงโคตบเป้าแต่แววตากลับแดงอายปานนั้น

    (โปรดติดตามตอนต่อไป...)