พิภพยิ้มกว้างกับคำตอบของชายหนุ่ม ก่อนจะมองไปทางพิทักษ์ที่พยักหน้ายิ้มๆแล้วยื่นแฟ้มเอกสารไปวางที่โต๊ะด้านหน้าคิริน
“นี่เป็สัญญาและเงื่อนไขต่างๆ ของซีรีส์เื่นี้ครับ คุณสามารถอ่านรายละเอียดและถ้าสงสัยอะไรก็ถามได้เลย”
คิรินหยิบสัญญาขึ้นมาไล่อ่านอย่างละเอียด ด้วยอะไรบางอย่างทำให้เขาสามารถเข้าใจรายละเอียดเงื่อนไขทางกฎหมายของสัญญานี้ได้ทั้งหมด
และเขามั่นใจว่าความเข้าใจนี้มาจากไวท์ที่เป็เพื่อนสนิทของพิมพ์ที่เป็อัยการ แถมเขายังเป็ผู้สืบทอดธุรกิจของครอบครัวจึงทำให้เขาเก่งเื่กฏหมายธุรกิจเช่นกัน
คิรินนึกถึงเมื่อไม่กี่นาทีก่อนตอนที่เขากลายเป็ไวท์ที่เผชิญหน้ากับนางเอก หรือ ‘พิมพ์’ ที่มองหน้าเขาด้วยสายตารังเกียจภายในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนจากห้องประชุมของ ACN เป็ห้องเยี่ยมนักโทษ ในตอนนั้นความคิดของเขาเต็มไปด้วยหนทางในการใช้ช่องว่างของกฎหมายในการเอาตัวรอดจากสถานกาณ์ปัจจุบัน แต่เขาเลือกที่จะทิ้งความคิดพวกนั้นไปเพียงเพราะ้าเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่เขารัก
‘นี่มันเื่อะไรกัน อย่าบอกนะว่าพวกความรู้ความสามารถของตัวละครที่เราอ่านบทมันส่งต่อมาถึงเราด้วยน่ะ!?’ คิรินพึมพำกับตัวเองในใจขณะที่เริ่มรู้สึกตื่นเต้นปนหวาดกลัวพลังของตัวเอง เพราะไม่รู้แล้วมันจะทำให้เขาพบเจอกับเื่แบบไหนต่อไปในอนาคต
ในขณะที่คิรินกำลังเพ่งสมาธิอยู่กับสัญญาอยู่นั้น เขาก็รู้สึกถึงได้ถึงสายตาของใครบางคนที่จ้องมองมาที่เขา เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าเป็ไซซีที่นั่งอยู่ด้านขวาสุดถัดจากนักเขียนเรย์ เธอส่งยิ้มหวานมาให้แบบเป็กันเอง ซึ่งทำให้เขาต้องพยายามเก็บอาการไม่ให้หน้าแดง
‘ใจเย็นไว้สิตัวเรา! เธอแค่ยิ้มแบบเป็มิตรให้กับเพื่อนร่วมงานในอนาคตเท่านั้น เค้าเป็ถึงนางเอกแถวหน้าของวงการ คงมีพวกพระเอกตามจีบกันเป็ขบวนแน่ อย่าไปเผลอคิดอะไรเกินเลยดีกว่า’ เขาสงบสติอารมณ์ตัวเองและกลับมาโฟกัสที่เอกสารตรงหน้า
หลังจากอ่านสัญญาเสร็จ คิรินพบว่าสัญญานี้เป้นสัญญาที่ยุติธรรมอย่างมาก
‘สมแล้วที่ ACN เป็บริษัทที่มีชื่อเสียงในเื่สัญญาที่เป็ธรรมกับนักแสดง ใจความสำคัญของสัญญาคือเขาจะต้องแสดงซีรีส์เื่ ‘โลกไร้สี’ ให้ครบ 11 ตอนและเก็บความลับของการถ่ายทำรวมถึงเนื้อหาต่างๆไม่ให้คนภายนอกรู้จนกว่าจะถึงวันฉายตอนจบ ถ้าผิดสัญญาก็จะถูกปรับตามเงื่อนไขของทางบริษัทเท่านั้น’
คิรินเงยหน้ามองพิภพแล้วพยักหน้าเบาๆ “ผมตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครับ ผมยอมรับสัญญาฉบับนี้”
พิภพยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ “ขอบคุณที่ไว้ใจในการร่วมงานกับทางเราครับคุณคิริน แล้วก็ยินดีต้อนรับเข้าสู่โปรเจ็กต์ ‘โลกไร้สี’ อย่างเป็ทางการนะครับ”
คิรินเซ็นเอกสารลงไปสัญญา ก่อนที่จะยื่นสัญญาต้นฉบับคืนให้พิทักษ์ และเก็บคู่ฉบับใส่กระเป๋าของตัวเอง
ในตอนนี้หัวใจของเขายังเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นที่ไม่แสดงออกทางสีหน้า
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น คิรินก็ลุกขึ้นไปจับมือกับพิภพ พิทักษ์ และเรย์เพื่อแสดงความยินดีกัน ก่อนจะโค้งตัวให้กับทางไซซีเพราะรู้สึกเขินเกินไปที่จะเนียนจับมือเธอ จากนั้นชายหนุ่มจึงขอตัวออกจากห้องไป
คิรินที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้ฝันไปเดินออกจากห้องประชุมด้วยใบหน้าเต็มไปเรียบเฉยแต่ภายในเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
“รอเดี๋ยวก่อนค่ะคุณคิริน!” ไซซีเดินออกมาจากห้องประชุมตามเขามายืนรอหน้าลิฟต์ด้วย
“ครับ?” คิรินหันมามองหญิงสาวด้วยความสงสัย
“ฉันยังไม่ได้ร่วมแสดงความยินดีที่ได้ร่วมงานกับคุณเลย” ไซซีพูดขึ้นมาขณะยื่นมือเรียวสวยออกมาหาชายหนุ่มพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่เพียงแค่มองก็ทำให้โลกสดใสขึ้นมา
“ยินดีด้วยนะคะ ฉันเชื่อว่าการแสดงของคุณจะช่วยทำให้ซีรีส์เื่นี้ยอดเยี่ยมมากๆ”
“...” คิรินยิ้มรับพลางยื่นมือไปจับมือเนียนนุ่มของหญิงสาวพลางคิดในใจอย่างเปี่ยมสุข
‘อ๊ากกก…! นี่เราจะได้จับมือกับไซซีงั้นเหรอ!? สาบานเลยว่าชาตินี้จะไม่ล้างมือเด็ดขาด’
คิรินทำหน้าจริงจังตอบกลับหญิงสาว “ขอบคุณครับ ผมก็ตื่นเต้นเหมือนกันที่จะได้ร่วมงานกับคุณและทีมงานโลกไร้สีทุกคน”
“ให้ฉันลงไปส่งนะคะ” ไซซียื่นนิ้วเรียวไปกดลิฟต์แทนคิรินที่ยังคงช็อคกับการที่อยู่ๆได้จับมือกับไซซีอย่างไม่ทันตั้งตัวอยู่
เมื่อลิฟต์มาถึง คิรินและไซซีก็เข้าไปในลิฟต์กันสองคน
บรรยากาศภายในลิฟต์เต็มไปด้วยความเงียบสงัดเพราะคิรินตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก
“คือ…คุณคิรินคะ ฉันขอเบอร์กับไลน์ของคุณได้ไหมคะ แบบว่า ฉันอยากจะขอคำปรึกษาเื่การแสดงกับคุณน่ะค่ะ ตอนแรกฉันมั่นใจในการแสดงของตัวเองมาก แต่พอเห็นการแสดงของคุณแล้วมันทำให้ฉันอยากทำให้ได้เหมือนคุณบ้าง”
เป็ไซซีที่เงยหน้าขึ้นมายื่นมือถือของเธอให้ชายหนุ่ม ก่อนจะใช้ดวงตาสวยคมจ้องใบหน้าของคิรินที่ในตอนนี้แข็งค้างไปเป้นที่เรียบร้อยเพราะอยู่ๆก็ได้ยินประโยคที่ไม่คิดว่าจะไม่ได้ยินจากหญิงสาวตรงหน้าไปทั้งชีวิต แต่ในสายตาของไซซี เธอกลับเห็นเพียงใบหน้านิ่งของชายหนุ่มที่มองเธออย่างงงๆเท่านั้น
“ครับ? อะ เอ่ย นี่ครับ” คิรินตั้งสมาธิใช้แรงกายที่มีทั้งหมดยื่นมือไปรับมือถือของหญิงสาวมากดเบอร์โทรและเพิ่มเพื่อนในไลน์ของเขาโดยบังคับให้มือไม่สั่นจนเผลอทำมือถือหญิงสาวที่ปลื้มตกพื้นสุดชีวิต
“คิกๆ ขอบคุณมากนะคะคุณคิริน ไว้ถ้าว่างๆเดี๋ยวฉันทักไปหานะคะ” ไซซียิ้มหวานให้ชายหนุ่ม พร้อมกับลิฟต์ที่เปิดออกมาพอดี
“ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันนะครับคุณไซซี” คิรินพยักหน้ายิ้มๆให้กับนักแสดงสาวขณะก้าวเท้าเดินออกจากลิฟต์ไป
“ค่ะ ไว้เจอกันนะคะคุณคิริน” ไซซีโบกมือลาชายหนุ่ม ก่อนจะเดินออกไปอีกทาง
คิรินเดินออกจากลิฟต์ด้วยใบหน้าที่ดูสงบนิ่งแค่ภายนอก แต่ภายในหัวใจของเขากลับเต้นรัวจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่ในหมอกแห่งความฝันหลังจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับไซซี นักแสดงสาวชื่อดังที่ไม่เพียงแต่เป็นางเอกในซีรีส์ที่เขากำลังจะแสดงร่วม แต่เธอยังทิ้งความประทับใจและความรู้สึกดีไว้ให้เขาแบบที่ไม่มีทางลืมไปตลอดชีวิต
‘นี่เราฝันไปหรือเปล่านะ...’ คิรินคิดในใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้อยู่ใกล้ชิดกับดาราระดับแถวหน้าของวงการบันเทิงถึงขนาดนี้ แถมเธอยังมาขอไลน์และเบอร์โทรของเขาด้วย นี่ไม่ใช่เื่ธรรมดาสำหรับเขาเลย ชายหนุ่มเดินออกจากตึก ACN อย่างช้าๆพร้อมกับทบทวนเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
ทันใดนั้น เสียงข้อความในโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น คิรินหยิบมันขึ้นมาดูอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณและพบว่าเป็ข้อความจากไซซีพร้อมกับสติ๊กเกอร์การ์ตูนปอมเมอเรเนียนสีขาวแสนจะน่ารักในท่า ‘Hello!’
"ขอบคุณที่ให้เบอร์และไลน์นะคะคุณคิริน ฉันรอวันที่จะได้เข้าฉากกับคุณนะคะ"
คิรินมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มบางๆออกมา เขาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างสุภาพว่า
"ยินดีครับคุณไซซี ผมอยากให้วันนั้นมาถึงเร็วๆเหมือนกันครับ" ส่งเสร็จเขาก็ส่งสติ๊กเกอร์ลูกแมวน้อยสีดำทำท่า ‘Hi’ กลับไป ก่อนที่หญิงสาวจะกดถูกใจตอบกลับมา
‘อ๊ากกก ฟินโว้ยยย! ขออย่างให้เื่นี้เป็ความฝันเลยเถอะ’ คิรินเงยหน้าขึ้นฟ้าพึมพำอยู่คนเดียว
คิรินนิ่งไปสักพักก็เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงและพยายามสงบสติอารมณ์ ในตอนนี้ชายหนุ่มออกมายืนอยู่หน้าตึก ACN และมองไปที่ท้องฟ้ายามบ่ายที่สว่างสดใส แต่ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายทั้งความสุข และความตื่นเต้นของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวงการบันเทิงผสมกับความกังวลว่าจะสามารถทำได้ดีแค่ไหน
'เราจะทำมันให้ดีที่สุด...'