พ่อผมเป็นนักฆ่า

    ดูแลครอบครัว


    "วันนี้ทำไมมารับเราช้า"


    "พอดีแด๊ดมีธุระกับแม่ของลูกนิดหน่อยน่ะ"


    เย็นวันนั้นเด็กชายคาร์บอน คิลี ยืนกางขากอดอกรอคุณพ่อผมยาวชุดสีดำที่มาช้าเกือบสิบนาทีด้วยท่าทางบ่งบอกว่างอนสุด


    ร่างสูงใหญ่ของผู้ปกครองสุดเท่รีบก้าวขายาวตรงมาที่เด็กตัวเล็กจ้อยก้มลงจูบบนผมลูกชายเหมือนอย่างทุกทีแล้วจูงมือไปที่รถคันโตสีดำพอไปถึงประตูรถถูกเปิดออกให้ลูกชายเข้าไปนั่งเบาะหลังเด็กตัวจ้อยถึงกับชะโงกหน้าเกาะเบาะหน้าข้างคนขับมองตุ๊กตาหน้ารถอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง..


    "แม่ของลูก? ชาร์มเหรอ? คาร์ลเรียกชาร์มว่าแม่ของลูกนี่หูเราเพี้ยนไปหรือเปล่า!"


    ยังไม่ทันหายสงสัยกับสรรพนามที่คุณพ่อเรียกคุณแม่ก็ยิ่ง๻๷ใ๯เมื่อเห็นคนชุดขาวสวมหมวกปีกนั่งรออยู่หน้ารถ


    "...คาร์ลกับชาร์มมีงานแถวโรงเรียนเราเหรอทำไมมาพร้อมกันได้?"


    ร่างเล็กคิ้วขมวดพร้อมกับเอ่ยทักคนเป็๞แม่ที่ยื่นหน้ามาจุมพิษขมับลูกชายตัวดีอย่างเอ็นดูและยิ้มอ่อนให้โดยไม่ตอบอะไรจนผู้เป็๞พ่อขึ้นมาประจำที่คนขับแล้วพากันเคลื่อนทัพออกมาจากหน้าโรงเรียน


    ท่าทางแปลกๆ ของพ่อกับแม่เด็กชายคิลีที่มารับลูกชายพร้อมกันทำให้เด็กสามขวบงงอย่างหนักจนทำตัวไม่ถูกกรอกตามองเบาะด้านหน้าซ้ายทีขวาที


    บรรยากาศแปลกไป!


    คุณพ่อผมยาวท่าทางอารมณ์ดี  คุณแม่นั่งเงียบฟังเพลงรักที่พ่อเปิดโดยไม่ปิดมันยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่


    ปกติคุณพ่อคุณแม่ของตนแทบไม่เคยขี่รถของอีกฝ่ายยิ่งเป็๞การนั่งข้างกันหน้ารถยิ่งเป็๞ไปได้ยากถ้าไม่มีเ๹ื่๪๫คอขาดบาดตาย


    "วันนี้วันอะไรเหรอทำไมพวกคุณมาด้วยกันได้ ครบรอบวันสำคัญอะไรหรือเปล่าน้า ? ก็ไม่นี่นา "


    "อ่า.. พอดีวันนี้แด๊ดจะไปซื้อของสดที่ซุปเปอร์มาเก็ตมาทำอาหารแล้วแม่ของลูกต้องมาซื้อของใช้ก็เลยมาด้วยกันครับ"


    คุณพ่อผมยาวเป็๞คนเอ่ยออกมาหลังจากหันไปมองคนข้างๆ แล้วอีกฝ่ายพยักหน้าโบ้ยให้ตอบคำถามลูกชายขี้สงสัย


    "หือ ~แม่ของลูกเหรอ? ปกติคาร์ลเรียกชาร์มว่าแม่ชีหรือไม่ก็คุณนี่นา ..แปลกๆอยู่"


    "เอ่อ.. เอาน่าก็แม่ของลูกไง ไปกันเถอะวันนี้คิลีอยากกินอะไรเดี๋ยวแด๊ดทำให้ เสต๊กปลาดีไหมลูก?"


    "อะไรก็ได้แหละค้าบวันนี้~ทีเเรกก็กะจะโกรธแต่เห็นคาร์ลกับชาร์มมาด้วยกันได้ก็อารมณ์ดีขึ้นเราไม่โกรธละ~"


    "งั้นเดี๋ยวไปถึงเราไปค่อยคิดเนอะว่าจะทำอะไรดี"


    "เย่~"


    ห้างสรรพสินค้า


    คิลีนั่งกินไอติมวานิลลาอยู่ในรถเข็นมีคุณพ่อตัวโตเข็นรถตามคุณแม่ร่างสูงโปร่งทุกฝีก้าวสายตาที่มองคนด้านหน้ามันดูอิ่มเอมเปล่งประกายอย่างบอกไม่ถูกคุณเเม่ผิวขาวจัดก็หันมาสบตาคุณพ่อบ่อยครั้งสองคนนี้จะแกล้งอะไรเขาหรือเปล่านะ


    "มื้อเย็นคุณอยากกินอะไร?"


    ผู้ชายร่างสูงใหญ่สองคนเดินเคียงข้างกันในห้างสรรพสินค้าแผนกของสดด้านข้างเป็๞รถเข็นที่มีลูกชายตัวกลมนั่งเงี่ยหูฟังว่าพ่อแม่วางแผนอะไรอยู่อย่างตั้งใจ


    "เจ็บท้องขอน้ำซุปย่อยง่ายหน่อยฉันไม่กินเสต๊กเนื้อมันย่อยยากขอสลัดก็พอ"


    "ยังปวดหน่วงอยู่หรือเปล่าไปหาหมอไหม?"


    "นายจะให็ฉันไปแหวกให้หมอดูหรือไง!"


    "เดี๋ยวแวะดูยาแก้ปวดแก้อักเสบเพิ่มแล้วกันกินข้าวอาบน้ำเสร็จผมทายาให้"


    "ชาร์มเป็๞อะไรไปโดนอะไรทำไมต้องกินยา?"


    สองผัวเมียที่ยืนเลือกเนื้อทำเสต๊กลืมเสียสนิทว่าลูกนั่งอยู่ในรถเข็นติดกันพอได้ยินว่าแม่ไม่สบายก็หูผึ่งทันทีลุกขึ้นมาเกาะขอบรถเข็นถามเสียงดังฟังชัดจนคนเป็๞แม่อย่างชาร์มหน้าแดงยื่นมือไปลูบหัวลูกชายด้วยความเอ็นดู


    "เอ่อ..พอดีชาร์มเจ็บท้องนิดหน่อยน่ะลูก"


    "ใครทำชาร์มเราจะไปเอาเ๹ื่๪๫มัน!"


    "ใจเย็นก่อนคุณคิลี...พอดีแด๊ดเผลอกระแทก..แค่ก ๆ ๆ เผลอใช้ไม้เบสบอลกระแทกท้องแม่ของลูกแรงไปหน่อยแบบไม่ได้ตั้งใจน่ะ"


    "ทำไมคาร์ลไม่ระวังถ้าชาร์มเจ็บหนักเราจะอยู่ยังไง" เด็กสามขวบซุกหน้าลงบนฝ่ามืออ้วนป้อมท่าทางคล้ายโลกกำลังจะถล่มทลายเรียกรอยยิ้มเอ็นดูให้กับผู้พบเห็นได้เป็๞อย่างดี


    "โอเคแด๊ดผิดไปแล้วแด๊ดขอโทษทั้งคุณแม่คุณลูกเลยนะครับเดี๋ยวทำอาหารอร่อยๆไถ่โทษดีไหม?"


    "ปกติคาร์ลก็ทำอยู่แล้วเถอะ"


    ใบหน้าหลายอารมณ์ที่ผละจากฝ่ามือมาเหล่ตามองคนที่ชอบหลอกล่อตนด้วยของกินบ่งบอกว่ามุกพ่อมันซ้ำทำให้ชาร์มอดขำไม่ได้กับคนสองคนที่เป็๞สายเ๧ื๪๨กันถอดแบบความกวนมาเหมือนกันเด๊ะแค่คาร์ลต้องยอมแพ้ให้เด็กคนนี้ก็เท่านั้น


    "แด๊ดผิดไปแล้วจริงๆแต่จะระวังไม่ให้ใครมาทำอะไรคนครอบครัวเราได้ดีไหมหื้ม~''


    "ก็แหงแหละคาร์ลเป็๞ผู้นำครอบครัวนี่นาห้ามใครทำอะไรชาร์มนะคาร์ลต้องช่วยชาร์มด้วยถ้ามีคนไม่ดีมาทำอันตรายครอบครัวเราต้องอัดมันให้เละไปเล้ย!"


    ท่าทางชูกำปั้นหน้าตาขึงขังนั่นไม่น่ากลัวสักนิดในสายตาพ่อแม่กลับถูกหอมแก้มคนละฟอดเข้าให้ด้วยความรักความเอ็นดู


    "โอเคเลยครับ~"


    ผู้นำครอบครัวอย่างคาร์ลมองสบสายตาแม่ของลูกที่ยกยิ้มให้เล็กๆคำตอบหนักแน่นของชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดมันทำให้คนแก่กว่ารู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจได้อย่างน่าประหลาด


    พวกเราจะอยู่ดูแลกันไปแบบนี้อีกนานเลยใช่ไหม...