ริมทะเลสาบ
จิ่วเหมยฮวาเพลิดเพลินกับการขุดดินที่อ่อนนุ่มบรรจงเก็บกล้าสมุนไพรพันธุ์แปลกตารอบริมน้ำมีจำนวนไม่น้อยที่นางเคยอ่านพบในตำรา บางชนิดก็เคยพบเห็นหรือได้ใช้มาก่อนในชาติที่แล้วนับว่าเป็พืชล้มลุกที่มีประโยชน์ทั้งสิ้น
“นี่ก็ดี เ้านี่ทำอาหารก็ได้ ปรุงโอสถ ทำพิษก็ได้”
“ศิษย์น้อง ปลาสุกแล้ว”
“ฮวาเอ๋อร์ เ้าได้ยินไหมถ้าช้าข้าจะกินให้หมดเลยนะ”
“ได้ยินแล้ว”
มือที่เปื้อนดินทั้งสองข้างของนางรีบจุ่มลงไปในน้ำล้างจนสะอาดเสียงเรียกหลายรอบแล้วหากช้ากว่านี้ศิษย์พี่ของนางต้องบ่นระหว่างทานอาหารเป็แน่
“น้ำในทะเลสาบเย็นะเืจริงไม่รู้ว่าเบื้องล่างลึกเพียงใด”
นางยิ่งเดินเข้าใกล้ยิ่งได้กลิ่นหอมโชยมากับลมแม้กระทั่งเ้างูนั่นยังชูคอขึ้นมองอย่างสนอกสนใจแต่จิ่วเอ๋อร์และจิ่วเหมยฮวาไม่ได้นึกสนใจมันใครจะคิดว่างูจะอยากกินของปิ้งย่าง มันน่าจะกินเนื้อสดๆเสียมากกว่าปลาหลายตัวที่เสียบไม้สุกได้ที่แล้วถูกวางพาดไว้กับไม้้าเสียงน้ำในตัวปลาหยดลงเปลวไฟดังชี่ชี่ เป็ระยะ ฮวาเอ๋อร์ยังตัดแบ่งเนื้อปลาสดเป็ชิ้นเล็กเท่าลูกเต๋าเตรียมไว้ให้เ้างูขาวเกือบครึ่งถ้วยชา
“ฮวาเอ๋อร์ใบไม้ที่เ้าให้ข้ามาผสมกับเกลือคลุกเคล้าก่อนโรยบนปลาก่อนย่างช่างดีเยี่ยมเ้าดูเนื้อปลา เ้าดมสิ หอมมากใช่หรือไม่ ต้องรสชาติดีแน่ๆ ชิมดูฝีมือข้า”
"ศิษย์พี่ฝีมือผสมสมุนไพรปรุงรสข้าย่อมดีกว่าเ้าเป็แน่นี่เป็สูตรที่ผสมกับวิชาสมุนไพรใช้กระตุ้นการหมุนเวียนโลหิตได้ด้วยนะ"
“ให้เ้า..ยังมีอีกหลายตัวเราสองคนน่าจะทานกันไม่หมดนะ”
จิ่วเอ๋อร์รำพึงรำพันขณะที่มือยื่นปลาส่งมาให้ฮวาเอ๋อร์ สองคนฉีกเนื้อปลากินกันไปพลางคุยกันไปพลาง
ทันใดก็มีเสียงดังก้องในหูนาง“ข้าจะกินปลานั่น!” ใคร จิ่วเหมยฮวาร์หันไปรอบๆไม่มีใครนอกจากนางสองคนแล้วนางได้ยินเสียงใคร เมื่อหาไม่เจอนางก็ละความสนใจที่จะหาเริ่มแกะปลาในมือ ปลาในมือจิ่วเอ๋อร์หายไปครึ่งตัวแล้วอย่างว่องไวเพราะนางหิวจริงๆ
“ทางนี้ ข้านี่ไง ข้าเอง งูขาวเอาให้ข้ากินด้วย”
“งูขาว”
จิ่วเหมยฮวาหันไปหาเ้างูขาวที่กำลังชูคอผงกหัวไปมาให้นางเห็น งูก็อยากกินปลาย่างได้ด้วยสินะนางเหลือบมองกองเนื้อปลาสดที่วางไว้มันยังอยู่เหมือนเดิมเ้างูนี่แปลกประหลาดนางจึงแบ่งเนื้อปลาย่างของนางให้เล็กน้อยเ้างูกินอย่างรวดเร็วเมื่อจัดการมื้อเย็นเรียบร้อยเ้างูน้อยขดนอนอย่างเงียบเชียบ
“เ้างูนี่ตัวนิดเดียวแต่มันกินจุจริงๆ”
“นั่นสิ มันกินปลาเข้าไปสองตัวถ้ามันกินจำนวนเท่านี้จริงข้าว่าเมื่อมันโตกว่านี้เ้าจะหาออาหารมาเลี้ยงมันไหวหรือฮวาเอ๋อร์ไม่สู้ปล่อยมันไว้ในป่าเช่นนี้จะดีกว่าไหม”
นางมองงูสีขาวนิ่งจากนี้รอเพียงเวลาในการเก็บต้นหญ้าแสงจันทร์ทมิฬ จากคำบอกเล่าของนกั์ต้นหญ้าแสงจันทร์ทมิฬมีลักษณะเป็พุ่มขนาดเล็กเท่าฝ่ามือเด็กใบเรียวแหลมปกติจะมีสีเขียวเหมือนใบไม้ทั่วไปทุกวันที่พระจันทร์เต็มดวงเมื่ออาบแสงจันทร์ยามเที่ยงคืนจะเปลี่ยนเป็สีดำสนิทผลิดอกสีแดงสดส่งกลิ่นหอมบางๆเพียงครึ่งชั่วยาม
"ท่านต้องจำไว้ ต้นหญ้าแสงจันทร์ทมิฬจำเป็ต้องเก็บให้ได้ใน่เวลาที่ดอกบานรับแสงจันทร์ซึ่งจะมีกลิ่นหอมกระจายออกมาเท่านั้น"
“มีกลิ่นด้วยหรือ”
“ใช่ และกลิ่นนั้นจะดึงดูงสัตว์อสูรที่มีระดับสูงมาที่นี่ได้ตลอดเวลาดังนั้นมนุษย์ที่มีวาสนาพบและนำมันกลับไปได้นั้นแทบไม่เคยปรากฏ ท่านทั้งสองต้องระวังตัวให้ดี”
ในที่สุดดวงจันทร์เคลื่อนมาตรงศรีษะแสงของพระจันทร์ส่องผ่านยอดไม้สูงมองเห็นเป็ลำแสงสวยงามฉายไปที่กลางเกาะในทะเลสาบต้นหญ้าแสงจันทร์ทมิฬเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำและดอกก็ค่อยๆบานออกเริ่มส่งกลิ่นหอมอ่อนๆกระจายออกก็มา
จิ่วเหมยฮวานั่งบนหลังนกั์เตรียมข้ามฝั่งไปที่เกาะเล็กกลางทะเลสาบทันใดก็มีค้างคาวปีศาจตาสีแดงปีกสีม่วงขนาดเกือบเท่านกั์บินเข้ามาพร้อมส่งเสียงแหลมนกั์รีบบินอย่างรวดเร็วพุ่งข้ามไปถึงเกาะกลางทะเลสาปย่อตัวให้จิ่วเหมยฮวาลงจากหลังของมันแล้วรีบบินขึ้นไปค่อยปะทะกับฝูงค้างคาวราวกับพวกมันไม่พอใจที่ไม่สามารถบินเข้ามาถึงเกาะได้จึงส่งเสียงดังยิ่งขึ้นทำให้จิ่วเหมยฮวาเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงแทบหมดสติกลิ่นคาวเค็มทะลักขึ้นมาจากลำคอ เืไหลออกจากปากทันทีเสียงของค้างคาวยังดังไม่หยุดพุ่งเข้ามาโจมตีด้วยปีกที่แข็งแรงและเสียงที่มีพลังทำลายจิติญญาหากเป็คนทั่วไปคงหมดสติ หรืออาจคุ้มคลั่งไปแล้ว นางพยายามกลั้นความเ็ปเฝ้ามองนกั์ที่พยายามปกป้องนางจากฝูงค้างคาว
“ฮวาเอ๋อร์ อดทนไว้”
จังหวะที่ค้างคาวหลายตัวถูกกระแทกถอยหลังไปนางรีบวิ่งพุ่งเข้าไปหาต้นหญ้าแสงจันทร์ทมิฬที่กำลังส่งกลิ่นหอมและเลือกเก็บต้นที่ใหญ่ที่สุดในกอมาได้เพียงต้นเดียวค้างคาวตัวใหญ่สุดที่เป็จ่าฝูงมองมาด้วยความโกรธเกรี้ยวในดวงตาสีแดงพวกมันส่งเสียงร้องก่อนจะบินพุ่งเข้ามากระแทกนางอย่างแรงจนร่างนางเซไปเกือบตกทะเลสาบน้ำในทะเลสาบเวลานี้หมุนวนเป็เกลียวอย่างรุนแรงมีสัตว์ขนาดใหญ่กำลังจะขึ้นมานกั์รีบบินเข้ามาจิ่วเหมยฮวารีบจับขาแล้วพากันหนีจากมา
ไม่มีฝูงค้างคาวบินตามมาพวกมันละความสนใจจากนางยังคงทุ่มเทพุ่งเข้าไปหาต้นหญ้าแสงจันทร์ทมิฬที่เหลืออีกหลายกอที่ขึ้นอยู่บนเกาะขณะที่พวกนางพากันหนีออกจากที่นั่นเมื่อเหลือบกลับไปภาพที่เห็นยิ่งน่าหวาดกลัวงูสีดำขนาดใหญ่มากโผล่พ้นน้ำขึ้นมากำลังไล่กินค้างคาวเ่าั้ยังมีแมลงประหลาดอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ว่ามาจากที่ใดบินวนรอบๆเกาะนั่นคล้ายหมอกสีดำปิดคลุมไปทั่ว
“โชคยังดีหากช้ากว่านี้พวกเราทั้งสองคงไม่รอดกลับมา”
“ขอบคุณพ่อนกมากที่กรุณาพวกข้า”
“ไม่เป็ไร พวกเรารีบไปจากที่นี่ดีกว่าหากพวกนั้นได้กลิ่นต้นหญ้าแสงจันทร์ทมิฬที่เ้าได้มาเกรงว่าคงยากจะปลอดภัย”
“ไป”
เสียงของค้างคาวไม่มีผลกระทบต่อนกั์เมื่อถึงฝั่งร่างของจิ่วเหมยฮวาก็ตกลงจากหลังนกั์
“ฮวาเอ๋อร์เ้าได้รับาเ็”
เสียงของค้างคาวกระแทกในระยะใกล้ทำให้ชีพจรปั่นป่วนจิติญญาเสียหายรุนแรง ลมหายใจแทบไม่มี จิ่วเอ๋อร์ยกมือป้ายริมฝีปากของตนเองนางก็าเ็เช่นกันเพียงแต่น้อยกว่าศิษย์น้องอย่างมากเพราะอยู่ไกลนางนั่งเขย่าแขนสลับกับคอยใช้ผ้าซับเืที่ไหลรินออกจากปากของจิ่วเหมยฮวา ตอนนี้นางกำลังกลัวมากศิษย์น้องของนางจะตายไหมนางจะทำอย่างไรดีนกั์ทั้งยืนมองด้วยแววตาเป็ห่วงแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้
“ทำอย่างไรดี ใครช่วยได้บ้าง โอสถที่ป้อนเข้าไปก็ไม่ช่วยอะไรเลย"
“ฮวาเอ๋อร์ ศิษย์น้อง เ้าอดทนไว้นะอย่าหลับ ข้าจะแบกเ้ากลับไปอาจารย์รองต้องช่วยเ้าได้ ฮือฮือฮือ…”
นางรู้สึกตัวเพียงแต่ไม่มีแรงพอที่จะเจ็บจังเลยลืมตาไม่ขึ้นนางรู้ดีว่าคงจะทนได้อีกไม่นานแล้ว นางอยากพูดกับจิ่วเอ๋อร์แต่ไม่มีแรงเหลืออยู่แล้วเืนี่ช่างเค็มและคาวจังเลยถ้ามีโอกาสนางจะตั้งใจบำเพ็ญให้มากกว่านี้หากพบเจอสัตว์อสูรที่ระดับสูงจะได้ไม่โดนทำร้ายจนตายโดยต่อสู้ไม่ได้แบบนี้นางรู้สึกไม่อยากตายเสียดายโอกาสที่ได้มีชีวิตใหม่นี้เหลือเกินคล้ายอยู่ในความฝันมีแต่ความมืดสลัวนางยืนอยู่เพียงลำพังความเ็ปยังคงมีอยู่จู่ๆก็มีเสียงพูดดังขึ้น
“เจ็บใช่หรือไม่ ข้าสามารถช่วยเ้าได้นะเ้าจะไม่ตายเพียงแต่เ้าต้องช่วยเหลือข้าแล้วข้าจะช่วยรักษาจิติญญาของเ้าเอาไว้”
เสียงของเด็กชายวัยห้าหกขวบดังขึ้นเป็เสียงที่ทั้งรู้สึกคุ้นเคยและไม่คุ้นเคย
“ใยข้าต้องเชื่อเ้า"
“ฮ่าฮ่าฮ่า .. เช่นนั้นเ้าคอยดู”
จิ่วเหมยฮวายืนเซไปเซมาแทบจะยืนไม่ไหวแล้วเด็กเบื้องหน้ากลายร่างในหมอกควันสีขาวจางๆภาพที่นางเห็นคล้ายว่าเห็นเด็กกลายเป็งูขาวจากนั้นค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นรูปลักษณ์เปลี่ยนไปเป็ัตัวใหญ่ลอยละล่องอยู่บนอากาศเหนือยอดไม้และค่อยๆหดเล็กลงมาจนมีขนาดเท่าเดิม ลอยอยู่เบื้องหน้า
“เป็ไง..ตะลึงเลยใช่ไหมหล่ะ”
“ตอบมาเ้าจะให้ข้าช่วยไหม หากว่าให้ข้าช่วยเ้าก็ต้องช่วยข้าเช่นกัน”
“ได้ เ้าช่วยข้า ข้ายินดีช่วยเ้าเป็การตอบแทน”
จิ่วเหมยฮวารู้สึกเหมือนเห็นงูขาวตัวเล็กยักคิ้วเหมือนเด็กได้ใจยังไงยังงั้นคำถามจากงูขาวทำให้นางรู้สึกว่าข้าเลือกได้หรือถามแปลกๆจากนั้นงูขาวก็กลายร่างเป็เด็กชายอวบอ้วนหน้าตาน่าเอ็นดูผิวขาวราวหยกสวมใส่ชุดสีขาวหรูหรา รวบผมปักปิ่นหยกขาว เ้านี่ล้วนนิยมสีขาวแม้กระทั่งรองเท้ายังเป็สีขาวก้าวเข้ามาหยุดห่างเพียงก้าว เงยหน้าขึ้นมอง
“ข้าคือัขาว ปีนี้อายุห้าร้อยปีมีเคราะห์ต้องลงมาอยู่ในโลกมนุษย์โดยอยู่ในรูปลักษณ์งูจนกว่าจะพบผู้มีวาสนาที่ิญญาเกือบดับสูญและมีจิตใจบริสุทธิ์ กายบริสุทธิ์ครบทั้งสามเงื่อนไขรับข้าเป็ผู้พิทักษ์และช่วยข้าสะสมบุญบารมีเมื่อนั้นข้าจึงมีโอกาสมีรูปลักษณ์ขึ้นได้อีกครั้งและเมื่อทำพันธะสัญญาแล้วหากเ้าดับสูญข้าก็ดับสูญเช่นกัน"
“ข้ามีครบทั้งสามเงื่อนไขสินะแล้วถ้าเ้าดับสูญ ข้าต้องตายไปกับเ้าด้วยไหมเ้าหนู”
“อย่าเรียกแบบนั้น ข้าอายุห้าร้อยปีแล้วนะใช่ไม่ว่าเ้าหรือข้าใครตายอีกคนย่อมต้องสูญสลายไปด้วย”
เ้าเด็กันี่งอนแล้วทำแก้มป่องหน้ามีสีแดงนิดๆ เอียงข้างหลบไม่มองหน้าตนเองดูท่าจะโกรธจริงนั่นเป็สิ่งที่จิ่วเหมยฮวามองเห็นและคิดไปเองัขาวไม่บอกนางว่าหากทั้งสองฝ่ายต่างยังอยู่นั่นย่อมมีอายุที่ยืนยาวกว่ามนุษย์ทั่วไปแต่ทำไมเขาจะต้องบอกนางกันเล่า
“ได้ๆ เ้าบอกมาข้าต้องทำอย่างไร”
“ใช้เืของเ้า ตอนนี้เ้าหมดสติข้าจะทำเองเพียงเ้ากำหนดจิตอนุญาตทำพันธะสัญญาเท่านั้น”
“ได้”
ภายนอกสิ่งที่จิ่วเอ๋อร์ได้เห็นคือเ้างูขาวเลื้อยออกจากถุงขึ้นไปพันบนข้อมือขาวซีดของจิ่วเหมยฮวาพลางใช้หัวเช็ดไปที่เืสดบนมือของนางพลันมีแสงสีขาวสว่างจ้าเป็วงล้อมจิ่วเหมยฮวาและมันไว้จิ่วเอ๋อร์นางใพลางหันไปหาเ้านกั์ที่ผงกหัวเหมือนอยากให้นางถอยออกนางจึงขยับตัวจิ่วเหมยฮวาวางศรีษะบนห่อผ้าให้นอนราบลงไป ร่างที่นอนเหยียดยาวค่อยๆลอยขึ้นแสงนั้นดูอบอุ่นไม่นานแสงก็ค่อยๆลดลงจนหายไปและร่างนางค่อยๆลดต่ำลงมานอนกับพื้นเช่นเดิมเมื่อแสงหายไปสีหน้าของนางยังคงซีดเซียวแต่เืไม่ไหลออกจากปากแล้วชั่วครู่จิ่วหมยฮวาค่อยๆส่งเสียงครางออกมาทำให้รู้ว่าฟื้นแล้ว
“น้ำ”
จิ่วเอ๋อร์ดีใจลนลานไปหมดรีบหาใบไม้ไปนำน้ำจากริมลำธารใกล้ๆ มาค่อยๆหยอดใส่ปาก
“ศิษย์น้อง ฮวาเอ๋อร์ เ้า เ้าเป็อย่างไรบ้าง นอนพักอีกสักหน่อยนะ”
“ไม่ ข้าไหว พวกเราต้องรีบนำสมุนไพรทั้งสองกลับอารามบางทีอาจจะมีสัตว์อสูรพวกนั้นตามมาเอาต้นหญ้าแสงจันทร์ทมิฬก็ได้อีกอย่างท่านอาจารย์อาจรอไม่ไหว”
จิ่วเหมยฮวากลั้นใจพูดนางาเ็และเหนื่อยแต่นางยังพักไม่ได้ดังนั้นไม่อาจตามใจจิ่วเอ๋อร์ศิษย์พี่ที่เป็ห่วงเป็ใยนางได้สองคนพยุงกันลุกขึ้นมานกั์ทั้งสองพามาส่งจนสุดชายป่าสัตว์อสูรเมื่อบอกลากันเรียบร้อยจึงพากันเดินจากมาเริ่มเข้าสู่เขตป่าหลังอารามแต่พวกนางยังต้องเดินออกจากเขากันอีกไกลเป็จิ่วเอ๋อร์ที่พยุงกึ่งแบกจิ่วเหมยฮวาที่มีเพียงสติแต่ไร้เรียวแรงจะพยุงตัวเดินๆหยุดๆ สะดุดบ้างล้มบ้างเกือบ
“ฮวาเอ๋อร์เ้าอดทนไว้ อีกไม่ไกลพวกเราจะถึงอารามแล้ว ข้าข้าจะให้อาจารย์รองรักษาเ้า ฮือฮือ อย่าตายนะ ฮือฮือฮือ
สองวันก็มองเห็นอารามอยู่ในสายตาลิบๆั์ตาของจิ่วเอ๋อร์มีน้ำตาเอ่อขึ้นมาจะไหลตลอดเวลานางต้องกลั้นไว้สองวันนี้นางทุกข์มากกังวลกลัวว่าศิษย์น้องเพียงคนเดียวของนางฮวาเอ๋อร์จะไม่รอด เมื่อมองเห็นประตูอารามอยู่่ในสายตานางก็ยิ้มกว้างออกมาทันทีในที่สุดนางก็พาศิษย์น้องกลับมาอารามได้แล้วส่วนเ้างูขาวที่พันรอบข้อมือฮวาเอ๋อร์ั้แ่เวลานั้นจนบัดนี้ยังไม่ขยับตัวประหนึ่งกลายเป็หินไปแล้วจิ่วเอ๋อร์ก็ไม่ได้ใส่ใจมันมีเพียงศิษย์น้องของนางเท่านั้นสำคัญที่สุดในเวลานี้