“โฮกกกก!!!”
จ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงคํารามออกมาในเวลาเดียวกันเหล่าลูกน้องของมันก็พุ่งเข้าใส่เย่เทียน
อย่างไรก็ตาม จ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงยังคงมองเย่เทียนด้วยความเหยียดหยาม
เย่เทียนเป็นนักรบชั้นยอด หลังจากเปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านความเร็วความเร็วของเขาก็เทียบได้กับนักรบชั้นยอดขั้นสูงสุดและที่สำคัญกว่านั้นคือทักษะดาบของเย่เทียนนั้นแข็งแกร่งมาก
“เงาสังหาร!”
ทักษะดาบระดับทองแดงกลายเป็นลำแสงดาบและตัดหัวกิ้งก่าเพลิง 2 ตัว ในเสี้ยววินาที
พรูด!!!!
เมื่อเส้นแสงดาบฟาดฟันลงมาอีกครั้ง กิ้งก่าเพลิงก็จบชีวิตลงอีกตัว
กิ้งก่าเพลิงระดับต่ำเหล่านี้ไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้พวกมันไม่แม้แต่จะสามารถสัมผัสเสื้อผ้าของเย่เทียนได้นี่คือความแตกต่างระหว่างสัตว์อสูรระดับต่ำและสัตว์อสูรระดับกลาง
หากมีกิ้งก่าเพลิงมากกว่านี้ เย่เทียนคงลําบากมาก แต่กิ้งก่าเพลิงแค่ 30กว่าตัวยังไม่อยู่ในสายตาเขา
เมื่อเห็นลูกน้องของมันตายไปทีละตัว จ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงก็เริ่มโกรธเกรี้ยว
ในที่สุดมันก็ทนไม่ไหวพร้อมจะลงมือมิฉะนั้นลูกน้องของมันคงจะถูกสังหารไปจนหมด
เมื่อจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงค่อยๆ ยืนขึ้นเย่เทียนถึงได้เห็นร่างของมันอย่างชัดเจน
ลำตัวของมันยาวถึง 8 เมตรบนหลังของมันถูกปกคลุมไปด้วยหนามแหลมที่มีความยาวประมาณ 1 เมตรทั้งร่างของมันแผ่กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
จากกลิ่นอายที่มันแผ่ออกมานั้นจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงจะต้องเป็นสัตว์อสูรระดับกลางอย่างแน่นอน
นอกจากนี้เมื่อจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงพุ่งเข้ามาในระยะ 10 เมตร เย่เทียนก็รีบตรวจสอบพรสวรรค์ของมันในทันที
[ประเภท : กิ้งก่าเพลิง
พรสวรรค์ทางสายเลือด : ปานกลาง
พรสวรรค์เปลวเพลิง : ระดับเริ่มต้น]
“เป็นพรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงระดับเริ่มต้น!”
เย่เทียนประหลาดใจ
พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงระดับรองสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้แค่สองเท่าเท่านั้นแต่พรสวรรค์เปลวเพลิงระดับเริ่มต้นสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้สามเท่า
พลังของสัตว์อสูรนั้นแข็งแกร่งกว่านักรบหากไม่ใช่เพราะนักรบมีพลังปราณหยวนพวกเขาคงไม่สามารถเอาชนะสัตว์อสูรในระดับเดียวกันได้
แต่สัตว์อสูรก็ยังสามารถกระตุ้นพรสวรรค์ทางสายเลือดและระเบิดพลังการต่อสู้ออกมาได้ชั่วคราวถ้าปล่อยให้สัตว์อสูรมีเวลากระตุ้นพรสวรรค์ทางสายเลือดถึงเวลานั้นมันจะเหนือกว่านักรบอย่างสิ้นเชิง
จ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงตัวนี้เป็นสัตว์อสูรระดับกลางและมีพรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงระดับเริ่มต้นลำพังแค่พลังโจมตีของมันก็เหนือกว่าเย่เทียนแล้ว
“เราคงต้องรีบฆ่ามันซะ!”
เย่เทียนตัดสินใจ
จ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงมีสติปัญญาเหนือกว่าลูกน้องของมันมันใช้พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงก่อตัวเป็นลูกไฟขนาดใหญ่และพ่นออกมา
ตูม!
ลูกไฟขนาดใหญ่ระเบิดออกและกลายเป็นคลื่นกระแทกเปลวเพลิงนับไม่ถ้วน!
ภายใต้การโจมตีเช่นนี้ เย่เทียนย่อมถูกโจมตีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่เขากลับเพิกเฉยต่อคลื่นกระแทกของเปลวเพลิงกระทั่งพลังปราณปกป้องร่างกายเขาก็ไม่ใช้มันออกมา
พลังปราณของนักรบชั้นยอดนั้นแข็งแกร่งมากเหล่านักรบชั้นยอดสามารถใช้พลังปราณเพื่อปกป้องร่างกายได้แต่เย่เทียนกลับรู้สึกว่าไม่จำเป็นเพราะด้วยพลังปราณของเขาในตอนนี้นั้นไม่สามารถต้านทานการโจมตีจากเปลวเพลิงเหล่านี้ได้ดังนั้นเย่เทียนจึงเลือกที่จะเก็บพลังปราณของเขาไว้
เย่เทียนพุ่งเข้าหาจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงอย่างรวดเร็ว
“เงาสังหาร!”
ทักษะเงาสังหารระดับปรมาจารย์ขั้นสูงสุดกลายเป็นลำแสงดาบที่พุ่งเข้าใส่จ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงในพริบตา
ความเร็วสามเท่าบวกกับความเร็วในการใช้ดาบระดับทองแดงทำให้ดาบเล่มนี้น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริงแม้แต่นักรบชั้นยอดทั่วไปก็ไม่สามารถหลบการโจมตีของดาบนี้ได้แต่การป้องกันของกิ้งก่าเพลิงนั้นแข็งแกร่งกว่านักรบชั้นยอดมากมันใช้ศีรษะของมันปะทะเข้ากับดาบของเย่เทียน
ตูม!
จ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงถอยหลังกลับไปหลายเมตรบนหน้าผากของมันปรากฏรอยแผลลึกและมีเลือดไหลออกมา
“พลัง 50,000 จิน!”
เย่เทียนตระหนักได้ถึงพลังของกิ้งก่าเพลิงทันที
พละกำลังของกิ้งก่าเพลิงคือ 50,000 จินบวกพลังโจมตีของพรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงทำให้พลังของมันตอนนี้เทียบเท่ากับ 150,000จิน
ตอนนี้เย่เทียนมีพลังเพียง 30,000 จินบวกกับพลังปราณที่เพิ่มขึ้น พลังที่เขาปลดปล่อยออกมาก็เพิ่มขึ้นได้เพียง 60,000จิน เท่านั้น และด้วยทักษะดาบระดับทองแดง เงาสังหารก็เพียงพอที่พลังของเขาจะเทียบเท่ากับพลังโจมตี 112,000 จิน
แต่ถึงอย่างนั้นพลังโจมตีของเย่เทียนก็ยังด้อยกว่ากิ้งก่าเพลิงอยู่ไม่น้อย
เขามองไปที่บาดแผลบนร่างกายของเขาบาดแผลทั้งหมดบนร่างกายเกิดจากเปลวเพลิงที่แผดเผา มันดูน่าสังเวชมากหากไม่ใช่เพราะพรสวรรค์ในการรักษาระดับสูงสุด เขาต้องตายไปแล้วอย่างแน่นอน
ในพริบตา
บาดแผลของเย่เทียนก็หายดี
ในทางกลับกันจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงกลับไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของมันให้หายทันทีได้สภาพของมันยิ่งดูแย่ลงอย่างต่อเนื่อง
ด้วยพรสวรรค์ในการรักษาขั้นสูงสุดเย่เทียนจึงโจมตีจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงต่อไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
อาการบาดเจ็บของจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆแต่ร่างกายของเย่เทียนกลับไม่เป็นอะไรเลย
สามนาทีผ่านไป
ในที่สุดจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงก็ทิ้งตัวลงกระแทกพื้น พลังชีวิตของมันค่อยๆหายไป และตายลงด้วยน้ำมือของเย่เทียนซึ่งเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอกว่ามัน
ในความเป็นจริง แม้ว่าเย่เทียนจะไม่ได้มีพรสวรรค์ในการรักษาระดับสูงสุดแต่เย่เทียนก็มีโอกาสชนะอยู่ดี
ถึงอย่างไรเขาก็มีพรสวรรค์ด้านความเร็วขั้นต้นเขาสามารถหลบการโจมตีของจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงและยังสามารถลอบโจมตีกิ้งก่าเพลิงได้เป็นครั้งคราวหรือจะใช้พรสวรรค์เงาทมิฬลอบโจมตีจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงในยามราตรีก็ทำได้
แต่เย่เทียนไม่ได้เลือกที่จะทำเช่นนั้นเขาเลือกที่จะต่อสู้กับมันอย่างตรงไปตรงมา
เพราะการทำเช่นนี้มันรวดเร็วยิ่งกว่า และเขาไม่อยากเสียเวลา
หลังจากนั้นเย่เทียนก็กวาดล้างกิ้งก่าเพลิงที่เหลือและมองไปยังศพของจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงอีกครั้ง
เลือดของสัตว์อสูรระดับกลางนั้นมีค่ามากโดยเฉพาะกิ้งก่าเพลิงที่เป็นสัตว์อสูรพิเศษเลือดของสัตว์อสูรระดับกลางที่มีพรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงนั้นมีค่ามากกว่าปกติเพราะเลือดของมันแฝงไว้ด้วยพลังเปลวเพลิง ซึ่งมีผลต่อการขัดเกลาร่างกาย
ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่คิดจะทิ้งเลือดของสัตว์อสูรระดับกลางนี้ไปและเริ่มเก็บรวบรวมมัน
กิ้งก่าเพลิงมีร่างกายที่ใหญ่โต เลือดของมันมีปริมาณค่อนข้างมากเย่เทียนเก็บรวบรวมเลือดของมันได้ถึง 50 ขวด
เพียงแค่เลือดสัตว์อสูรระดับกลางห้าสิบขวดนี้ก็มีมูลค่าถึงหลายล้านหยวนแล้วนับว่าการออกมาทำภารกิจครั้งนี้เขาได้กําไรมหาศาล
หลังจากฆ่ากิ้งก่าเพลิงแล้ว เย่เทียนก็ให้หมาป่าวายุและคนอื่นๆ เข้ามา
เมื่อพวกเขาเห็นศพที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณและศพของจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิงพวกเขาต่างก็ตกตะลึง
“เย่เทียน นายฆ่าสัตว์อสูรระดับกลางตัวนี้ได้จริงๆ”
หมาป่าวายุกล่าวออกมาด้วยความตกใจ
เขาตรวจสอบร่างกายเย่เทียนอย่างละเอียดก่อนเขาจะพบว่ามีเพียงเสื้อผ้าของเย่เทียนเท่านั้นที่ฉีกขาดแต่ร่างกายของเขากลับไม่มีบาดแผลใดๆ เลย
หมาป่าวายุคาดเดาในใจว่าเย่เทียนต้องมีไพ่ตายที่เขาไม่รู้อยู่แน่ๆแต่เขาไม่ใช่คนที่ชอบสืบเสาะความลับของคนอื่น อีกอย่าง ความลับแบบนี้ต่อให้ถามมันออกไปก็จะเป็นการล่วงเกินคนอื่นเสียเปล่าๆและแน่นอนว่าเขาไม่คิดที่จะถามออกไป
เย่เทียนไม่ต้องการเนื้อและหนังของสัตว์อสูรระดับกลางแต่สำหรับหมาป่าวายุและคนอื่นๆ นั้น ชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับกลางนั้นหายากมากหลังจากที่เย่เทียนอนุญาต พวกเขาก็ช่วยกันชำแหละร่างของจ่าฝูงกิ้งก่าเพลิง
วันต่อมา เย่เทียน หมาป่าวายุ และคนอื่นๆได้กวาดล้างสัตว์อสูรในพื้นที่นี้ไปเกือบหมด หลังจากมั่นใจว่าจะไม่มีสัตว์อสูรใดๆแล้ว เย่เทียนก็บอกกล่าวทุกคนว่าเขาต้องการจะแยกตัวออกไปคนเดียว
เมื่อหมาป่าวายุถามว่าทำไมเย่เทียนถึงต้องการแยกตัวออกไปคำตอบที่เขาได้ก็ทำให้เขาต้องตกตะลึง
“อะไรนะ เย่เทียน นายจะออกตามหามดจอมพลังอย่างนั้นหรือ?”