เื่ราวที่ดิฉันจะเล่าต่อไปนี้อาจจะทำให้หลายๆ คนรับไม่ได้นะคะ เพราะดิฉันรู้ดีว่ามันเป็เื่ที่ขัดกับศีลธรรมอย่างแรง แต่มันก็เป็ความจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับครอบครัวดิฉันเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผีx่า ซาตานตนใดมาดลบันดาลให้เกิดเื่เช่นนี้กับครอบครัว ดิฉันได้ ซึ่งแม้แต่ตัวดิฉันเองก็เสพติดหลงใหลไปกับมันในท้ายที่สุด
ก่อนอื่น ดิฉันต้องขอแนะนำตัวก่อน ดิฉันเป็ม่ายเพราะสามีเสียชีวิตเมื่อห้าปีที่แล้ว ปัจจุบันนี้ดิฉันอายุได้ 42 ปี ด้วยความที่สามีเป็คนมีฐานะและก่อนเสียชีวิตมีกิจการที่มั่นคง ดิฉันและลูกจึงได้มรดกมาไม่น้อยพอที่จะอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน และเมื่อปีที่แล้วดิฉันเพิ่งขายกิจการไป ก็ยิ่งทำให้ฐานะทางการเงินของดิฉันมั่นคงยิ่งขึ้น ทำให้ดิฉันสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้โดยไม่ต้องทำงาน ดิฉันสามารถทุ่มเทเวลาให้กับลูกๆ ทั้งสามของดิฉันได้อย่าเต็มที่ คือ ต้น อายุ 20 ปีกำลังเรียนมหาวิทยาลัย ติ๊กอายุ 17 เรียนอยู่ชั้นมัธยม และ เต้ น้องคนสุดท้องอายุ 14 อยู่ในชั้นมัธยมต้น
ตัวดิฉันนั้นเป็ลูกคน จีนค่ะ และดูแลผิวพรรณเป็อย่างดีมาตลอดชีวิตจึงมีผิวพรรณที่ขาวเนียน มีรูปร่างที่อวบซักหน่อยตามประสาผู้หญิงที่มีลูกแล้วสามคน โดยเฉพาะหน้าอกที่อวบใหญ่และสะโพกที่ผายของดิฉันซึ่งอวบล้นออกมาเป็ที่ สะดุดตาผู้ชายหลายคน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากสามีดิฉันเสียชีวิต ดิฉันก็ครองตัวเป็โสดมาตลอด แม้จะมีผู้ชายทั้งหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่เข้ามา เพราะเกรงกลัวคำครหาว่าเป็แม่ปลาช่อนบ้าง ไหนจะเกรงว่าเขาจะเข้ามาเพราะรักสมบัติของดิฉันบ้าง ที่สำคัญที่สุด ดิฉันห่วงลูกๆ ของดิฉันทั้งสามคน ที่จะรับไม่ได้ที่ดิฉันจะมีผู้ชายคนใหม่ หรือเป็แม่ที่ปฏิบัติตัวไม่ดี ที่ไม่ครองตัวให้สมกับเป็แม่ของพวกแก
ชีวิตดิฉันตลอด 5 ปีที่สามีเสียชีวิตจึงมีแต่ลูกชายดิฉันทั้งสามคน ที่ดิฉันทุ่มเทความรักให้ ทั้งหมด แต่ไม่รู้ว่าเป็เพราะดิฉันโอ๋ลูกๆ ของดิฉันมากไปหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ลูกชายของดิฉันทั้งสามคน ยิ่งโตก็ยิ่งเหมือนกับไม่เชื่อฟังดิฉัน ทั้งลูกต้น ลูกติ๊ก และเต้ ทั้งสามต่างก็เป็เด็กหัวแข็ง ทำตามใจตัวเอง และไม่มีสัมมาคารวะ แต่ยังดีที่ลูกๆ ของดิฉันยังรับผิดชอบเื่ผลการเรียนได้ดี จึงไม่ทำให้ดิฉันหนักใจนัก และที่สำคัญถึงอย่างไร ดิฉันก็รักลูกทั้งสามของดิฉันสุดหัวใจค่ะ แม้พวกแกจะเป็เด็กดื้อแค่ไหนก็ตาม
ลูกๆ ของดิฉัน แน่นอนว่ามีต้นพี่ชายคนโตเป็หัวโจก ไม่ใช่แค่แกเป็คนที่พาน้องๆ ไม่ให้เคารพเชื่อฟังดิฉันที่เป็แม่แล้ว บางทีแกยังลามปามดิฉันต่างๆ นานา แรกๆ ต้นก็แซวดิฉัน ว่าหน้าอกใหญ่บ้าง ก้นงอนบ้าง ดิฉันเคยต่อว่าแล้วแต่ต้นก็ไม่ฟังดิฉัน แถมทั้งติ๊กและเต้ก็เอาอย่างพี่ชายแก แต่ดิฉันก็ยอมรับนะคะว่าลึกๆ แล้วทุกครั้งที่ดิฉันถูกลูกๆ แซวดิฉันก็รู้สึกอดภูมิใจไม่ได้ บางทีดิฉันก็เลือกเสื้อผ้าใส่ที่เน้นทรวดทรง แต่งเนื้อแต่งตัวเหมือนกับจะรอให้ลูกๆ ของดิฉันลามปาม ซึ่งหลายๆ ครั้ง พวกแกก็หลุดปากพูดมาว่า
"วันนี้แม่แต่งตัวน่าฟัดจังเลย"
"หูยยย แม่ ขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะ"
ซึ่งทุกครั้งที่ดิฉันได้ยินก็เอ็ดพวกแกไปตามเื่ แต่ยิ่งดูเหมือนยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งพักหลังๆ บางทีพวกแกก็เข้ามาจับก้นดิฉันเอาดื้อๆ ส่วนลูกต้นนี่ยิ่งแล้วใหญ่บางทีก็แกล้งเข้ามากอดรัดตัวดิฉันเอาเสียเลย ดิฉันก็จนใจไม่รู้จะห้ามปรามอย่างไรค่ะ เื่จะดุด่าลูกแรงๆ นั้น ดิฉันทำไม่ได้เอาเสียเลย เพราะดิฉันรักพวกแกมาก
จนในที่สุด จุดเปลี่ยนของชีวิตดิฉันก็มาถึงเมื่อวันแม่ที่ผ่านมานี้เอง ปกติลูกๆ ของดิฉันไม่ค่อยสนใจวันพิเศษอะไรตามประสาผู้ชาย แต่วันแม่ที่ผ่านมานี้อยู่ๆ ลูกดิฉันทำตัวเป็เด็กน่ารักขึ้นมา เช้าขึ้นมาก็ปัดกวาดบ้านอย่างเรียบร้อย ไม่ไปที่ไหน อยู่บ้านรุมเอาอกเอาใจดิฉันเป็พิเศษ ตกเย็นก็พาดิฉันไปทานข้าวนอกบ้าน จนดิฉันลืมความน้อยใจที่ผ่านมาไปจนหมดสิ้น พอทานข้าวเย็นเสร็จกลับถึงบ้าน ลูกเต้น้องคนสุดท้องก็เซอร์ไพรซ์ดิฉันด้วยการมอบดอกมะลิวันแม่ให้ ซึ่งทำให้ดิฉันปลื้มใจจนน้ำตาซึม โอบกอดลูกทั้งสามคนเข้ามาหอมแก้มคนละฟอด แล้วอยู่ๆ ลูกติ๊กก็เสนอขึ้นมาว่า
"แม่ครับ เดี๋ยววันนี้ผมนวดให้แม่นะครับ"
"เอ๊ะ วันนี้ลูกๆ เอาใจแม่เป็พิเศษจัง"
"ก็วันนี้วันแม่นี่ครับ พวกผมก็อยากทำอะไรดีๆ ให้แม่เป็พิเศษ" ลูกต้น พี่ชายคนโตเสริม
"ครับแม่ เดี๋ยววันนี้พวกผมสามคนจะช่วยกันนวดแม่ให้สบายตัวไปเลย" ลูกเต้ น้องนุชคนสุดท้องพูดเอาใจดิฉัน
ความ ที่ดิฉันกำลังเป็ปลื้มกับลูกชายดิฉันทั้งสามคนทำให้ดิฉันเออออห่อหมกตามพวก แก โดยหารู้ไม่ว่าตลอดวันแม่ทั้งวันที่พวกแกเอาใจดิฉันนั้นเป็เพียงแค่แผนที่ จะทำให้ดิฉันตายใจ เพื่อนจะล่อให้ดิฉันต้องมาเสียท่าลูกชายทั้งสามในท้ายที่สุด ลูกต้นเป็คนบอกว่า สูตรที่แกจะนวดให้ดิฉันนั้น ต้องใช้น้ำมันสปาที่จะทำให้ดิฉันสบายตัวยิ่งขึ้น เลยขอให้ดิฉันใส่แค่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นเท่านั้น ซึ่งดิฉันก็ไม่ฉุกคิดอะไรเพราะเห็นว่าเป็ลูกของดิฉันเอง จึงทำตามคำลูกต้นอย่างว่าง่าย และให้ลูกๆ ทั้งสามของดิฉันไปนวดตัวดิฉันในห้องนอนดิฉันเอง