ฝั่งนี้จัดแนวรักษาความปลอดภัยอย่างเร่งรีบหากแต่ในเรือนเล็กฝั่งนั้น สตรีสูงศักดิ์ตวัดฝ่ามือปัดถ้วยชาด้วยความเดือดดาล
“ไร้ประโยชน์!”
นางมองเงาดำที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า“ตอนนี้กลายเป็นว่าแหวกหญ้าให้งูตื่นแล้ว คอยดูเถอะอีกไม่เกินสองวันทางป๋อชางโหวต้องเพิ่มการคุ้มกันแน่ทางฝั่งคุณหนูใหญ่ต้องมีคนคอยเฝ้าอีกมาก ถึงเวลานั้นคิดจะชิงตัวนางมาย่อมเป็นการยากแล้ว”
เงาดำที่นั่งคุกเข่าบนพื้นมิกล้าเอ่ยปากเช่นกันวันนี้เขารับคำสั่งฮูหยินให้ไปสืบข่าวเท่านั้นแต่ใครจะรู้เล่าว่าเจ้าแม่ทัพเฉินสมควรตายนั่นจะอยู่เมื่อไรไม่อยู่ดันมาอยู่ตอนเขาไปสืบเสียได้?
นั่นเป็นใครน่ะหรือนั่นเป็นถึงแม่ทัพหนุ่มผู้เลื่องชื่อไปทั่วแคว้นต้าเซิ่งของพวกเขาอย่างไรเล่ามีใครได้ยินชื่อแล้วตัวไม่สั่นสะท้านบ้าง?
โชคดีที่เขาวิ่งเร็วพอมิเช่นนั้นเกรงว่าแม้แต่ชีวิตน้อยๆ ของตนก็คงต้องมอบให้เจ้าเด็กนั่นเป็นแน่
ทว่าคำพูดเหล่านี้เขาไม่กล้าเอ่ยต่อหน้าฮูหยินผู้นี้อยู่แล้วหากเอ่ยไปมิเท่ากับรนหาที่ตายหรอกหรือ
ในใจยังไม่ทันไขกระจ่างสตรีสูงศักดิ์ผู้นั้นก็ถีบเข้าบนไหล่เขา ทำเอาหงายหลังตกพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัวกระนั้นก็มิกล้าคลานขึ้นมายืนอยู่ดี
“เจ้าบอกมาว่าจะทำอย่างไร!”สตรีสูงศักดิ์ตะโกนกร้าวอย่างดุร้าย
เงาดำเหลือบมองหน้าฮูหยินแวบหนึ่งก่อนตอบกลับเสียงสั่นระริก “ช่วงดึกกว่านี้อีกนิด ผู้น้อยจะไปสืบอีกคราขอรับหากการคุ้มกันไม่แน่นหนามาก คืนนี้ก็...”
เขาพูดจบก็เว้นรอไปชั่วขณะฮูหยินมิได้เอ่ยปากอันใด กระทั่งเขาลังเลว่าควรพูดอะไรต่อหรือไม่
“เช่นนั้นจะมัวยืนบื้อทำอะไรยังไม่รีบไปอีก!”
ทันใดนั้นฮูหยินพลันแผดเสียงเปี่ยมโทสะกริ้วเงาดำผวากลัวถอยหลังไปทันใด ยกมือปาดเหงื่อกาฬบนหน้าผากไปที
อันที่จริงปกติแล้วฮูหยินเป็นคนดีคนหนึ่งทีเดียวเพียงแต่เรื่องครานี้เกี่ยวโยงไปถึงคุณชายนั่นเอง
ครั้นนึกถึงคุณชายเงาดำจึงส่ายหน้า ทั้งที่เป็นคนแข็งแรงดีๆ คนหนึ่งไม่รู้ว่าป่วยอะไรเข้าถึงทำให้กลายเป็นเช่นนี้
พบหมอรับประทานยามาตั้งหลายปี สุขภาพคุณชายไม่เพียงไม่ดีขึ้นแต่กลับเลวร้ายลงทุกเมื่อเชื่อวัน
หากมิใช่เพราะฮูหยินไม่มีบุตรอีกแล้วคงมิอยากมายังแคว้นของราชวงศ์ต้าเซี่ย มาวัดอันเหรินตามหาผู้บรรลุธรรมขั้นสูงอะไรนั่นหรอก
เขาปัดรอยเท้าที่ฮูหยินทิ้งไว้บนเสื้อรวบรวมแรงกระโดดขึ้นยอดหลังคา ตรงไปยังเรือนเล็กของเฉินจิ้งเจียอีกครั้ง
หากแต่เขาไม่คิดไม่ฝันว่าเพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น เรือนเล็กอันแสนเงียบเชียบแต่เดิมนั้นกลับถูกจัดแจงกำลังพลไว้ประดุจถังโลหะเรียงรายแม้แต่แมลงสักตัวยังบินผ่านเข้าไม่ได้แล้วเสียอย่างนั้น
หากมิใช่เพราะสายตาแหลมคมของเขาเห็นเฉินอี้เหอแล้วไหวตัวหนีทันเวลา เกรงว่าตอนนี้ตนคงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเฉินอี้เหอแล้ว
พอกลับถึงเรือนพักของตนเขาถึงได้หายใจหายคอสะดวก ฮู่ว อันตรายยิ่งนัก!
ครั้นนึกถึงฮูหยินนึกถึงคุณชาย เงาดำก็อดที่จะถอนหายใจอย่างจนปัญญาอีกรอบเสียมิได้สวรรค์คิดจะพรากฮูหยินของเราไปหรืออย่างไร!
ต่อให้ไม่อยากแต่เขาก็ต้องกลับไปรายงานสถานการณ์อยู่ดี ไม่มีทางเลือกแล้วทำได้แค่ฝืนเงยหน้ารับชะตา ต่อให้ฮูหยินจะเอาชีวิตดั่งสุนัขของเขาไปก็คงทำได้เพียงยอมมอบให้แล้ว
คิดเช่นนี้เขาจึงสาวเท้าเข้าห้องทันที
ครั้นเห็นเงาดำกลับมาไวเช่นนี้ฮูหยินไม่จำเป็นต้องคิดก็รู้ผลแล้ว
“เจ้าลงไปเสีย”
เสียงของนางดูไร้เรี่ยวแรงกระทั่งว่าควบคุมต่อไปไม่ไหวแล้ว
หากแต่ลูกชายนางอ่อนแอเพียงนั้นหากขาดนางไป ชีวิตยวี่เอ๋อร์รอดอยู่ได้ไม่นานแน่
และมีเพียงช่วงเวลาเช่นนี้เท่านั้นที่นางจะคิดได้หากตอนแรกแต่งงานกับปุถุชนทั่วไปเสียก็ดีหรอก ไม่จำเป็นต้องเป็นเศรษฐีชั้นสูงอย่างน้อยก็คงมีความสุขมากกว่านี้
เงาดำที่เตรียมเอ่ยหุบปากสนิทกระนั้นนางก็ไม่ให้โอกาสเขาได้พูดอยู่ดี เขามองหน้าผู้เป็นฮูหยิน ใบหน้าที่เคยสดใสเสมอมาบัดนี้ซีดเซียวจนน่าใจหาย
เขาไม่ปริปากแม้แต่คำเดียวค่อยๆ เร้นกายถอยออกอย่างเงียบเชียบ
ฮูหยินนั่งเหม่อลอยลงบนเก้าอี้ทั้งแบบนั้นสายตาไร้แววเหม่อมองเบื้องหน้า แน่นิ่งไม่เขยื้อน สาวใช้ข้างกายเป็นอันเอ่ยขึ้น“ฮูหยิน มิสู้ให้คนผู้นั้นหาทางเอาดีกว่าเจ้าค่ะ ในเมื่อนางอยากให้คุณหนูใหญ่จากไปเช่นนั้นยังจะมีอะไรดีไปกว่าผู้ร่วมมืออย่างพวกเราอีกเจ้าคะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของสาวรับใช้ดวงตาฮูหยินผู้นี้พลันเปล่งประกายทันใด “ที่เจ้าบอกมาใช่ว่าข้าไม่เคยคิดเพียงแต่...”
นางนึกถึงสภาพของจ้าวอี๋เหนียงกับเฉินจิ้งโหรวแล้วฮูหยินเป็นอันส่ายหน้า “เห็นอยู่ชัดๆ ว่าทั้งสองคนนั้นโง่เขลาถึงเวลานั้นหากถูกจับได้ขึ้นมา ไม่แน่อาจพ่วงพวกเราไปด้วยหากเป็นคนอื่นคงไม่เป็นไร แต่นี่เป็นถึงเฉินอี้เหอกับป๋อชางโหวเชียวนะ”
ฝีมือของทั้งสองนั้นแม้นนางไม่เคยเห็นกับตา แต่ก็เคยได้ยินมาไม่น้อยเช่นกัน
สาวใช้เองก็จนปัญญาเช่นกันเช่นนั้นต้องทำอย่างไรถึงจะจับตัวคุณหนูใหญ่จวนป๋อชางโหวได้เล่า?
ทางเงาดำถอยออกมาได้ไม่นานเด็กรับใช้ก็เข้ามาหาเขา “นายท่าน คุณชายเรียกพบขอรับ”
เมื่อได้ยินดังว่าเงาดำท่าทีพลันคร่ำเคร่งทันตา จากนั้นจึงเดินตามเด็กรับใช้ไป
หากบอกว่าฮูหยินคือเจ้านายเช่นนั้นคุณชายก็คงเป็นการมีอยู่ที่เหนือชั้นกว่าเจ้านาย ต่อให้นายหญิงออกคำสั่งขอเพียงคุณชายเอ่ยปาก พวกเขาก็ต้องฟังคุณชายอยู่ดี
เงาดำคิดเช่นนั้นเจ้าตัวก้มหน้าเดินเข้าห้องคุณชายไป
ภายในห้องมีกลิ่นกำยานปรับสมาธิบางเบาปะปนด้วยกลิ่นยาเล็กน้อย แม้นมิได้หอมมาก แต่ก็มิได้ฉุนเกินไป
เขานั่งคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้น“คารวะคุณชายขอรับ”
ร่างบนเตียงขยับตัวโงนเงนพิงหัวเตียงด้านหลังมีเบาะนุ่มรองไว้ ใบหน้าเขาแดงก่ำอย่างผิดปกติ
“ท่านแม่สั่งให้เจ้าไปลักพาตัวใครมาใช่หรือไม่?”
เขาถามตรงๆทำเอาเงาดำรู้สึกทำตัวไม่ถูกในชั่วพริบตา คิดแล้วอย่างไรเสียตัวคนก็ยังไม่โดนลักพาตัวมา ดูจากท่าทีของฝั่งนั้นแล้ว บางทีอาจลักพาตัวไม่สำเร็จส่วน...
“ไม่มีขอรับ!ไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นขอรับ!”
เขาส่ายหน้าเป็นพัลวันประหนึ่งกลองรัว“คุณชายคิดมากเกินไปแล้วขอรับ ฮูหยินแค่ให้ข้าไปดูคุณหนูผู้นั้นถูกพระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้เคยทำนายชะตาไว้บอกว่าจะโชคดีตลอดกาลมิใช่หรือขอรับ ข้าแค่ไปเยือนดูเท่านั้นขอรับ”
แค่ไปเยือนดู?
ช่างกว่านยวี่แค่นยิ้มส่ายหน้าหากมิได้คิดจะจับคนมาคลุมถุงชนให้เขาจริง เช่นนั้นไหนเลยจะต้องลำบากส่งคนไปดูอีก?
“สถานการณ์ของข้าเจ้าเองก็รู้ดีแก่ใจ เรื่องอื่นข้าจะไม่พูดให้มากความ ขอเพียงนิดเดียวอย่าได้รบกวนใครอื่น”
คุณหนูใหญ่จวนป๋อชางโหวนั้นในราชวงศ์เซี่ยต้าถือเป็นผู้สูงศักดิ์มั่งคั่งรวยอำนาจทว่าหากตามเขาไปยังแคว้นต้าเซิ่ง คงอันตรายประหนึ่งเหยียบบนผืนน้ำแข็งบางเกรงว่าแม้แต่ชีวิตน้อยๆ ที่มีก็คงรักษาไว้ไม่ได้
เงาดำทำได้เพียงคุกเข่าไม่พูดจาเห็นชัดว่าเขามิกล้ารับปาก
แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเขาหมายถึงอะไรช่างกว่านยวี่ไม่สร้างความลำบากใจแก่เขาต่อเช่นกัน หันกายให้เด็กรับใช้ข้างๆช่วยพยุงตัวลงนอน พร้อมคลุมผ้าห่มให้เสร็จสรรพ
กระทั่งเด็กรับใช้ผู้นั้นจัดแจงเรียบร้อยจึงได้กลับมาส่งเงาดำออกนอกห้อง
“นายท่านคุณชายหมายความเช่นไรท่านคงทราบดีแก่ใจ คุณหนูดุจไข่ในหินแบบนั้นไม่เหมาะสมกับคุณชาย ต่อให้นางยอมตามคุณชายไปจริงแต่ใครจะรับประกันได้ว่าพอถึงแคว้นต้าเซิ่งแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างขอรับ?”
เด็กรับใช้กล่าวชะงักครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “หากไม่ระวัง โดนจับเป็นตัวประกันเพื่อคุกคามคุณชายขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไรขอรับ?”
เมื่อได้ยินดังว่าเงาดำพลันสะท้านค้างในบัดดล ใช่สิ เดิมทีคุณชายและฮูหยินก็ลำบากพอแล้วหากมิได้อาศัยความโปรดปรานจากคนผู้นั้น รวมถึงอาการป่วยของคุณชายเกรงว่าเขาคงถูกบดจนไม่เหลือกระดูกไปตั้งนานแล้ว...
ครั้นเห็นท่าทีเงาดำเด็กรับใช้ก็รับรู้ได้ว่าภารกิจของตนเสร็จสิ้นไม่คอยให้เขาได้เปลืองน้ำลายไปมากกว่านี้ ก็หันหลังเข้าห้องทันที
ด้านหลังม่านประตูหนากั้นเสียงช่างกว่านยวี่ที่อยู่ข้างในดังลอดออกมา“ธุระที่มอบหมายเจ้าบอกไปหมดแล้วใช่หรือไม่?”
“ขอรับบ่าวบอกเขาไปหมดแล้ว นายท่านเองก็คงทราบแล้วขอรับ”