รุ่งอรุณมาเยือนพร้อมกับความเงียบงันที่น่าอึดอัดใจ หลิวเสี่ยวเหมยแทบไม่ได้ข่มตาหลับตลอดคืนที่ผ่านมา ภาพที่นางเห็นเมื่อยามเช้ามืดนั้นยังคง ฝังแน่นอยู่ในมโนสำนึก ของนางราวกับรอยสักที่ไม่มีวันลบเลือน ภาพร่างเปลือยเปล่าที่พัวพันกันของ หลี่เหวิน และ เฉินเหมยลี่ ยังคงฉายซ้ำอยู่ในห้วงความคิดของนางอย่างไม่หยุดหย่อน
นางลุกขึ้นมาจัดเตรียมข้าวของสำหรับการเดินทางกลับเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบ ทุกการเคลื่อนไหวของนางเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าเสียงเพียงเล็กน้อยจะปลุกภาพฝันร้ายนั้นให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อถึงเวลาออกเดินทาง คณะเดินทางได้รวมตัวกันที่ลานหน้าจวน หลิวเสี่ยวเหมยพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ แต่นางก็ไม่สามารถละสายตาจากบุคคลสองคนได้เลย
เฉินกงจื่อ สามีของนางดู อ่อนแรงและซึมเซา อย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของเขาซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำจากการดื่มหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา เขาเดินโซเซเล็กน้อยขณะขึ้นรถม้า และบ่นพึมพำถึงอาการปวดหัวไม่หยุด
"อาเหวิน... ข้าคงต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ต้องรบกวนให้เจ้ามาดูแลข้าในสภาพนี้" เฉินกงจื่อพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง
หลี่เหวิน สหายสนิทของสามี กลับมีท่าทางที่ กระปรี้กระเปร่าและสดชื่น อย่างน่าประหลาด ใบหน้าของเขาดู เปล่งปลั่ง ราวกับเพิ่งได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ดวงตาของเขาทอประกายระยิบระยับด้วยความพึงพอใจที่ปิดไม่มิด เขาสวมเสื้อผ้าที่เรียบร้อยและดูสง่างามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลี่เหวินยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เฉินกงจื่อและกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู "อาเฉิน... เจ้าอย่าลืมสิว่าเรามี หนี้พนัน ที่ต้องชำระกัน"
เฉินกงจื่อหน้าซีดลงทันที เขาจำได้ถึงการพนันที่ทำไว้กับหลี่เหวินในภาค 3 บทที่ 1 ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากจะจดจำ
"อาเหวิน... เจ้า... เจ้าจะเอาจริงหรือ" เฉินกงจื่อถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"แน่นอนสิ... ข้าไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องแบบนี้" หลี่เหวินตอบด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา "ข้าต้องการ รถม้าคันที่สอง สำหรับการเดินทางกลับเมืองหลวง"
เฉินกงจื่อพยายามคัดค้าน "แต่... เรามีรถม้าเพียงคันเดียวที่เตรียมไว้สำหรับข้าและเสี่ยวเหมย"
"ไม่เป็นไร... ข้าได้เตรียมรถม้าคันที่สองไว้แล้ว" หลี่เหวินพูดพร้อมกับชี้ไปที่รถม้าอีกคันที่จอดอยู่ด้านหลัง "ข้าจะนั่งรถม้าคันที่สองกับ หลิวเสี่ยวเหมย ส่วนเจ้า... ก็ไปกับ เหมยลี่ น้องสาวของเจ้า"
เฉินกงจื่ออ้าปากค้างด้วยความตกใจ เขาไม่กล้าปฏิเสธคำขอของหลี่เหวิน เพราะเขารู้ดีว่าหลี่เหวินเป็นคนที่ไม่ยอมใคร และหนี้พนันนี้เป็นเรื่องที่เขาต้องชดใช้
หลี่เหวินหันไปมองหลิวเสี่ยวเหมยที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา "เสี่ยวเหมย... เจ้าไปกับข้า"
หลิวเสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ นางไม่กล้าปฏิเสธคำสั่งของหลี่เหวิน นางทำได้เพียงพยักหน้าอย่างเงียบๆ
รถม้าคันที่สองเริ่มเคลื่อนตัวออกจากจวนอย่างช้าๆ ภายในรถม้ามีเพียงหลี่เหวินและหลิวเสี่ยวเหมยเท่านั้น ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ภายในรถม้านั้นช่าง น่าอึดอัดและตึงเครียด
หลิวเสี่ยวเหมยพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ แต่นางก็ไม่สามารถละสายตาจากหลี่เหวินได้เลย
หลี่เหวินนั่งอยู่ตรงข้ามกับนาง ดวงตาของเขาทอประกายระยิบระยับด้วยความพึงพอใจที่ปิดไม่มิด เขาสวมเสื้อผ้าที่เรียบร้อยและดูสง่างามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เสี่ยวเหมย... เจ้าดูไม่สบายหรือเปล่า" หลี่เหวินถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
"ข้า... ข้าสบายดี... ท่านหลี่" หลิวเสี่ยวเหมยตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ นางรีบหันหน้าหนีไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถม้า
ขณะที่รถม้าเคลื่อนตัวไปตามถนน หลิวเสี่ยวเหมยก็จมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดของตัวเอง ภาพที่นางเห็นเมื่อเช้ามืดนั้นยังคงตามหลอนนางไม่หยุด
ภาพแก่นกายที่ใหญ่โตและแข็งแกร่งของหลี่เหวินที่ฝังอยู่ในร่างของเหมยลี่ภาพเม็ดมุกที่ฝังอยู่บนอวัยวะเพศของเขาที่ครูดไปกับผิวเนื้อที่อ่อนไหวของน้องสาวสามีภาพใบหน้าของเหมยลี่ที่บิดเบี้ยวด้วยความสุขสมที่รุนแรงภาพเสียงครางที่หลุดรอดออกมาจากห้องนั้น... เสียงที่นางได้ยินอย่างชัดเจนก่อนจะเห็นภาพบาดตา
นางพยายามอย่างยิ่งที่จะสลัดภาพเหล่านั้นออกไปจากความคิด แต่มันกลับยิ่ง ฝังลึก มากขึ้นเรื่อยๆ
ความรู้สึกที่ตีกันอยู่ในใจของหลิวเสี่ยวเหมยนั้นช่างซับซ้อนและทรมาน นางพยายามยึดมั่นใน ความซื่อสัตย์ ที่นางมีต่อเฉินกงจื่อผู้เป็นสามี นางเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายและประเพณี หน้าที่ของนางคือการดูแลสามีและรักษาเกียรติของตระกูล
แต่... ความซื่อสัตย์นั้นมีค่าเพียงใด เมื่อสามีของนางไม่เคยให้ความสุขสมที่แท้จริงแก่นางเลย?
ความรู้สึกอีกด้านหนึ่งที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ คือ ความปรารถนา ที่น่ากลัว ความปรารถนาที่เกิดจาก ความอิจฉา ในสิ่งที่เหมยลี่ได้รับ ความปรารถนาที่จะได้สัมผัสกับ ความแข็งแกร่ง และ ความเร่าร้อน ที่หลี่เหวินมอบให้
นางปรารถนาที่จะรู้ว่าความรู้สึกที่ถูกแก่นกายที่ใหญ่โตและมีเม็ดมุกนั้นกระแทกกระทั้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเป็นเช่นไรนางปรารถนาที่จะรู้ว่าความรู้สึกที่ถึงจุดสุดยอดครั้งแล้วครั้งเล่าจนร่างกายอ่อนระทวยเป็นเช่นไร
ความคิดเหล่านี้ทำให้หลิวเสี่ยวเหมยรู้สึก ผิดบาป อย่างรุนแรง นางเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ นางไม่ควรมีความคิดเช่นนี้ต่อสหายสนิทของสามี แต่ยิ่งนางพยายามปฏิเสธความคิดเหล่านั้นมากเท่าไหร่ ภาพของหลี่เหวินก็ยิ่ง ชัดเจน และ ยั่วยวน มากขึ้นเท่านั้น
หลี่เหวินยื่นมือมาจับมือของหลิวเสี่ยวเหมยอย่างแผ่วเบา "เสี่ยวเหมย... เจ้าไม่ต้องกังวล... ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดี"
หลิวเสี่ยวเหมยสะดุ้งเล็กน้อย นางพยายามดึงมือกลับ แต่หลี่เหวินกลับจับมือของนางไว้แน่น
"ท่านหลี่... ท่านทำอะไร" นางถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ข้าแค่ต้องการให้เจ้าสบายใจ" หลี่เหวินตอบด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "ข้าเห็นว่าเจ้าดูไม่สบายใจตั้งแต่เช้าแล้ว"
หลิวเสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนถูก เปลื้องผ้า ต่อหน้าเขา นางรู้ดีว่าหลี่เหวินกำลัง เย้ยหยัน นางอย่างเงียบๆ
"ข้า... ข้าสบายดี" นางตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติ
"เจ้าโกหกข้าไม่ได้หรอก... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินพูดพร้อมกับโน้มตัวเข้ามาใกล้ "ข้ารู้ว่าเจ้าเห็นอะไรเมื่อเช้านี้"
หลิวเสี่ยวเหมยหน้าซีดลงทันที นางไม่คิดว่าหลี่เหวินจะกล้าพูดเรื่องนี้ออกมาอย่างเปิดเผย
"ท่านหลี่... ท่านพูดอะไร... ข้าไม่เข้าใจ" นางพยายามปฏิเสธ
"เจ้าไม่ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้หรอก... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินพูดพร้อมกับยื่นมือมาลูบไล้ที่แก้มของนางอย่างแผ่วเบา "ข้ารู้ว่าเจ้า อิจฉา เหมยลี่"
หลิวเสี่ยวเหมยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางไม่คิดว่าหลี่เหวินจะกล้าพูดคำนี้ออกมา
"ท่านหลี่... ท่านพูดจาเหลวไหล" นางพยายามคัดค้าน
"ข้าไม่ได้พูดจาเหลวไหล... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินพูดพร้อมกับโน้มตัวเข้ามาใกล้จนใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว "ข้ารู้ว่าเจ้า ปรารถนา ที่จะได้รับความสุขสมที่เหมยลี่ได้รับ"
หลิวเสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างของนาง นางไม่สามารถปฏิเสธคำพูดของหลี่เหวินได้ เพราะมันคือ ความจริง ที่นางพยายามซ่อนไว้ในใจ
"ท่านหลี่... ท่านอย่าพูดเรื่องนี้อีก" นางพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ทำไมล่ะ... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินถามด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ "เจ้ากลัวที่จะยอมรับความปรารถนาของตัวเองหรือ"
หลิวเสี่ยวเหมยเงียบไป นางไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของหลี่เหวินอย่างไรดี
หลี่เหวินใช้โอกาสที่หลิวเสี่ยวเหมยเงียบไป โน้มตัวเข้ามาใกล้และจูบที่ริมฝีปากของนางอย่างแผ่วเบา
หลิวเสี่ยวเหมยสะดุ้งเล็กน้อย นางพยายามผลักหลี่เหวินออกไป แต่เขากลับจับมือของนางไว้แน่น
"ท่านหลี่... ท่านทำอะไร" นางถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ข้าแค่ต้องการให้เจ้าสบายใจ" หลี่เหวินตอบด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "ข้าเห็นว่าเจ้าดูไม่สบายใจตั้งแต่เช้าแล้ว"
หลิวเสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนถูก เปลื้องผ้า ต่อหน้าเขา นางรู้ดีว่าหลี่เหวินกำลัง เย้ยหยัน นางอย่างเงียบๆ
"ข้า... ข้าสบายดี" นางตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติ
"เจ้าโกหกข้าไม่ได้หรอก... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินพูดพร้อมกับโน้มตัวเข้ามาใกล้ "ข้ารู้ว่าเจ้าเห็นอะไรเมื่อเช้านี้"
หลิวเสี่ยวเหมยหน้าซีดลงทันที นางไม่คิดว่าหลี่เหวินจะกล้าพูดเรื่องนี้ออกมาอย่างเปิดเผย
"ท่านหลี่... ท่านพูดอะไร... ข้าไม่เข้าใจ" นางพยายามปฏิเสธ
"เจ้าไม่ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้หรอก... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินพูดพร้อมกับยื่นมือมาลูบไล้ที่แก้มของนางอย่างแผ่วเบา "ข้ารู้ว่าเจ้า อิจฉา เหมยลี่"
หลิวเสี่ยวเหมยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางไม่คิดว่าหลี่เหวินจะกล้าพูดคำนี้ออกมา
"ท่านหลี่... ท่านพูดจาเหลวไหล" นางพยายามคัดค้าน
"ข้าไม่ได้พูดจาเหลวไหล... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินพูดพร้อมกับโน้มตัวเข้ามาใกล้จนใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว "ข้ารู้ว่าเจ้า ปรารถนา ที่จะได้รับความสุขสมที่เหมยลี่ได้รับ"
หลิวเสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างของนาง นางไม่สามารถปฏิเสธคำพูดของหลี่เหวินได้ เพราะมันคือ ความจริง ที่นางพยายามซ่อนไว้ในใจ
"ท่านหลี่... ท่านอย่าพูดเรื่องนี้อีก" นางพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ทำไมล่ะ... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินถามด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ "เจ้ากลัวที่จะยอมรับความปรารถนาของตัวเองหรือ"
หลิวเสี่ยวเหมยเงียบไป นางไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของหลี่เหวินอย่างไรดี
หลี่เหวินใช้โอกาสที่หลิวเสี่ยวเหมยเงียบไป โน้มตัวเข้ามาใกล้และจูบที่ริมฝีปากของนางอย่างแผ่วเบา
หลิวเสี่ยวเหมยสะดุ้งเล็กน้อย นางพยายามผลักหลี่เหวินออกไป แต่เขากลับจับมือของนางไว้แน่น
"ท่านหลี่... ท่านทำอะไร" นางถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ข้าแค่ต้องการให้เจ้าสบายใจ" หลี่เหวินตอบด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "ข้าเห็นว่าเจ้าดูไม่สบายใจตั้งแต่เช้าแล้ว"
หลิวเสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนถูก เปลื้องผ้า ต่อหน้าเขา นางรู้ดีว่าหลี่เหวินกำลัง เย้ยหยัน นางอย่างเงียบๆ
"ข้า... ข้าสบายดี" นางตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติ
"เจ้าโกหกข้าไม่ได้หรอก... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินพูดพร้อมกับโน้มตัวเข้ามาใกล้ "ข้ารู้ว่าเจ้าเห็นอะไรเมื่อเช้านี้"
หลิวเสี่ยวเหมยหน้าซีดลงทันที นางไม่คิดว่าหลี่เหวินจะกล้าพูดเรื่องนี้ออกมาอย่างเปิดเผย
"ท่านหลี่... ท่านพูดอะไร... ข้าไม่เข้าใจ" นางพยายามปฏิเสธ
"เจ้าไม่ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้หรอก... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินพูดพร้อมกับยื่นมือมาลูบไล้ที่แก้มของนางอย่างแผ่วเบา "ข้ารู้ว่าเจ้า อิจฉา เหมยลี่"
หลิวเสี่ยวเหมยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางไม่คิดว่าหลี่เหวินจะกล้าพูดคำนี้ออกมา
"ท่านหลี่... ท่านพูดจาเหลวไหล" นางพยายามคัดค้าน
"ข้าไม่ได้พูดจาเหลวไหล... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินพูดพร้อมกับโน้มตัวเข้ามาใกล้จนใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว "ข้ารู้ว่าเจ้า ปรารถนา ที่จะได้รับความสุขสมที่เหมยลี่ได้รับ"
หลิวเสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างของนาง นางไม่สามารถปฏิเสธคำพูดของหลี่เหวินได้ เพราะมันคือ ความจริง ที่นางพยายามซ่อนไว้ในใจ
"ท่านหลี่... ท่านอย่าพูดเรื่องนี้อีก" นางพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ทำไมล่ะ... เสี่ยวเหมย" หลี่เหวินถามด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ "เจ้ากลัวที่จะยอมรับความปรารถนาของตัวเองหรหลิวเสี่ยวเหมยเงียบไป นางไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของหลี่เหวินอย่างไรดี
ในขณะที่หลิวเสี่ยวเหมยกำลังจมดิ่งอยู่กับความสับสนและความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าโดยคำพูดของหลี่เหวิน นางก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ทำให้หัวใจของนางเต้นรัวยิ่งกว่าเดิม
หลี่เหวินนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ แต่ผ้าแพรเนื้อดีของกางเกงที่เขาสวมใส่กลับไม่สามารถปกปิดความใหญ่โต ที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าได้มิดชิด ท่อนเนื้อ ที่ดูเหมือนจะ แข็งตัว เล็กน้อยนั้นนูนเด่นออกมาอย่างชัดเจน แม้จะถูกบดบังด้วยเนื้อผ้า แต่ขนาดที่ มหึมา ก็ยังคงปรากฏให้เห็นราวกับ งูใหญ่ที่กำลังหลับใหล
หลิวเสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด นางไม่สามารถละสายตาจากส่วนนูนนั้นได้เลย ภาพของ แก่นกาย ที่นางเห็นเมื่อคืน ภาพของ เม็ดมุก ที่ฝังอยู่บนนั้น ภาพของ ความรุนแรงที่เหมยลี่ได้รับ... ทุกอย่างประดังเข้ามาในความคิดของนางพร้อมกัน
นี่คือสิ่งที่เหมยลี่ได้รับ... นี่คือสิ่งที่ทำให้เหมยลี่กรีดร้องด้วยความสุขสมจนฟ้าสาง
ความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่วร่างของหลิวเสี่ยวเหมยความปรารถนา ที่นางพยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่ม ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง ใต้ร่มผ้าของนางเอง น้ำหวาน เริ่มซึมออกมาจากกลีบกุหลาบที่แห้งแล้งมานาน นางรู้สึกถึง ความเปียกชื้นที่เริ่มแผ่ซ่านออกมาจากส่วนนั้น
หลี่เหวินสังเกตเห็นสายตาของนางที่จ้องมองไปยังเป้ากางเกงของเขา เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะขยับสะโพก เล็กน้อย ทำให้ส่วนนูนนั้น ขยับตาม
"เสี่ยวเหมย... เจ้ามองอะไรอยู่หรือ" หลี่เหวินถามด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า
หลิวเสี่ยวเหมยรีบหันหน้าหนีด้วยความอับอาย ใบหน้าของนางแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก "ข้า... ข้าไม่ได้มองอะไร"
"จริงหรือ" หลี่เหวินหัวเราะเบาๆ "ข้าคิดว่าเจ้ากำลังมองของขวัญที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าอยู่เสียอีก"
คำพูดของหลี่เหวินทำให้หลิวเสี่ยวเหมยยิ่งสับสนและปรารถนามากขึ้น นางไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี นางควรจะปฏิเสธเขาอย่างเด็ดขาด หรือควรจะยอมจำนนต่อความปรารถนาที่กำลังกัดกินหัวใจของนาง
ในขณะเดียวกัน ในรถม้าคันแรกเฉินเหมยลี่ นั่งอยู่ข้างๆ เฉินกงจื่อผู้เป็นพี่ชายที่ยังคงเมาค้างและบ่นพึมพำถึงอาการปวดหัว
เหมยลี่พยายามทำตัวเป็นน้องสาวที่ดี คอยดูแลพี่ชายอย่างใกล้ชิด แต่นางก็ไม่สามารถละสายตาจากรถม้าคันที่สองที่นำหน้าไปได้เลย
ทำไมข้าถึงไม่ได้นั่งรถม้าคันเดียวกับท่านหลี่ เหมยลี่คิดในใจด้วยความ เสียดายอย่างรุนแรง
นางยังคงรู้สึกถึงความอิ่มเอม และ ความอ่อนเพลีย จากการร่วมรักที่ยาวนานเมื่อคืนนี้ แก่นกาย ที่ใหญ่โตและมี เม็ดมุก ของหลี่เหวินยังคง ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของนาง
นางรู้ดีว่าการนั่งรถม้ากับหลี่เหวินเพียงลำพังนั้นหมายถึงอะไรความเร่าร้อน ที่นางได้รับเมื่อคืนนี้ยังคง เผาผลาญ อยู่ในตัวนาง นางปรารถนาที่จะได้สัมผัสกับ ความแข็งแกร่งของเขาอีกครั้ง
เหมยลี่มองไปยังพี่ชายที่หลับไปแล้วด้วยความรังเกียจ นางไม่สามารถเปรียบเทียบ ความอ่อนแอ ของพี่ชายกับ ความแข็งแกร่งของหลี่เหวินได้เลย
หลิวเสี่ยวเหมย... เจ้าช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ เหมยลี่คิดในใจด้วยความ อิจฉา นางรู้ดีว่าหลี่เหวินกำลัง ยั่วยวน หลิวเสี่ยวเหมยอยู่ และนางก็รู้ดีว่าหลิวเสี่ยวเหมยกำลัง อ่อนไหวต่อการยั่วยวนนั้น
เหมยลี่ตัดสินใจว่านางจะต้องแย่งชิงหลี่เหวินมาจากหลิวเสี่ยวเหมยให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม
การตัดสินใจที่ยากลำบากลอดการเดินทาง หลิวเสี่ยวเหมยพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองว่าสิ่งที่นางเห็นอาจเป็นเพียงความเข้าใจผิด หรือเป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากความเหนื่อยล้า แต่ภาพติดตาและท่าทางที่กระปรี้กระเปร่าของหลี่เหวินกับความอ่อนเพลียของเหมยลี่นั้น เป็นหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้
นางรู้สึก โกรธเหมยลี่ที่ทรยศต่อพี่ชายของตัวเอง
นางรู้สึกโกรธหลี่เหวินที่ใช้ความเจ้าเล่ห์หลอกล่อเหมยลี่
และที่สำคัญที่สุด... นางรู้สึกโกรธ ตัวเองที่รู้สึก อิจฉา เหมยลี่ที่ได้รับความสุขสมที่นางไม่เคยได้รับจากสามีของตัวเอง
หลิวเสี่ยวเหมยกำมือแน่น นางรู้ดีว่าชีวิตของนางจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นางต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับความลับที่นางได้ล่วงรู้มานี้