คนที่ทำงานในองค์กรประเภทนี้มักเกลียดที่สุดก็คือ การที่ผู้บังคับบัญชาหักเงิน ถึงแม้จะหักแค่หนึ่งเหมาแปดเฟิน เขาก็จะโกรธจนแทบบ้า แต่ถ้าไม่หักเงิน แค่ให้รางวัลคนทำงานดี คนที่ไม่ได้รางวัลก็ทำได้แค่โทษตัวเองว่าไม่พยายามมากพอ จะไปโทษใครก็ไม่ได้อีก
อันที่จริง นี่อาจเป็นเคล็ดลับที่คังอิงสรุปมาจากชาติก่อน
บริษัทกับพนักงานเป็นความสัมพันธ์แบบต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างควรให้รางวัลเป็นหลัก หากลงโทษบ่อยๆ จะส่งผลต่อขวัญกำลังใจ คำว่า ‘ลงโทษ’ นั้นควรจะเป็นดาบของดาโมเคลส [1] ที่แขวนอยู่เหนือหัวผู้คน ไม่ใช้มันโดยง่าย ใช้เพื่อเตือนใจก็พอแล้ว
หลังจากให้รางวัลแก่หวงเหวินเหล่ยแล้ว คังอิงก็ออกจากวิทยาลัยครูอำเภอหลี่ว์ เตรียมตัวเข้าเมืองเพื่อกินอาหารเช้า เธอมาที่นี่แต่เช้าก็เพื่อพูดประโยคนั้น สิ่งที่เธออยากจะพูดก็พูดไปแล้ว คนที่เธออยากให้รางวัลก็ให้ไปแล้ว บรรยากาศแบบนี้ก็สร้างขึ้นมาแล้ว แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อ
คิดไม่ถึงว่าพอเธอเดินมาถึงประตูวิทยาลัย ก็มีเงาดำๆ พุ่งออกมาขวางหน้า
คังอิงตกใจจนสะดุ้ง เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือฟู่ซินหลาง เธอจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกพลางกล่าวว่า “นายทำตัวลับๆ ล่อๆ แอบอยู่ตรงนี้ทำไมกัน?”
“ฉันมาดูว่าเธอคิดจะทำอะไร” ฟู่ซินหลางยิ้มพลางกล่าว “ฉันรู้ว่าเธอคิดถึงฉันมาก แต่ไม่เห็นต้องตามฉันมาถึงวิทยาลัยครูเลย ฉันรู้ว่าเธอต้องลำบากมากแน่ๆ ที่ต้องยอมมาเป็นอาจารย์ที่นี่เพื่อฉัน เธอรู้เรื่องการเป็นอาจารย์มากขนาดนั้นเลยหรือไง? ฉันรู้ว่าก่อนหน้านี้เธอไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน มันคงยากสำหรับเธอมากสินะ? ลำบากเธอแล้วจริงๆ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเรากลับมาคบกัน”
คังอิงรู้สึกประหลาดใจ ฟู่ซินหลางกินยาผิดหรือไงนะ? ทำไมจู่ๆ ถึงได้พูดจาแปลกๆ แบบนี้
“ขอโทษนะ สหายฟู่ นายเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?” คังอิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เช้าตรู่วันนี้เธอสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ มัดผมเป็นหางม้าดูแล้วทะมัดทะแมง สง่างาม ดูเหมือนจอมยุทธ์หญิงที่ดูสง่างามในนิยายกำลังภายใน ซึ่งมีเสน่ห์ไม่น้อยเลย
ฟู่ซินหลางมองดูคังอิงพลางรู้สึกหวั่นไหวในใจ เขาเอ่ยอย่างตื่นเต้น “ฉันไม่ได้พูดผิดไม่ใช่หรือ? ฉันรู้ว่าเธอรักฉันมาก จริงๆ แล้วหลังจากหย่ากับเธอ ฉันก็รู้สึกเสียใจ ฉันตัดสินใจเลิกกับอู๋ฮวนอย่างเด็ดขาดแล้ว และกำลังเตรียมจะกลับมาคืนดีกับเธอ
แต่คิดไม่ถึงว่าเธอจะหนีไปซ่อนตัว ฉันตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดินก็หาไม่เจอ ครั้งนั้นฉันไปเอายาแล้วบังเอิญเจอเธอ แต่เธอก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว”
คังอิงอ้าปากค้างอย่างตะลึงงัน ไม่จริงน่า ยังมาทำเจ้าชู้แบบนี้อีก? ผู้ชายคนนี้สมองถูกน้ำเข้าไปแล้วกระมัง? เขาคิดว่าเธอเป็นคนดีที่หลอกลวงได้ง่ายงั้นหรือ?
คังอิงอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก เพราะรอยยิ้มของเธอดูร้ายกาจอยู่แล้ว เธอบอกว่า “ฉันได้ยินมาว่านายแต่งงานกับไป๋เหลียนฮวาแล้วไม่ใช่เหรอ? ยินดีด้วยนะที่ได้เป็นเจ้าบ่าวเร็วขนาดนี้
โชคดีที่นายตัดสินใจเลิกกับอู๋ฮวนอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางได้แต่งงานกับไป๋เหลียนฮวาเร็วขนาดนี้หรอก จริงไหม?”
เมื่อได้ยินคังอิงเอ่ยถึงเรื่องนี้ ฟู่ซินหลางก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ที่ฉันแต่งงานกับไป๋เหลียนฮวาก็เพราะจำใจ ฉันกำลังจะมาเรียนต่อ แถมแม่ก็ยังป่วยหนัก ฉันคงดูแลแม่คนเดียวไม่ไหว
พอดีไป๋เหลียนฮวารู้ว่าแม่ของฉันป่วย เธอก็เลยมาดูแลแม่บ่อยๆ แม่เห็นแบบนั้นก็เลยชอบเธอมาก จนบังคับให้ฉันแต่งงานกับเธอ
ฉันขัดคำสั่งแม่ไม่ได้ เธอก็รู้นี่ว่าตอนนี้แม่ป่วยหนัก ถ้าฉันไม่ยอมตกลง แม่คงโกรธจนอาการทรุดหนัก ฉันจึงได้แต่กัดฟันตกลงแต่งงานกับไป๋เหลียนฮวา”
หากคำพูดเหล่านี้ของฟู่ซินหลางไปใช้กับผู้หญิงที่รักเขามาก บางทีอาจจะมีประโยชน์ เพราะเขาได้สร้างภาพลักษณ์ของตนเองให้เป็นลูกกตัญญูที่สมบูรณ์แบบไปแล้ว
เด็กสาวที่ยังไม่ประสีประสาหลายคน มักจะคิดว่าผู้ชายที่กตัญญูจะเป็นคนที่รับผิดชอบต่อครอบครัว แต่กลับไม่รู้ว่าบางครั้งผู้ชายแบบนี้ก็ถูกเรียกว่า ‘ลูกแหง่’ เช่นกัน
เขานั้นจะกตัญญูต่อพ่อแม่ แต่กลับไม่ยอมรับผิดชอบภรรยาและลูกๆ ของตนเอง
คังอิงฟังแล้วก็รู้สึกอึดอัดใจ เธอถอนหายใจพลางกล่าวว่า “สหายฟู่ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของนาย ตอนนี้พวกเราหย่าขาดจากกันแล้ว มันไม่เกี่ยวข้องกับฉัน ฉันไม่อยากฟังอีก
อีกอย่าง นายเข้าใจผิดแล้ว ที่ฉันมาที่วิทยาลัยครู เพราะที่นี่มีห้องให้เช่า ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเจอนาย
ฉันไม่รู้เลยว่านายจะมาร่วมทีมป้องกันและดูแลความเรียบร้อยของโรงเรียนช่วงปิดเทอมนี้ ถ้าฉันรู้ล่ะก็ ฉันคงไปเช่าที่อื่นแล้ว”
พอคังอิงกล่าวจบ เธอก็เดินจากไปทันที ฟู่ซินหลางรีบวิ่งตามไปเพื่อจะดึงเธอเอาไว้ แต่คังอิงกลับเดินไปขึ้นรถจี๊ปที่จอดอยู่ข้างๆ อย่างรวดเร็ว
ใช่แล้ว ฟู่ซินหลางไม่ได้มองผิด คังอิงขึ้นรถจี๊ปจริงๆ จากนั้นเธอก็สตาร์ตรถ แล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ควันจากท่อไอเสียรถทำให้เขาสำลักไออยู่พักหนึ่ง
คังอิงหาเงินได้จากที่ไหนกันนะ? ทำไมถึงได้มีรถขับได้? หรือว่ามีคนให้เธอยืมขับ?
แต่ว่าคังอิงไปเรียนขับรถตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
พวกเขาหย่ากันได้ไม่ถึงสองเดือน ฟู่ซินหลางไม่เชื่อว่าคังอิงจะสามารถขับรถเป็นภายในเวลาอันรวดเร็วขนาดนี้ แถมยังขับได้เก่งอีกด้วย
พอคิดถึงคำสารภาพรักของเขาที่ถูกคังอิงปฏิเสธ ฟู่ซินหลางก็พลันรู้สึกหดหู่ใจ ยิ่งนึกได้ว่าคังอิงมีรถขับแล้ว เขาก็รู้สึกใจร้อนรุ่ม ราวกับว่าเขาได้พลาดหยกอันล้ำค่าไป
หลังจากตั้งสติได้แล้ว ฟู่ซินหลางก็คิดว่า ขอแค่เขายังคงยืนกรานและอดทนรอคอย คังอิงจะต้องใจอ่อนแน่ๆ เขาจะต้องพยายามต่อไป!
คังอิงขับรถไปพลางหัวเราะไปพลาง ฟู่ซินหลางช่างไร้เดียงสาเสียจริง! เขาได้ความกล้ามาจากไหนกันนะ ถึงกล้าพูดว่ายังคงรักเธอ? หรือว่าเหลียงจิ้งหรู [2] ให้ความกล้ามา?
คังอิงนึกถึงว่า ในยุคสมัยนี้เหลียงจิ้งหรูยังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ อยู่ ส่วนเพลง 《ความกล้า》 ที่โด่งดังไปทั่วประเทศก็ยังไม่ได้แต่งขึ้นมาเลย!
ดูท่าฟู่ซินหลางผู้นี้สมองจะน้ำเข้าไปหมดแล้วจริงๆ ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้คิดว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ต้องวิ่งตามเขา เขานั้นเป็นดั่งพระอาทิตย์ เป็นศูนย์กลางของจักรวาล…
คังอิงตัดสินใจว่า ครั้งหน้าหากฟู่ซินหลางยังคงทำตัวหลงตัวเองแบบนี้อีก เธอจะต้องโต้กลับเขาอย่างไม่ปรานี เพื่อไม่ให้เขาเกิดความคิดเพ้อฝันพวกนี้อีกต่อไป
ไม่อย่างนั้น เพราะตอนนี้เขาแต่งงานแล้ว แถมไป๋เหลียนฮวาก็เป็นคนขี้หึง อาจคิดว่าเธอกับฟู่ซินหลางยังคงรักกันอยู่ บางทีอาจจะตามมาอาละวาด เธอต้องถูกคนอื่นมองในแง่ลบแน่ๆ
พูดถึงแล้ว ผู้หญิงบางคนในโลกนี้ช่างน่าสงสารจริงๆ ตอนที่ผู้ชายของพวกเธอนอกใจ พวกเธอไม่เคยคิดจะโทษผู้ชายของตนเอง กลับไปโทษผู้หญิงอื่น คิดว่าเป็นเพราะผู้หญิงคนอื่นยั่วยวน ผู้ชายของเธอถึงได้นอกใจ
ไป๋เหลียนฮวาไม่ได้เรียนหนังสือมากนัก แถมยังชอบใช้ความรุนแรง คังอิงไม่อยากไปยุ่งกับอีกฝ่าย
แต่เธอก็ไม่จำเป็นต้องพยายามหลบเลี่ยงฟู่ซินหลางมากเกินไป หากต้องเผชิญหน้ากับฟู่ซินหลางผู้ที่หลงตัวเองอย่างยิ่งจนคิดว่าเธอยังคงมีใจให้เขา สิ่งที่ทำได้ก็คือดูถูกดูแคลนเขาให้มากเข้าไว้ ผู้ชายแบบฟู่ซินหลางยิ่งกลัวเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งได้ใจเท่านั้น แต่ถ้าหากไม่กลัวเขาล่ะก็ เขาก็จะหมดหนทางไปเอง
คังอิงเดินทางจากวิทยาลัยครูอำเภอหลี่ว์กลับมายังตัวอำเภอในขณะที่พระอาทิตย์เพิ่งขึ้น ทั่วทุกหนแห่งอาบไล้ไปด้วยแสงแดดสีทองอร่าม
ฤดูร้อนทางตอนใต้ของประเทศนั้นทั้งร้อนอบอ้าวและชื้น ทำให้ยากจะทานทน ยิ่งรถจี๊ปไม่ได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศด้วย คังอิงคาดการณ์ว่าวันนี้น่าจะมีฝนตก
สองสามวันมานี้อากาศค่อนข้างอบอ้าว นกนางแอ่นบินต่ำอยู่เหนือนาข้าว แม้แต่แมลงปอที่กำลังเล่นกันอยู่เหนือผิวน้ำก็บินไม่สูง นี่เป็นสัญญาณของพายุฝนที่กำลังจะมาถึง
คังอิงจอดรถไว้ที่ตรอกข้างๆ ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ จากนั้นเธอก็ไปหาอาหารเช้าแถวนั้นกิน
เชิงอรรถ
[1] กล่าวถึงดาโมเคลส (Damocles) ที่ได้รับโอกาสให้ใช้ชีวิตแบบเดียวกับกษัตริย์หนึ่งวัน ได้นั่งบัลลังก์ทองท่ามกลางกองข้าวของเงินทองอย่างดี และมีบ่าวไพร่รับใช้ล้อมรอบ แต่บนเพดานเหนือศีรษะมีดาบเล่มหนึ่งแขวนไว้ด้วยขนหางม้าเพียงเส้นเดียว ทำให้เขาไม่มีกะจิตกะใจมองสิ่งสวยงามรอบตัวจนต้องขอออกจากที่ตรงนั้น กษัตริย์บอกเขาว่าคนที่ยิ่งใหญ่มีความหวาดระแวงภัยต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
[2] เหลียงจิ้งหรู นักร้องหญิงชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน เธอเป็นที่รู้จักในฐานะนักร้องเพลงรักที่ทรงพลัง