“ต้องขอโทษด้วย...ฉันไม่มีเหรียญทองมณีจะให้นายหรอกนะ!!” ไลท์ตอบกลับด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
“วอนหาเื่แล้วไอ้หมอนี้ ถ้าไม่มีเงินก็รีบไสหัวออกจากบ้านของฉันไปซะ...บอกแล้วใช่ไหมพ่อกับแม่ ว่าไอ้หมอนี้ต้องเป็พวกยากจนหรือไม่ก็คนนอกรีตแน่ๆ!” มาร์คัสเริ่มหันไปหาสองตายาย
แต่กระนั้นทั้งสองคน ก็ยังคงเข้ามาห้ามมาร์คัสที่กำลังอาละวาดเอาไว้ พลางผลักดันมาร์คัสให้ออกไปจากตรงนี้เพื่อไปสงบสติอารมณ์
เพร้ง...โครม!
ทว่าก่อนที่มาร์คัสจะจากไป ่ระหว่างที่ไลท์และมาร์คัสประสานสายตากันนั่นเอง มือข้างหนึ่งของมาร์คัส ก็ได้ตะปบลงที่ถาดข้าวต้มในมือของไลท์ จนตกแตกกระจัดกระจาย
“ถ้าไม่มีเงิน ก็อย่าหวังจะได้กินอาหารจากร้านของฉันเป็อันขาด!!”
มาร์คัสยิ้มเยาะใส่ไลท์ ก่อนจะเดินจากไป ด้วยใบหน้าที่ลำพอง ดูพอใจกับสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไปเป็อย่างมาก
มาร์คัสไม่ได้รู้เลย ว่าสิ่งที่มันได้ทำลงไป นอกจากจะไม่ได้ยั่วยุให้ไลท์นั้นโกรธเคืองแล้ว
กลับกันไลท์ ชายหนุ่มผู้มาจากต่างโลกคนนี้ กลับรู้สึกขอบคุณจนแทบจะอยากะโกอด มาร์คัส มากเหลือเกิน
‘ขอบคุณนะมาร์คัส หากไม่ได้แก ฉันคงแย่แน่ๆ!’ ไลท์รู้สึกปลาบปลื้มเป็อย่างยิ่ง ที่ไม่ต้องทนกินข้าวต้มรสชาติที่ไม่ถูกปากอีกต่อไปแล้ว
“ขอโทษแทนลูกชายของยายด้วย...ยายขอโทษๆ เดี๋ยวยายไปทำอาหารให้พ่อหนุ่มใหม่ดีไหม!!” คุณยายเฮลีย์ก็คิดไม่ถึงว่ามาร์คัสจะทำพฤติกรรมที่หยาบคายออกมาแบบนี้
แน่นอนว่าเธอนั้นรู้ถึงนิสัยด้านลบๆ ของลูกชายของเธอมาโดยตลอด และนั้นก็ต้องโทษเธอและสามีด้วยเช่นกันที่ไม่อบรมและสั่งสอนลูกชายของเธอให้ดี จนเติบโตมาเป็ผู้ชายที่มีนิสัยไม่ดีแบบนี้
โดยส่วนหนึ่งอาจจะเป็เพราะสถานะการเงินของเธอและสามีที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ยิ่งสมัยก่อนตอนที่บ้านเมืองยังไม่ได้สงบสุขอย่างเช่นทุกวันนี้ บ้านของเธอที่อยู่อาศัยใกล้ๆ กับป่าดาราฉายที่เมื่อก่อนนั้นมีมอนสเตอร์เพ่นพ่านและชุกชุมอยู่เต็มไปหมด
เธอและสามีที่ตอนนั้นยังเป็หนุ่มเป็สาว จึงหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็คนหาบเร่ให้กับนักผจญภัยอยู่เสมอๆ
ส่วนทางด้านมาร์คัส ในวัยเด็กก็มักจะดูถูกดูแคลนจากเด็กรุ่นเดียวกันที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านดาราฉายอยู่เสมอๆ ว่าที่บ้านนั้นยากจน เป็เด็กสกปรก เป็ต้น
นี้จึงอาจเป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้มาร์คัส มีนิสัยที่เห็นแก่ตัวและบูชาในเงินตรา มากกว่าคนอื่นๆ ยิ่งกอปรกับตอนนี้มาร์คัสนั้นมีลูกมีเมียด้วยแล้ว
ก็ยิ่งทำให้มาร์คัส ไม่อยากจะให้ลูกของตัวเองต้องมีชีวิตที่ยากลำบากเฉกเช่นตนเองในวัยเดียวกัน ดังนั้นมาร์คัสจึงยอมตามใจลูกชายและภรรยา ปรนเปรอทั้งสองคนด้วยเงินที่นับวันยิ่งมากขึ้น และฉวยเงินจากพ่อและแม่ที่แก่ชราอยู่เสมอๆ
“คุณยายไม่ต้องขอโทษผมเลย...ผมไม่ได้ถือสา เอ่อ ชื่อมาร์คัสสินะครับ ส่วนในเื่ของอาหาร ถ้าไม่เป็การรบกวนผมขอเป็คนทำเองจะได้ไหมครับ?!” ไลท์ไม่ถือสาหาความมาร์คัสอย่างที่เขาพูดจริงๆ
ในใจของเขาตอนนี้นั้นโหยหาการทำอาหาร จนแทบจะไม่ได้ใส่ใจกับพฤติกรรมของมาร์คัสเลยสักนิด
“พ่อหนุ่มทำอาหารเป็เหรอ?!” คุณยายถามออกมาด้วยความสงสัย พลางนึกถึงรูปร่างของไลท์ตอนที่ตนเองเช็ดตัวให้กับอีกฝ่าย ว่าร่างกายของชายหนุ่มคนนี้ มีร่างกายและหุ่นที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ
ดูแล้วร่างกายของไลท์ น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับเหล่านักผจญภัยของดินแดนแห่งนี้เลยทีเดียว
“พอเป็อยู่บ้างครับ!” ไลท์ตอบกลับด้วยคำพูดที่ดูถ่อมตัว
โดยที่ไลท์ตอบกลับไปแบบนั้น ก็เพื่อรักษาหน้าของตัวเอง เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเป็เชฟฝีมือดีในโลกก่อนแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าโลกนี้ เขาจะสามารถทำอาหารให้ออกมาเหมือนกับโลกก่อนของเขาได้
‘วัตถุดิบ เครื่องปรุงและสิ่งสำคัญไฟ!!’
จากที่ไลท์สังเกตบ้านหลังนี้ที่เปิดเป็ร้านอาหารมาั้แ่ต้น เขามั่นใจอยู่หลายส่วนว่าร้านอาหารแห่งนี้ คงไม่ได้มีเครื่องครัวที่ครบครันเหมือนกับโลกก่อนอย่างแน่นอน
และความมั่นใจนี้เองก็ยิ่งเด่นชัดขึ้น เมื่อคุณยายเฮลีย์ช่วยพยุงเขาเข้ามาในครัวเป็ครั้งแรก
‘เตาที่ใช้ฟืนเป็ตัวทำความร้อน , กระทะที่ทำจากหิน , หม้อดินที่แทบจะกลายเป็สีดำ!’ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็เครื่องครัวสมัยเก่า จนแทบจะไม่เคยเห็นแล้วในโลกก่อนของไลท์
ชายหนุ่มพยายามมองสำรวจห้องครัวต่อไป ก่อนจะคลายใจลงได้บ้าง เมื่อเขาเห็นถึง กระปุกที่ใส่เครื่องเทศที่วางอยู่ใกล้ๆ
“ผมขอเปิดดูพวกมันได้ไหมครับ” ไลท์เอ่ยถาม เพื่อขออนุญาต คุณยายเฮลีย์ที่กำลังขะมักเขม้นกับการก่อไฟ
“ตามสบายเลยจ้ะ!” หญิงชราตอบกลับ พลางยุ่งอยู่กับการเตรียมฟืน เตรียมไฟเพื่อที่จะก่อไฟตั้งเตาให้กับไลท์ จนไม่มีเวลาที่จะหันมาสนใจในตัวชายหนุ่มมากนัก
“ผักพวกนี้ ผมขอใช้สักเล็กน้อยได้ไหมครับ...ขอไข่ด้วยนะครับ!!” เสียงของไลท์ดังเจื้อยแจ้วมิหยุดหย่อน
ดวงตาของเขาทอแสงเป็ประกาย ราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่น
เพราะนับั้แ่เขาทะลุมิติมาต่างโลก จนได้รับาเ็และต้องพักรักษาตัว เป็เวลาหลายวัน
ชายหนุ่มนั้นคิดถึงการทำครัวมากเหลือเกิน พอวันนี้ วันที่ร่างกายของเขาเริ่มที่จะกลับมาแข็งแรงดีแล้ว ถึงแม้จะมีอุปสรรคในการเดินที่ยังต้องมีคนคอยช่วยประคองอยู่บ้าง
แต่การทำครัวนั้น ขอเพียงแขนและข้อมือไม่ได้รับาเ็ เพียงเท่านี้ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปแล้ว
ไลท์นั้นห่วงแหนมือและแขนของเขาเป็อย่างมาก ขนาดตอนที่กลิ้งตกลงมาจากูเา เขาก็ยังให้ความสำคัญกับแขน มากๆ พอกับการป้องกันศีรษะที่อันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว ขอแค่มือของเขาไม่ได้รับาเ็ ต่อให้ขาจะหักทั้งสองข้างก็นับว่าโชคดีแล้ว!
ชายหนุ่มที่มองสำรวจสิ่งต่างๆ ภายในครัวอยู่ได้สักพัก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้แล้วว่าจะทำอาหารอะไรออกมาดี
ด้วยข้อจำกัดที่ครัวแห่งนี้ มีวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่จำกัดจำเขี่ย ไลท์จึงตั้งใจที่จะทำอาหารเมนูง่ายๆ อย่าง ‘ข้าวไข่เจียว!!’ เมนูที่แม้แต่เด็กไม่กี่ขวบก็สามารถทำมันได้
ชายหนุ่มเริ่มตอกไข่ลงในถ้วยชามเล็กๆ ด้วยมือข้างเดียว แต่ก็ต้องพบว่าครัวแห่งนี้ นั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่า น้ำปลาหรือซีอิ๊ว ดังนั้นเขาจึงต้องแก้ขัดมันด้วยการหยดเกลือลงไปเล็กน้อยเพื่อที่จะชูรสชาติให้กับไข่เจียวให้มีความเค็มติดปลายลิ้น
เขายังคงมองซ้ายมองขวา เพื่อค้นหาพริกไทยที่เป็ตัวช่วยให้ไข่เจียวนั้นหอมมากขึ้น แต่ก็พบว่าในครัวแห่งนี้ มีพริกไทยวางอยู่จริงๆ แต่เป็พริกไทยสดที่ยังไม่ได้ผ่านการคั่วและบดจนละเอียด
‘น่าเสียดายจัง...แต่ช่างเถอะใช่ต้นหอมนี้ทดแทนเอาก็ได้!!’ ชายหนุ่มเริ่มลงมือจับต้นหอมมาวางลงบนเขียงไม้เก่าๆ
พร้อมกันนั้นก็ได้คว้าจับเอามีดที่มีขนาดพอดีมือ ขึ้นมาหั่นต้นหอม ‘ซึบ ซึบ!’ เสียงของต้นหอมที่ถูกหั่น ดังขึ้นตามจังหวะ
ซึ่งเป็่เวลาเดียวกับที่คุณยายเฮลีย์ เริ่มลงมือก่อเตาพอดิบพอดี และนี้เองคือครั้งแรกที่เขาได้เห็น การใช้พลังเวทของโลกใบนี้เป็ครั้งแรก
‘จงมอดไหม้ ด้วยเพลิงแห่งอัคคี!!’
‘ฟู่ๆ!!’
ประกายไฟเล็ก ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของคุณยาย ก่อนที่คุณยายจะวางประกายไฟดวงเล็กๆ นั้นบนกิ่งไม้แห้ง ที่ทำหน้าที่เป็เชื้อไฟให้กับเตา
การจุดไฟด้วยพลังเวทใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ไฟร้อนๆ ก็ค่อยๆลุกโชนขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกันนั่นเอง คุณยายเฮลีย์ที่เสร็จจากการก่อเตา ก็พลันเหลือบสายตามาเห็นต้นหอมที่ชายหนุ่มได้หั่นไว้พอดิบพอดี
“ไม่ได้นะ...ผิดแล้วๆ ทำไมถึงหั่นต้นหอมแบบนี้กันล่ะ!” คุณยายเฮลีย์ ถึงกับวิ่งเข้ามาห้ามไลท์ที่กำลังหั่นในทันที
แต่ก็สายไปแล้ว เพราะการหั่นของชายหนุ่ม เริ่มที่จะไหลไปตามจังหวะ จนเสียงของมัน ได้ทำให้คุณยายเฮลีย์ก็ยังต้องตกตะลึง
‘ใช้มีดได้ยอดเยี่ยมจริงๆ จังหวะการหั่นที่สม่ำเสมอนี้ แม้แต่ตาแก่ก็ยังทำไม่ได้เลย...ไม่สิ ยังไม่ได้เข้าใกล้การหั่นแบบนี้เลยด้วยซ้ำ!!’ คุณยายที่พยายามจะเข้าไปห้าม ถึงกับหยุดชะงักเมื่อได้เห็นวิธีการหั่นต้นหอมของไลท์ที่ดูคล่องแคล่วและชำนิชำนาญ จนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการหั่นที่ดูเป็ธรรมชาติของไลท์ จะสะกดสายตาของคุณยายเอาไว้ได้แล้ว
การที่จู่ๆ ชายหนุ่มที่ใช่ช้อนส้อมที่คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ ไว้ใช้ตักข้าวเข้าปากเพียงอย่างเดียว
จู่ๆ เมื่อได้เห็นชายหนุ่มนำมาเป็อุปกรณ์สำหรับตีไข่ที่อยู่ในชามด้วยแล้ว
ก็ยิ่งทำให้คุณยายเฮลีย์แทบจะพูดไม่ออกแล้ว ‘ตัก...ตัก~!’ เสียงของไข่ที่ตีผสม จนกลายเป็เนื้อเดียวกันได้ถูกชายหนุ่มตีจนเกิดฟอง พร้อมกันนั่นเองต้นหอมที่ถูกซอยเป็ชิ้นเล็กๆ ก็ถูกนำไปคลุกอยู่ในชามรวมอยู่ในนั้นด้วย
ก่อนไม่กี่อึดใจต่อมา เมื่อกระทะที่ตั้งอยู่บนเตาเริ่มร้อนได้ที่แล้ว ไลท์ก็จัดการเทน้ำมันพืชปริมาณ 2ใน3 ของไข่ในชามลงไป
ควันร้อนๆ เริ่มลอยโชยขึ้นมาและในระหว่างนั้นเอง ชายหนุ่มก็จัดการเทไข่ในชามที่ตีผสมเข้าด้วยกันใส่ลงในกระทะ ‘ฟู่~!’
[แจ้งเตือนจากระบบ: ระบบตรวจจับได้ว่า เ้าของร่างกำลังเริ่มต้นการทำอาหารเป็ครั้งแรก ระบบจึงขอส่งมอบภารกิจนี้ ‘ทำอาหารมื้อแรก’ ให้กับคุณ]
[ภารกิจหลัก: ทำอาหารมื้อแรก]
[รายละเอียด: อาหารที่ทำออกมาต้องเป็ไข่เจียวที่สามารถรับประทานได้ 1 จาน!]
[รางวัล: สิทธิ์หมุนวงล้อนำโชค , ปลดล็อกระบบร้านอาหารเลเวล 1]