"าแของนางสาหัสยิ่งนักไม่รู้ว่านางทนมาได้อย่างไรตั้งหลายชั่วยาม" เฟิงเยว่บอกเมื่อเสี่ยวถิงวางถ้วยยาลงบนโต๊ะ
"นางไปโดนอะไรมาหรือขอรับคุณชาย"
"ข้าก็ตอบไม่ได้เหมือนกันน่าจะเป็ของมีคม าแนี้หมายเอาชีวิตของนางเลยทีเดียว" ใครกันช่างกล้าลงมือกับสตรีเช่นนี้ได้
"หรือว่านางจะถูกลอบทำร้าย"
"อาจเป็ไปได้ แต่ต้องสอบถามเมื่อนางฟื้นขึ้นมาเสียก่อน เ้าไปพักเถอะเดี๋ยวข้าอยู่เฝ้านางเอง"
"ขอรับคุณชาย" เสี่ยวถิงเดินออกมาปล่อยให้เ้านายได้อยู่เฝ้าสตรีแปลกหน้าเพียงลำพัง ถึงแม้จะแปลกใจที่เ้านายของเขาไม่เคยมีใจห่วงใยสตรีนางใดเช่นนี้มาก่อน
เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงยามไฮ่ (21.00น.-23.00น.) ชมภูนุชก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นร่างกายของเธอปวดร้าวไปหมดโดยเฉพาะตรงาแที่รู้สึกปวดมาก ก่อนจะมองสำรวจร่างกายของตัวเองอีกครั้งเมื่อเสื้อผ้าที่สวมใส่ก่อนหน้าถูกเปลี่ยนออกไปจึงได้ดีดตัวลุกขึ้นแต่ก็ต้องปวดแผลอย่างมาก
"เ้าอย่าเพิ่งรีบร้อนลุกขึ้นสิเดี๋ยวแผลเ้าปริเอาได้นะ" เฟิงเยว่เดินเข้ามาห้ามไม่ให้ขยับเมื่อเห็นนางกำลังจะลุกขึ้นนั่ง
"เ้าเป็ใครแล้วใครเป็คนทำแผลให้ฉัน" ชายคนนี้เป็ใครทำไมมาอยู่ในก้องกับเธอได้
"ข้าเป็คนทำแผลให้เ้าเอง มีอันใดหรือเปล่า" เขาตอบเสียงเรียบ
"อย่างนั้นเ้าก็เห็นร่างกายข้าหมดเลยสิ"
"ข้าปิดตาเอาไว้ไม่เห็นอันใดเ้าไม่ต้องห่วงหรอก เ้ามาจากที่ใดเหตุใดจึงได้พูดจาแปลกประหลาดเช่นนี้" เฟิงเยว่แสร้งโกหกออกไปหากเขาบอกไปตามตรงนางคงไม่สบายใจเป็แน่
"ข้าไม่เชื่อเ้าหรอก" ใครจะไปเชื่อว่าจะไม่เห็นอะไร
"ไม่เชื่อก็แล้วแต่เ้า ถึงข้าเห็นข้าก็เอาไปไม่ได้อยู่ดี"
"นี่คุณ..เอ่อนี่เ้าพูดอะไรออกมา" เธอถือคติเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม
"เ้าชื่ออะไร" เขาเปลี่ยนมาถามชื่อเธอบ้าง
"ข้าไม่รู้...." เธอไม่รู้ว่าจะบอกชื่อแก่เขาดีไหมหากพูดออกไปคงได้กลายเป็ตัวตลกแน่ๆ
"นี่เ้าไม่มีชื่อหรือความจำเสื่อมกันแน่"
"ข้าจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร" คงเป็ทางออกเดียวที่เขาจะไม่ถามอะไรเธอมากไปกว่านี้
"เ้าเป็ลูกเต้าเหล่าใครแล้วเหตุใดเ้าถึงได้ถูกทำร้ายหมายเอาชีวิตเ้าเช่นนี้" หมายเอาชีวิตหญิงผู้นี้ถูกฆ่าแล้วโยนลงหน้าผาอย่างนั้นหรือนี่เราโชคดีหรือร้ายกันแน่ที่เข้ามาอยู่ในร่างของนาง
"..........." ชมภูนุชได้แต่ส่ายหน้า เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวหญิงสาวคนนี้เลยแม้แต่น้อย
"เอาล่ะ ข้าไม่ซักไซ้เ้าแล้วก็ได้หากเ้าอยากบอกข้าเ้าก็คงพูดออกมาเองนั่นแหละ เ้าหิวหรือยังข้าจะให้เสี่ยวถิงไปต้มน้ำแกงไก่มาให้ ่นี้เ้าต้องกินของอ่อนไปก่อนเพื่อบำรุงร่างกายให้ฟื้นตัว" พูดจบเขาก็เดินออกไปทันทีทิ้งให้ชมภูนุชได้อยู่เพียงลำพัง เธอกวากสายตามองหากระจกเพื่อมาส่องดูใบหน้าของหญิงผู้นี้แต่เธอก็ยังไม่มีเรี่ยวแรงลุกขึ้นไปหยิบมันจนกระทั่งเสี่ยวถิงเดินเข้ามา
"ท่านจะทำอันใดหรือแม่นาง" เมื่อเห็นว่านางพยายามจะลุกจากเตียงนอน
"ข้าอยากได้กระจก"
"คืออันใดข้าไม่รู้จัก" เสี่ยวถิงทำหน้าสงสัยเขาไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด
"ไอ้ที่เอาไว้ส่องหน้า" เธอไม่รู้ว่าคนยุคนี้เขาเรียกว่าอะไร
"อ๋อ คันฉ่องนะหรือท่านจะเอาไปทำอันใด" เสี่ยวถิงเดินไปหยิบคันฉ่องก่อนส่งให้นาง
"ข้าจะเอามาดูว่าหน้าข้าเสียโฉมหรือไม่" เธอจำเป็ต้องโกหกออกไป เธอรับกระจกจากเสี่ยวถิงแล้วจึงได้เพ่งมองใบหน้าของหญิงผู้นี้ เธอยอมรับว่าใบหน้านี้งดงามมากคิ้วสวยรับกับหน้ารูปไข่ได้อย่างลงตัวผิวละเอียดเนียนนางต้องเป็ลูกคนมีอันจะกินแน่ๆ แต่เธอถูกหมายเอาชีวิตด้วยเหตุใดกันนะ
"กินข้าวซะเถอะจะได้กินยา ข้าจะได้ทำแผลให้เ้าด้วยนี่ก็ผ่านมาหลายชั่วยามแล้ว" เฟิงเยว่เอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาพอดี
"แต่ว่า..........." ชมภูนุชมองไปยังเสี่ยวถิงที่ยืนอยู่ในห้องด้วยเธอไม่อยากให้ใครเห็นร่างกายเธอนอกจากเขา แต่เหตุใดเธอจึงได้ไว้ใจเขามากเพียงนี้นะ
"เสี่ยวถิงเ้าออกไปก่อน" เฟิงเยว่รู้ได้ทันทีว่านางหมายถึงอะไร
"ขอรับคุณชาย" มองหน้าคุณชายก่อนยิ้มออกมาอย่างยียวน
"เ้ายิ้มอะไรรีบๆ ออกไปสิ" เสี่ยวถิงรีบวิ่งออกไปโดยเร็วเมื่อคุณชายของเขาทำท่าจะเตะเข้าให้ เฟิงเยว่เดินไปปิดประตูแล้วจึงเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ชมภูนุช
"เ้าทนเจ็บนิดหนึ่งนะ" ชมภูนุชพยักหน้ารับก่อนเปิดเสื้อขึ้นให้เขาได้ทำความสะอาดแผลและใส่ยาให้เธอ ขณะที่เขาทำแผลให้เธอกลับเอาแต่สำรวจเขา หน้ารูปไข่ผิวเนียนละเอียดคิ้วเข้มรับกับจมูกโด่งดวงตาดำสนิทดูดีในแบบลูกผู้ดีตัวสะอาดสะอ้านเขาต้องเป็ลูกคนมีอันจะกินแน่ๆ เสร็จแล้วเขาจึงได้พันผ้าไว้ดังเดิม
"แผลเ้าเริ่มดีขึ้นแล้ว่นี้เ้าก็พักผ่อนเยอะๆ หน่อยนะ" เสียงทุ้มดังขึ้นเรียกสติเธอให้กลับมา
"ขอบใจมาก ข้าขออะไรเ้าหน่อยได้ไหม" ยังไงซะก็ต้องรักษาตัวเองก่อนหายดีค่อยว่ากัน
"เ้ามีเื่อันใดว่ามาเลย"
"หากข้าหายดีแล้วท่านพาข้าออกไปดูทางที่ข้าจะกลับบ้านได้ไหม" เธอยังไม่หมดหวังที่จะหาทางกลับ บางทีออกไปข้างนอกแล้วอาจจะทำให้เธอตื่นจากฝันนี้หรือว่าเจอทางกลับบ้านก็ได้
"ได้สิ เ้าหายดีแล้วค่อยมาบอกข้าก็แล้วกัน" ชมภูนุชยิ้มออกมาอย่างดีใจ หากเธอไม่ได้มาเจอเขาก็ไม่รู้ว่าจะเป็อย่างไรบ้างป่านนี้คงกลายเป็ศพให้สัตว์กัดกินอยู่กลางป่าแล้วก็ได้ เป็เวลาเกือบเดือนที่ชมภูนุชพักรักษาตัวอยู่ที่นี่จนหายดี วันนี้เธอจึงได้เอ่ยบอกให้เขาได้พานางออกไปดูถนนหนทาง
"ข้าหายดีแล้วเ้าพาข้าออกไปดูถนนที่จะกลับบ้านข้าได้ไหม" เธอเริ่มชินกับการพูดของทั้งสองจนเริ่มพูดตามเขาแล้ว
"ได้สิว่าแต่เ้าชื่ออะไรเ้ายังไม่ได้บอกข้าเลย"
"ข้าจำไม่ได้ว่าข้าชื่ออะไร" เธอยังคงไม่ยอมบอกชื่อแก่เขา
"เช่นนั้นข้าตั้งให้เ้าใหม่ดีหรือไม่"
"ก็ดีเหมือนกัน"
"เช่นนั้นข้าให้เ้าชื่อ ซูเหวิน ก็แล้วกัน หมายถึงเื่เล่าที่งดงามข้าหวังว่าชีวิตเ้าต่อจากนี้ไปจะงดงามเหมือนดั่งกับชื่อของเ้า"
"อือ...ชื่อนี้ก็เพราะดี แล้วเ้าชื่ออะไรข้าเห็นแต่เสี่ยวถิงเรียกเ้าว่าคุณชาย"
"ข้าชื่อหวงเฟิงเยว่ เป็บุตรชายคนรองของตระกูลหวงเรียกข้าว่าเฟิงเยว่ก็ได้"
"เป็บุตรคนรองแล้วทำไมท่านถึงได้ปลูกกระท่อมอยู่กลางป่าเขาแบบนี้เล่า"
"หุบเขาแห่งนี้เป็ของพ่อข้า ข้ามักชอบแอบมาที่นี่บ่อยๆ ท่านพ่อเลยสร้างกระท่อมไว้ให้" คนสมัยนี้รวยขนาดซื้อูเาได้ทั้งลูกเลยเหรอ
"อย่างนั้นเ้าก็ทำอะไรกับหุบเขาแห่งนี้ก็ได้นะสิ"
"ใช่แล้วหากข้าคิดอยากทำอะไรใครจะมาห้ามข้าได้" เขายิ้มกว้างออกมา พูดจบเฟิงเยว่ก็ออกเดินนำทางให้ซูเหวินได้ออกสำรวจถนนหนทางภายในป่าเขาแห่งนี้เมื่อครบทุกเส้นทางแล้วจึงได้กลับมายังกระท่อมในยามเว่ย (13.00น.-15.00น.)
"เ้าไม่เจอหนทางที่จะกลับบ้านของเ้าเลยหรือ"
"มันไม่ใช่ทางที่ข้าเคยใช้ ข้าเลยไม่แน่ใจ" นี่เธอจะหาทางกลับบ้านไม่ได้จริงใช่ไหม
"เช่นนั้นเ้าก็อยู่มันซะที่นี่แหละ" เขาแอบดีใจอยู่ลึกๆ ที่นางจำหนทางกลับบ้านไม่ได้
"เ้าหิวแล้วหรือยังวันนี้เสี่ยวถิงไม่มาด้วยหรือ" ซูเหวินถามขึ้นหลังจากกลับมาเหนื่อยเธอก็เริ่มหิวแล้วเช่นกัน
"พ่อของข้าใช้ให้เสี่ยวถิงไปซื้อของที่ในตัวอำเภอกว่าจะกลับคงมืดค่ำข้าเลยมาคนเดียวเ้าจะทำอาหารให้ข้ากินหรือ"
"ก็ใช่นะสิ ข้าก็เริ่มหิวแล้วเช่นกัน" เธอคิดอยากทำอาหารเลี้ยงขอบคุณที่เขาพาเธอเดินดูทางทั่วผืนป่าแห่งนี้
"อย่างนั้นข้าขอเป็ลูกมือให้เ้าแล้วกัน"