9 | แกได้ขอไลน์เขาหรือยัง
เมื่อปฏิบัติการ ‘กฎ 21 วัน’ เริ่มต้นขึ้น สามทุ่มตรงของทุกคืนก็กลายเป็โมงยามอันแสนอ่อนไหว ในแต่ละวันเพลงพนัสจะคิดหาเื่มาคุย ตั้งนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ให้เตือนตอน 20.58 น. พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความ ก็จะพิมพ์เสร็จและกดส่งในเวลา 21.00 น. พอดีเป๊ะ
ลูกไม้: วันนี้เก็บหนังสือแล้วเจอเล่มวิทยานิพนธ์ของตัวเองค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นทำแล็บเป็เดือน ๆ จนแทบจะกินนอนในแล็บเลย แต่จบออกมาแล้วก็ภูมิใจนะคะ
ตอนคุณแสนย์เรียน ป. โท นี่ ยากเหมือนกันไหมคะ
ลลิตาเคยฝากถามเื่นี้เพราะอยากรู้ว่าคุณแสนย์มีทัศนคติต่อการเรียนยังไง แต่เจตนาหลักคือ้าให้ชายหนุ่มรู้ว่าสาวที่กำลังไล่ตามจีบเขาคนนี้ก็มีดีกรีปริญญาโท มีการศึกษาดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเขา เพื่อนสาวคงกลัวเขาจะว่าเธอโง่ บ้านป่าเมืองเถื่อนกระมัง
พอส่งข้อความไปแล้ว เพลงพนัสก็แทบจะวางโทรศัพท์ทิ้งไปได้เลย เพราะกว่าเขาจะตอบก็ห้าทุ่มเกือบเที่ยงคืน หรือไม่ก็อาจข้ามคืนไปจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน ่เวลาแห่งความเงียบนั้น หญิงสาวพยายามบอกตัวเองว่าอย่ารอ อย่าคิดมาก แต่คำถามที่ว่า...ถามแบบนี้จะดีไหมนะ พูดแบบนี้จะละลาบละล้วงไปไหมนะ คุณแสนย์จะตอบไหม ถ้าอ่านแล้วไม่ตอบ แปลว่าเขาไม่พอใจหรือเปล่า ก็ยังคงวิ่งวนสวนสนามกันวุ่นวายอยู่ในสมอง
จนระฆังพักยกซึ่งก็คือเสียงเตือนข้อความเข้า ‘ปิ๊งป่อง’ ดังขึ้นนั่นแหละ ทุกอย่างจึงสงบนิ่ง พร้อม ๆ กับมืออันเย็นเฉียบค่อย ๆ หยิบโทรศัพท์มาเปิดดู
แสนย์: ยากเหมือนกันครับ
แต่เชื่อว่าคนเราทำได้ถ้าตั้งใจครับ
เพียงเท่านี้ นางสาวเพลงพนัสก็นอนหลับฝันดี...
เื่การเงินและการลงทุนเป็อีกเื่ที่ลลิตาให้ความสำคัญ และย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามลืมถามเด็ดขาด
“เราจะได้รู้ไงว่าคุณแสนย์เขามีนิสัยการใช้เงินยังไง รู้แหละว่าบ้านรวย แต่ถ้ารวยแล้วไม่รู้จักใช้ สักวันมันก็หมด จริงไหมล่ะ”
“แต่คุณแสนย์ทำทั้งงานประจำทั้งธุรกิจส่วนตัวเลยนะ ฉันว่าเขาก็คงขยันทำมาหากินอยู่นา...” เพลงพนัสเองก็ไม่แน่ใจว่านี่คือการแก้ตัวแทนหรืออธิบายกันแน่
“ขยันทำงานก็ดีอยู่แล้ว แต่ได้เงินมารู้จักเก็บออม รู้จักใช้จ่าย และลงทุนต่อยอดด้วยหรือเปล่า มันก็อีกเื่หนึ่ง” เสียงหวานจากปลายสายโทรศัพท์ตอบกลับมา “เถอะน่า ถามให้หน่อย อย่างน้อยฉันก็จะได้ไอเดียลงทุนของฉันต่อด้วย”
“สมมติว่า...” เพลงพนัสลองหยั่งเชิง “ถ้าคุณแสนย์ไม่ได้ลงทุนอะไรเลย แกจะว่าไง”
“ฉันน่ะไม่ว่าไงหรอก แต่แกก็จะได้รู้ว่า ในอนาคตพอได้คบกัน แกก็จะต้องสอนเขาลงทุน”
“หา!” คนฟังถึงกับหัวเราะ แก้มร้อนผ่าวอย่างช่วยไม่ได้
ลลิตายังเสริมมาอีกว่า “ที่ฉันให้แกถามน่ะ มันไม่สำคัญหรอกว่าคำตอบจะเป็ยังไง แต่ฉัน้าให้เขารู้ต่างหากล่ะว่า ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ชื่อลูกไม้คนนี้อาจดูตลกหรือเล่น ๆ ในบางครั้ง แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สนใจเื่การบริหารเงินทองไม่ต่างจากผู้ชายเลยนะ”
เมื่อเป็เช่นนี้ สามทุ่มของคืนนี้จึงว่าด้วยเื่ของ ‘การวางแผนลดหย่อนภาษี’ เพลงพนัสพิมพ์ไป ลบไป แก้ไขอยู่หลายรอบเพราะกลัวเป็ที่สุดว่าจะดูยุ่งเื่ส่วนตัวจนไม่น่าไว้ใจหรือเปล่า ก็เล่นถามเื่เงินซะขนาดนี้
ลูกไม้: ใกล้สิ้นปีแล้ว คุณแสนย์มองเอสเอสเอฟหรืออาร์เอ็มเอฟไว้บ้างไหมคะ มีกองไหนน่าลงบ้าง ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ
คราวนี้ชายหนุ่มหายไปนานจนเธอเกรงว่าเขาไม่อยากตอบหรือเปล่า ถ้าเป็เช่นนั้นจริง ขอให้เขาพิมพ์ตอบกลับมาว่า ไม่มีความเห็นครับ หรือ ปรึกษา บลจ. ดีกว่านะครับ สักประโยคก็ยังดี
หญิงสาวกังวลใจจนไม่อาจข่มตานอนหลับได้ลง กระทั่งเกือบตีหนึ่ง เสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้น เล่นเอาเธอต้องรีบลุกพรวดขึ้นเปิดไฟหัวเตียง และคว้าโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว
แสนย์: ไม่ได้ลงกองไหนเลยครับ ยากจนครับ
พี่การเงินบอกว่า ปีนี้น้องแสนย์รายได้ไม่ถึง 55
คำตอบอันเหนือความคาดหมายนี้ ทำเอาเธอหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา พลันนึกขึ้นได้ว่าคุณแสนย์เพิ่งเรียนจบจากอังกฤษกลับมาเมื่อ่กลางปี คงเพิ่งเข้ามาทำงานเป็วิศวกรในบริษัทได้ไม่กี่เดือน รายได้ยังไม่ถึงขั้นต่ำที่ต้องเสียภาษีก็คงไม่แปลก
เพลงพนัสรอนิ้วอยู่บนหน้าจอ ความจริงมีอะไรมากมายเกี่ยวกับเื่การลงทุนที่อยากจะคุยต่อ แต่เห็นว่าตีหนึ่งกว่าแล้ว คงไม่ดีนัก คุณแสนย์เองก็คงจะยุ่งอยู่ถึงได้ตอบเสียดึกดื่น
แต่พอเื่ราวรู้ไปถึงหูทอรุ้ง เพื่อนสาวกลับกระดี๊กระด๊าเสียจนเธอสงสัยว่า การคุยกันคืนละประโยคสองประโยคมีอะไรน่าตื่นเต้น
“แก...” เสียงทอรุ้งในสายโทรศัพท์นั้นกลั้วหัวเราะ “คุณแสนย์มีความตะมุตะมิ”
“หือ?” เพลงพนัสหัวเราะตามแม้จะยังไม่เข้าใจความหมาย “อะไรของแก ตะมุตะมิเนี่ย”
“ก็แปลว่าน่ารักไง โถ...ดูเขาตอบสิ ‘พี่การเงินบอกว่าปีนี้น้องแสนย์รายได้ไม่ถึง’ แสดงว่าจริง ๆ แล้วเขาก็เป็คนขี้เล่นอยู่นะ และเขาเริ่มเล่น ๆ สบาย ๆ กับแกมากขึ้นแล้วด้วย”
“จริงน่ะเหรอ นี่คือเขาคุยเล่นกับฉันแล้วเหรอ”
“ก็ไม่รู้ละ แต่ที่แน่ ๆ คือ แกข้ามผ่านความเป็คนแปลกหน้ามาเป็คนรู้จักแล้วนะ”
หญิงสาวได้ยินเข้าก็ยืดตัวตรง ดวงตาเบิกกว้าง “นี่ฉันได้เลื่อนขั้นแล้วเหรอ เขายังแทบไม่คุยกับฉันเลยนะ แทบจะถามคำตอบคำเลย”
“ถึงจะไม่คุยแต่เขาก็ตอบ ตอบช้าหรือเร็วเขาก็ตอบ เที่ยงคืนก็ตอบ ขนาดตีหนึ่งเขายังตอบแกเลย เป็ฉันนะ ถ้าไม่สนใจหรือรำคาญจริง ๆ ฉันไม่ตอบให้เสียเวลานอนหรอก”
เพลงพนัสเริ่มยิ้มออก
“นี่ ใช้โอกาสนี้แหละขอไลน์เขาเลย ได้ขอหรือยัง”
“ขอไลน์เลยเหรอ จะดีเหรอแก”
“เถอะน่า ลองดู ถ้าเขาให้ แกก็จะได้คุยในไลน์ แต่ถ้าไม่ให้แกก็คุยในเฟซต่อ ไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อย”
“อ้าว แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะ ระหว่างคุยในไลน์กับคุยในเฟซ”
“ไม่ต่างหรอกย่ะ” ทอรุ้งถอนใจดังฮึคล้ายรำคาญ ก่อนจะส่งเสียงเร่งมาอีกว่า “แต่มันสำคัญที่ว่า เขาให้หรือไม่ให้ต่างหากเล่า ถ้าเขาให้ก็แปลว่ายอมให้แกเดินเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเขาอีกก้าวหนึ่ง แต่ถ้าไม่ให้แกก็จะได้รู้ว่าแกอยู่ตรงไหนแล้ว ก็เท่านั้น”
“เอ่อ...ฉันขอคิดดูก่อนนะ”
เธอหมายถึงคิดดูก่อนว่าพร้อมจะยอมรับผลหรือยัง แต่เพื่อนสาวจอมพลังกลับตีความเป็อีกอย่าง
“โอ๊ย ไม่ต้องคิดแล้ว มา ๆ ฉันคิดให้ แกพิมพ์ไปเลยว่า ‘คุณแสนย์ ๆ นี่เราก็คุยในเฟซกันมาตั้งนานแล้ว อยากได้ไลน์ลูกไม้เปล่า’ ”
จบคำของเพื่อน เพลงพนัสก็ขำพรืด “ขืนพิมพ์ไปแบบนั้น คุณแสนย์ได้บล็อกฉันแน่”
“ทำไมล่ะ น่ารักดีออก แกคิดดูนะ ตอนนี้แกเป็คนจีบเขา แล้วคนที่จีบกันไม่ขอไลน์กันมันได้เหรอ ถ้าแกไม่ขอ คุณแสนย์อาจคิดก็ได้ว่า นี่มาจีบจริงหรือเปล่า คือ...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาจะคิดหรือไม่คิด แต่ถ้าเขาคิดล่ะ จะทำยังไง เรามาอุดช่องโหว่ตรงนี้ไว้ก่อนไม่ดีกว่าเหรอ”
“โห แกว่าเขาจะคิดแบบนั้นเหรอ ฉันว่าเขาไม่สนใจฉันเลยด้วยซ้ำ”
“คิดหรือไม่คิดก็อีกเื่หนึ่ง แต่อย่างน้อยแกก็ได้แสดงออกว่าแกชอบและอยากคุยกับเขานะเว้ย”
ในที่สุด สามทุ่มของคืนนี้เพลงพนัสก็กลั้นใจพิมพ์ไปด้วยปลายนิ้วมืออันเย็นเฉียบ
ลูกไม้: คุณแสนย์ ๆ นี่เราก็คุยในเฟซกันมาตั้งนานแล้ว อยากได้ไลน์ลูกไม้ปะ
พอส่งไปแล้ว หญิงสาวก็คว่ำหน้าจอโทรศัพท์ไว้บนเตียง แล้วถอยกรูดมานั่งกอดเข่าหน้าตู้เสื้อผ้า ยกมือทั้งสองข้างปิดหน้าไว้
จวบจนกระทั่งเกือบเที่ยงคืน เสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้น เ้าของโทรศัพท์ผู้สงบจิตใจลงได้เยอะแล้วค่อย ๆ กลั้นใจ พลิกหน้าจอขึ้นเพื่อกดอ่าน
แสนย์: คุยในเฟซดีกว่าครับ เล่นบ่อยกว่า
ท้ายประโยคนั้นมีตัวอิโมจิหน้ายิ้มแถมมาอีกตัว เพลงพนัสอมยิ้มบาง บอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจ หรืออะไรกันแน่ รีบโทร. ไปหาทอรุ้ง เพื่อนสาวรับสายด้วยเสียงงัวเงีย
“แก คุณแสนย์ตอบมาอย่างนี้ แปลว่าอะไรวะ”
เล่าเื่ให้ฟังสั้น ๆ ทอรุ้งก็ตอบมาเรียบ ๆ “ก็แปลว่าเขาไม่ให้ไง”
“อ้าวเหรอ” เพลงพนัสทำปากยื่น “แต่เขายิ้มให้ฉันด้วยนะ ตัวหนึ่ง”
“ยิ้มปลอบใจแกมั้ง”
“อ้าวเหรอ” เสียงของเธอเบาหวิวจนคล้ายจะลอยหายไปในอากาศ
ทอรุ้งพูดน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น คงหายง่วงเสียแล้ว “แกไม่ต้องคิดมากลูกไม้ พิมพ์ตอบเขาไปเลยว่า ‘แหม คุณแสนย์เนี่ย การ์ดแข็งจังเลยนะคะ แต่ไม่เป็ไรค่ะ ลูกไม้รอด้ายยย’ ใส่ ย ั์ หลาย ๆ ตัวด้วย เขาจะได้รู้สึกว่าแกน่าสงสาร”
“โธ่ แล้วถ้าเขาตอบว่า ‘ไม่ต้องรอหรอกครับ’ อย่างนี้จะทำยังไง”
“ก็ดี แกจะได้ไม่ต้องรอไง”
“เฮ้ย...” หญิงสาวร้องเสียงหลง แต่ปลายสายกลับหัวเราะชอบใจเสียอย่างนั้น
“เอาน่า พิมพ์ไปตามนี้ก่อน จีบมันเื่ของเรา เอาไม่เอามันเื่ของเขา ท่องไว้”
ท้ายที่สุดเพลงพนัสก็ยอมพิมพ์ไปตามที่เพื่อนสาวเ้าแผนการแนะนำมา อย่างน้อยที่สุดการตอบทีเล่นทีจริงก็จะแสดงให้คุณแสนย์เห็นว่า คำปฏิเสธของเขาไม่ได้ทำร้ายให้ใครเสียใจ
ลูกไม้: แหม คุณแสนย์เนี่ย การ์ดแข็งจังเลยนะคะ แต่ไม่เป็ไรค่ะ ลูกไม้รอได้ 55
แล้วคนพิมพ์ก็ถอนใจเฮือก “คุณแสนย์จะรู้ไหมนะ ว่าในเลขห้ามีน้ำตาซ่อนอยู่ เฮ้อ...”
หญิงสาวปิดไฟหัวเตียง ดึงผ้าห่มนุ่มนิ่มขึ้นมาคลุมกาย พลิกตะแคงหันหลังให้เ้าโทรศัพท์ซึ่งวางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่าง ไม่ต้องหวังหรอกว่าเขาจะตอบในคืนนี้ คงจะเช้าโน่นเลย หรือไม่อาจจะแค่อ่านแต่ไม่ตอบก็ได้ ไม่ได้ถามอะไรเขาต่อนี่นะ
ทันใดนั้นเสียง ‘ปิ๊งป่อง’ อันคุ้นหูก็ดังขึ้น แม้จะแ่เบา แต่เธอก็แน่ใจว่าไม่ได้หูฝาด
ผ้าห่มถูกตลบปลิวไปด้านหนึ่ง แล้วร่างในชุดนอนกางเกงขายาวก็แทบกระโจนพรวดไปถึงโต๊ะเขียนหนังสือในพริบตาเดียว
แสนย์: ขอโทษด้วยครับที่การ์ดแข็ง 55
เพลงพนัสอมยิ้ม อ่านทวนประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก หญิงสาวไม่แน่ใจความหมายของมันนัก และเกรงใจทอรุ้งเกินกว่าจะโทร. ไปปลุกอีกครั้ง...มันหมายความว่าอะไรนะ แปลว่าตอนนี้เขายังปิดใจ แปลว่าอย่ารอเขาเลย หรือแปลว่าอย่ามายุ่งกับเขา อะไรแบบนั้นหรือเปล่า แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ยังดีใจอยู่ดีที่เขาตอบ ทั้งยังตอบเร็วเสียด้วย
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
เจอเ้าชายน้ำแข็งเข้าแล้ว ยัยลูกไม้เอ๋ยยย เขาพูดด้วยก็จริงแต่หยิ่งชิบ ก็ไม่เป็ไร ค่อย ๆ เต๊าะไปลูก 5555 เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งเซ็งคุณแสนย์น้าา คนแปลกหน้าทางออนไลน์นี่เนอะ ทำไงได้