เรียนจบแล้ว
หลังจากที่คีเฟอร์พาเพเนียสไปดูบ้านบนทางเหนือของดาวฟอร์พอร่าแล้วได้พักผ่อนนอนดูดาวอยู่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
เมื่อพวกเขาเดินทางกลับมายังดาวทอลูต่างก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปด้วยความตั้งใจ คีเฟอร์ก็ต้องบริหารงานและควบคุมการพัฒนางานของเขาอยู่ตลอดส่วนเพเนียสนอกจากเรียน ก็ยังมีงานไลฟ์สตรีม งานของบริษัท แล้วก็งานยิบย่อยอื่นๆอีกหลายอย่างเลย
ตอนนี้ชีวิตของเพเนียสถือได้ว่าแฮปปี้มากๆเขาไม่สนใจ รู้สึกเศร้า หรือหวาดกลัวแล้วเวลานึกถึงเหตุการณ์ที่ดาวร้างฟู้ดด้ามันเหมือนเหตุการณ์หนึ่งในชีวิตของเขาเท่านั้น ไม่ได้มีผลกระทบต่อความรู้สึกใดๆตัวเขาโฟกัสแค่ตัวเอง คนที่รัก เรื่องในปัจจุบันและอนาคตเท่านั้น ส่วนเรื่องอดีตก็ปล่อยให้มันเป็นแค่หนึ่งในประวัติของเขาไปก็แล้วกัน
การดำเนินชีวิตของเพเนียสล้วนเป็นไปด้วยความเรื่อยๆ มีความราบเรียบบ้าง ติดขัดบ้างเป็นบางครั้งหาเวลาพักบ้างเมื่อเหนื่อย มองหาแหล่งชาร์ตพลังบ้าง เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆโดยเป็นไปด้วยความพอใจและสนุกสนานของตัวเขาเองจนกระทั่งถึงอีกวันสำคัญใจชีวิตของเขาแล้ว นั่นก็คือ...
เขาเรียนจบแล้ว!!
วันนี้เป็นวันรับใบปริญญาบัตรแล้วก็ถ่ายรูปรวมกับเพื่อนๆนั่นเอง
“ยินดีด้วยนะลูก”
“ยินดีด้วยนะ”
“Congratulations!”
“ยินดีด้วยนะเพเนียส”วันนี้เป็นอีกวันที่แสดงถึงความสำเร็จอีกก้าวของเพเนียสแล้ว ไม่ว่าจะพ่อแม่ พี่ชายญาติๆ หรือเพื่อนฝูง คนรู้จักอีกหลายคน ล้วนมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่สิพวกเขารู้กำหนดการก็ต้องจัดตารางชีวิตให้ว่างมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ ลำบากแย่เลย”ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเขาบอกว่าไว้รอไปฉลองกันที่บ้านก็ได้แท้ๆ ไม่เห็นต้องลำบากเดินทางมาให้เหนื่อยเลย
“ได้ยังไงล่ะลูก ย่าก็ต้องมาอยู่แล้วสิ”
“วันสำคัญทั้งที่ จะไม่มาได้ยังไงล่ะ”เหล่าญาติๆ ล้วนเอ่ยออกมาไปในแนวทางเดียวกัน ทำเอาลูกหลานอีกหลายคนที่จบไปก่อนหน้าเริ่มแกล้งตีสีหน้ามึนแล้วแม้แต่ตอนเพวิสเรียนจบ ทุกคนยังไม่ได้มารวมตัวกันครบขนาดนั้นเลยนะอย่างมากก็ส่งของขวัญมาแล้วก็ไปนัดรวมตัวกันอีกทีหนึ่งตามวันฉลอง
ดูเหมือนว่า...เพเนียสจะเป็นบุคคลสำคัญของญาติๆ สินะ
“ยินดีด้วยนะน้องเพเนียส นี่จ๊ะของขวัญ”ไคล่าว่าก่อนจะมอบกล่องของขวัญขนาดย่อมมาให้
“ยินดีด้วยนะน้งองเพเนียส”วันนี้ครอบครัวของคีเฟอร์เองก็มากันครบทุกคน ทั้งแด๊ดบรู๊ค ป๊าคาร์เมล พี่ชายคนโตฮาเมลหญิงสาวหนึ่งเดียวของบ้านอย่างไคล่า น้องคนเล็กอย่างเออร์วินและที่ขาดไม่ได้เลยก็คือคีเฟอร์นั่นเอง
“ขอบคุณมากๆ ครับแด๊ดบรู๊ค ป๊าคาเมล พี่ฮาลพี่ไคล์ พี่วิน แล้วก็.. พี่คีฟด้วยนะครับ” เพเนียสที่สองมือถูกทับถมเต็มไปด้วยของขวัญเอ่ยขึ้นอย่างทุลักทุเลแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งรอยยิ้มประดับเต็มแก้มตลอดเวลา
“ส่งมาให้พี่ดีกว่ามา”แล้วก็ได้เพวิสนี่แหละ เป็นพนักงานช่วยถือของในวันนี้เพเนียสรับมาถ่ายรูปร่วมกับคนมอบ ก่อนที่เขาจะส่งต่อให้พี่ชายไปเก็บไว้ให้ก่อนเอาจริงๆ วันนี้แรงงานพี่น้องชายทุกคน ทั้งเพวิส กร กันต์ แซคแล้วก็ซึงจินล้วนได้ออกแรงกันทั้งนั้น ทำยังไงได้ล่ะ ก็เพเนียสมันคนดังแม้แต่เพื่อนๆ ร่วมคณะหรือร่วมมหาลัยที่จบพร้อมกับยังมอบของขวัญให้กับเขาเลย
นี่ยังไม่นับของขวัญจากแฟนคลับที่ส่งมาให้เขาอีกนะเนี่ยมีทั้งเป็นสิ่งของ แล้วก็การขึ้นป้ายยินดีในที่ต่างๆ อีกหลายจุดเลยเพเนียสว่าจะเดินทางไปถ่ายรูปกับป้ายที่แฟนคลับทำให้ให้ครบทุกที่เลยไม่รู้จะทำได้ไหม
“ขอบคุณครับ ขอบคุณนะครับ”เพเนียสเอ่ยขอบคุณก่อนจะค่อยๆ ย้ายของในอ้อมกอดของเขาให้ย้ายไปอยู่กับพี่ชายโดยไม่ให้มันตกหล่นเสียหาย
ไม่ว่าจะกล่องหรือถุงของขวัญหรือแม้แต่ดอกไม้ช่อโตๆ เมื่อมารวมอยู่ด้วยกันแล้ว ช่างสวยงามเอามากๆถึงแม้ว่าจะไม่ได้นัดแนะเฉดสีของมันมาก่อนก็ตาม
“ผมดีใจมากเลยครับที่ทุกคนตั้งใจมาในวันนี้น่ะ” ดวงตาที่มีน้ำตาคลออยู่ของเพเนียสยิ่งทำให้เขาดูน่าทะนุถนอมเข้าไปใหญ่เพราะไม่ใช่ว่าหน้าที่การงานทุกคนจะทิ้งมาได้ง่ายๆ โดยพร้อมกันแบบนี้ยิ่งงานของพวกเขาเป็นธุรกิจที่ช่วยกันทั้งครอบครัว แต่ทุกคนร่วมใจกันมาวันนี้เขาทั้งซึ้งใจ ดีใจ อบอุ่นหัวใจมากๆ
“ขี้แยนะเราน่ะ” คีเฟอร์ค่อยๆไล้นิ้วโป้งเพื่อเช็ดน้ำใสๆ รอบๆ ดวงตาให้เพเนียสอย่างเบามือ
โดยไม่ได้แคร์สายตาใครทั้งนั้นที่คนกำลังยืนมองพวกเขาที่เป็นจุดศูนย์กลางของกลุ่มอยู่ในตอนนี้
“อื้อ... ทำอะไรครับเนี่ย”เพียงแค่การสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ แต่เพราะมันอยู่ในที่สาธารณะ เพเนียสย่อมเกิดการเขินอายขึ้นง่ายๆอยู่แล้ว รีบหันมองรอบๆ ทันทีว่าพวกเขากำลังมองหาหรือเปล่า เห็นกันไหมนะ?
ยิ่งกับเพื่อนๆและลูกพี่ลูกน้องที่กำลังมองมา...
“โหววว หวานไม่เกรงใจกันเลยคร้าบบบบ”
“มีเช็ดน้ำตงน้ำตาให้กันด้วย”
“เพวิสเว้ยยย ดูน้องแกด้วย” เสียงใครบางคนร้องบอกขึ้นทำเอาเพวิสที่กำลังสนใจแต่จัดเก็บของขวัญให้น้องชายอย่างเป็นระเบียบอยู่รีบหันกลับมาเพ่งตามองทันทีแถมยังขึงตาใส่คีเฟอร์ที่ทำเกินเหตุด้วยอย่างไม่พอใจ
“ถอยมาเลยครับ สักเมตรหนึ่งก็ยังดี”เพวิสที่ไม่อยากยอมรับว่าน้องชายมีคนดูแลหัวใจแล้ว ตั้งแต่เริ่มแรก จนตอนนี้ผ่านกว่า5ปีแล้ว เขาก็ยังไม่อยากยอมรับอยู่ดี
ก็เหมือนเหล่ามัมหมีของน้องเออร์มินนั่นแหละในสายตาของเขาย่อมเห็นเพเนียสเป็นเพียงน้องชายตัวน้อย ที่พวกเขาต้องเลี้ยงดูปูเสื่อเท่านั้น
การที่มีคนอื่นเข้ามาช่วยเลี้ยงดูนั้นมันทำให้เขา...
อิจฉาเอ้ยยยย... เศร้าใจต่างหากล่ะ ที่น้องชายสนใจคนอื่นมากกว่า
“ตาไม่ต้องขวางขนาดนั้นก็ได้ไหมคุณเรื่องของคู่เขาน่า ไม่ต้องยุ่งมากก็ได้”ออสตินที่เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของบริษัทเพลงว่าขึ้นอย่างขบขันทันที ดีนะที่เจ้าตัวเก็บช่อดอกไม้ไว้แล้วไม่อย่างนั้นเขาว่ามีเละคามือแน่ๆ
“คุณนั่นแหละ ไม่ต้องมายุ่งเลย!” และก็เปลี่ยนจากตาขวางใส่แฟนน้องชาย หันมาจ้องตาเขียวใส่ออสตินทันที
“อ้าว... เข้าตัวเองเฉย”
“หึ” แถมยังเดินหนีเขาไปอีกอะไรของเขาเนี่ย?
“น้องเพเนียสครับ กระชังเลี้ยงกุ้งหมายเลขXXXของพี่ ยกให้น้องเป็นของขวัญนะ”ออสตินที่รักใคร่เอ็นดูเพเนียสไม่ต่างจากคนอื่นๆหลังจากที่คนอื่นมอบของขวัญไปจนเกือบหมดแล้วเขาเลยเดินเข้ามามอบสิ่งที่เขามีให้บ้าง แล้วเขาคิดว่าเพเนียสจะต้องชอบแน่ๆ
“โห ขอบคุณนะครับ กุ้งทุกตัวผมจะกินให้ดีเลย”หนึ่งกระชัง มีกุ้งเท่าไหร่กันนะ ในหัวของเพเนียสคิดแบบด่วนจี๋ แต่ก็นึกไม่ออกเพราะเขาไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน
“ฮ่าๆๆ ถ้าเรากินคนเดียวได้พุงกางพอดีแบ่งให้คนอื่นหรือจะเอาไปทำอะไรก็ได้” ออสตินขำออกมาทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น
“แล้วทำไมคุณต้องให้ของแปลกๆกับน้องผมด้วยเนี่ย”ดูเหมือนว่าถึงเขาจะรอให้คนอื่นเว้นระยะคุยกันไปแล้วค่อยเข้ามาหาเพเนียสก็ยังมีอีกคนตามรังครวญเขาไม่หยุดเลยนะ
“นี่คุณแม้แต่คีเฟอร์ที่เป็นแฟนของน้องยังไม่ทำหน้าหวงน้องเพเนียสกับผมเลยนะนี่จะให้ผมเข้าใกล้น้องไม่ได้เลย?” ออสตินโวยวายอย่างไม่จริงจังออกมาทันทีเมื่อเจอกับเพวิสที่เข้ามาขัดเขาอีกแล้วเขาเป็นถึงแฟนคลับยุคแรกเริ่มของน้องเชียวนะ รักและสนับสนุนน้องมาตลอดแม้แต่เจอเพวิสแอบกินของรางวัลแล้วก็ส่งของให้ไม่ครบเขายังไม่ว่าอะไรเลย
และเขาก็ไม่ได้ว่าจริงๆเพราะทุกวันนี้ก็ถูกเพวิสแอบกินของกินจากเพเนียสที่ฝากมาให้เข้าไปบางส่วนด้วยเพราะงั้นเขาเลยชอบที่จะไปเยือนถึงบ้านของเพเนียสยังไงล่ะ จะได้กินอาหารแบบเต็มๆแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเจอคนพี่มาแย่งเขากินอยู่ดี
แต่เอาจริงๆเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ออกจะสนุกและหรรษาดี
“งั้นเดี๋ยว งานเลี้ยงฉลองของผมวันมะรืนนี้ผมสั่งเอากุ้งจากกระชังที่พี่ออสตินให้มาทำอาหารเลยนะครับ” เพเนียสถามอย่างดีใจพร้อมๆ กับนึกเมนูต่างๆ ไปด้วย ว่าแต่ว่า...ที่บ้านของออสตินเลี้ยงกุ้งตั้งหลายสายพันธุ์ แล้วเอากุ้งอะไรให้เขาเนี่ย?
“ได้เลย เดี๋ยวพี่สั่งคนงานให้เลยนะเอาสักตันหนึ่งพอไหม?”
“เอ่อ ไม่ๆ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับเอาสัก 2-3ร้อยกิโลก็พอครับ” มาเป็นตันคงได้เลี้ยงคนทั้งเมืองน่ะสิ เพเนียสรีบห้ามไว้เสียก่อนเดี๋ยวงานฉลองของเขาได้กลายเป็นงานเปิดตัวกระชังกุ้งแน่ๆ