ธัญวลัยทำหน้ามู่ทู่ั้แ่เดินออกมาจากภัตตาคารบ่งบอกถึงความไม่พอใจในการตัดสินใจแบบคิดเองเออเองของน้ำหนึ่งบรรยากาศภายในรถจึงอึมครึมแบบผิดปกติ
น้ำหนึ่งเองก็รู้ดีว่าตนเองคงจะไปทำอะไรให้ไม่พอใจคงไม่พ้นเื่ที่รับปากว่าจะส่งธัญไปกินข้าวกับเหลว ถึงจะรู้ว่าธัญโกรธแต่เขาก็ไม่คิดที่จะพูดอะไรอยู่ดี
ทุกๆอย่างที่ทำไปและตัดสินใจก็เพื่อตัวของธัญทั้งนั้น
“พี่หนึ่งทำไมไปพูดแบบนั้นผมไม่ได้อยากไปกินข้าวกับยัยเกลวเลยนะ”
สุดท้ายธัญก็ทนความเงียบและความอึดอัดไม่ไหวจนต้องเป็ฝ่ายเอ่ยปากพูดออกมาก่อนถึงความขุ่นเคืองในใจของตัวเอง
”ก็ไม่เห็นเป็อะไรเลยนี่ถ้าคิดในแง่ธุรกิจเราก็ควรไปนะธัญอีกอย่างรู้จักกันมาั้แ่เด็กแล้วไม่ไปก็เสียมารยาทแย่สิ”หนึ่งตอบคำถามได้ทันทีโดยที่แทบจะไม่ต้องคิด
“แต่ผมไม่อยาก...”
“อย่าดื้อนักสิเราเชื่อพี่สิธัญ กับคุณเกลวเขาน่ะต้องผูกสัมพันธ์ไว้เยอะๆ มันดีต่ออนาคตเรานะ”หากพูดถึงเื่ธุรกิจมันก็เป็ไปอย่างที่หนึ่งพูดจริงๆ
“พี่อยากให้ผมสนิทกับเกลวเหรอ?”ธัญเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่ติดน้อยใจ
“อยากสิ”
แน่นอนว่าหนึ่งฟังออกจากน้ำเสียงแต่ก็ยังไม่คิดเปลี่ยนใจตัวเองไปง้อคนใจเล็กแต่ตัวใหญ่จะผ่านมากี่ปีๆธัญก็เป็แค่เด็กสำหรับเขาเสมอจริงๆ
“ผมไม่ชอบอะ”
“พูดดีๆ”
“...”
“พี่นั่นแหละสนิทกับเธอมากเกินรึเปล่า”
“ก็น้องเขาน่ารักมีมารยาท มีแต่เรานั่นแหละที่ไปทำนิสัยเสียใส่เขา”หนึ่งถอนหายใจธัญเริ่มนิสัยเอาแต่ใจอีกแล้ว ซึ่งมักจะเถียงข้างๆคูๆแบบนี้ทุกครั้งที่พูดถึงเกลว
เกลวเป็ลูกสาวคนโตของบริษัทคู่ค้าอย่างยาวนานของตระกูลกุลนนท์นี่เป็ครั้งแรกเช่นกันที่ทั้งสองตระกูลคิดจะเกี่ยวดองกันเพียงเพราะเห็นว่ารู้จักกันมานานเท่านั้นแม้จะนัดให้ไปเจอกันอยู่บ่อยครั้งแต่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็ดูจะไม่ได้เร่งรัดอะไรนัก
สำหรับธัญแล้วเกลวเป็ผู้หญิงรูปลักษณ์โฉมงาม ใครเห็นเป็ต้องเอ่ยปากอกว่าพวกเขาเหมาะสมกันแค่ไหนแต่ด้วยความที่เป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่ตอนเด็กๆจึงไม่แปลกอะไรนักที่ธัญจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ
“ผมแค่ไม่อยากให้พี่สนิทกับคนอื่นนอกจากผม”
“พี่ก็สนิทกับเราที่สุดนั่นแหละครับ”หนึ่งว่าพลางยิ้มออกมาเด็กดื้อที่นั่งอยู่ข้างๆสารภาพเื่ที่พาลออกมาเบาๆ โชคดีที่รถมันเงียบเลยได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
หนึ่งรู้ว่าธัญมักจะเป็แบบนี้อยู่เสมอหวงเขาและรักเขากว่าใครแต่ไม่คิดว่าจะหวงถึงขั้นไม่อยากให้สนิทกับเพื่อนสมัยเด็กของตัวเอง
เพียงแค่คำตอบสั้นๆก็ทำให้บรรยากาศภายในรถดูดีขึ้นมาราวกับว่าสิ่งที่ธัญ้าก็มีเพียงแค่สิ่งยืนยันว่าตนยังเป็ที่หนึ่ง
“ไปอาบน้ำ นอนแล้วพรุ่งนี้ห้ามตื่นสายนะ ส่วนเื่นัดทานข้าวพี่จะบอกอีกทีตอนเย็น เข้าใจไหม ?”
ทันทีที่ถึงบ้านน้ำหนึ่งก็ให้คำสั่งกับธัญอย่างเป็ปกติซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ายอมรับคำสั่งเป็อย่างดี
ก่อนที่หนึ่งจะออกไปจากห้องของธัญเพื่อกลับไปเคลียร์งานต่อที่ห้องของตัวเองยังไม่ทันจะได้ไปไหนแขนก็ถูกรั้งไว้โดยคนตัวสูงกว่าเมื่อหันกลับไปก็พบว่าใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
“... มีอะไรรึเปล่า?”ธัญไม่ได้พูดอะไรจึงเป็ฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อนเองหัวใจเ้ากรรมดันกระตุกแปลกๆจนเหมือนกำลังเต้นผิดจังหวะ
น่าจะเป็เพราะใมากกว่าที่อยู่ๆก็มารั้งเอาไว้แบบนี้
“คืนนี้อยากนอนกับพี่หนึ่ง”อีกฝ่ายบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนเล็กๆเหมือนอย่างที่เคยทำเป็ประจำสมัยเมื่อยังเด็กจนนึกถึงสมัยก่อนที่ทั้งคู่นอนด้วยกันทุกคืนจนกระทั่งธัญยอมย้ายออกมานอนคนเดียวเอง
“ครับ?”แม้จะนอนด้วยกันบ่อยๆเมื่อก่อนแต่ใช่ว่าตอนนี้จะเหมือนเดิม หนึ่งแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดโตๆกันแล้วไม่มีเหตุผลให้ผู้ชายสองคนนอนเบียดบนเตียงเดียวกันเสียหน่อย
“คืนนี้ธัญขอนอนกับพี่หนึ่งได้ไหมครับ?”
“ไม่ได้ครับ เอ้าไปอาบน้ำนอนไป อย่างอแง”น้ำหนึ่งตอบกลับทันทีพร้อมกับรอยยิ้มที่เ้าตัวมักจะยิ้มอยู่เสมอพูดจบก็แกะมือปลาหมึกออกแล้วหนีกลับห้องทันที
โดยที่ไม่สนใจเลยว่าคนที่โดนทิ้งอยู่ภายในห้องจะทำท่าทีแบบไหน
ธัญไม่ได้หงุดหงิดซะทีเดียวจริงๆก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าน้ำหนึ่งคงจะไม่ยอมนอนด้วยเหมือนอย่างเคย ใช่ว่าเขาจะเอ่ยปากขอแบบนี้บ่อยครั้งเพียงแต่บางอารมณ์ก็แค่อยากจะนอนมองหน้าของน้ำหนึ่งยามหลับก็เท่านั้น
วันนี้เขาค่อนข้างอยากใช้เวลาอยู่ร่วมกันกับน้ำหนึ่งเป็พิเศษอาจจะเป็เพราะความรู้สึกที่มากเป็พิเศษ เลยอยากอ้อนผู้เป็พี่มากเป็พิเศษเช่นกัน
แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้เปิดโอกาสนั้นให้
ธัญนึกเสียดายกับตัวเองแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตามคำสั่งที่ได้ให้ไว้คือการไปอาบน้ำแล้วก็เข้านอนเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ที่อาจจะทำให้ตัวเองได้หงุดหงิดไปอีกหลายวัน
ซึ่งในวันถัดมาก็เป็ไปอย่างที่คาดน้ำหนึ่งทำงานดีมากกว่าที่คิด เขาสามารถนัดเกลวมาทานข้าวได้อย่างราบรื่นและไม่ติดขัด
ตอนแรกธัญเองก็ตั้งใจว่าจะเบี้ยวหนีไม่ไปแต่กลับถูกดักรอที่มหาลัยยังไงๆก็เลยต้องไปอยู่ดีถึงแม้จะบ่นด้วยความไม่พอใจแค่ไหนก็ไม่ทำให้น้ำหนึ่งยอมเขาเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายคนโตกว่าก็ทำหน้าที่สารถีขับรถมาส่งถึงร้านอาหารในโรมแรมระดับห้าดาวที่จองได้ยาก
น้ำหนึ่งยอมเสียน้ำพักน้ำแรงของตัวเองไปเกือบทั้งคืนเพื่อให้ได้คิวของโรมแรมนี้ให้เร็วที่สุดเพราะงั้นต่อให้ธัญจะปริปากบ่นจนปากฉีกก็จะไม่ยอมให้เบี้ยวนัดกับคุณเกลวเด็ดขาด
“อย่ามัวแต่บ่นแล้วแต่งตัวดีๆ”น้ำหนึ่งว่าพร้อมกับส่งชุดสูทผ้าเนื้อดีที่ตนเองแขวนไว้ด้านหลังรถส่งให้กับคนที่นั่งอยู่ข้างคนขับ
“พี่ไปด้วยไม่ได้เหรอ?”อีกคนถึงจะยอมรับเสื้อสูทมาแต่ก็ยังคงเอ่ยปากต่อรองอยู่ดี
“ได้ที่ไหนล่ะเดี๋ยวจะนั่งรออยู่ห่างๆโอเคไหม?”
“ไม่โอเคอ่ะ”
“อย่าดื้อนักสิ”หนึ่งเริ่มส่งเสียงจิ๊จ๊ะด้วยความไม่พอใจที่อีกฝ่ายยังคนเถียงไม่หยุดซักที
“อยากให้พี่ไปนั่งด้วยกัน”
“สามคนเนี่ยนะ ?”
นอกจากจะเถียงไม่หยุดแล้วยังจะพูดขออะไรแปลกๆจากเขาอีกต่างหากธัญไม่ว่าจะตัวโตแค่ไหนยังไงก็ยังคนเป็เด็กอยู่วันยันค่ำ ติดเขาเหมือนกับตอนสมัยเด็กไม่มีผิด
“ก็ไม่เห็นจะผิดตรงไหน”
“ไม่ได้งั้นมันก็ไม่ใช่การเดทสิ ?”
“งั้นถ้าวันไหนกินข้าวแล้วมีแค่ผมกับพี่ก็เป็การเดทงั้นสิ?”ธัญเถียงทันครับทำท่ายังไงก็จะไม่ยอมอย่างเด็ดขาดแต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนที่จะไปนั่งทานข้าวกันสามคนอีกแล้ว
ตอนนี้เป็เพียงเื่ระหว่างธัญกับเกลวสองคน
“แบบนั้นมันไม่เหมือนกันซักหน่อย”ใบหน้าของน้ำหนึ่งเริ่มมู่เข้าหากันด้วยความเริ่มหงุดหงิดเล็กๆที่อีกฝ่ายเถียงคำไม่ตกฟากอีกคนนอกจากจะไม่ยอมเปลี่ยนเป็ชุดที่เตรียมมาให้ไม่พอยังจะเถียงปาวๆไม่ยอมหยุดอีก
ทั้งคู่เถียงกันอยู่แบบนั้นที่ลานจอดรถซักพักหนึ่งก่อนที่จะตกลวยอมกันได้ก็เล่นกินเวลานัดไปมากกว่าครึ่งชั่วโมงตอนนี้หนึ่งได้แต่หวังว่าเกลวจะไม่โกรธมมากนักที่ไปช้า
ธัญที่เถียงแทบตายสุดท้ายก็ยอมหนึ่งอยู่ดีถึงอารมณ์จะยังขุ่นเคืองอยู่บ้างและเต็มไปด้วยความไม่อยากทำก็ต้องฝืนใจตัวเองในการแบกร่างเดินเข้าไปในร้านอาหารหรูเพื่อเจอกับเพื่อนสมัยเด็กของตนเองที่ผู้ใหญ่หมายหมั้นไว้ให้เป็อย่างดี
“สวัสดีค่ะนานเชียวนะกว่าจะมาได้”อีกฝ่ายที่อยู่ในชุดเดรสสีอ่อนทั้งเสื้อผ้าและทรงผมรวมถึงการแต่งตัวของเธอส่งให้เสน่ห์ของเธอมากจนจะล้นออกมา
ชายหนุ่มรอบๆที่พากันเล็งเธอไว้ต่างพากันถอนใจอย่างนึกเสียดายที่เห็นเธอมีคู่หมายเรียบร้อยแล้ว
“พี่หนึ่งไม่มาด้วยเหรอคะ?”เกลวส่งยิ้มให้และยื่นใบเมนูให้แก่เด็กเสิร์ฟพร้อมกับสั่งอาหารและเครื่องดื่มสำหรับทั้งสองคนโดยที่ไม่ต้องถามฝ่ายชายเลยแม้แต่น้อย
แม้คำแรกที่พูดควรจะกล่าวถึงความเป็ไปของอีกคนแต่สำหรับเกลวแล้วเธอไม่จำเป็ต้องทำอะไรที่เป็ทางการขนาดนั้นโดยเฉพาะกับผู้ชายที่รู้จักกันมาั้แ่สมัยเด็กอย่างธัญวลัย
“ไม่รู้สิ”
“ไม่รู้หรือไม่อยากบอกมากกว่าคะ?”แม้ว่าเธอจะพูดจาลงท้ายด้วยคำสุภาพแลเรียบร้อยมากแค่ไหนแต่เนื้อหาข้างในมันกลับไม่ได้น่าฟังเลยแม้แต่นิดเดียว
เธอกวาดสายตามองไปรอบๆห้องอาหารก่อนจะไปสะดุดตากับคนคุ้นเคยที่โทรนัดเธอมาทานอาหารเมื่อคืนวานนี้
น้ำหนึ่งไม่เคยอยู่ไกลจากธัญเลยจริงๆ
“ไม่ได้เจอกันหลายเดือนเลยนะคะหวังว่าพี่หนึ่งจะสบายดี”เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มและจงใจพูดประชดประชันอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัดนั่นซึ่งทำให้ธัญออกอาการได้ไม่ยาก
เกลวรู้จักธัญดีเพราะเป็เพื่อนเล่นกันมาั้แ่ยังเด็ก คนอย่างธัญน่ะจะทำตัวดีเฉพาะต่อหน้าน้ำหนึ่งเท่านั้นแหละพอเป็เธอหรือคนอื่นๆก็จะปากร้ายอย่างกับละคน
เธอจึงเป็อีกหนึ่งคนที่คอยปะฝีปากกับธัญวลัยมาั้แ่เยาว์โดยมีน้ำหนึ่งเป็ฝ่ายห้ามทัพเรียกได้เลยว่าน้ำหนึ่งเป็คนที่คอยดูแลทั้งคู่มา
“ก่อนหน้านี้ก็สบายดีแต่ตอนนี้ไม่สบายแล้ว”ธัญพูดพร้อมทำท่าทางเบื่อหน่ายจนอีกฝ่ายหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
เพราะปากเสียใส่กันบ่อยเสียจนไม่จำเป็จะมานั่งคิดมากเื่คำพูดของอีกคนจะบอกว่าทั้งสองคนสนิทกันแบบแปลกๆก็ได้แต่ถึงอย่างนั้นผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็หวังว่าเขาจะเกี่ยวดองกันได้อยู่ดี
“อย่าเข้าใจผิดล่ะฉันทำเพราะพี่หนึ่งบอกให้ทำ”
“เื่นั้นน่ะรู้อยู่แล้วล่ะค่ะก็เป็มาั้แ่เด็กแล้วนี่คะ ?”
“หมายความว่าไง ?”
“แหม... ไม่รู้สิคะ ถ้าไม่ได้รู้จักกันมาั้แ่เด็กเกลวก็คงคิดว่าธัญชอบพี่หนึ่งแน่ๆ”เธอว่าด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและดูใสซื่อหากเป็คนอื่นคงคิดว่ารอยยิ้มของเธอนั้นสดใสที่สุดในโลกเป็แน่
คำว่าชอบที่เธอพูดถึงมันในความหมายไหนกันล่ะ?