เช้าวันรุ่งขึ้นหลี่ลั่วไปวิทยาลัยหนานเฟิงตามปกติก่อน
เมื่อเขาก้าวเข้าไปในลานฝึกของตึกสองเขาก็ััได้อย่างชัดเจนว่าบรรยากาศที่เคยคึกคักนั้นได้เงียบสงบลงสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความชื่นชมหลายสายได้จับจ้องมาที่เขา
เดิมทีความแข็งแกร่งของหลี่ลั่วในตึกสองก็ไม่ได้แย่อะไรอยู่แล้วมีเพียงจ้าวคั่วเท่านั้นที่เหนือกว่าเขาอยู่เล็กน้อยแต่บอกตามตรงว่านักศึกษาคนอื่นๆ มักจะมองเขาด้วยความเห็นใจมากกว่าส่วนความเคารพนับถืออะไรนั่นแทบไม่มีเลย
ในสายตาของพวกเขาต่อให้หลี่ลั่วจะมีความแข็งแกร่งไม่เลวในตอนนี้แต่อย่างไรเสียเขาก็เป็แค่คนไร้อัตลักษณ์ หมายความว่าศักยภาพของเขามีจำกัดเพียงแค่ให้เวลาพวกเขาอีกหน่อยสุดท้ายแล้วพวกเขาก็จะต้องแซงหน้าหลี่ลั่วได้อย่างแน่นอน
ทว่าเมื่อวานนี้อยู่ๆ หลี่ลั่วก็ได้เปิดเผยอัตลักษณ์ของตัวเองออกมาทั้งยังเอาชนะเป้ยคุนและพรรคพวกจากตึกหนึ่งได้ถึงสามคนรวดทำให้พวกเขารู้ตัวแล้วว่า ในที่สุดหลี่ลั่วก็เปลี่ยนไปแล้ว
ถึงแม้ว่าอัตลักษณ์ระดับห้าจะไม่ได้สูงส่งอะไรมากมายนักแต่มันก็เพียงพอแล้ว เมื่อรวมกับพร์ด้านวิชาอัตลักษณ์ของหลี่ลั่วต่อให้หลี่ลั่วในอนาคตไม่สามารถกลับไปยัง่ที่เจิดจรัสที่สุดได้อีกแต่ก็คงสามารถติดอันดับต้นๆ ของวิทยาลัยหนานเฟิงได้อย่างแน่นอน
ดังนั้นตอนนี้จึงไม่มีใครกล้ามองหลี่ลั่วด้วยสายตาเห็นใจอีกต่อไปแล้วถึงแม้ว่าพวกเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าอีกฝ่ายเป็ถึงคุณชายน้อยแห่งคฤหาสน์ลั่วหลานแล้วพวกเขามีสิทธิ์อะไรไปเห็นใจอีกฝ่ายกัน?
เมื่อเห็นหลี่ลั่วเดินผ่านก็มีนักศึกษาหลายคนทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม “พี่ลั่ว”
ทั้งยังมีเด็กสาวส่งเสียงหัวเราะคิกคักกล่าว“พี่ลั่ววันนี้ดูหล่อจังเลย”
กับเสียงทักทายเหล่านี้หลี่ลั่วก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็เดินกลับไปยังที่นั่งของตัวเองส่วนจ้าวคั่วที่อยู่ข้างๆ ก็จ้องมองเขาด้วยสายตาเป็ประกาย
“เ้าเป็ผู้ชายแท้ๆอย่ามองข้าแบบนี้ได้ไหม?” หลี่ลั่วขมวดคิ้ว
จ้าวคั่วหัวเราะฮึๆจากนั้นก็แสร้งทำท่าทางเศร้าสร้อยกล่าว“ดูท่าว่าตำแหน่งผู้แข็งแกร่งที่สุดในตึกสองของข้าคงต้องยกให้คนอื่นแล้วสินะ”
หลี่ลั่วกล่าวอย่างหงุดหงิด“ใครมันจะอยากได้กัน ตั้งเป้าหมายให้ไกลหน่อยเถอะ”
“ไกลงั้นหรือ? เช่นนั้นเ้าก็พยายามเข้าล่ะพวกเรารอวันที่เ้าสร้างชื่อเสียงให้กับเหล่าบุรุษแห่งวิทยาลัยหนานเฟิงอยู่นะเมื่อถึงตอนนั้น พวกเราจะร่วมกันส่งเสียงให้กำลังใจเ้าเอง” จ้าวคั่วกล่าว
“หมายความว่ายังไง?”
จ้าวคั่วกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์“เ้ารู้ไหมว่า วิทยาลัยอื่นๆในมณฑลเทียนสู่มักจะพูดกันว่าวิทยาลัยหนานเฟิงของพวกเรามันหญิงแกร่งแต่ชายอ่อนแอซึ่งพวกที่ปากดีที่สุดก็คือวิทยาลัยตงยวนพวกมันชอบใช้เื่นี้มาเยาะเย้ยพวกเราทุกครั้งเลย พวกมันบอกว่าวิทยาลัยหนานเฟิงมีแต่รุ่นพี่เจียงชิงเอ๋อร์กับหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ต้องพึ่งผู้หญิงอย่างเดียว”
ภายในมณฑลเทียนสู่นอกจากวิทยาลัยหนานเฟิงแล้วก็ยังมีวิทยาลัยอื่นๆ อยู่ด้วยเหมือนกันแต่ทั้งชื่อเสียงและความแข็งแกร่งนั้นล้วนด้อยกว่าวิทยาลัยหนานเฟิงทว่า่หลายปีมานี้ วิทยาลัยตงยวนกลับพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วมีทีท่าว่าจะท้าทายตำแหน่งวิทยาลัยอันดับหนึ่งของมณฑลเทียนสู่กับวิทยาลัยหนานเฟิงได้ด้วย
แต่หลี่ลั่วไม่ได้สนใจเื่นี้แม้แต่น้อยกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ปากก็อยู่บนตัวพวกมัน ปล่อยมันพูดไปเถอะยิ่งมันสนใจเื่นี้มากเท่าไรก็ยิ่งหมายความว่าเจียงชิงเอ๋อร์กับหลี่ว์ชิงเอ๋อร์กดดันพวกมันได้มากเท่านั้น”
จ้าวคั่วตบไหล่หลี่ลั่ว“ต่อให้ไม่สนใจพวกมัน แต่หากเ้ามีโอกาสละก็เ้าก็ต้องเอาชนะหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ให้ได้นะข้าเชื่อว่าเ้าต้องกลับไปอยู่บนจุดสูงสุดได้อีกครั้งแน่”
หลี่ลั่วเบะปากแสดงออกว่าไม่ได้สนใจเื่นี้แม้แต่น้อย
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นสวีซานเยว่ก็เดินเข้ามาในลานฝึก เห็นได้ชัดว่าเขากำลังอารมณ์ดีเป็อย่างมากแม้แต่ใบหน้าที่เคร่งขรึมอยู่เป็ประจำก็ยังมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น
“นักเรียนทุกคนวันนี้ทางตึกหนึ่งได้มอบใบไม้ทองคำให้กับพวกเราตึกสองสิบใบดังนั้นเริ่มั้แ่วันนี้เป็ต้นไปพวกเราก็จะมีใบไม้ทองคำสำหรับการบำเพ็ญเพิ่มขึ้นอีกสิบใบแล้ว”
เมื่อได้ยินสวีซานเยว่กล่าวเช่นนั้นก็มีเสียงเฮดังขึ้นอย่างตื่นเต้น เพราะการสอบใหญ่ใกล้เข้ามาทุกทีการบำเพ็ญด้วยใบไม้ทองคำอาจช่วยให้พวกเขาก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นได้
“ใบไม้ทองคำพวกนี้เป็สิ่งที่หลี่ลั่วใช้ความสามารถของตัวเองคนเดียวเอาชนะมาได้เมื่อวานนี้พวกเราควรจะขอบคุณเขา”
เมื่อเสียงของเขาจบลงภายในลานฝึกก็มีเสียงปรบมือดังเกรียวกราวมีนักศึกษาหญิงหน้าตาน่ารักกล่าวอย่างใจกล้าว่า “เพื่อเป็การแสดงความขอบคุณข้าจะทานข้าวเป็เพื่อนพี่ลั่วเอง”
ภายในลานฝึกพลันมีเสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมความอิจฉา
หลี่ลั่วได้แต่ยิ้มออกมาอย่างจนปัญญาแอบถอนหายใจกับเสน่ห์ที่ไม่รู้จะไปซ่อนไว้ที่ไหนของตัวเองจากนั้นก็เมินเฉยคำพูดหยอกเย้าของนักศึกษาหญิงคนนั้น
สวีซานเยว่ยกมือขึ้นปรามกดเสียงหัวเราะของเหล่านักศึกษาลง จากนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงเริ่มต้นบทเรียนของวันนี้ทันที
หลังจากคาบเรียนสามชั่วโมงสิ้นสุดลงหลี่ลั่วก็เดินไปหาสวีซานเยว่ ้าจะขอลาหยุดใน่บ่าย
“จะขอลาหยุดอีกแล้วหรือ?”
เมื่อได้ยินดังนั้นสวีซานเยว่ก็ลังเลไปครู่หนึ่ง หากเป็เมื่อก่อนเขาคงจะปฏิเสธด้วยสีหน้าเคร่งขรึมไปแล้วแต่ตอนนี้หลี่ลั่วเพิ่งจะสร้างชื่อเสียงให้กับเขา สุดท้ายเขาจึงกล่าวว่า “ได้แต่เ้าต้องระวังด้วย การสอบซ้อมใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ่ก่อนหน้านี้เ้าก็เสียเวลาไปพอสมควรแล้วด้วยต้องรีบตามให้ทัน ไม่อย่างนั้นหากเ้าสอบซ้อมไม่ผ่านละก็วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงก็คงจะหมดหวังแล้ว”
หลี่ลั่วรับปากด้วยรอยยิ้มโบกมือลาจากนั้นก็รีบออกจากวิทยาลัยไปทันที
ที่หน้าประตูวิทยาลัยมีรถม้าอันหรูหราจอดอยู่คันหนึ่ง มันดูราวกับบ้านเคลื่อนที่เลยทีเดียวเมื่อหลี่ลั่วขึ้นรถม้าไปก็พบกับไช่เวยที่กำลังนั่งดูสมุดบัญชีอยู่ข้างหน้าต่าง
ไช่เวยในวันนี้ถือพัดลูกไม้ทรงกลมอันงดงามเอาไว้ในมือค่อยๆ โบกไปมาเบาๆ ข้างๆ มีถ้วยชาอุ่นๆ วางอยู่หนึ่งถ้วยมีบรรยากาศที่ดูเอื่อยเฉื่อยเป็ผู้ใหญ่ เมื่อรวมกับรูปร่างที่สมส่วนงดงามนั่นแล้วก็ชวนให้รู้สึกหวั่นไหวจริงๆ
เห็นได้ชัดว่าไช่เวยเป็หญิงสาวที่ใช้ชีวิตอู้ฟู่อย่างมากเลยเหมือนกันรถม้าที่อยู่ตรงหน้านี้ทั้งหรูหราและสะดวกสบายยิ่งกว่ารถม้าของเจียงชิงเอ๋อร์เสียอีก
หลี่ลั่วรู้สึกได้ว่าภูมิหลังของไช่เวยคงไม่ธรรมดาเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงได้มาเป็ผู้จัดการของคฤหาสน์ลั่วหลาน
“ทานอะไรมาหรือยัง? ข้าเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้เ้าด้วย”ไช่เวยมองหลี่ลั่วแวบหนึ่ง นิ้วเรียวยาวของนางชี้ไปที่บนโต๊ะตรงนั้นมีอาหารเลิศรสมากมายวางอยู่เต็มโต๊ะ
“พี่ไช่เวยช่างเอาใจใส่จริงๆผู้ชายคนไหนได้พี่เป็ภรรยา ถือว่าชาติที่แล้วทำบุญมาดีจริงๆ” หลี่ลั่วกล่าวชื่นชมไช่เวยทั้งสามารถจัดการบัญชีได้ ทั้งเป็คนสวย แถมยังดูเป็ผู้ใหญ่อีกไม่ว่ามองจากมุมไหนก็ดูสมบูรณ์แบบไปหมด
ในบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยพบเจอมาหากพูดถึงรูปลักษณ์และบรรยากาศแล้ว เจียงชิงเอ๋อร์อันดับหนึ่งส่วนหลี่ว์ชิงเอ๋อร์กับไช่เวยนั้นถือว่าสูสีกัน ต่างก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว
“ปากหวานไม่เบาเลยนะ”
ไช่เวยยิ้มบางในขณะเดียวกันในระหว่างที่หลี่ลั่วกำลังทานอาหารอยู่ นางก็เริ่มแนะนำให้เขาฟังว่า“เพื่อที่จะหลอมสร้างน้ำยาแสงวิเศษทางคฤหาสน์ลั่วหลานเราก็ได้ก่อตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลเื่นี้โดยเฉพาะเหมือนกันชื่อว่า ‘เรือนซีหยาง’ ชื่อเสียงของเรือนซีหยางในตลาดน้ำยาแสงวิเศษของอาณาจักรต้าเซี่ยก็ถือว่ามีชื่ออยู่บ้างเช่นกัน”
“สำนักงานใหญ่ของเรือนซีหยางตั้งอยู่ในเมืองหลวงของอาณาจักรต้าเซี่ยและยังมีสาขาอีกสามแห่งในมณฑลอื่นๆ ของอาณาจักรต้าเซี่ยด้วยส่วนในนครหนานเฟิงของมณฑลเทียนสู่ก็มีอยู่แห่งหนึ่งพอดี”
“ทุกๆปี เรือนซีหยางจะสร้างรายได้ให้กับคฤหาสน์ลั่วหลานได้ไม่น้อยดังนั้นในคฤหาสน์ลั่วหลาน เผยฮ่าวจึงเพ่งเป้าไปที่มันเป็พิเศษเช่นกันพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อยึดครองมัน”
“ประธานของสาขามณฑลเทียนสู่เพิ่งจะลาออกไปด้วยเหตุผลส่วนตัวตำแหน่งประธานจึงว่างอยู่ เผยฮ่าวอาศัยจังหวะนี้ซื้อตัวรองประธานคนหนึ่งหวังจะแทรกแซงสาขานี้ แต่โชคดีที่ชิงเอ๋อร์ไหวตัวทันรีบส่งคนมาควบคุมสถานการณ์เอาไว้ ดังนั้นสถานการณ์ภายใน ‘เรือนซีหยาง’ สาขานี้จึงค่อนข้างวุ่นวายส่งผลกระทบต่อผลผลิตของเรือนซีหยางในปีนี้ไปด้วย”
“เผยฮ่าวไอ้สารเลวนั่นมันเดรัจฉานจริงๆ”
หลี่ลั่วอดสบถด่าในใจไม่ได้ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สนใจเื่พวกนี้มากนักแต่พอตอนนี้เขาจำเป็ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากกลับพบว่าทุกที่ล้วนถูกควบคุมไปหมดแล้วถึงได้รู้ว่าเผยฮ่าวไอ้หมาป่าตาขาวตัวนั้นสร้างปัญหาให้เขามากมายเพียงใด
มิฉะนั้นหากตอนนี้คฤหาสน์ลั่วหลานยังเป็หนึ่งเดียวกัน เงินทุนที่เขาสามารถใช้ได้คงไม่ใช่แค่สามแสนทองคำ์ต่อปีจากมณฑลเทียนสู่หรอก
ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดทำให้อาหารเลิศรสตรงหน้าพลันไม่อร่อยไปด้วยทันที
...
รถม้าวิ่งผ่านฝูงชนอันพลุกพล่านของนครหนานเฟิงไปสุดท้ายก็มาหยุดลง ณ สถานที่แห่งหนึ่งทางตอนเหนือของเมือง
หลี่ลั่วลงจากรถม้ามาพร้อมกับไช่เวยเขามองไปยังเบื้องหน้า พบเห็นอาคารขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้นด้านหน้าอาคารมีป้ายแขวนอยู่ ป้ายนั้นเขียนว่า ‘เรือนซีหยาง’
ด้านหน้าเรือนซีหยางมีการป้องกันอย่างแ่า
แต่เมื่อพวกเขาเห็นหลี่ลั่วกับไช่เวยก็รีบเปิดทางให้ทันที
ทั้งสองเดินเข้าไปได้โดยไร้อุปสรรคจากนั้นก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาต้อนรับ
หลี่ลั่วมองไปยังกลุ่มคนเ่าั้พบว่าพวกเขาดูเหมือนจะแบ่งออกเป็สองฝ่ายอย่างชัดเจนผู้นำทางฝั่งซ้ายเป็ชายวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มบนใบหน้าส่วนทางฝั่งขวากลับทำให้หลี่ลั่วตาเป็ประกายทันที
เป็หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวคนหนึ่งนางมีใบหน้าที่งดงาม ดั้งจมูกโด่งเป็สัน บนสันจมูกมีแว่นตากลมกรอบเงินสวมอยู่ผมยาวสลวยสยายลงมา มีบรรยากาศที่หยิ่งทระนงและเ็าแผ่ออกมาอย่างไม่ปิดบัง
ตอนนี้เองเสียงของไช่เวยก็ดังขึ้นเบาๆ
“คนที่อยู่ทางซ้ายชื่อจวงอี้เป็รองประธานคนที่เข้าร่วมกับเผยฮ่าวแล้ว”
“ส่วนสาวสวยทางขวาชื่อเหยียนหลิงชิงเป็นักศึกษาหัวกะทิจากสาขาเกลาอัตลักษณ์ของวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงนางเป็เพื่อนสนิทของชิงเอ๋อร์เช่นกัน ตอนนี้นางเป็นักเกลาอัตลักษณ์ระดับสี่นางก็คือกำลังเสริมที่ชิงเอ๋อร์ส่งมาช่วยนั่นเอง”
เมื่อหลี่ลั่วได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าใปรากฏขึ้นบนใบหน้าสายตาของเขามองไปที่หญิงสาวที่มีท่อนขาเรียวยาวสวมแว่นตากรอบเงินซึ่งดูเ็าและหยิ่งทระนงผู้นั้นอย่างอดไม่ได้
เขาไม่คิดเลยว่านางจะเป็ถึงคนที่มาจากวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงที่เขาใฝ่ฝันมานาน