การที่อยู่ๆกลุ่มของจวงอี้ก็บุกรุกเข้ามาอย่างก้าวร้าวเช่นนี้ได้ทำให้บรรยากาศของที่นี่ปั่นป่วนขึ้นมาทันทีสายตาหลายคู่ล้วนจับจ้องไปด้วยความใ
เหยียนหลิงชิงเองก็พบเห็นการมาเยือนของอีกฝ่ายเช่นกันจึงมีสีหน้าบึ้งตึงลงทันที แผดเสียงตะคอกอย่างเ็า “รองประธานจวงอี้คนของเ้าไฉนถึงได้ไร้มารยาทแบบนี้?”
จวงอี้ยิ้มกล่าว“รองประธานเหยียน ไม่ต้องโกรธ ข้ามาที่นี่ก็เพื่อเื่เดิมนั่นแหละนับั้แ่ที่เ้ามารับหน้าที่ดูแลห้องหลอมระดับหนึ่งอัตตราการผลิตของน้ำยาแสงวิเศษ่นี้ก็เริ่มลดลงทันทีแถมยังมีสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานถูกปล่อยออกมาไม่น้อยด้วย มันส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของพวกเราเรือนซีหยางอย่างมากเลยนะ”
เขามีท่าทางเป็กังวล
เหยียนหลิงชิงกล่าวเสียงเย็น“สาเหตุที่ผลผลิตลดลง เ้ารู้ดีอยู่แล้วมิใช่หรือ? หากไม่ใช่เพราะเ้าจงใจจำกัดวัตถุดิบแล้วมันจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร?”
จวงอี้ขมวดคิ้วกล่าว “รองประธานเหยียนเ้าใส่ร้ายข้าชัดๆ เดิมทีวัตถุดิบมันก็ขาดแคลนอยู่แล้วข้าจะไปเสกมันขึ้นมาให้เ้าได้อย่างไร?”
“ข้าว่านะถึงแม้ว่ารองประธานเหยียนจะมาจากวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงแต่สุดท้ายก็ยังอ่อนประสบการณ์บางทีความคิดของเ้าอาจจะไม่ตรงกับนักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งของเรือนซีหยางก็ได้หากให้เ้ามาชี้แนะพวกเขา เกรงว่าจะไปทำลายพวกเขาซะเปล่าๆ”
ภายในห้องหลอมระดับหนึ่งคนอื่นๆ ล้วนไม่กล้าพูดแทรกทุกคนต่างก็รู้ดีว่านี่เป็การต่อสู้กันระหว่างรองประธานทั้งสองคนพวกเขาไม่จำเป็ต้องเข้าไปแทรกแซงจนโดนลูกหลงตายไปด้วย
จวงอี้จ้องไปที่เหยียนหลิงชิงกล่าวว่า “รองประธานเหยียน พวกเราเป็ถึงนักเกลาอัตลักษณ์ทุกอย่างต้องวัดกันที่ผลงาน เ้าเองก็ดูแลห้องหลอมระดับหนึ่งมาระยะหนึ่งแล้วแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น นักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งที่เ้าสอนน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งที่พวกเขาหลอมออกมาพลังเกลาอัตลักษณ์สูงสุดก็เพิ่งจะไปถึงห้าส่วนเท่านั้นแต่ศิษย์ของข้าอย่างสืออวิ๋นสามารถหลอมน้ำยาเขียวครามที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์สูงถึงห้าจุดหกส่วนได้อย่างมั่นคงแล้ว”
“เ้าก็น่าจะรู้นะว่าน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งที่เรือนซีหยางเราผลิตออกมานั้นโดยเฉลี่ยแล้วพลังเกลาอัตลักษณ์จะอยู่ที่ประมาณห้าจุดสามเท่านั้น ดังนั้นหากรองประธานเหยียนหวังดีกับเรือนซีหยางจริงๆข้าขอแนะนำให้เ้าส่งมอบห้องหลอมระดับหนึ่ง มิฉะนั้น หากปล่อยไว้นานวันเข้าเกรงว่าน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งที่เรือนซีหยางเราผลิตออกมานั้นคงจะขายไม่ออกในมณฑลเทียนสู่แล้ว”
หลังจากที่จวงอี้พูดจบเขาก็หันไปมองผู้าุโคนอื่นๆ ของเรือนซีหยางที่ตามเขามา กล่าวว่า“ทุกท่านคิดว่าสิ่งที่ข้าพูดมานั้นมีเหตุผลหรือไม่?”
เหล่าผู้าุโต่างครุ่นคิดถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่อยากเข้าไปแทรกแซงการต่อสู้ของคนทั้งสองแต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่จวงอี้พูดมานั้นมีเหตุผลอย่างมากในเรือนซีหยางแห่งนี้ทุกอย่างต้องวัดกันที่ผลงาน
การที่ศิษย์ของจวงอี้สามารถหลอมน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์อยู่ที่ห้าจุดหกส่วนได้อย่างมั่นคงนั่นก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้แล้วว่าเขานั้นยอดเยี่ยมเพียงใด
ดังนั้นจึงมีผู้าุโคนหนึ่งกล่าวอย่างลังเลว่า“รองประธานเหยียนมอบห้องหลอมระดับหนึ่งให้สืออวิ๋นไปดูแลดีกว่าไหมเช่นนั้นเ้าก็จะสามารถทุ่มเทให้กับการดูแลห้องหลอมระดับสองได้อย่างเต็มที่แล้วอย่างไรเสีย ที่นั่นก็เป็สินค้าหลักของเรือนซีหยางเราเช่นกัน”
เหยียนหลิงชิงนิ่งเฉยหากนางยอมถอยในตอนนี้ ก็เท่ากับว่านางพ่ายแพ้ให้กับการต่อสู้กับจวงอี้แล้วซึ่งมันจะเป็การสร้างมาตรฐานอย่างหนึ่งขึ้นมา ทำให้นางตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบในทุกๆก้าวหลังจากนี้ไป
แต่หากนางยังคงยืนกรานไม่ยอมปล่อยมือเช่นนั้นจวงอี้ก็จะหาเหตุผลอื่นมาบีบนางอีกอีกทั้งยังมีเหตุผลที่สมเหตุสมผลขนาดนี้อยู่แล้ว หากยังคงฝืนยื้อต่อไปมันก็จะส่งผลกระทบต่อตัวนางด้วยเหมือนกัน
ดังนั้นนางในตอนนี้จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่จะถอยก็ไม่ได้จะไปต่อก็ไม่ถึงเช่นกัน
เมื่อจวงอี้เห็นแววตาของเหยียนหลิงชิงที่กำลังลังเลอยู่นั้นมุมปากของเขาก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้อัจฉริยะจากวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงแล้วอย่างไร? สุดท้ายก็ยังอ่อนหัดอยู่ดี!
วิ้ง!
ในตอนที่เหยียนหลิงชิงกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆภายในห้องหลอมระดับหนึ่งที่บรรยากาศตึงเครียดจนราวกับจะแข็งค้างไปแล้ว อยู่ๆก็มีประกายแสงสีน้ำเงินสายหนึ่งปะทุออกมาอย่างฉับพลัน
เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึง จากนั้นก็มองตามแสงนั้นไปซึ่งก็เห็นว่าตรงหน้าแท่นหลอมตัวหนึ่งที่อยู่ด้านหลังนั้นหลี่ลั่วที่กำลังถือขวดแก้วบรรจุของเหลวสีเขียวครามเอาไว้เผยสีหน้ายินดีอย่างมากออกมา
น้ำยาแสงวิเศษขวดแรกในชีวิตของเขาได้ถูกหลอมขึ้นมาสำเร็จแล้วในสถานการณ์เช่นนี้!
หลังจากหลอม“น้ำยาเขียวคราม” ขวดนี้ออกมาได้แล้วหลี่ลั่วก็หยิบเข็มทดสอบที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาจุ่มลงไปในขวดทันที
จากนั้นเขาก็เห็นว่าเข็มนั้นเริ่มเคลื่อนที่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักเข็มก็หยุดลงที่ตำแหน่งหกส่วน
ว้าว!
เหล่านักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็เห็นภาพเหตุการณ์นี้อย่างชัดเจนจากนั้นพวกเขาก็ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความใอย่างอดไม่ได้
เงาร่างหลายร่างพุ่งตรงเข้ามาทันทีกล่าวด้วยน้ำเสียงใว่า “พลังเกลาอัตลักษณ์หกส่วน?!! น้ำยาเขียวครามที่คุณชายน้อยหลอมออกมานั้นมีพลังเกลาอัตลักษณ์ถึงหกส่วนเลยหรือ?!!”
“เป็ไปได้ยังไง?!!”
ภายในห้องหลอมระดับหนึ่งทุกคนที่ได้ยินเสียงอุทานต่างก็แสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมาจากนั้นก็ไม่สนใจการต่อสู้ของเหยียนหลิงชิงกับจวงอี้อีกเลยต่างก็กรูกันไปยังจุดที่หลี่ลั่วอยู่ราวกับฝูงผึ้ง
เมื่อพวกเขาเห็นตัวเลขบนเข็มทดสอบแล้วต่างก็เงียบเสียงลงทันที สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงหันไปมองหลี่ลั่วที่กำลังยิ้มมุมปากอย่างอดไม่ได้
พวกเขารู้ดีว่าหลี่ลั่วเพิ่งจะเริ่มเรียนรู้วิชาเกลาอัตลักษณ์ได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ด้วยซ้ำแต่ใน่เวลาสั้นๆ เช่นนี้เขามิเพียงแต่สามารถหลอมน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งออกมาได้สำเร็จแล้วแต่สิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกเหลือเชื่อมากที่สุดก็คือ พลังเกลาอัตลักษณ์ของน้ำยาแสงวิเศษขวดนี้มันสูงมาก!
นี่มันพร์ระดับไหนกัน?
“หลีกไป”
เสียงของเหยียนหลิงชิงดังขึ้นจากด้านนอกฝูงชนทุกคนต่างรีบแยกออกจากกันทันที จากนั้นก็เห็นว่านางก้าวขายาวๆตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วดวงตางามคู่นั้นจ้องมองไปที่น้ำยาเขียวครามในมือหลี่ลั่วอย่างไม่ละสายตา
“ให้ข้าดูหน่อย”นางกล่าวกับหลี่ลั่ว
หลี่ลั่วยื่นขวดน้ำยาเขียวครามให้นางอย่างว่าง่ายเหยียนหลิงชิงรับมันมาและเทน้ำยาเขียวครามออกมาหนึ่งหยดอย่างรวดเร็วหลังจากลองััดูคร่าวๆ บนใบหน้าที่งดงามก็เผยความใออกมาเล็กน้อย“เป็น้ำยาเขียวครามที่บริสุทธิ์มากจริงๆ พลังเกลาอัตลักษณ์ถึงหกส่วนจริงๆ ด้วย”
นางจ้องมองหลี่ลั่วด้วยดวงตาเป็ประกายก่อนหน้านี้นางมองไม่ออกเลยจริงๆว่าหลี่ลั่วจะมีพร์ในด้านวิชาเกลาอัตลักษณ์มากขนาดนี้ด้วย?
นี่มันเพิ่งจะเป็ครั้งแรกของเขาไม่ใช่หรือไง?
นางจำได้ว่าตอนที่นางเพิ่งจะกลายเป็นักเกลาอัตลักษณ์ระดับหนึ่งใหม่ๆนั้น ผลงานที่หลอมออกมาได้ก็แค่ประมาณห้าจุดเจ็ดหรือห้าจุดแปดเท่านั้นซึ่งก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
อยู่ๆเหยียนหลิงชิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้บนใบหน้าที่งดงามและเ็าของนางพลันมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นนางถือขวดน้ำยาเขียวครามขวดนั้นเอาไว้หันหลังกลับไปมองจวงอี้ที่ยืนทำหน้าตกตะลึงอยู่ด้านหลัง “รองประธานจวงดูท่าแล้วห้องหลอมระดับหนึ่งนี้ ข้าคงจะยังไม่ต้องมอบให้ใครแล้วละ”
จวงอี้จ้องมองไปที่ขวดน้ำยาแสงวิเศษขวดนั้นด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักก่อนหน้านี้เขาก็ได้ยินเสียงอุทานเ่าั้แล้วเหมือนกันหลี่ลั่วหลอมน้ำยาเขียวครามที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์สูงถึงหกส่วนออกมาได้อย่างนั้นหรือ?
ต้องรู้ก่อนว่าต่อให้เป็ตัวเขาหรือเหยียนหลิงชิงที่เป็ถึงนักเกลาอัตลักษณ์ระดับสี่ลงมือทำเองน้ำยาเขียวครามระดับหนึ่งที่หลอมออกมาได้อย่างมากก็มีพลังเกลาอัตลักษณ์อยู่ที่หกจุดห้าเท่าเท่านั้นแต่ในความทรงจำของจวงอี้ เขาไม่ได้ลงมือหลอมน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งด้วยมือตัวเองมานานหลายปีแล้วเพราะการหลอมเช่นนี้สำหรับเขามันเป็การเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ มูลค่าต่ำเกินไปเพราะอย่างไรเสียน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งหนึ่งขวดก็ราคาแค่ไม่กี่สิบทองคำ์เท่านั้น
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ยินว่ามีคนหลอมน้ำยาแสงวิเศษได้ถึงหกส่วนในการหลอมครั้งแรกลูกศิษย์ของเขาสืออวิ๋นฝึกฝนการหลอมน้ำยาเขียวครามมาเป็ปีกว่าจะฝืนทำได้ถึงห้าจุดหกส่วน
เมื่อเทียบกับหลี่ลั่วแล้วมันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
จวงอี้มุมปากกระตุกเล็กน้อยกล่าวอย่างฝืนๆ ว่า “รองประธานเหยียน นี่เ้าแอบเล่นตุกติกอะไรหรือเปล่า? คุณชายน้อยเพิ่งจะได้ัักับวิชาเกลาอัตลักษณ์ไม่ถึงครึ่งเดือนเลยด้วยซ้ำ”
เหยียนหลิงชิงเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างเ็าแล้วกล่าวว่า“ก่อนหน้านี้ตอนที่คุณชายน้อยเกลาอัตลักษณ์ ทุกคนก็เห็นกันอยู่ทนโท่ข้ออ้างเช่นนี้ของเ้ามันดูจะไร้น้ำหนักเกินไปหน่อยหรือว่าคุณชายน้อยยังต้องแสดงอีกครั้งเพื่อเ้าโดยเฉพาะด้วย?”
คนรอบข้างหลายคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยพวกเขาเห็นกับตาตัวเองจริงๆ ว่าน้ำยาแสงวิเศษขวดนี้ถูกหลอมขึ้นมาได้อย่างไร
สีหน้าของจวงอี้ยิ่งแข็งเกร็งมากขึ้นสุดท้ายเขาก็หัวเราะแห้งๆ กล่าวว่า “ไม่กล้าไม่กล้า”
ถึงแม้ว่าในใจเขาจะไม่ได้เห็นหัวหลี่ลั่วมากเท่าใดนักแต่อย่างไรเสียหลี่ลั่วก็เป็ถึงคุณชายน้อย ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้เขาเองก็ไม่กล้าแสดงท่าทีดูถูกดูแคลนอะไรออกมา
“รองประธานจวงหากผู้ใดสามารถหลอมน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์สูงกว่าได้ก็จะได้เป็คนดูแลห้องหลอมระดับหนึ่งเช่นนั้นข้าเองก็สามารถเป็ได้เหมือนกันใช่ไหม?” หลี่ลั่วลงดาบซ้ำเติมด้วยรอยยิ้มไปอีกดาบ
จวงอี้ยิ้มกล่าวว่า“เช่นนั้นก็คงต้องให้รองประธานเหยียนเป็คนตัดสินแล้วละ”
จวงอี้เองก็รู้ดีว่าแผนการในวันนี้ของเขาล้มเหลวโดยสิ้นเชิงแล้วดังนั้นเขาจึงได้แต่พูดตามน้ำอีกสองสามประโยคอย่างกระอักกระอ่วนก่อนจะหันหลังจากไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง
ภายในห้องหลอมระดับหนึ่งบรรยากาศผ่อนคลายลงทันที จากนั้นก็มีเสียงแสดงความยินดีดังขึ้นสายตาที่ทุกคนมองหลี่ลั่วต่างก็เต็มไปด้วยความอิจฉาและชื่นชม
หลี่ลั่วยิ้มรับคำแสดงความยินดีเ่าั้จากนั้นเหยียนหลิงชิงก็ไล่ให้ทุกคนไปฝึกฝนต่อก่อนจะหันมาจ้องมองหลี่ลั่วด้วยดวงตาเป็ประกาย“ไม่คิดเลยว่าครั้งแรกของเ้าจะสามารถหลอมน้ำยาแสงวิเศษที่มีพลังเกลาอัตลักษณ์ระดับนี้ได้แล้วดูท่าทางเ้าจะมีพร์ในด้านนักเกลาอัตลักษณ์มากทีเดียว”
ที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงเหยียนหลิงชิงเคยพบเจออัจฉริยะด้านการเกลาอัตลักษณ์มานับไม่ถ้วนแน่นอนว่ามีไม่น้อยที่สามารถทำได้ถึงระดับนี้ในการหลอมครั้งแรกแต่นางไม่คิดเลยว่าอัตลักษณ์น้ำระดับห้าของหลี่ลั่วจะสามารถทำถึงขั้นนี้ได้มันหมายความว่าอะไร? หมายความว่าหลี่ลั่วน่าจะมีประสาทััที่ไวเป็พิเศษในด้านการผสานวัตถุดิบต่างๆซึ่งมันถือเป็พร์พิเศษอย่างหนึ่ง พร์แบบนี้เหยียนหลิงชิงเคยพบเห็นที่สาขาเกลาอัตลักษณ์ของวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงมาก่อน
“อาจจะเป็เพราะโชคดีก็ได้”หลี่ลั่วกล่าวอย่างถ่อมตัว หากเขารู้ว่าเหยียนหลิงชิงกำลังคิดอะไรอยู่เขาคงจะต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างแน่นอนเพราะเขาไม่ได้มีพร์อะไรแบบนั้นเลยการที่เขาสามารถหลอมได้ถึงหกส่วนในการหลอมครั้งแรก อันที่จริงแล้วเป็เพราะเขาพึ่งพาคุณสมบัติในการเกลาอัตลักษณ์อันโดดเด่นของ“อัตลักษณ์น้ำแสง” ต่างหาก เพราะเขาพบว่า ถึงแม้ว่าเขาจะคอยประเมินอยู่ตลอดเวลาแต่เมื่อผลลัพธ์ออกมาเขาก็ยังคงประเมินคุณสมบัติในการเกลาอัตลักษณ์ของอัตลักษณ์น้ำกับอัตลักษณ์แสงที่หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แล้วต่ำเกินไปอยู่ดี
เหยียนหลิงชิงไม่สนใจคำพูดถ่อมตัวของเขากล่าวว่า “ครั้งนี้ได้เ้าช่วยไว้จริงๆ แต่ข้าเองก็คร้านจะพูดขอบคุณแล้วเพราะอย่างไรเสีย เรือนซีหยางถือว่ากำลังหาเงินให้กับเ้าอยู่แล้ว”
กล่าวจบนางก็หยุดไปครู่หนึ่งบนใบหน้าที่งดงามและเ็าของนางพลันมีรอยยิ้มผลิบานออกมา
“แต่ตอนนี้ข้าอารมณ์ดีดังนั้นเดี๋ยวข้าเลี้ยงข้าวเ้าก็แล้วกัน”
เดิมทีหลี่ลั่วอยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาอยากรีบกลับบ้านไปฝึกฝนวิชาอัตลักษณ์มากกว่าแต่เมื่อนึกถึงท่าทีที่เข้มงวดของเหยียนหลิงชิงในเวลาปกติสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดจึงทำให้เขาแสดงสีหน้าดีใจออกมาในที่สุด
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะตั้งตารอคอยนะ”