ความเงียบปกคลุมหลังจากวีรัชพูดจบ
ธันวา แพรไหม และกรณ์ยืนนิ่งงัน ‘หนึ่งในพวกเราไม่ใช่มนุษย์?’ คำพูดของวีรัชยังคงดังก้องอยู่ในหัวของพวกเขา
“…โกหก” กรณ์กระซิบเสียงสั่น “มันเป็ไปไม่ได้”
วีรัชไม่ตอบ แต่รอยยิ้มเศร้า ๆ ของเขาทำให้ทุกอย่างยิ่งดูน่ากลัวขึ้น
“จำไม่ได้เลยสินะ” วีรัชพูดเสียงเบา “ความทรงจำของพวกเธอถูกลบไปแล้ว”
แพรไหมขมวดคิ้ว “หมายความว่าไง?”
วีรัชกวาดตามองพวกเขาทีละคน ก่อนจะถอนหายใจ “ฉันจะให้โอกาสพวกเธอ… ลองนึกดูให้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่พวกเธอจะเข้ามาในโรงเรียนนี้”
ทุกคนเงียบ
“…เราเข้าเรียนวันแรก” ธันวาพูดช้า ๆ
“ไม่ใช่” วีรัชส่ายหน้า “พวกเธอแน่ใจเหรอว่านี่เป็วันแรก?”
ธันวารู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น ความทรงจำของเขามัน…ไม่ชัดเจนเลย
เขาพยายามนึกถึงเมื่อเช้า พวกเขาเดินเข้ามาในโรงเรียน…พวกเขาได้รับตารางเรียน…พวกเขาถูกส่งมายังอาคาร 6…
แล้วก่อนหน้านั้นล่ะ? เมื่อวานเขาทำอะไร?
“…ฉันจำไม่ได้” ธันวาพึมพำออกมา
กรณ์และแพรไหมหันมามองเขาด้วยสีหน้าใ พวกเขาเองก็พยายามนึก…แต่ไม่มีใครจำได้เลยว่า เมื่อวานพวกเขาอยู่ที่ไหน ทำอะไร หรือแม้แต่กลับบ้านหรือเปล่า
“…เราเคยออกจากโรงเรียนนี้จริง ๆ ไหม?” แพรไหมถามเสียงเบา
ความเงียบที่ตามมาหนักอึ้งเหมือนมีอะไรมากดทับ
“…หมายความว่าไง?” กรณ์ถามอย่างตื่นตระหนก
วีรัชมองพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า “…หนึ่งในพวกเธอไม่เคยออกไปจากที่นี่จริง ๆ”
ธันวารู้สึกเหมือนร่างกายของเขาเย็นเฉียบ เขาหันไปมองแพรไหมและกรณ์… ใครบางคนในนี้…อาจไม่ใช่คน?
ทันใดนั้น ไฟในทางเดินกะพริบแรง ก่อนจะดับลงทั้งหมด
เสียงกริ่งดังขึ้นก้องไปทั่วอาคาร
วีรัชเงยหน้าขึ้น และพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
“มันรู้แล้ว”
“…อะไร?” ธันวาถาม
วีรัชหันมามองพวกเขา “สิ่งที่ควบคุมโรงเรียนนี้…มันรู้แล้วว่าพวกเธอเริ่มจำบางอย่างได้”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากปลายทางเดิน…หนักแน่น และค่อย ๆ เข้าใกล้พวกเขาทีละก้าว
“…วิ่ง” วีรัชกระซิบ
แต่ก่อนที่พวกเขาจะขยับ—
เสียงหนึ่งดังขึ้นในความมืด
“…กลับมาแล้วเหรอ?”
เสียงนั้นดังมาจากปลายทางเดิน เสียงของใครบางคนที่ฟังดู…คุ้นเคย แต่แฝงไปด้วยบางอย่างที่ไม่เป็มิตร
วีรัชหันไปมองด้วยสีหน้าตึงเครียด “อย่าขยับ”
กรณ์แทบกลั้นหายใจ ธันวาเองก็รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเย็นลงจนเขาแทบััได้ถึงไอเย็นที่ลอยอยู่ในอากาศ แพรไหมขยุ้มแขนเสื้อของเขาแน่น ดวงตาของเธอสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ดังใกล้เข้ามา ราวกับมีบางอย่างกำลังเดินตรงมาหาพวกเขาช้า ๆ
‘ตึก…ตึก…ตึก…’
“…ใคร?” ธันวาถามออกไป ทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาจากอก
เงาร่างหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในความมืด มันเป็ร่างของ เด็กนักเรียนคนหนึ่ง
แต่ที่แปลกคือ… เขาหน้าตาเหมือนธันวา
“…นี่มัน…” กรณ์พูดเสียงสั่น “เป็ไปไม่ได้”
ร่างของเด็กนักเรียนที่เหมือนกับธันวายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของมันไร้อารมณ์ และดวงตาของมันว่างเปล่าเหมือนกับตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิต
“…ธันวา” แพรไหมกระซิบ “นายเห็นใช่ไหม?”
“…ฉันเห็น” ธันวาตอบช้า ๆ เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่เขากำลังมองอยู่ตอนนี้…มันไม่ใช่เงาสะท้อน ไม่ใช่ภาพลวงตา แต่มัน มีตัวตนอยู่จริง ๆ
“…นายคือใคร?” ธันวาถามเสียงสั่น
ร่างนั้นไม่ตอบ แต่มันยกมือขึ้น และชี้ตรงมาที่เขา
“…ฉันคือเธอ”
ธันวารู้สึกเหมือนร่างกายถูกแช่แข็ง หัวของเขาหมุนคว้าง เหมือนความจริงบางอย่างกำลังจะเปิดเผยออกมา… เขาอาจจะไม่ใช่คนที่เขาคิดว่าตัวเองเป็
เสียงของวีรัชดังขึ้น “พวกเธอต้องออกไปจากที่นี่! ตอนนี้เลย!”
ร่างของธันวาอีกคนเริ่มเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ ทุกครั้งที่มันก้าวเดิน เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ ก็เริ่มดังขึ้นจากรอบตัวพวกเขา
‘ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…’
เสียงหัวเราะเ่าั้ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันเป็เสียงที่ดังขึ้นมาจากเงามืดที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วทางเดิน
“ไปทางบันได!” วีรัชสั่งเสียงดัง
กรณ์คว้ามือแพรไหมก่อนจะออกตัววิ่ง ธันวายังยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาของเขาจ้องมองร่างของตัวเองที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้
“…ฉันคือเธอ”
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันฟังดูเหมือนเสียงของเขาเอง ราวกับมีใครบางคนกำลังกระซิบอยู่ในหัวของเขา
ธันวาอยากขยับ…แต่ร่างกายของเขากลับไม่ตอบสนอง
เงามืดกำลังจะกลืนกินทุกอย่าง
วีรัชพุ่งเข้ามากระชากตัวเขา “อย่ามองมัน! วิ่ง!”
ธันวาหลุดจากภวังค์และเริ่มออกตัววิ่งพร้อมกับทุกคน ขณะที่เสียงกริ่งยังคงดังต่อไป และเสียงหัวเราะของสิ่งที่มองไม่เห็นก็ดังก้องไปทั่วทั้งอาคารเรียน…
เสียงหัวเราะของสิ่งที่มองไม่เห็นยังคงดังสะท้อนในโถงทางเดิน ขณะที่ธันวา กรณ์ และแพรไหมพยายามวิ่งหนีโดยมีวีรัชนำทาง
เสียงกริ่งยังดังต่อเนื่องราวกับเป็สัญญาณเตือนบางอย่าง มันไม่ได้เป็เพียงแค่เสียงกริ่งธรรมดา แต่มันเหมือนกับเสียงที่กดดันเข้าไปในสมองของพวกเขา
‘ตึก…ตึก…ตึก…’
เสียงฝีเท้าที่ดังตามหลังมาเริ่มเร็วขึ้น
กรณ์หันไปมองข้างหลังชั่วพริบตาเดียว และสิ่งที่เขาเห็นทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
"ธันวา" อีกคนกำลังไล่ตามพวกเขาอยู่!
มันไม่ใช่เงาหรือภาพลวงตา แต่เป็ร่างของธันวาที่ดูบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย สีผิวของมันซีดขาว รอยยิ้มของมันยกขึ้นสูงอย่างผิดธรรมชาติ และดวงตาของมัน… ว่างเปล่าเหมือนคนที่ไม่มีจิติญญา
“มันยังตามมาอยู่!” กรณ์ะโสุดเสียง
ธันวาเองก็หันไปมอง และสิ่งที่เขาเห็นทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจ
“…ฉัน?”
ร่างนั้นวิ่งด้วยความเร็วผิดมนุษย์ ก้าวเท้าของมันไม่เหมือนมนุษย์ปกติ แต่มันลอยเลื่อนมาตามพื้นเหมือนภาพที่กระตุกเป็่ ๆ
วีรัชกัดฟันแน่น “อย่าหยุด! รีบไปที่ห้อง 101!”
“ห้อง 101!?” แพรไหมหันไปถาม “ที่นั่นมีอะไร?”
“มันเป็ที่เดียวที่ปลอดภัย!” วีรัชะโกลับมา
พวกเขาวิ่งสุดชีวิต พื้นที่ทางเดินเริ่มบิดเบี้ยวราวกับกำลังเปลี่ยนรูปร่าง ผนังบางส่วนมีเงาดำกำลังคืบคลานออกมาอย่างช้า ๆ
“…เรากำลังวิ่งอยู่ในที่เดิม!” กรณ์สังเกตเห็นว่าพวกเขากลับมาอยู่ที่จุดเดิมอีกครั้ง เหมือนกับโรงเรียนกำลังเล่นสนุกกับพวกเขา
ธันวารู้สึกเหมือนแรงบีบอัดบางอย่างกำลังกัดกินสติของเขา เขาได้ยินเสียงกระซิบอยู่ในหัว เสียงของตัวเขาเอง
“นายจำไม่ได้เหรอ… ว่านายเป็ใคร?”
“ฉันคือเธอ…”
“นาย…เป็ของที่นี่มาตลอด”
“…ไม่จริง” ธันวาพึมพำ แต่ความคิดของเขาเริ่มแตกกระจายเป็เสี่ยง ๆ
เสียงของวีรัชดังขึ้น “เข้าไปในห้องนั้น!”
พวกเขาถึงหน้าห้อง 101 กรณ์รีบผลักประตูเข้าไปและทุกคนกระโจนตามเข้าไปข้างใน วีรัชกระแทกประตูปิดเสียงดัง แล้วรีบล็อกมันทันที
ทุกคนหอบหายใจหนัก หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกจากอก
ภายในห้อง 101 เงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ…ราวกับเป็สถานที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
“…เราปลอดภัยแล้ว?” แพรไหมถามเสียงสั่น
วีรัชไม่ตอบทันที เขาหันมามองหน้าธันวา สีหน้าของเขาเคร่งเครียดก่อนจะพูดออกมาอย่างหนักแน่น
“…ฉันต้องถามนายตรง ๆ”
ธันวายังหอบหายใจอยู่ “อะไร?”
วีรัชมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
“…นายแน่ใจใช่ไหม…ว่านายเป็ ‘ธันวา’ ตัวจริง?”