"เห! หมานี่ไม่หนีแฮะ?"
"ฮัสกี้มันโง่น่ะคงกำลังคิดอยู่ละมั้งว่าเราสี่คนจะทำอะไรมัน"
ทั้งสี่คนค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ฮัสกี้แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่ามันยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมองพวกเขาด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่เข้าใจอะไรเลย
โง่พ่องแกสิ! โง่กันทั้งบ้านนั่นแหละ!!
สวี่มั่วปรายตามองชายหนุ่มผอมแห้งหน้าตาเจ้าเล่ห์ แล้วด่ากลับในใจ
ที่เขายังไม่ขยับก็เพราะกำลังโกรธอยู่
ให้ตายเถอะ! ไม่คิดเลยว่านอกจากคนพวกนี้จะเล็งทิเบตันมาสทิฟแล้วเป้าหมายต่อไปจะเป็นฉันเองด้วย?
ไอ้ที่ชื่อโจวอะไรนั่นช่างคิดเล็กคิดน้อยเกินไปแล้ว!แค่เรื่องเล็กน้อยเมื่อบ่ายแท้ๆ ไม่พอใจถึงขั้นจะฆ่าสุนัขตัวเองแล้วยังจะฆ่าสุนัขของคนอื่นอีก!
รู้งี้เมื่อบ่ายควรสั่งสอนให้หนักกว่านี้!
ขณะสวี่มั่วกำลังคิดอย่างเดือดดาล จู่ๆก็มีบางอย่างถูกขว้างลงตรงหน้าเขา
แผละ
เขาชะงักกึก ก่อนก้มลงมองดู
ซาลาเปาเนื้อ?... อะไรของมันเนี่ย
สวี่มั่วยังไม่ทันจะหายงุนงงชายหัวเกรียนก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแบบลุงแก่หลอกเด็กให้มาดูปลาในบ่อว่า "เฮ้!กินสิ ซาลาเปาเนื้อสดใหม่เลยนะ! กินเร็ว!"
"..." สวี่มั่วนิ่งไปสองวินาทีมุมปากกระตุกน้อยๆ มองดูท่าทางโง่เง่าของอีกฝ่ายด้วยแววตาดูแคลน
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าซาลาเปานี่ต้องมียาแน่นอนเป็นหนึ่งในอุปกรณ์จับสุนัขของพวกมันแน่ๆ
ชายหัวเกรียนถึงกับงง "หืม! หรือว่าฉันตาฝาด? ทำไมฉันรู้สึกว่าไอ้หมานี่กำลังเยาะเย้ยฉันวะ"
ชายร่างเล็กข้างๆ ก็พูดขึ้นอย่างแปลกใจว่า "ไม่ได้ตาฝาดหรอกฉันก็รู้สึกแบบนั้น หมานี่...ฉลาดไม่เบานะ! ซาลาเปาก็ไม่กิน แสดงว่ารู้ว่ามีพิรุธ?"
ไช่เหอจงมองฮัสกี้แล้วรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก จึงพูดอย่างสงสัยว่า"ฉันว่า...มันจะฟังภาษาคนรู้เรื่องรึเปล่า"
ชายหัวโล้นหัวเราะเยาะทันที "เป็นไปได้ที่ไหน!นี่คิดว่ามันกลายเป็นภูตไปแล้วหรือไง! พอได้แล้ว! ในเมื่อมันไม่กินซาลาเปางั้นก็ลงมือเลย! เร็วเข้า! อย่าให้ใครมาเห็น!"
พูดจบ เขาก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบอะไรบางอย่างออกมาก่อนคลี่ออกให้กลายเป็นตาข่ายพลาสติกกว้างร่วมเมตร
พร้อมกันนั้นไช่เหอจงกับชายร่างเล็กก็หยิบปืนยาสลบขึ้นมาเล็งไปที่ฮัสกี้
เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของคนพวกนั้น ดวงตาสวี่มั่วก็ฉายแววเย็นเยียบความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ขณะที่สองคนนั้นกำลังจะเหนี่ยวไก เขาก็พุ่งตัวออกไปทันทีพุ่งทะยานเหมือนสายลมพัดตรงเข้าหาชายหัวโล้น!
"อะไรกัน!!" ชายหัวโล้นตกใจสุดขีดไม่คิดเลยว่าฮัสกี้จะจู่โจมก่อน แถมความเร็วของมันยังเหนือความคาดหมายเพียงพริบตาเดียวก็พุ่งมาถึงตัวแล้ว!
ในความตื่นตระหนก ชายหัวโล้นเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้วรีบยกตาข่ายในมือขึ้นมากั้นตรงหน้า
แต่ฮัสกี้กลับเบี่ยงตัววูบไปทางขวาทันที ไม่กัดไม่ข่วนหากแต่โน้มศีรษะพุ่งเข้าใส่ต้นขาของเขาอย่างแรง!
"อ๊าก!!" ชายหัวโล้นร้องลั่นรู้สึกเหมือนโดนมอเตอร์ไซค์พุ่งชน ร่างลอยขึ้นกลางอากาศก่อนจะล้มกลิ้งไปกระแทกพื้นดังโครม!
"ลูกพี่!!"คนที่เหลืออีกสามคนถึงกับยืนอึ้งอยู่นานสามวินาทีกว่าจะได้สติต่างก็เบิกตากว้างมองชายหัวโล้นที่นอนหงายหลังอยู่บนพื้นอย่างเหลือเชื่อ
"บัดซบ! ฉัน...โอ๊ย!!"ชายหัวโล้นรู้สึกเหมือนกระดูกก้นกบจะหัก เขาร้องลั่นพลางพยายามจะลุกขึ้นแต่แล้วกลับมีอุ้งเท้าเหยียบลงมาบนใบหน้าอย่างจังด้วยแรงมหาศาลที่กดให้เขากลับลงไปแนบพื้นอีกครั้งท้ายทอยกระแทกพื้นปูนอย่างแรงจนร้องโอดโอย รู้สึกเวียนหัวตาลายไปหมด
คนที่เหลืออีกสามคนเห็นชัดเจนเต็มสองตา... ฮัสกี้ตัวนั้นหลังจากพุ่งชนลูกพี่พวกเขาจนล้มแล้ว ยังเหยียบหน้าซ้ำอีกจากนั้นก็ใช้ความเร็วมหาศาลพุ่งเข้าหาอีกคนทันที!
ชายหัวเกรียนเห็นฮัสกี้พุ่งใส่ก็ตกใจจนหน้าซีดเผลอร้องลั่นพลางยกปืนขึ้นเหนี่ยวไกทันที
เสียงฟิ้วดังขึ้นกระสุนยาสลบพุ่งเฉียดหัวฮัสกี้ไปเพียงนิดเดียวก่อนจะปักลงพื้น
ชายหัวเกรียนถึงกับมือไม้สั่น จะใส่กระสุนใหม่ก็ไม่ทันจะถอยหลังก็พลั้งเท้าขัดขากันเองจนล้มก้นกระแทกพื้น
เขายังไม่ทันจะลุกขึ้น ภาพตรงหน้าก็พล่าเบลอก่อนจะโดนแรงมหาศาลพุ่งชนเต็มๆ จนหงายหลังล้มไปอีกคน!
สวี่มั่วอาศัยความเร็วเข้าพุ่งชนอีกฝ่ายล้มก่อนจะยกอุ้งเท้าเหยียบหน้าเช่นเดียวกับคนแรก ทิ้งรอยเท้าและรอยเล็บไว้เป็นของแถม
ชายร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆเห็นเพื่อนร่วมทีมล้มลงต่อหน้าต่อตาสองคนติดกัน ก็ถึงกับหน้าถอดสีร้องลั่นด้วยความตระหนก "บ้าชะมัด!! หมานี่เป็นบ้าอะไรของมัน!!ทำไมมันถึงได้...อ๊าก!!"
เขายังพูดไม่ทันจบ ฮัสกี้ก็พุ่งตรงมาทางเขาเสียแล้วใบหน้าถึงกับซีดเผือดโดยไม่รู้ตัวรีบหันหลังวิ่งหนีไปหาไช่เหอจงที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร พร้อมร้องลั่นว่า"พี่ไช่!! ช่วยด้วย!!"