“เรนอนฟังผมก่อนครับ” คิลรั้งร่างบางที่เดินสะบัดด้านหน้าไว้ ดวงตาสีม่วงสบมองดวงตาสีเดียวกันอยู่เนิ่นนานไม่มีคำพูดใด ๆ เอ่ยออกมา จนสุดท้ายเป็นฝ่ายหญิงที่ทนไม่ไหวเสียเอง
“ว่าไงค่ะ คุณคิล”
คิลมองคนตรงหน้าอย่างนึกขำในท่าทีงอน ๆ ของเธอ และต้องยอมรับจริง ๆ ว่าเขาไม่เก่งเลยในเรื่องง้อใครแบบนี้ รู้นี้น่าจะฟังพวกไอเฟรินกับไอครี้ด พล่ามสอนซะก็ดี
‘สาวงอน อันดับแรก กอด’ เสียงเลกเชอร์แรกดังขึ้น ทำให้คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าหากัน พูดน่ะมันง่าย ไอพวกบ้า ใครมันจะไปมือไวใจง่ายเหมือนพวก มรึงล่ะว่ะ โถ่เว้ย
“ถ้าไม่มีอะไรจะพูด ฉันของตัวก่อนค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็สะบัดหันไปอีกทางหวังจะเดินหนีคนบ้าที่ยืนเออ ไม่พูดไม่จา
หมับ...
แขนแกร่งทั้งสองข้างช้อนร่างบางที่สะบัดเข้าชนกับแผงอกแกร่ง ทำให้หญิงสาวตกใจดิ้นสเปะสปะ เพื่อให้หลุดออกจากอ้อมแขนชายหนุ่ม แต่ไม่ว่าจะดิ้นยังไงก็ไม่หลุดเสียทีจึงต้องยอมให้ชายหนุ่มกอดรัดตนอยู่อย่างนั้น
“ปล่อยค่ะ คุณคิล” เสียงหวานเอ่ยเรียบ ๆ อย่างไม่พอใจ
‘อย่างที่สอง เคลียร์ เอาให้รู้เรื่อง’
“ผมขอโทด ที่ทำให้คุณเรนอนเป็นห่วง ผมขอโทดครับ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างหนักใจ เรื่องของเพื่อนสนิทของเขาก็เป็นความลับ ตรงหน้าก็เป็นแฟนสาวที่เขาไม่อยากปิดบัง
“คุณคิลกำลังทำอะไรกันอยู่ค่ะ บอกเรนอนไม่ได้หรอค่ะ” เสียงหวานเอ่ยเรียบ ๆ สร้างความหนักใจให้แก่ชายหนุ่มเป็นอย่างมาก หัวยุ่ง ๆ สีดำแอบอิงกับบ่าหญิงสาวเหมือนพยายามกั้นอารมณ์
“ขอโทดด้วยครับ เรนอน พวกผมไม่อยากให้พวกคุณมาคอยกังวลไปด้วย อีกไม่นานเรื่องทุกอย่างมันจะเรียบร้อยแน่นอนครับ ผมสัญญา” คิลเอ่ยด้วยความหนักใจ ทำให้หญิงสาวไม่อยากรบเร้าให้ชายหนุ่มบอกอะไรไปมากกว่านี้
“เรนอนไม่รู้หรอกน่ะค่ะว่าคุณคิลกำลังทำอะไรกันอยู่ แต่เรนอนเชื่อว่าพวกคุณจะต้องผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ”
คำปลอบโยนที่ทำให้ชายหนุ่มไหวตัวพลิกหญิงสาวกลับมาเผชิญหน้าตรง ๆ ก่อนจะจุมพิตเบา ๆ
“บ้า”
หญิงสาวทุบเบา ๆ เตือนสติชายหนุ่มทำให้เขาแย้มยิ้มออกมานิด ๆ ด้วยความสบายใจ ที่หญิงสาวเข้าใจในตัวเขา
ทางด้าน ขอทานผู้รอบรู้
หญิงสาวจากแดนนักรบหญิงเดินมุ่งตรงไปทางก้อนหินใหญ่ริมน้ำหลังป้อมอัศวิน ที่ที่พวกเขามักใช้พูดคุยกันเสมอ ดวงตาสีเขียวมรกตทอดมองยาวไปในแม่น้ำไม่มีเสียงใด ๆ ทอดออกมาให้ได้ยิน ทำให้ชายหนุ่มที่ติดตามมาด้วยชักใจคอไม่ค่อยดี
“มาทิลด้า” เสียงทุ้มเอ่ยทักด้วยความไม่แน่ใจ น้ำเสียงมีความหนักใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับชายคนนี้ที่มักจะรอบรู้ทุกอย่างและสามารถเตรียมทางหนีทีไล่ได้เสมอ
“ว่าไง” เสียงทรงอำนาจเอ่ยเรียบ ๆ ทำให้ชายหนุ่มต้องทรุดตัวลงนั่งข้างหน้าหญิงสาว มือหนากุมมือบางไว้หลวม ๆ ดวงตาสีเดียวกันสบมองเธอด้วยความตรงไปตรงมา
“มาทิลด้า ฉันอยากให้เธอรู้ไว้ว่ายังมีอีกมากมายที่เราต้องทำโดยที่ไม่บอกพวกเธอ ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจ แต่ไม่อยากให้เป็นกังวลต่างหาก” โรตะล่อมอธิบายเจ้าแม่แห่งป้อมเพียงหวังให้เธอเข้าใจ
“แล้วมันหนักขนาดที่ต้องกลัวว่าพวกฉันจะกังวล ทำไมไม่บอกมาเลยล่ะ จะได้ช่วยกันแก้ได้ทัน” มาทิลด้ายังไม่ยอมแพ้ เธอไม่เข้าใจ พวกเขาเห็นเธอเป็นอะไรกันแน่ เห็นเธอเป็นผู้หญิงบอบบางที่ไม่สามารถอธิบายอะไรให้เข้าใจได้เลยอย่างนั้นหรอ
“เฮ้อ... ไม่คิดว่าคนอย่างเธอจะงอนได้นานขนาดนี้ มาทิลด้า” โรถอนหายใจอย่างนึกขำ
“ทำไม อย่างฉันเนี่ยมันยังไงหา โร บอกมา” หญิงสาวเอ่ยอย่างทรงอำนาจตามนิสัยทำให้ชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมา
“ก็เข้มแข็ง จริงจัง ดุดัน รักความยุติธรรม รักพวกพ้อง และมีเหตุมีผล” โรอธิบายเอาใจหญิงสาวทำให้เธอเริ่มเคลิ้มตามคนมากเล่ห์
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย โร ตกลงนายจะบอกได้ยัง หา! ว่าหายตัวกันไปไหนมา” มาทิลด้ากล่าว อย่างเอาเรื่อง ประมาณว่าถ้าเบี่ยงประเด็นหรือตอบไม่ถูกหูได้มีการดวลดาบเกิดขึ้นตรงนี้แน่
“ไม่ใช่ว่าพวกฉันอยากมีความลับกับพวกเธอ ไม่ใช่ไม่ไว้ใจในตัวพวกเธอ ไม่ใช่ว่าพวกเธออ่อนแอเกินกว่าจะช่วย แต่สิ่งที่พวกเราทำกันอยู่ ยังไม่แน่ชัดเลย การสืบหาเรื่องราวบางอย่างจำเป็นต้องใช้คนกลุ่มน้อยที่สามารถแทรกซึมเข้าไปในเขตข่าวสารได้ เมื่อทุกอย่างทุกสิ่งไม่ลงตัวพอให้ทราบแน่ชัดว่า สิ่งที่จะเกิดคืออะไร พวกฉันก็ยังเตรียมรับมือไม่ได้เท่านั้นเอง” โรค่อย ๆ อธิบายอย่างใจเย็นในใจนึกขอโทดเฟรินนิด ๆ ที่เอาความลับมาแตกตรงนี้
“สืบ? พวกนายกำลังสืบเรื่องอะไรกันอยู่” มาทิลด้าคว้าข้อมือหนาของชายหนุ่มให้หันมาเผชิญหน้ากับเธอตรง ๆ เธอเริ่มรับรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น
“มีคนคิดจะทำร้ายเฟริน กับ เฟลิโอน่า ในงานนี้” สิ้นคำตอบของชายหนุ่ม เธอก็เริ่มเข้าใจหลาย ๆ อย่างได้ราง ๆ
“งั้นที่เฟรินเสนอให้มีแผนซ้อมบุกเพื่อความสมจริง” โรพยักหน้า “แล้วที่ให้เฟลิโอน่ามาวางแผนรับมือแทนและให้คาโลคอยดูแลตลอดเวลา”
“ใช่ ทุกอย่างเป็นแผนที่เฟรินวางไว้แล้วทั้งหมด เพื่อให้เฟลิโอน่าปลอดภัย” โรอธิบายเป็นความจริงทั้งหมด ถึงแม้ว่าพวกเขาสี่คนจะเป็นคนสืบหาข้อมูลและเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมด แต่พวกเขาก็ได้แต่เดินตามเกมส์ที่เฟรินวางไว้อีกทีเหมือนกัน
“แล้วเฟรินล่ะโร หมอนั่นก็กำลังอยู่ในอันตรายเหมือนกัน” มาทิลด้าเอ่ยอย่างร้อนรนเมื่อปัญหาที่เธอได้รับฟังมันใหญ่มากอย่างที่ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังบอก ลำพังตัวหญิงสาวที่อยู่ใกล้เพื่อนหนุ่มผู้เก่งกาจของเขา และอยู่ใกล้ตัวรุ่นพี่ในป้อมทั้งหลาย ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าเพื่อนหัวขโมยที่ออกไปเสี่ยงสืบข่าวข้างนอก แถมตอนนี้เขายังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้มนต์ตราแรง ๆ และยังไม่สามารถออกแรงต่อสู้ได้ในตอนนี้ด้วย
“ไอเฟริน พวกฉันจะดูแลเป็นอย่างดี ทันทีที่ต้องเจอกับอันตราย ฉันสาบานว่าจะพาตัว เฟรินกลับมาให้เร็วที่สุด แต่งานนี้ต้องให้พวกเธอช่วยดูแล เฟลิโอน่าอีกทีนึง ถึงแม้ว่า เฟรินจะส่งไปให้อยู่ใกล้ท่านจ้าวมากขนาดไหน แต่ยังไง บางครั้งอาจจะต้องอยู่กับพวกเธอตามลำพัง งานนี้สำคัญมาก ทันทีที่เกิดอะไรขึ้นกับ เฟลิโอน่าหรือคาลิน ฉันกลัวว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์ไม่ดีอีกแน่” โรสั่งกับหญิงสาวด้วยความหนักใจ
นึกถึงพลังของเพื่อนหัวขโมยตัวแสบที่แผลงฤทธิ์ที่พระราชวังของเธอ ก็พอจะทำให้พวกเธอรู้อยู่บ้างว่า เพื่อนของเธอคนนี้มีพลังมากมายมหาศาลขนาดไหน พลังที่ทำให้เธอรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา ได้แต่สาบานกับตัวเองอีกทีว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะดูแลเพื่อนสาวทั้งสองคนที่ชายหนุ่มฝากฝังไว้เป็นอย่างดี
“แบบนี้ให้พวกครี้ดช่วยด้วยอีกแรงไม่ดีกว่าหรอ” หญิงสาวถามชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ มีหลายคนย่อมดีกว่าอยู่แล้วในเรื่องการป้องกัน คนอย่างชายหนุ่มไม่น่าจะลืมเรื่องสำคัญอย่างนี้ได้
“ตอนแรกฉันก็คิดแบบเธอ แต่เฟรินห้ามไว้ เฟรินรู้จักน้องสาวของตัวเองดีที่สุด ถ้าพวกครี้ดและพวกเธอดูแล ยัยนั่นดีเกินไปก็จะทำให้ เฟลิโอน่าเริ่มสงสัยแทนว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ แต่ถ้าให้คาโลคอยดูแล ซึ่งไม่ต่างกับปกติจะทำให้เฟลิโอน่าไม่รู้ตัว”
“หมายความว่า เฟรินกำลังเอา เฟลิโอน่าเป็นเหยื่อล่อ” มาทิลด้าพูดด้วยความไม่ชอบใจ
“เหยื่อล่อก็ไม่ถูก ความจริงมันคือจดหมายท้าดวล เพราะคนที่จะดูแล เฟลิโอน่าโดยไม่รู้ตัวคือเหล่าคิงทั้งหลายและตัวคาโลเอง” โรยิ้มกริ่มให้กับความคิดของเพื่อนตัวดีที่ลึกซึ้งอย่างที่เขาเองก็พึ่งเข้าใจ
“หมายความว่าไง? อย่ามาพูดให้วกไปวนมา โร” มาทิลด้าเริ่มตวาดเมื่อเขาเริ่มคิดอะไรคนเดียวอีกแล้ว
“การที่เฟรินส่งชื่อเฟลิโอน่าไปเป็นองค์รักษ์ท่านจ้าว ไม่ใช่เพื่อให้เฟลิโอน่าอยู่กับท่านจ้าวตลอดเวลา แต่เพื่อให้ใกล้ชิดเหล่าบรรดาคิงทั้งหลายมากที่สุดต่างหาก”
“แต่เอเดน เดมอส ถึงแม้จะไม่ได้รบกันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ใช่ว่าจะดีกันซะเมื่อไร”
“องค์ราชินีเดมอส หรือองค์ราชินีอดิเซีย เป็นรุ่นน้องคนโปรดของ คิง ควีนหลาย ๆ พระองค์ตอนนี้ เช่น คิงบาโรที่เคยเป็นแฟนเก่าสมัยเรียนที่นี่ คิงริชาร์ด แห่งเอเรียส คิงวิล แห่งเวนอล สามทหารเสือที่มีพลังรวมกันเกือบเอาชนะท่านจ้าวในหมากกระดานเกียรติยศได้ ท่านไฮคิงแห่งบารามอส เสด็จพ่อขององค์ราชินี และสุดท้าย คิงแห่งอเมซอน แม่ของเธอ ที่ถือท่านอดิเซียเป็นรุ่นน้องคนโปรด” โรอธิบายนิ่ง ๆ นึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่เหล่าคิงทั้งหลายได้เจอกัน วังแทบจะระเบิดเสียให้ได้
“งั้นเฟรินก็วางแผนไว้หมดแล้วสิเนี่ย ร้ายจริงไอหมอเนี่ย” มาทิลด้าแขวะ แต่เธอก็อดชื่นชอบความเก่งของคนที่เธอเอ่ยถึงไม่ได้ ความจริงเพื่อนคนนี้ฝีมือพอ ๆ กับคาโลที่ตอนนี้ได้เป็นหัวหน้าป้อมเสียด้วยซ้ำ การวางแผน การสั่งการ การพลิกแพลง เล่ห์เหลี่ยม อารมณ์ ยังไงเฟรินก็ชนะคาโล ทำไม....
“ทำไม เฟรินถึงไม่ถูกเลือกให้ชิงตำแหน่งหัวหน้าป้อมใช่ไม” โรเอ่ยอย่างรู้ทัน ก่อนจะยิ้มกรุ่มกริ่ม
“รู้แล้วก็ตอบ”
“เพราะกดไม่ลงไงล่ะ ไอเฟรินไม่ใช่คนที่จะยอมทำงานงก ๆ อยู่กับตำแหน่งใหญ่ได้หรอก มันยังอยากที่จะค้นหาหลาย ๆ สิ่งมากกว่า คาโลที่ชอบตำแหน่งใหญ่โต การทำงานที่จริงจัง ถ้าเทียบกัน เฟรินอาจจะดีกว่า แต่อยู่ที่ว่าคนจะเป็นคนคุมอยู่เท่านั้นเอง”
“อือ เข้าใจแล้ว งั้นกลับป้อมกัน” มาทิลด้าลุกขึ้นสะบัด ๆ ตัวกำลังจะหันกลับขึ้นป้อม มือหนาก็คว้าเข้าแนบอกแกร่งแทน
“มีไร” เสียงหวานแหวเข้าใส่คนทำอะไรไม่รู้จักคิด
“หายงอนแล้วไง” โรหยั่งเชิง ทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน “อย่าพึ่งดิ ไอครี้ดให้สูตรง้อหญิงมา ยังไม่ลองใช้สักหน่อยเลย”
“สูตรอะไร อย่างหมอนั่นกับ เฟรินจะมีอะไรที่มัน..............” เสียงหวานเอ่ยไม่ทันจบก็ถูกแทนที่ด้วยริมฝีปากหนาของคนฟัง แนบชิดจนไม่เหลือที่ให้อากาศได้เข้าไป ลิ้นสากควานหาความหวานจากตัวหญิงสาวอยู่นานจนต้องคลายออกเมื่อมีอาการประท้วงจากหญิงสาว
“เหมือนจะได้ผล ใช้บ่อย ๆ ท่าจะดี” โรพูดล้อเลียนให้หญิงสาวเขินหน้าแดงก่ำอย่างที่เธอไม่อยากให้พวกทโมนทั้งหลายได้เห็นเลย มีหวังพวกมันได้ล้อเธออีกนานแน่
“อีตาบ้า”
...........................................................................