ควันปืนสไนเปอร์ที่ลอยกรุ่นตัดกับความมืดมิดของลานตู้คอนเทนเนอร์ กลิ่นคาวเืของชายชุดดำทั้งห้าคนที่นอนไร้ิญญาอยู่บนพื้นคอนกรีต ปลุกสติของลลิลให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความสิ้นหวัง ร่างสูงใหญ่ของภาคินในชุดยุทธวิธีสีดำสนิทก้าวเดินเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวนั้นแผ่รังสีคุกคามจนอากาศรอบบริเวณสั่นะเื
"แก... แกน่าจะตายไปแล้ว! เซฟเฮาส์นั่นถูกถล่มไปแล้วนี่!" รัฐมนตรีวัยชราแผดเสียงร้องอย่างเสียสติ ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองเปรอะเปื้อนไปด้วยเืของลูกน้องตัวเอง เขาล้มลุกคลุกคลานถอยหนีมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"เซฟเฮาส์นั่นเป็แค่ตึกเปล่าที่ผมตั้งระบบจำลองความร้อนและสัญญาณหลอกไว้" ภาคินเหยียดยิ้มเ็า ั์ตาสีรัตติกาลตวัดมองชายชราด้วยความสมเพช "คุณคิดว่าผมจะโง่พอที่จะนอนรอให้คุณส่งคนไปฆ่าหรือไง ท่านรัฐมนตรี... ทันทีที่ลลิลทิ้งแฟลชไดรฟ์ไว้ ผมก็รู้แล้วว่าเธอตั้งใจจะทำอะไร และผมก็แค่... เล่นตามน้ำ เพื่อลากคุณออกมาจากรู"
ลลิลยืนตัวสั่นสะท้าน น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วรื้นขึ้นมาอีกครั้ง ความโล่งใจและความโกรธเกรี้ยวตีรวนกันจนจุกอก เธอพุ่งตัวเข้าไปหาเขา สองมือเล็กกำคอเสื้อยุทธวิธีของชายหนุ่มไว้แน่น
"คุณหลอกฉัน! คุณปล่อยให้ฉันคิดว่าคุณตาย!" เธอทุบกำปั้นลงบนแผงอกเขาอย่างแรง "คุณรู้ไหมว่าฉันรู้สึกยังไงตอนที่เห็นะเินั่น!"
ภาคินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ มืออีกข้างรั้งเอวบางเข้ามากอดแนบชิด ไม่สนใจสายตาของใครทั้งสิ้น "แล้วคุณรู้ไหมว่าผมแทบจะคลั่งตายตอนที่อ่านจดหมายบ้าๆ ของคุณ!" เขากดเสียงต่ำ แววตาที่เคยมืดมนสั่นไหวด้วยความรวดร้าว "คุณคิดว่าการเอาชีวิตตัวเองมาแลก มันคือความเสียสละงั้นหรือ... มันคือการฆ่าผมทั้งเป็ต่างหาก ลลิล!"
ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นขึ้นจากมุมมืดขัดจังหวะคนทั้งสอง ทรงพลที่ฉวยโอกาส่ชุลมุน แย่งปืนจากศพชายชุดดำขึ้นมายิงสุ่มเพื่อเปิดทางหนี ะุถากท่อนแขนของภาคินไปเพียงไม่กี่เิเ ก่อนที่พญาแร้งเฒ่าจะลากสังขารที่สะบักสะบอมของตัวเองวิ่งหนีหายเข้าไปในเขาวงกตตู้คอนเทนเนอร์
"นายครับ! ทรงพลหนีไปแล้ว!" กริชที่เพิ่งนำกำลังเสริมบุกเข้ามาถึงะโรายงาน พร้อมกับสั่งลูกน้องให้กระจายกำลังล้อมจับรัฐมนตรีที่หมดทางหนี
"ปล่อยมันไปก่อน" ภาคินตวัดสายตามองตามความมืด "เป้าหมายหลักของเราคืนนี้คือไอ้แก่นี่... กริช จัดการส่งหลักฐานในแฟลชไดรฟ์ทั้งหมดให้สื่อทุกสำนัก และตำรวจสากลเดี๋ยวนี้ ให้พวกมันมารับตัวรัฐมนตรีไปลงนรกในคุกซะ"
"รับทราบครับ"
ภาคินหันกลับมาหาลลิล เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ช้อนร่างบางขึ้นอุ้มพาดบ่าอย่างดุดัน ลลิลหวีดร้องด้วยความใ พยายามดิ้นรน แต่ท่อนแขนแกร่งกลับรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก
"ปล่อยฉันนะภาคิน! ฉันเดินเองได้!"
"คุณหมดสิทธิ์ต่อรองแล้ว ลลิล" ชายหนุ่มคำรามลั่น ก้าวเดิน 성ฉับๆ ตรงไปยังรถ SUV หุ้มเกราะที่จอดรออยู่ "โทษฐานที่คุณกล้าทิ้งผมมาตายคนเดียว... คืนนี้คุณต้องชดใช้มันอย่างสาสม"
ตลอดเส้นทางกลับสู่เพนต์เฮาส์ลับใจกลางเมือง บรรยากาศภายในรถเงียบงันจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่เต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น ภาคินนั่งกอดอกหลับตา ั์ตาสีรัตติกาลซ่อนความคลุ้มคลั่งไว้ภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิท าแที่ถูกยิงเมื่อคืนก่อนเริ่มมีเืซึมออกมาอีกครั้งจากการออกแรงอย่างหนัก แต่เขาไม่แม้แต่จะปริปากบ่น
ทันทีที่รถจอดสนิทในลานจอดรถส่วนตัว ภาคินกระชากข้อมือลลิลให้เดินตามเขาเข้าลิฟต์ไปอย่างรวดเร็ว ประตูลิฟต์เปิดออกสู่เพนต์เฮาส์กว้างขวาง ชายหนุ่มเหวี่ยงร่างบางลงบนโซฟาหนังตัวใหญ่ใจกลางห้องโถงอย่างไม่ออมแรง
"คุณทำบ้าอะไรของคุณ!" ลลิลผุดลุกขึ้น ั์ตาสีน้ำตาลวาวโรจน์ "ฉันทำไปเพื่อปกป้องคุณ! เพื่อจบเื่ทุกอย่าง!"
"ปกป้อง?" ภาคินก้าวประชิดตัว ใช้สองมือท้าวพนักพิงโซฟากักขังเธอไว้ในวงแขน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือด้วยกลิ่นดินปืนและคาวเืเป่ารดใบหน้าหวาน "การที่คุณเดินไปหาความตาย ทิ้งผมไว้ข้างหลัง มันเรียกว่าการปกป้องตรงไหน! คุณคิดว่าชีวิตที่ไม่มีคุณ มันมีค่าอะไรสำหรับผมงั้นหรือ!"
"แล้วคุณล่ะ!" ลลิลสวนกลับ น้ำตาแห่งความอัดอั้นทะลักออกมา "คุณปล่อยให้ฉันเชื่อใจคุณ ปล่อยให้ฉันรักคุณ... ทั้งๆ ที่คุณเองก็มีความลับมากมายที่ยังปิดบังฉัน! คุณคิดว่าตัวเองเป็พระเ้าที่จะบงการชีวิตใครก็ได้ รวมถึงความรู้สึกของฉันด้วยใช่ไหม!"
คำพูดของเธอเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลสด ภาคินชะงัก กรามแกร่งบดเข้าหากันจนนูนเป็สัน ความโกรธเกรี้ยว ความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย และความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ ปะทุขึ้นมาหลอมรวมกันจนแยกไม่ออก
"ใช่... ผมมันคนบงการ" ภาคินเค้นเสียงแหบพร่า "และสิ่งเดียวที่ผมอยากบงการตอนนี้... คือทำให้คุณลืมความคิดบ้าๆ ที่จะหนีไปจากผมอีก!"
สิ้นคำพูด ริมฝีปากหยักลึกก็ฉกวูบลงมาบดขยี้กลีบปากบางอย่างดุดันและป่าเถื่อน!
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็การลงทัณฑ์ที่เร่าร้อนและรุนแรง ภาคินสอดเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจ ดูดดึงริมฝีปากอิ่มจนเจ็บช้ำ ลลิลครางประท้วงในลำคอ สองมือพยายามผลักแผงอกกว้างออก แต่ััที่ร้อนรุ่มและคุ้นเคยกลับทำให้สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มพร่าเลือน
มือใหญ่กระชากเสื้อแจ็กเก็ตหนังของเธอออก โยนทิ้งไปบนพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะล้วงเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตสีดำ ลูบไล้แผ่นหลังเนียนละเอียดอย่างตะกละตะกลาม ผิวเนื้อของเธอร้อนผ่าวตอบรับััของเขาทุกตารางนิ้ว ความโกรธเกรี้ยวถูกหลอมละลายกลายเป็ไฟราคะที่แผดเผาทุกเหตุผล
"อื้อ... ภาคิน..." ลลิลหลุดเสียงครางเมื่อเขาเลื่อนริมฝีปากลงมาขบเม้มที่ซอกคอขาว ฝากรอยสีกุหลาบเข้มไว้ทับรอยเดิม
"บอกผมสิ..." ภาคินกระซิบชิดใบหู ลมหายใจหอบพร่า "บอกว่าคุณจะไม่ทิ้งผมไปไหนอีก บอกว่าคุณเป็ของผมคนเดียว!"
"ฉัน... อ๊ะ..."
ชายหนุ่มไม่รอคำตอบ เขาช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม เดินตรงไปยังห้องนอนที่มืดสลัว เหวี่ยงเธอลงบนเตียงคิงไซส์หนานุ่ม ก่อนจะโถมตัวลงมาทาบทับ ร่างกายกำยำเบียดชิดจนไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน เขาปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองและของเธอออกอย่างรวดเร็วและดิบเถื่อน ราวกับ้าทำลายทุกเกราะกำบังที่ขวางกั้นระหว่างพวกเขาสองคน
แสงจันทร์สาดส่องกระทบเรือนร่างที่เกี่ยวพันกันอย่างแแ่ ภาคินแทรกกายเข้าหาเธอด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและลึกซึ้ง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความกระหายที่จะและตอกย้ำความเป็เ้าของ ลลิลหวีดร้องเสียงหลง สองมือจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างที่มีรอยแผลเป็ เธอแอ่นกายรับััที่ทั้งรุนแรงและซาบซ่าน ยอมจำนนต่อไฟปรารถนาที่เขายัดเยียดให้ด้วยความเต็มใจ
ในค่ำคืนนี้ พวกเขาต่างใช้ร่างกายเป็สมรภูมิระบายความหวาดกลัวและความรักที่บิดเบี้ยว ภาคินปรนเปรอเธอครั้งแล้วครั้งเล่า รีดเค้นทุกหยาดหยดแห่งความสุขสมจนหญิงสาวแทบจะหมดสติค้างอกเขา เสียงครางหวานหูและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้อง จนกระทั่งพายุอารมณ์สงบลงในยามรุ่งสาง
แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาปลุกสติของลลิล หญิงสาวขยับตัวอย่างปวดร้าว ร่องรอยสีแดงช้ำประดับอยู่ทั่วเรือนร่างขาวเนียน เธอกวาดสายตามองไปข้างกาย ทว่าเตียงฝั่งของภาคินกลับว่างเปล่า มีเพียงรอยยับและไออุ่นจางๆ ที่บ่งบอกว่าเขาเพิ่งลุกออกไปไม่นาน
ลลิลพยุงตัวลุกขึ้น นำผ้าห่มมาพันรอบกาย เธอได้ยินเสียงน้ำไหลจากห้องน้ำ เดาว่าเขากำลังจัดการกับแผลที่เปิดออก หญิงสาวถอนหายใจยาว ความเหนื่อยล้าทางกายไม่เท่ากับความสับสนในใจ เธอรักเขา แต่ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการหลอกลวงและการบงการ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดได้ทุกเมื่อ
สายตาของลลิลสะดุดเข้ากับไอแพดสีดำของภาคินที่วางชาร์จอยู่บนโต๊ะทำงานมุมห้อง หน้าจอของมันสว่างวาบขึ้นพร้อมแจ้งเตือนข้อความจากกริช
ด้วยความสัญชาตญาณที่ถูกฝึกมาให้ระแวดระวัง ลลิลเดินเข้าไปใกล้ นิ้วเรียวแตะที่หน้าจอเพื่อดูข้อความ... ทว่า ระบบปลดล็อกอัตโนมัติกลับทำงาน เพราะมันจำค่าไบโอเมตริกซ์จากความร้อนและรูปแบบการััของเธอที่ภาคินเคยตั้งไว้ให้ตอนที่พวกเขาร่วมมือกันเจาะระบบทรงพล
หน้าจอไม่ได้แสดงแค่ข้อความของกริช แต่มันเปิดค้างอยู่ที่แอปพลิเคชันจัดการไฟล์เสียงที่ถูกซ่อนไว้ในโฟลเดอร์ลึกสุด
ชื่อโฟลเดอร์: โปรโตคอลสละหมาก (Sacrifice Protocol)
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ความเย็นเยียบเริ่มคลานเกาะกินกระดูกสันหลัง ลลิลกดเข้าไปดูในโฟลเดอร์นั้น มีไฟล์เสียงที่ถูกบันทึกไว้เมื่อสองเดือนก่อน... ก่อนหน้าที่ภาคินจะเดินเข้ามาทักทายเธอในงานประมูลภาพวาด
มือที่สั่นเทากดเล่นไฟล์เสียงนั้น
"นายครับ... ผู้หญิงคนนี้สร้างกำแพงจิตใจแ่ามาก ผมเกรงว่าพลังบงการจิตใจของนายอาจจะใช้กับเธอไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์" เสียงของกริชดังขึ้นจากลำโพง
ความเงียบกินเวลาไปหลายวินาที ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นของภาคินจะตอบกลับมา... เสียงที่ไร้ซึ่งความรู้สึกและอำมหิตจนลลิลแทบจำไม่ได้
"ในเมื่อบงการจิตใจไม่ได้... ก็บงการร่างกายของเธอแทน" ลลิลเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก
"เข้าหาเธอ ใช้เสน่ห์ ทำให้เธอหลงใหล ทำให้เธอเสพติดเซ็กส์และััของฉันจนขาดไม่ได้ ผู้หญิงที่ฉลาดแค่ไหน ถ้าร่างกายและอารมณ์ถูกผูกมัดจนโง่งม เธอก็จะยอมคายความลับทุกอย่างออกมาเอง... และเมื่อเราได้รหัสผ่านห้องนิรภัยของทรงพลมาแล้ว..."
เสียงของภาคินในคลิปเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่กระชากหัวใจของลลิลให้ฉีกขาดเป็ชิ้นๆ
"...ก็ส่งตัวเธอให้ทรงพลซะ ปล่อยให้พวกมันฆ่ากันเอง เธอเป็แค่เหยื่อสังเวยที่ใช้ปิดเกมแค้นนี้ ไม่มีค่าอะไรให้ต้องเก็บไว้"
ไฟล์เสียงจบลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาท
แท็บเล็ตในมือร่วงหล่นลงพื้นกระแทกพรมเสียงดังทึบ โลกทั้งใบของลลิลพังทลายลงมาตรงหน้า ทุกััที่เร่าร้อน ทุกคำบอกรัก ทุกรอยจูบที่เขาพร่ำบอกเมื่อคืน... มันคือแผนการ! มันคือละครฉากใหญ่ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อควบคุมเธอทางร่างกาย หลังจากที่พลังจิตของเขาใช้ไม่ได้ผล!
เขาไม่เคยรักเธอ... เธอเป็แค่ 'หมาก' ที่ถูกทำให้หลงรัก เพื่อรอวันถูกส่งไปตาย!
"ลลิล..."
เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ภาคินในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มเดินออกมาพร้อมกับผ้าพันแผลที่ถูกเปลี่ยนใหม่ ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดและดวงตาที่เต็มไปด้วยความรวดร้าวถึงขีดสุดของหญิงสาว สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงไปมองแท็บเล็ตที่ตกอยู่บนพื้น และหน้าจอที่แสดงชื่อไฟล์เสียงนั้น
รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของภาคินจางหายไปทันที ั์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"คุณฟังมัน..." ภาคินก้าวเข้ามาหา เสียงของเขาสั่นพร่า "ลลิล... ฟังผมก่อน นั่นมันเป็แผนเก่า ผม..."
"อย่าเข้ามานะ!" ลลิลถอยกรูด แผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความขยะแขยงและความเ็ปที่ประเมินค่าไม่ได้ "ทุกอย่าง... ั้แ่ต้น... การเล้าโลม เซ็กส์ ความห่วงใย... มันคือกลลวงของคุณทั้งหมดเลยใช่ไหม!"
"มันเคยเป็กลลวง! แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว!" ภาคินพุ่งตัวเข้ามาคว้าไหล่เธอไว้แน่น แววตาของเขาร้อนรนและเว้าวอน "ผมรักคุณจริงๆ ลลิล! ผมยกเลิกแผนนั้นไปั้แ่ตอนที่เราอยู่ที่คฤหาสน์... ผมยอมตายแทนคุณได้ คุณก็เห็น!"
"คุณยอมตายแทนฉัน หรือคุณแค่รักษา 'กุญแจถอดรหัส' ของคุณไว้กันแน่!" ลลิลตวาดลั่น น้ำตาแห่งความโง่เขลาไหลทะลักออกมา เธอสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง "คุณมันปีศาจ ภาคิน... คุณใช้ร่างกายและความรู้สึกของฉันเป็เครื่องมือบงการ! อำนาจของคุณมันน่าขยะแขยงที่สุด!"
หญิงสาวหันหลังกลับ วิ่งตรงไปที่ประตูห้องเพื่อจะหนีออกไปให้พ้นจากขุมนรกจอมปลอมนี้
ทว่า ภาคินเร็วกว่า เขากระโจนเข้าขวางประตูไว้ แผ่นหลังกว้างพิงปิดทางออกอย่างแ่า ั์ตาสีรัตติกาลที่เคยสั่นไหว บัดนี้กลับมืดมิดและแผ่รังสีอำมหิตของการเป็ผู้ควบคุมออกมาอีกครั้ง ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียเธอกำลังทำให้จอมบงการสูญเสียสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่
"คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ลลิล..." ภาคินกดเสียงต่ำ เยือกเย็นจนบาดลึกเข้ากระดูก "ถ้าความรักของผมมันทำให้คุณเชื่อใจไม่ได้... งั้นผมก็จะขังคุณไว้ด้วยร่างกายของผมนี่แหละ จนกว่าคุณจะยอมรับว่าคุณหนีไปจากบ่วงของผมไม่ได้อีกแล้วตลอดชีวิต!"
กลซ้อนกลใครจะหลอกใครกันแน่? กดติดตามและเพิ่มเข้าคลังไว้รอตอนต่อไปเลยครับ คอมเมนต์บอกกันหน่อยว่าใครทีมภาคิน ใครทีมลลิล ฝากกดหัวใจให้ด้วยนะครับ