ตำรวจเข้ามาตรวจบริเวณที่ถูกไฟไหม้รอบที่สองพฤกษ์กับสายฟ้านำทีมคนงานชายออกไปร่วมด้วยสายฟ้าเอากล้องวิดีโอจิ๋วใส่มือพฤกษ์พร้อมสอนวิธีการใช้ส่วนตัวเขาคล้องสายกล้องถ่ายภาพขนาดเล็กกว่าฝ่ามือเตรียมพร้อม
“เก็บภาพพื้นที่เรียบร้อยแล้วเรามาเริ่มหาร่องรอยจากคนงานกัน” สองหนุ่มสบตากัน
“หลักฐานน่าจะอยู่แถวโรงไม้เยอะสุดข้าให้คนงานตรวจตราตลอดไม่น่าจะมีคนแอบเข้ามาได้”
คนงานเข้าแถวเรียงหน้ากระดานแล้วเริ่มตรวจอย่างละเอียดไม่ถึงยี่สิบนาที
“นายครับ! ตรงนี้มีกระป๋องใส่น้ำมันทิ้งอยู่” คนงานชายสองคน รีบพาสายฟ้าและพฤกษ์ไปดูแกลลอนพลาสติกสำหรับใส่น้ำมันที่ถูกซุกไว้หลังพงหญ้าที่มีต้นไม้เล็กๆ ปลูกเป็พุ่ม
“ตรงนี้มีเศษขี้ไต้ด้วยครับ” ขี้ไต้หรือตะบองที่ใช้เป็เชื้อในการก่อไฟท่อนดำๆ ที่ถูกห่อด้วยใบไม้ มีตอกมัดไว้สองรอยถูกวางทิ้งไว้ในพุ่มไม้ข้างยุ้งฉางที่ยังไหม้ไม่หมด
“เชิญตำรวจมา”พฤกษ์สั่งคนงานห้ามหยิบหลักฐาน เพราะรอยนิ้วมือคนร้ายอาจจะยังหลงเหลือ
สำรวจบริเวณส่วนในของไร่ถูกไฟไหม้อย่างละเอียดแล้วก็ออกไปตรวจบริเวณโรงไม้ และรอบไร่อ้อย
“ชัดเจน ตอนนี้เหลือแต่การสอบถามคนของเราแล้วล่ะว่าเห็นคนน่าสงสัยบ้างไหม?” ทุกอย่างไม่ผิดไปจากที่เขาสองคนคาดการณ์มันคือการวางเพลิงอย่างแน่นอน!
“เราต้องหาพยานบุคคลให้ได้เสียดายที่นี่ติดวงจรปิดไม่ได้”
“ทำไงได้ล่ะลากสายก็ไม่ถึง มีสัญญาณโทรศัพท์ก็ดีแล้ว” พฤกษ์ส่ายหน้าเขาระมัดระวังเื่ความปลอดภัยในไร่จึงให้คนงานคอยตรวจตราและใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเอาไว้เมื่อเข้าเวรยาม “หวังว่าจะมีคนเห็นตัวคนเผาบ้างนะ”
“เราเริ่มสอบถามคนงานกันได้แล้วล่ะน่าจะมีคนเห็นความผิดปกติบ้าง”
พฤกษ์พยักหน้าให้น้าทีฝ่ายนั้นรีบสั่งการอย่างรวดเร็ว ตะวันบ่ายคล้อย คนงานหลายร้อยคนก็มารวมตัวที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ซึ่งมีเงาบ้านขนาดใหญ่ทาบทั่วสนามหญ้าสีเขียว
พฤกษ์ขึ้นไปยืนบนระเบียงเพื่อจะได้เห็นทุกคนทั่วหน้าเขายกไมโครโฟนลอยขึ้นประกาศ “เอาล่ะให้ทุกคนเข้าโดยยืนคู่กับเพื่อนร่วมห้องพักของตัวเอง เราจะหาหลักฐานการวางเพลิงไร่สุดเขตฟ้าในครั้งนี้”
ยังพูดไม่จบคนงานคนหนึ่งก็ยกมือขึ้น
“มีอะไรจะพูดว่ามา”
“นายครับไอ้ชาญที่นอนกับผม มันหนีไปแล้วครับ”
คนงานคนอื่นๆร้องฮือฮากันอื้ออึง อีกคนก็ยกมือขึ้น “นายครับ ไอ้ชดที่นอนห้องผมก็ไม่อยู่ั้แ่เมื่อวานแล้ว”
“คนที่เพื่อนร่วมห้องหายไปขึ้นมารอบนระเบียง” เมื่อสองคนที่แสดงตัวขึ้นไปรอด้านหลังพฤกษ์แล้วเขาก็เริ่มประกาศต่อ “ขณะนี้ตำรวจได้พบหลักฐานการวางเพลิงแล้ว ผมอยากถามว่ามีใครเห็นความปกติอะไรบ้าง หรือใครที่ได้ถ่ายภาพหรือคลิปที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางเพลิงครั้งนี้ให้ขึ้นมาบนระเบียง เราจะจดบันทึกและเก็บหลักฐานเพื่อหาคนร้ายให้ได้”
สิ้นเสียงประกาศทุกคนต่างพูดคุยและเปิดโทรศัพท์ตนเองเผื่อตนเองจะถ่ายภาพหรือคลิปติดอะไรที่น่าสนใจบ้างน้าทีทำหน้าที่บันทึกข้อมูลที่ผู้มีเบาะแสทุกคนคอยบอก
หญิงท้องแก่คนหนึ่งถูกประคองขึ้นมาบนระเบียง “น้าทีครับ เมียผมมันบอกว่า มันเจอคลิปน่าสงสัย”
“คลิปอะไร?”
“วันนั้นหนูนั่งเล่นอยู่สวนหลังบ้านพักก็เลยให้ลูกชายพี่แจ่มถ่ายคลิปให้ พอพี่พันกลับไปบอกว่า นายจะหาคนร้ายหนูเลยเปิดดูอีกที นี่ค่ะ”
“นี่มัน......คุ้นๆนะ”
สามีของหญิงท้องยิ้มกว้าง“ไอ้กว้าง นักเลงบ้านป่าแดงไงครับ ผมไปถามคนอื่นๆ แล้ว ก่อนไฟไหม้สามวันมันอ้างว่า มันหาไอ้ชาญ เพราะไอ้ชาญเป็ลูกพี่ลูกน้องกับมัน”
“ดีงั้นก็ไปสืบเื่ไอ้กว้างกัน” สายฟ้าหันไปบอกพฤกษ์
“ไม่ยาก เดี๋ยวส่งข้อมูลให้พรรคพวกไปจัดการ”พฤกษ์รีบขอความช่วยเหลือจากเครือข่ายในตำบลใกล้ๆ ทันทีเพราะบ้านป่าแดงไม่ได้อยู่ในเขตที่เขารับผิดชอบ
จบจากการสืบสอบในวันนี้เย็นนั้นพฤกษ์ให้รางวัลผู้มีคลิปน่าสงสัยเป็หม้อหุงข้าวใหม่ทำให้เหล่าคนงานต่างตั้งใจไปเปิดดูรูปที่ตนเองถ่ายไว้ั้แ่ก่อนไฟไหม้และหลังจาก่ไฟไหม้
ยุคที่โทรศัพท์มือถือของทุกคนถ่ายภาพได้่ไฟไหม้พวกเขาต่างอาศัย่เวลาเล็กๆ น้อยๆ ถ่ายคลิปเอาไว้ ทำให้เช้าวันต่อมาจำนวนผู้มีคลิปน่าสนใจก็เพิ่มขึ้นขึ้น
“เอ็งดูคลิปนี้รู้สึกไหมว่า มันมีอะไรแปลกๆ”
“นั่นมันลักษณะไม่ได้มาช่วยดับไฟนะ มันมาดูลาดเลาต่างหาก”ทั้งสองวิเคราะห์กริยาท่าทางคนในคลิป
“ข้าจำได้ว่าไอ้หมอนี่มันเป็คนงานของเสี่ยมิ่งนี่นา มันเคยมากับนายมันครั้งหนึ่งตอนนี้มาคุยเื่ซื้อที่”
สายฟ้านึกขึ้นได้เื่หนึ่ง“วันนั้น เสี่ยมิ่งก็มาไร่เรานะ เอ็งจำได้ไหม?”
“แล้วพอไฟไหม้มันอยู่ไหน?”
สายฟ้าบันทึกคลิปที่คนงานถ่าย่ไฟไหม้เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์แบบพกพาแล้วจึงเอามาเปิดไล่เลียงดู “นี่ไง?มันช่วยอยู่แป๊บแล้วก็หลบออกไป” เปิดไปอีกสองคลิป“มันอยู่นี่ ทำไมมันถึงไปอยู่แถวโรงไม้”
“นี่ๆลองเปิดอันนี้ดู” พฤกษ์ชี้คลิปด้านล่าง ที่มีรูปโรงไม้ไหม้
“มันเดินไปด้านหลัง”ทั้งสองพูดขึ้นเกือบจะพร้อมกัน แล้วเงยหน้า
พฤกษ์หน้าเครียด“เป็มันแน่ๆ มิน่า ไฟมันเหมือนถูกจุดไล่ๆ กัน เพื่อให้ล้อมโรงไม้ไว้”
“ใจเย็นๆอย่าเพิ่งให้ไก่ตื่น ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา” สายฟ้าหรี่ตาลง
แป้งชะงักเท้า เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยในห้องรับแขกเล็ก วันนี้เธอเดินซอกแซกมาตามริมสวนด้านข้างบ้านของลุงจึงผ่านด้านข้างห้องนี้ หน้าต่างที่เปิดกว้าง ทำให้เสียงนั้นชัดเจน
“ยุ้งฉางมันไหม้ไปไม่น้อยเรือนพักคนงานอีกครึ่งหลัง ส่วนโรงไม้ไหม้แค่ด้านนอก”
“ทำไมต้องเผาไร่อ้อยอีก”
“่ชุลมุนล่ะพ่อคนงานมันดับไฟเร็ว รีบมาสมทบกัน กะว่าเผานิดเดียว แต่อ้อยมันแห้งแล้วเลยยาว”
‘หา! เผาไร่’ แป้งรีบก้มลงค่อยๆ วางปิ่นโตที่แม่เธอใช้ให้มาส่งบ้านลุงมงคล ถ้าสองคนนั้นรู้ว่าเธอได้ยินเื่นี้ ไม่อยากจะคิดว่า จะเกิดอะไร?
แม้จะรู้แก่ใจว่า พี่มิ่งก็นิสัยนี้ภายนอกดูเป็คนสุภาพเรียบร้อยแต่กลับแอบก่อเื่เลวร้ายอยู่หลายหนที่คาดไม่ถึงคือ จะกล้าก่อเื่ใหญ่ที่อาจจะทำให้มีคนตาย ‘บางทีเื่นี้อาจจะไม่จบแค่นี้’
“ไอ้นักเลงบ้านป่าแดงนั่นล่ะ แกส่งมันไปไหน”เสี่ยมงคล นั่งบนโซฟาตัวใหญ่หันหลังให้หน้าต่าง
“ไอ้กว้างน่ะเหรอพ่อ ให้ออกจากที่นี่ไปแล้ว”
“แล้วผู้ช่วยมันล่ะ”
“อีกสองคนก็ให้เงินไปอยู่กับญาติสักพักรอเื่เงียบ”
“งานนี้แกใช้กี่คน”
เสี่ยมิ่งหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบแล้วยิ้มกริ่ม “สี่คน กะว่า ระดมเผารอบด้านเลย เสียดายไอ้สายฟ้ารอดมาได้”ที่เขาไม่ได้พูดอีก คือเื่ที่เกิดความผิดพลาดขึ้นในแผนการเพราะพันดาวหนีไฟไปพร้อมกับสายฟ้า ทำให้เขาต้องเสียเวลาในวนเวียนตามหาเธอแถวโรงไม้จนเกือบเสียจังหวะในการปลีกตัวออกมา
“แล้วไปเก็บงานให้รอบคอบก็แล้วกัน” เสี่ยมงคลนึกถึงที่ดินส่วนที่ติดกับไร่เขาเมื่อหลายปีก่อนเจรจาซื้อขายไม่สำเร็จ ให้ราคาเพิ่มอีกเท่าตัว ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอมขายบริเวณนั้นเหมาะอย่างยิ่งกับการซุกซ่อนสิ่งที่เขาได้มา และยังติดกับดงพะยูงธรรมชาติ
“ที่ สปก. แถวนั้นกว้านซื้อหมดยัง?”
“ได้มาเยอะแล้วพ่อ”
“เออ ดีจะได้จัดการเื่นั้นต่อ”
แป้งรีบหลบลงเมื่อเห็นเสี่ยมิ่งลุกขึ้นยืนเธอถอยออกจากใต้หน้าต่าง ซิกแซกไปด้านหลัง เข้าห้องครัว
“อ้าวหนูแป้ง! เอาอะไรมาส่งน่ะ”
“แม่ทำแกงสายบัวค่ะกับบัวลอยค่ะ เลยให้เอามาส่งบ้านคุณลุง”
ป้าวันเป็ญาติห่างๆที่มาทำงานเป็คนครัวบ้านลุงมงคลนับสิบปีแล้ว จึงสสนิทสนมกับแป้งซึ่งมีหน้าที่เอาอาหารมาส่งที่นี่เสมอ
“ทำไมหน้าซีดเซียวแบบนั้นล่ะมาๆ นั่งกินน้ำเย็นก่อน” ป้าวันจูงมือเธอไปนั่งโต๊ะกลางในครัว“วันนี้ป้าต้มน้ำอัญชันไว้เยอะเลย แช่เย็นๆ ชื่นใจนะ”
แป้งรับน้ำสีม่วงที่มีน้ำแข็งก้อนทรงลูกบาศก์เกือบครึ่งแก้วจิบไปถี่ๆ หลายครั้ง เื่เมื่อกี้ทำเธอตกตะลึง ดีที่ขาไม่แข็งลากตัวเองมาถึงห้องครัวได้
“อากาศมันร้อนค่ะป้าเดินลุยแดดมา หน้ามืดเลย” หญิงสาวยิ้มแหยๆ
“พี่มิ่งกับคุณลุงอยู่ไหมคะ?”
“ยังอยู่ในบ้านน่ะ”ตอบยังไม่จบประโยค เสียงสตาร์ทรถคันใหญ่ก็ดังขึ้น โรงรถอยู่ใกล้ครัวมีกำแพงอยู่ใกล้ทำให้เสียงก้องไปมา “สงสัยจะออกไปธุระซะแล้วล่ะเดี๋ยวกับข้าวนี้เก็บไว้ตอนเย็นล่ะกัน”
แป้งแสร้งถามถึงขนมเม็ดขนุนที่ป้าวันทำเมื่อวานก่อน“เม็ดขนุนเหลือไหมคะป้า หนูอยากกิน”รอให้สองพ่อลูกออกไปจากบ้านก่อน เธอค่อยย่องกลับ
“ในตู้เย็นแน่ะยังมีอีกกล่อง” ป้าวันกระวีกระวาดหยิบขนมในตู้เย็นออกมา
“ขอบคุณค่ะ”
หญิงสาวจิ้มกินขนมไม่กี่ชิ้นฟังว่าเสียงรถลับไปแล้ว ทั้งสองคันเธอจึงอำลาป้าวันกลับบ้านพร้อมปิ่นโตที่ล้างสะอาด ‘เฮ้อ! ขายังสั่นไม่หาย’ แป้งเดินไปพลางใช้มือที่ว่างทุบต้นขาไปพลาง
*******************************

