ตอนที่ 77 : เธอจะไปเข้าใจอะไร
ภายในห้องพักของเด็กหนุ่ม ม.ปลาย
ด้วยสภาพโทรม ๆ และห่างไกลความเจริญเพราะตั้งอยู่แถบชานเมือง มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นจุดนัดพบของหญิงสาว
ยิ่งมีโอกาสยากเข้าไปอีกหากหญิงสาวคนนั้นจะเป็นสาวงาม และยิ่งยากยิ่งยวดเมื่อมีสาวงามถึงสองคนอยู่ในห้องโทรม ๆ นี่พร้อมกัน
...ถ้าไม่ใช่เพราะตัวตนอันซับซ้อนของเจ้าของห้องอย่างชินเป็นคนดึงดูด สาวงามอย่างโอลิเวียกับชงหยวนก็คงไม่มีทางได้มานั่งร่วมโต๊ะกันอยู่ในห้องนี้เป็นแน่
แต่อนิจจา ความซับซ้อนนั้นไม่ได้เกิดแต่กับชิน หากแต่เกิดกับสองสาวเองด้วย
...โดยดูได้จากแววตาคมกริบที่สองสาวจ้องกันไม่กะพริบนี่แล
ยัยโอลิเวีย... ก็รู้อยู่หรอกว่าไม่ชอบขี้หน้ากัน แต่นี่มันเกินไปไหมยะเนี่ย
ชงหยวนขมวดคิ้วจนกระตุก รู้สึกว่าท่าทีของอีกฝ่ายระแวงมากยิ่งกว่าที่ผ่านมา
ถ้าระแวงกันมากขนาดนี้ เห็นทีบรรยากาศการเจรจาคงเกิดขึ้นได้ยาก ชงหยวนเลยเริ่มมองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อหาหัวข้อสนทนาเบา ๆ
“...นี่ชินเขาอยู่ที่แบบนี้เหรอ”
“คุณพูดราวกับว่าชินติดสบายอย่างนั้นแหละ”
“อย่าหาเรื่องได้ไหมยะ! ฉันแค่อยากรู้เรื่องของเขาเอง!”
ชงหยวนหลุดขึ้นเสียงเพราะโดนโอลิเวียเขม่นมองใส่ เรื่องนี้ต่อให้อีกฝ่ายเป็นใครเธอก็ไม่อาจทนได้เพราะทิฐิมันค้ำคอ
“ให้ตายสิ... ทำไมเธอต้องหงุดหงิดใส่ฉันทุกทีด้วยนะ!”
“คุณเองก็ด้วยนั่นแหละค่ะ”
“เธอเริ่มก่อนตลอดเถอะ!”
“กล้าสาบานไหมล่ะคะ?”
“ “ฮึ่ย!!!” ”
สองสาวส่งเสียงข่มขู่ผ่านจมูก การโน้มตัวของพวกเธอถูกคั่นไว้ด้วยโต๊ะไม้กลางพื้นห้อง ไม่อย่างนั้นพวกเธอคงยั๊วจนเอาหน้าชนกันเหมือนเมื่อก่อนไปแล้ว
“ให้ตายสิ... คุยกันดี ๆ ไม่ได้รึไงกันยะ”
“จะให้คุยดี ๆ กับคนที่ไม่รู้ว่ามาดีหรือร้ายคงไม่ได้หรอกค่ะ”
โอลิเวียหลับตาตอบทันควัน เธอสงบนิ่งและเย็นชา คืนอาการหลุดก่อนหน้านี้ได้อย่างรวดเร็วราวกับยังระแวงกันไม่เลิก
แต่ชงหยวนก็รู้ว่ามันช่วยไม่ได้
...มันก็เข้าใจอยู่หรอก ก็เรายังไม่ได้เล่าเรื่องของตัวเองให้ยัยนี่ฟังเลยนี่นะ เดิมทียิ่งไม่ชอบขี้หน้ากันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วยอีก
จะไม่รู้ว่ามาดีมาร้ายก็คงไม่แปลก———
“ถึงสำหรับท่านชงหยวน จะไม่มีทางมาดีอยู่แล้วก็เถอะนะคะ”
“อคติเกินไปแล้วย่ะ!”
ชงหยวนตบโต๊ะดังผั๊ว ยั๊วไปเป็นหนที่สอง ต่างจากโอลิเวียที่ยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มขี้แกล้ง
ซึ่งรอยยิ้มเย้าหยอกนั่น ก็เป็นสิ่งที่ชงหยวนไม่ได้เห็นมานานแล้วเหมือนกัน ทำเอาชงหยวนเกาหัวอย่างรำคาญใจ
“ให้ตายสิ... ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะรู้สึกคิดถึงอะไรแบบนี้”
“คุณเองก็ซื่อตรงได้เหมือนเมื่อก่อนอยู่สินะคะ นึกว่าใส่หน้ากากจนลืมตัวตนเดิมไปแล้วซะอีก”
“เออสิยะ ฉันใส่ตรง ๆ กับเธอแค่คนเดียวนี่แหละ”
ชงหยวนยิ้มเยาะชี้นิ้วกลับไปใส่โอลิเวีย เป็นท่าทางที่ใครก็ต้องโมโห
แต่สำหรับคนที่เป็นคู่ปรับกัน เรื่องราวและความรู้สึกเบื้องหลังอันซับซ้อนมันทำให้โอลิเวียรู้สึกคุ้นเคยเหมือนอย่างที่ชงหยวนว่า
...เหมือนกับที่ชินเคยบ่น ว่าถ้าสถานการณ์ไม่เป็นอย่างนี้พวกเราคงเชื่อท่านชงหยวนได้สนิทใจ
พอคิดแล้วมันก็จริงอย่างที่คุณว่าล่ะนะคะ
แต่... เพราะไว้ใจไม่ได้นี่แหละถึงต้องรู้ให้ได้
ถึงจะน่าหงุดหงิดที่ชินอยากจะไว้ใจผู้หญิงคนนี้ แต่นั่นก็เป็นเพราะชินแทบจะไม่เหลือคนรู้จักอีกแล้วเท่านั้น
เพราะงั้น... ฉันถึงต้องพิสูจน์เจตนาของผู้หญิงคนนี้ให้ได้
“งั้นช่วยบอกได้ไหมคะว่าต้องการอะไรจากชิน”
โอลิเวียถือโอกาสเข้าเรื่องอย่างไม่รอช้า ชงหยวนเบิกตาโพลงแต่ไม่ผิดไปจากการคาดการณ์
ชงหยวนเลยสีหน้าเปลี่ยนเป็นคมกริบจริงจังอย่างรวดเร็ว
“ถ้าเอาสั้น ๆ ก็คือ... อยากจะชวนเขาเป็นพวกนั่นล่ะนะ”
กะแล้วเชียว... วางแผนจะให้ชินที่เป็นแองกริคราวน์แปรพักตร์ไปอยู่กับตัวเองในศึกชิงบัลลังก์จริงด้วย
แต่เรื่องที่ยอมบอกกันตรง ๆ ก็แสดงว่ามีเจตนาตามนั้นจริง ๆ ...รึเปล่านะ?
โอลิเวียพยายามรักษาสีหน้า เพราะชงหยวนเองก็มองมาด้วยแววตาสงบไม่ล้อเล่นเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
โอลิเวียที่ยังไว้ใจชงหยวนไม่ได้เลยต้องการข้อมูลเพิ่ม ...โดยเริ่มจากแกล้งโง่ทำตัวเป็นคนที่อยู่ ‘วงนอก’
“คำว่าเป็นพวกนี่ยังไงเหรอคะ? คุณตั้งใจจะให้ชินทำอะไรกันแน่?”
“อย่ามาไขสือ... พวกเธอทำสงครามชิงดินแดนกันอยู่ใช่ไหมล่ะ?” ชงหยวนพูดพลางชี้นิ้วใส่โอลิเวีย
“ชินคือแองกริคราวน์ ส่วนเธอก็คือโกลเด้นด็อก ใช่ไหมล่ะ?”
ชงหยวนพูดตรงประเด็น จ้องโอลิเวียราวกับเป็นอสรพิษจ้องกบ จังหวะนั้นโอลิเวียปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกขนลุกจนตัวแข็งทื่อ
และเพราะนิ่งไปชงหยวนเลยคลายท่าทีลง รวมถึงวางมือลงจากที่ชี้ใส่โอลิเวียด้วย
“ตกใจทำไม? ฉันรู้ว่าชินคือแองกริคราวน์ตั้งแต่ที่ปะทะกับเขาในห้างแล้วหรอก”
“...ตกใจที่คุณกล้าเปิดเผยเรื่องนี้ตรง ๆ ต่างหากล่ะคะ”
“ยังกับเธอจะทำอะไรฉันได้อย่างนั้นแหละ อีกอย่าง ถ้าจะชวนเป็นพวกมันก็ต้องเปิดไพ่ให้ดูไม่ใช่รึไง?”
“ถึงจะเป็นวิธีที่เสียมารยาทไปหน่อยก็เถอะนะคะ”
ให้ตายสิ... จุดที่อยากทำอะไรก็ทำนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ นะคะคุณเนี่ย
โอลิเวียถอนหายใจเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย
แต่ว่า... แบบนี้จะเฉไฉก็มีแต่จะแย่ลง
แล้วชินก็เคยบอกไว้แล้วด้วยว่าถ้าชงหยวนรู้ตัวจริงอยู่แล้วก็ให้ยอมรับไปตามตรง
โอลิเวียคิดอย่างไม่มีทางเลือก แต่ก็ไม่คิดจะตอบออกมาเกินกว่าที่ชงหยวนพูดหรือรู้อยู่แล้ว
ซึ่งพอคิดถึงสิ่งที่ชงหยวนกล่าวแล้ว นั่นก็ทำให้เกิดความสงสัย ‘เป็นการส่วนตัว’ ขึ้นมาด้วย โอลิเวียเลยหรี่ตามองชงหยวน
“ตอนสู้กันที่ห้าง... รู้ได้ยังไงคะว่าเป็นชิน?”
“หืม? ทำไมจะไม่รู้ดีกว่า แค่เห็นก็รู้แล้วไหมว่าเป็นเขา”
“...น่าหงุดหงิดจริง ๆ ค่ะ”
โอลิเวียรู้สึกได้ว่าความร้อนกำลังแผดเผาอก ไม่ใช่ความหงุดหงิดแบบก่อนหน้านี้ แต่เป็นความร้อนที่ต่างออกไปจากปกติ
ใช่... เป็นความรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นอีกฝ่ายมั่นใจว่ารู้จักชินพอ ๆ กับตน
ซึ่งเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก...
“หึงออกนอกหน้าเชียวนะ”
“ไม่ใช่ค่ะ”
โอลิเวียปฏิเสธชงหยวนทันควัน พยายามเรียกความสงบกลับมาก่อนจะเสียเรื่อง เธอหายใจออกเสียยาวก่อนความเยือกเย็นจะกลับมา
ชงหยวนที่นั่งอีกฝ่ายส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
“แหม ๆ... เธอนี่มันน่ารักน่าชังจริง ๆ นะโอลิเวีย”
“...คุณไม่อยู่ในสถานการณ์ที่จะพูดข่มได้แล้วนะคะ”
“แต่ฉันก็จะพูดอยู่ดี”
ชงหยวนยืดอกยิ้มแสดงความเหนือกว่า นั่นทำให้โอลิเวียขมวดคิ้วด้วยความเคยชินที่ฝังอยู่ในใจจากเมื่อสิบปีก่อน
เป็นเพราะอยู่ดี ๆ ชินก็ถูกจับคลุมถุงชนไปแต่งกับเจ้าหญิงประเทศใหญ่ สถานะเดิมที่เป็นได้แค่ข้ารับใช้คนสนิทเลยยิ่งถูกลดทอนลงไปอีก ...แน่นอนว่าในฐานะของชายหญิง
ในห้วงเวลานั้น รอยยิ้มประกาศชัยชนะของชงหยวนมันช่างน่าหงุดหงิด ไม่ว่าจะมาจากทั้งความรู้สึกเหนือกว่าจริง ๆ หรือว่าเห็นใจก็ตาม โอลิเวียแค่นึกถึงก็อยากจะเผาทั้งปราสาทให้เป็นขี้เถ้าแล้ว
...แต่ไม่ใช่กับสถานการณ์ในตอนนี้ที่เปลี่ยนไปแล้ว รอยยิ้มมุมปากของโอลิเวียคือการยืนกรานเรื่องนั้นคืน
“ตอนนี้คุณไม่ใช่คู่หมั้นของชินแล้วนะคะ ความหึงหวงของดิฉันไม่ใช่ของเปล่าประโยชน์อีกแล้ว คุณควรตระหนักเรื่องนั้นไว้ด้วย”
โอลิเวียยืนยันเสียงแข็ง ความซื่อตรงของเธอกระแทกกระทั้นใจของชงหยวนจนเธอเบิกตาโพลง
แต่ไม่ได้ทำให้ชงหยวนหัวเสีย ...กลับกัน มันทำให้ชงหยวนเผยยิ้มขมแทน
พวกสามัญชนเนี่ย น่าอิจฉาจริง ๆ
“...ช่างเถอะ แล้วอีกนานไหมกว่าชินจะกลับมา” ชงหยวนเปลี่ยนประเด็น สายตาเหลือบมองประตูด้านหลังเหมือนรอคอย
แล้วพอดึงกลับมาเรื่องนี้ โอลิเวียยิ่งรู้สึกลำบากใจจนสีหน้าออก ทำชงหยวนจับสังเกตได้ไม่ยาก
“ทำไม? มีเรื่องอะไรเหรอ?”
“...”
โอลิเวียไม่ตอบแม้ถูกถาม ไม่สิ... ไม่รู้จะตอบยังไงดีมากกว่า
คน ๆ นี้ตั้งใจจะดึงชินไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยาก
ทั้งที่ตอนนี้... เค้ามีเรื่องให้คิดมากพอแล้วแท้ ๆ
ต้องตามหาคนที่สังหารครอบครัว ปิดบังตัวตนจากผู้คน
แล้วตอนนี้ยัง... กลายเป็นว่าคนที่เคารพราวกับเป็นพ่อคนที่สองยังกลายเป็นคนทรยศไปอีก
นี่มัน... มากเกินไปแล้วไม่ใช่รึไงกันคะ
โอลิเวียคิดถึงความรู้สึกของชินแล้วปวดใจ สีหน้าเธอถึงกับเสียราวกับเจ็บแทนเจ้าตัว
กับโอลิเวียที่อยู่ข้างชินในทุกสถานการณ์ที่เขาเผชิญ การได้เห็นและสัมผัสอารมณ์ของชินไปพร้อมกันยิ่งทำให้เธอเข้าใจเขามากกว่าใคร
...แล้วนี่ยังไม่นับ เรื่องที่โอลิเวียแคร์ชินมากเสียยิ่งกว่าตัวเธอเองอีก
พอเป็นแบบนี้แล้ว ใครเล่าจะอยากหาเรื่องยุ่งยากมาให้คนที่รักต้องปวดหัวเพิ่ม
“...ขออภัยด้วยนะคะท่านชงหยวน แต่ดิฉันไม่คิดว่าวันนี้จะเหมาะนักหรอกค่ะ”
“ทำไมล่ะ?”
“ดิฉันไม่ถนัดพูดเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ต้องขออภัยด้วยค่ะ”
โอลิเวียบอกปัดอย่างสงบ ใช้ความสุภาพเข้าข่มให้เลิกรา ...แม้จะรู้อยู่แล้วว่าชงหยวนคงไม่ยอมง่าย ๆ
“ชินเขาเป็นอะไรเหรอ?”
ชงหยวนซักไซ้ตรงประเด็น ยิ่งเห็นโอลิเวียนิ่งสงบปากแข็ง ยิ่งทำให้ชงหยวนนึกถึงชินในช่วงที่ผ่านมาด้วย
ว่าไป... ชินเขาก็ดูเหนื่อยจริง ๆ นั่นแหละ
แล้วดูไม่ใช่ความเหนื่อยล้าทางกายด้วย
มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า?
ไม่สิ... เพราะเป็นช่วงเวลาแบบนี้นี่แหละ
“...งั้นยิ่งต้องให้ฉันคุยกับเขา เพราะฉันช่วยเขาได้มากกว่าวลาดแน่” ชงหยวนถือโอกาสยืนยันเรื่องนั้น ยกมือทาบอกเสนอตัว
นั่นยิ่งทำโอลิเวียเหงื่อตกลำบากใจ แต่ก็ไม่มีทางอื่นนอกจากหาทางปฏิเสธ
“ไม่ได้หรอกค่ะ... คุณไม่รู้นิสัยชินรึไงกันคะ”
“เกลียดเรื่องทรยศหักหลังใช่ไหมล่ะ”
“แล้วคุณยังจะ!”
“ก็นั่นมันเมื่อก่อนไม่ใช่รึไง”
ชงหยวนพูดขัดโอลิเวีย น้ำเสียงเย็นชาพาลเอาโอลิเวียไม่กล้าขัด
ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเข้าใจในสิ่งที่ชงหยวนคิดจะพูด
“เขาคือแองกริคราวน์เชียวนะ ...นักล่าค่าหัวอันดับหนึ่งของโลกเชียวนะ นั่นมันตัวตนตรงกันข้ามกับที่เขาเคยอยากเป็นเลยไม่ใช่รึไง? ก็แปลว่าเขาเปลี่ยนไปแล้วไม่ใช่รึไง?”
“อย่างท่านชงหยวนน่ะมีสิทธิพูดด้วยเหรอคะ”
โอลิเวียกัดฟันตอบทันควัน รู้สึกเหมือนความโกรธปะทุมาถึงริมฝีปาก แต่ก็ยังทนไม่ให้หลุดเสียงตะคอกออกมา
“อย่างคุณจะไปรู้อะไรกันคะ ว่าชินต้องอยู่ด้วยความรู้สึกแบบไหน”
“ก็ไม่รู้น่ะสิ ถึงได้ถามอยู่นี่ไง”
“การตอบคำถามคุณนั่นแหละจะยิ่งทำให้ชินเจ็บปวดไปมากกว่านี้ ไม่เข้าใจรึไงคะ!!!!”
โอลิเวียอดกลั้นไม่ไหวจนได้ เสียงตะคอกจึงดังแผดออกมาและสั่นรัว
แค่สิ่งที่เขาทำมาตลอดมันก็ทำให้ตัวเองเจ็บปวดมากแล้วแท้ ๆ!
ทั้งที่เขาฝืนจนไม่เป็นตัวเองมาตลอดแล้วแท้ ๆ! ต้องเอาแต่ทำเรื่องที่ไม่อยากทำมาตลอดแท้ ๆ!!!
แต่มาพูดว่าเขาเปลี่ยนไปหน้าตาเฉยราวกับชินไม่รู้สึกอะไร...
พูดออกมาทั้งที่ไม่รู้อะไรแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน!!!
“คุณคิดว่าชินเขาชอบที่จะใช้ชีวิตแบบนี้รึไงกันคะ! ทั้งที่เขาไม่ใช่คนที่จะทำเรื่องล้างแค้นได้ลง แต่กลับต้องแบกภาระของราชวงศ์ติดตัวไป จะอยู่ที่ไหนก็มีแต่คนตามรังควาญและหาผลประโยชน์ แล้วคุณยังจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปอีกด้วยการทำให้ชินเป็นนกสองหัวเนี่ยนะคะ! คิดว่าชินเขาจะลำบากใจแค่ไหนกัน!!!”
โอลิเวียแผดเสียงไม่มีหยุด ไร้ซึ่งช่องให้ชงหยวนได้โต้ตอบ ...อันที่จริง นั่นทำให้ชงหยวนนั่งก้มหน้าไปเลย
แต่พอโอลิเวียคิดว่าเธอเริ่มสลด ไหล่ของชงหยวนกลับเริ่มสั่นขึ้นมา
“หาผลประโยชน์จากเขาเหรอ? เธอพูดถึงฉันเหรอโอลิเวีย...”
“แล้วไม่ใช่รึไงกันคะ!”
“มันจะไปใช่ได้ยังไง!!!”
ชงหยวนตบโต๊ะลั่น เสียงตวาดเธอดังเสียยิ่งกว่าครั้งโอลิเวียเสียอีก
“เธอไม่รู้รึไงว่าช่วงสิบปีมานี้ฉันเจออะไรมา! ฉันคือเจ้าหญิงที่ถูกบ้านเกิดส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการนะ!!! พอหมดประโยชน์ก็ถูกลบตัวตนให้เหมือนตาย แค่เพราะพวกมันอยากตัดความเกี่ยวข้องกับประเทศของชินนะ! คิดว่าฉันจะไม่เข้าใจความรู้สึกนั้นของชินรึไง!!!!”
“ก็ถ้ารู้อย่างนั้น ทำไมถึงยังทำกับชินแบบนี้ล่ะคะ!”
“ฉันอยากให้เขาอยู่ข้าง ๆ มันผิดด้วยรึไง!!!”
“!?”
โอลิเวียค้างนิ่งไปหลังได้ยินชงหยวนตะโกนกลับมาแบบนั้น
ทางชงหยวนเองก็ตกใจเหมือนกันเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา เธอรีบดึงตัวเองกลับลงนั่งจากที่ยื่นตัวออกไป
แต่แน่นอนว่ามันสายไปแล้ว เพราะคำที่พูดออกมาแล้วมันเอากลับคืนลงคอไม่ได้
“นี่คุณ... ยังรักชินอยู่จริง ๆ เหรอคะ”
“...ไม่ใช่ธุระของเธอ”
ชงหยวนจ้องมองโอลิเวียกลับมาอย่างไม่หวั่นเกรง มือเธอเลื่อนขึ้นม้วนผมตัวเองเหมือนไม่อยากให้ความคิดตัวเองว่าง
แต่นั่นแหละคือจุดที่โอลิเวียไม่ปล่อยผ่าน
นิสัยที่ชอบม้วนผมตอนโกหกนั่นยังเหมือนเดิมเลยนะคะ ดูออกง่ายจริง ๆ
แต่ว่า...
“นั่นไม่ใช่ความรักหรอกค่ะ”
“หนวกหู” ชงหยวนตอกกลับทันควัน ไม่ยอมรับหรือปฏิเสธ
ซึ่งโอลิเวียไม่สนใจ เพราะตั้งใจจะปฏิเสธความรู้สึกนั้นของชงหยวนด้วยตัวเธอเองอยู่แล้ว
ไม่สิ... ปฏิเสธความรู้สึกของชงหยวน ด้วยการกระทำของเจ้าตัวเองต่างหาก
“คิดว่าดิฉันไม่รู้เหรอคะว่าคุณทำอะไรก่อนหน้านี้” โอลิเวียเปลี่ยนแววตาอีกครั้ง และหนนี้มันคมกริบด้วยความโกรธ
“คุณเอาศึกมาอยู่รอบตัวชินเพราะอยากพิสูจน์ตัวตนของเขา พาอันตรายมาหาเขา แล้วถ้าพิสูจน์ว่าชินอยู่ฝั่งคุณไม่ได้จะทำยังไงคะ?”
โอลิเวียจ้องราวกับเหยี่ยว ทำชงหยวนรู้สึกหนาวเย็นแผ่นหลัง
ความโกรธของโอลิเวีย เมื่อรู้ว่าชงหยวนจะทำอะไรชินหากทุกอย่างไม่เป็นไปตามหวังมันมากถึงเพียงนั้น
“ขอเดาละกัน... คุณจะสังหารชินใช่ไหมคะ”
“...”
ชงหยวนนิ่ง ไม่แม้แต่จะเปิดปาก
ความหนาวเหน็บจากแรงกดดันเริ่มเปลี่ยนเป็นของจริง เพราะพลังเวทของโอลิเวียรั่วไหลจนเริ่มทำให้อากาศในห้องเย็นราวกับห้องแช่แข็ง
แต่โอลิเวียก็รู้สึกแปลกใจไม่เบาที่ชงหยวนยังนิ่งได้และไม่แม้แต่จะเปิดปากตอบโต้
สิ่งที่เธอเห็น... คือแววตาอันเหม่อลอยของชงหยวนที่มองลอดออกไปไกลแสนไกลนอกหน้าต่าง
“โอลิเวีย... เธอเคยอยู่ในโลกที่ไม่มีชินไหม”
ชงหยวนหันกลับมาถามสั้น ๆ แววตาอันว่างเปล่านั่นแอบทำเอาโอลิเวียรู้สึกเจ็บจี๊ดในอก
ไม่ใช่เพราะเห็นใจหรือสงสาร ตรงข้าม... โอลิเวียรู้สึกเหมือนกำลังส่องกระจกมองเห็นตัวเองในสมัยก่อน
ใช่... นั่นคือแววตาของคนที่ไม่ได้มีชีวิตอยู่ด้วยความหวังหรือจำเป็นต้องรู้สึกอะไรอีก เพราะมันตายไปพร้อมกับชินเมื่อสิบปีก่อนแล้ว แววตาว่างเปล่าของชงหยวนบอกมาอย่างนั้น
“ฉันรู้ว่ามันหน้าด้านหลังจากที่บอกว่ายังชอบเขาอยู่ แต่หัวใจของฉันไม่เหมือนเดิมแล้วโอลิเวีย จะอยู่หรือตายก็ไม่ต่างกันหรอก ไม่ว่าจะฉัน... หรือว่าชิน”
คำพูดชงหยวนพลิกทำให้โอลิเวียกลายเป็นฝ่ายเหงื่อตก
ชงหยวนคือเจ้าหญิงแกร่ง ผู้เด็ดเดี่ยวกล้าหาญ นั่นคือภาพจำของโอลิเวียที่มีต่อชงหยวนตลอดมา สีหน้าว่างเปล่าราวกับร่างไร้วิญญาณนั่นไม่ใช่สิ่งที่โอลิเวียคิดว่าจะได้เห็นจากชงหยวนเลย
“เพราะงั้นขอร้องล่ะนะ... ถ้าทนอยู่ไม่ได้ถึงสิบปีแบบฉันก็หุบปากไปซะเถอะ”
“อึก...”
โอลิเวียกลืนน้ำลาย แอบสะเทือนใจไม่เบาหากต้องจินตนาการถึงสถานการณ์นั้น
หากเรื่องเลวร้ายนั้นเกิดขึ้น... หากชินไม่อยู่บนโลกนี้ต่อไปอีกแล้ว โอลิเวียรู้ตัวว่าเธอไม่เข้มแข็งพอจะอยู่พ้นวันเดียวกันนั้นด้วยซ้ำ
แล้วมันช่างเป็นตลกร้าย... ที่คู่แข่งความรักอย่างเธอเองก็รู้ว่าชงหยวนมีความรู้สึกแรงกล้าต่อชินขนาดไหน
การที่ชงหยวนทนมาได้ขนาดนี้ โอลิเวียย่อมเข้าใจดีกว่าใครว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย
“...ดิฉันต้องขอยอมรับคุณในส่วนนั้น”
โอลิเวียก้มหน้า ไม่ใช่เพื่อขอโทษแต่เป็นการยอมรับสิ่งที่ชงหยวนพูด นั่นคือทางเดียวที่จะทำให้ความละอายในใจเธอหายไป
แต่ถึงอย่างนั้น...
“ถึงอย่างนั้น... ดิฉันคงรู้สึกดีใจมากกว่าถ้าได้รู้ว่าชินยังไม่ตาย และฉันคงหาทางอยู่กับเขาโดยไม่มีทางเหลือตัวเลือกที่จะทำร้ายเขาไว้แน่”
โอลิเวียยังคงยืนกรานความรู้สึกนั้นอย่างหนักแน่น
แววตาเป็นประกายนั่นทำชงหยวนคิ้วกระตุก ความซื่อตรงต่อหัวใจนั่นมันช่างน่าหงุดหงิดจริง ๆ ในสายตาเธอ
“เพราะงี้แหละฉันถึงได้เกลียดพวกไพร่แบบเธอ... เอาความรู้สึกของตัวเองมาอยู่เหนือความรับผิดชอบต่อส่วนรวม พรรคพวกประชาชีจะเป็นยังไงก็ช่างขอแค่ความสุขของตัวเองมาก่อนก็พอ แบบนี้มันน่ารังเกียจจริง ๆ”
ชงหยวนพูดพลางถอนหายใจ โอลิเวียเข้าใจได้ง่าย ๆ ว่านั่นหมายถึงพวกพ้องที่เดินตามรอยของชงหยวนที่เป็นราชาอยู่
การเป็นขุนนางมีหน้าที่ต้องแบกรับชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะทั้งความฝันและความหวังของเหล่าผู้ติดตาม ซึ่งโอลิเวียเองก็พอรู้มาจากชินแม้จะไม่เข้าใจถึงความหนักหน่วงของมัน
แต่เรื่องภาระที่แบกก็อีกเรื่องนึง เพราะจุดสำคัญคือแววตาหงุดหงิดของชงหยวนนั้นไม่ได้มีความเกลียดชัง ‘คนธรรมดา’ อย่างปากว่า อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่โอลิเวียเห็น
“คุณอิจฉาใช่ไหมล่ะคะ”
“...หนวกหูน่า”
ชงหยวนบ่นอุบในลำคอ ท่าทางเบี่ยงประเด็นยังคงเหมือนกับที่โอลิเวียจำได้ รวมถึงจุดที่ชงหยวนเกลียดชังในภาระหน้าที่ของตัวเองด้วย
นั่นสินะ... ผู้หญิงคนนี้ต้องทนทุกข์ทรมานกับการเป็นเครื่องมือทางการเมืองมาตลอด
แต่เพราะชิน เธอถึงได้กลับมาเชื่อมั่นในหน้าที่ของตัวเองอีกครั้ง สามารถยืดอกได้ว่าสิ่งที่ตัวเองเป็นนั้นน่าภาคภูมิใจมากกว่าจะมองแค่ว่ามันเป็นโซ่ตรวน
...หรืออันที่จริง คนที่เปลี่ยนให้ท่านชงหยวนเป็นแบบนั้นคือชินกันนะ
แต่... เพราะแบบนั้นแหละ
คุณควรจะยิ่งเข้าใจมากกว่าใครไม่ใช่รึไงกันคะ
“ถ้าชินอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับคุณ เขาคงเลือกที่จะช่วยทั้งคุณและพวกพ้องแน่ค่ะ”
“แล้วฉันเข้มแข็งเท่าเขาไหมเล่า”
“...ขอโทษด้วยค่ะ”
โอลิเวียชักรู้สึกผิดที่ชงหยวนตอบเสียงเบา หากเผลอเทียบคนระดับชินกับใครเข้ามันคงเป็นการเสียมารยาท โดยเฉพาะกับคนที่รู้จักความสุดยอดของเขาอย่างใกล้ชิด
แต่ในความเป็นจริง... แม้จะมีความสามารถสูงสุดแต่ก็ยังเป็นคน และนั่นทำให้เขายังมีความอ่อนไหว ไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป
“แต่ว่า... ตอนนี้ชินก็ไม่ได้เข้มแข็งหรอกค่ะ”
แถมเร็ว ๆ นี้ โอลิเวียก็เพิ่งได้สัมผัสความเปราะบางนั้นมากับตาด้วย
“ถึงจะเก่งแค่ไหน แต่คงไม่มีใครเข้มแข็งพอ ...ที่จะยอมรับได้ว่าคนที่ตัวเองเคารพดันเป็นคนทรยศได้หรอก”
“นั่นหมายความว่ายังไง?”
ชงหยวนแสดงความสนใจกับคำเปรยของโอลิเวียในทันที หากเป็นปลานี่คงเรียกได้ว่างับเหยื่อเข้าอย่างจัง
เพราะโอลิเวียอ่านแววตาที่คิดว่าตายไปแล้วของชงหยวนออกอย่างชัดเจน
...ว่านี่คือความเป็นห่วง
ดิฉันไม่มั่นใจเลยว่าคุณยังเป็นคนเดิมอยู่ไหม ท่านชงหยวน
ทั้งแววตาน่ากลัวนั่น... ทั้งวิธีการที่คุณใช้นั่น...
แต่ว่า... สายตาเมื่อกี้ที่คุณได้รับรู้ว่าชินกำลังแย่
ไม่ว่าจะคิดแบบอคติหรือไม่ แต่มันก็ยังเหมือนกับเมื่อก่อน เป็นแววตาแบบเดียวกันกับที่เมื่อก่อนคุณมองชิน
คุณน่ะ ยัง ‘รัก’ ชินอยู่จริง ๆ ด้วยสินะคะ
เท่านี้ก็ยืนยันเรื่องสำคัญได้สักที
แต่... ถึงคุณจะอยากรู้เรื่องของชินก็เถอะ ดิฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ
“ดิฉันบอกแล้วว่าไม่ชอบพูดเรื่องส่วนตัวของคนอื่นค่ะ”
“นี่เธอ... ฉันอุตส่าห์เปิดใจขนาดนี้แล้ว———”
“ถ้าอยากรู้ก็รอถามชินเอาเองเถอะค่ะ”
“!!?”
ชงหยวนเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะคำพูดและท่าทางเรียบเฉยราวจำยอมของโอลิเวียนั้นมีเพียงความหมายเดียว
...ให้ตายสิ พอได้ทีก็ทำตัวเหนือกว่าเลยนะยัยโอลิเวีย
แต่ว่า... ยังไงก็...
“...ขอบคุณ ก็แล้วกัน”
หลังจากใช้ความซื่อตรงนำพามาจนถึงจุดนี้ ชงหยวนคงไม่อาจพูดอะไรได้ออกนอกจากคำขอบคุณ
ถึงมันจะรู้สึกจักกะจี้ในอกอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่แย่นัก
เพราะอย่างน้อย... คู่แข่งตัวแสบที่ชิงดีชิงเด่นกันมานานก็ยอมรับความตั้งใจของเธอแล้ว มันยากจะปฏิเสธอยู่เหมือนกันว่ามันทำให้ชงหยวนดีใจจนเผลออมยิ้ม
หรืออย่างน้อย ตอนแรกมันก็เป็นแบบนั้น
“อย่าเข้าใจผิดนะคะท่านชงหยวน ดิฉันก็แค่ไม่อยากตัดสินใจอะไรเองจนทำให้ชินเสียโอกาสก็เท่านั้น”
“ระ เรื่องนั้นรู้หรอกย่ะ!!!”
ชงหยวนตะโกนสวนแทบไม่ทัน เสียงเธอดังยิ่งกว่าตอนแรกที่เข้ามาในห้อง แต่สีหน้านั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง สีหน้าที่ส่งผ่านก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังหยอกล้อกับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน ซึ่งโอลิเวียเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกแบบเดียวกัน
บรรยากาศรอบตัวทั้งสองคนได้เปลี่ยนไปแล้ว ดูได้ง่ายจากที่ชงหยวนหลุดหัวเราะในลำคอ ทำเอาโอลิเวียหลุดอมยิ้มตาม
“น้ำชาไหมคะ?”
“...ขอบใจ”
❖❖❖❖❖
