ทหารยกโต๊ะที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์รูปร่างประหลาด และมีดหลายขนาด มาวางตรงหน้าเธอ
“เดี๋ยว ๆ เดี๋ยวก่อน ฉันพูดจริง ๆ ไม่ได้โกหกเลย”
เตี่ยเฟิงหยิบมีดที่มีลักษณะโค้งงอขึ้นมาด้วยมืออีกข้าง ส่วนอีกข้างยังคงบีบแน่นอยู่ที่คอของเธอ
เฉินฟางเหนียงดิ้นรน ปลายเท้าก็เขย่งขึ้นตามแรงยกของมือใหญ่ข้างนั้น นี่เธอย้อนเวลามาสองพันกว่าปีเพียงเพื่อมาถูกทรมานจนตายงั้นหรือ ทำไม์ช่างเล่นตลกกับเธอแบบนี้
‘์?’
หญิงสาวคว้าเอาความคิดแว้บสุดท้ายนั้นยึดไว้มั่น ราวกับเชือกเส้นบางที่อาจช่วยให้เธอรอด
“เดี๋ยวก่อน ฉัน...ฉันรู้ความลับ์”
มือที่ถือมีดอยู่นั้นชะงักค้างไว้ แต่มือข้างที่บีบคอเธอนั้นกลับขยับแน่นเข้า จนหญิงสาวเริ่มหายใจติดขัด สติใกล้จะพร่าเลือนเต็มที
“ว่าไงนะ”
“อื๊อ...ฉ..ฉัน รู้ ความลับ…ส…์”
หญิงสาวเค้นเสียงออกจากลำคอที่ถูกบีบได้อย่างยากเย็น แม้เธอจะจำรายละเอียดของยุคสมัยนี้ไม่ได้เลยก็ตาม แต่เธอผู้มาจากอนาคตก็ยังรู้อะไร ๆ มากกว่าคนยุคนี้ แค่ยกเหตุการณ์ใหญ่ ๆ มาอ้างสักเื่ ก็น่าจะเอาตัวรอดได้ เผลอ ๆ อาจพลิกสถานการณ์ขึ้นมาต่อรองกับเขาได้
แรงบีบที่คอเริ่มคลายลง แต่มือใหญ่ยังคงกุมไว้รอบลำคอ ดวงตาคมดำลึกเหมือนบ่อน้ำ จับจ้องมาราวกับกำลังอ่านใจ
“ฉันไม่ใช่คนที่นี่ ถ้าคุณช่วยให้ฉันกลับไปที่ของฉันได้ ฉันจะบอกความลับ์กับคุณ ความลับของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”
“อนาคต?”
เขาทวนคำสุดท้ายด้วยความสงสัย หญิงสาวคิดในใจ
‘คงจะยังไม่มีคำนี้สินะ’
“เป็คำพูดรวม ๆ หมายถึงวันพรุ่งนี้ เดือนหน้า ปีหน้า อีกเป็ร้อยเป็พันปีข้างหน้าน่ะ”
“จะเกิดอะไรขึ้นในกาลข้างหน้า”
เธอเลือกใช้คำที่ดูโบราณ เพื่อให้เขาเข้าใจได้ง่าย และดูจะเพิ่มความขลังให้กับคนพูด
“เจ็ดแคว้นจะรวมเป็หนึ่ง”
“ใครเป็ใหญ่ ฮ่องเต้เซียงเฉิงใช่หรือไม่”
“ใครนะ?”
“เสด็จพ่อของข้า”
“ไม่รู้สิ จำไม่ได้ รู้สึกว่าจะเป็ฮ่องเต้อะไรสักอย่างนี่แหละ”
เธอจำใจต้องโกหก ถึงเธอจะโง่วิชาประวัติศาสตร์ แต่ใครจะจำฉินซีฮ่องเต้ผู้รวมแผ่นดินเป็หนึ่งไม่ได้กัน แต่การต้องบอกคนตรงหน้าว่า แผ่นดินที่เขาอยู่นี้ ต่อไปจะต้องล่มสลาย คอเล็ก ๆ ของเธออาจหักคามือแกร่งนี้เมื่อไหร่ก็ได้
“กาลนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด ปีนี้งั้นรึ”
“ไม่รู้สิ ปีนี้ปีอะไรล่ะ อ๋อ แคว้นหานล่มหรือยัง”
“แคว้นหานจะล่มงั้นรึ?”
“อ๋อ ถ้างั้นก็อีกเป็หลายปีแหละ ยังไม่เกิดง่าย ๆ หรอก"
"อีกกี่ปี"
"มากกว่าสิบ หรืออาจจะเป็ร้อยปี"
"กี่ปีกันแน่"
'แย่แล้ว กี่ปีกันล่ะเนี่ย จำไม่ได้ หาอะไรมาอ้างไปก่อนแล้วกัน'
“ปล่อยฉันก่อน มาบีบคอไว้แบบนี้ใครมันจะไปคิดได้เล่า”
เมื่อเขายอมปล่อยมือ หญิงสาวก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้น พยายามอย่างยิ่งที่จะครองสติ ขณะที่หัวใจเต้นรัว เหงื่อกาฬแตกซิกและร่างกายสั่นจนควบคุมไว้ไม่ได้ แบบเดียวกับที่เธอเป็ทุกครั้งหลังตื่นจากฝันร้ายนั้น เธอใช้ความพยายามทั้งหมดในการควบคุมร่างกายของตัวเองให้เป็ปกติ
"มัน…มันก็ขึ้นอยู่กับหลายอย่าง แต่ที่สำคัญแคว้นฉู่มีจุดอ่อนเื่คอรัปชั่น”
'ใช่ นั่นแหละ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ยังไงก็ต้องมีปัญหาเื่นี้'
“คอรัปชั่น?”
เฉินฟางเหนียงอ่านสีหน้างงงวยนั้นได้ ก่อนจะแก้คำออกไป
“หมายถึงมีพวกฉ้อราษฏร์บังหลวงเยอะน่ะ"
“มันเป็ใคร?!”
“มันไม่ได้มีระบุไว้หรอก ถึงมีฉันก็จำไม่ได้อยู่ดี แต่ถ้ามีบัญชีมาให้ฉันตรวจละก็ ไม่รอดมือฉันไปได้หรอก”
“ที่เผ่าของเ้า เ้าเป็ผู้ตรวจการงั้นหรือ?”
‘เผ่า?’ ถ้าจะนับชาวออฟฟิซเป็เผ่า และหัวหน้าแผนกบัญชีอย่างเธอเป็ผู้ตรวจการ ก็คงจะได้ล่ะมั้ง
เธอพยักหน้าตอบรับ ให้เป็อะไรก็ได้ทั้งนั้นแล้วตอนนี้
“เช่นนั้น ถ้าเ้าสืบสวนที่ค่ายของข้า เ้าจะเจอคนทรยศใช่หรือไม่”
“ก็ถ้ามีบัญชีอ่ะนะ”
“ถ้าเ้าหาตัวคนทรยศมาให้ข้าได้ ข้าจะพาเ้ากลับเผ่าของเ้าด้วยตัวข้าเอง”
เขาแค่อยากพิสูจน์ว่านางพูดจริงหรือไม่ หากนางทำได้จริง แม้จะยังหาคำตอบเื่พลังของนางไม่ได้ แต่นางจะเป็ประโยชน์ในการสืบหาคนที่อยู่เื้ัชายชุดดำที่ลอบสังหารเขา และยังอาจสืบหาเบาะแสการลอบสังหารแม่ของเขาเมื่อสิบปีก่อนได้อีก
หลังจากฮองเฮาเสด็จตขณะคลอดองค์รัชทายาทได้ไม่นาน ตงอวี้หรูน้องสาวของฮองเฮาก็ถูกแต่งตั้งขึ้นเป็พระสนมเอกเพื่อเลี้ยงดูองค์รัชทายาท จนเมื่อคลอดองค์หญิงรอง ฮ่องเต้ก็ถูกเหล่าเสนาบดีกดดันให้ต้องรับพระสนมมาเพิ่ม และเมื่อพระสนมหวังลี่อิงคลอดองค์ชายสาม ในวังหลวงก็เต็มไปด้วยบรรยากาศคุกรุ่นของการชิงอำนาจ จนเมื่อพระสนมเอกตงหวงกุ้ยเฟยคลอดองค์ชายสี่ ก็มีแต่กระแสข่าวลือว่าฮ่องเต้จะทรงแต่งตั้งพระสนมเอกขึ้นเป็ฮองเฮา
การแย่งชิงสิ้นสุดลงเมื่อพระสนมเอกตงหวงกุ้ยเฟย เสด็จแม่ของเขา ถูกลอบสังหารพร้อมคู่หมั้นที่เขายังไม่เคยพบหน้า ั้แ่นั้นมาฮ่องเต้ก็ยกเลิกการล่าสัตว์ ทั้งยังไม่แต่งตั้งสนมคนไหนขึ้นเป็ฮองเฮาและพระสนมเอกแทนที่สองพี่น้องที่ตายจากไป จนเมื่อทนแรงบีบจากเหล่าเสนาบดีไม่ไหว จึงต้องแต่งตั้งพระสนมหวังลี่อิงขึ้นเป็ฮองเฮาเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง
เขาเฝ้าเพียรพยายามสืบหาเบาะแสมานานนับสิบปี มีทั้งเบาะแสจากในวังหลวง นอกวัง และแม้แต่นอกด่าน ดังนั้นแม้จะต้องทนอึดอัดเมื่อต้องอยู่ในวังวนการแก่งแย่งของวังหลวง เขาก็ต้องทนเท่าที่จะทนได้เพื่อสืบหาเบาะแสทุกอย่างที่เป็ไปได้ แต่หากได้โอกาสที่จะหาข้ออ้างออกมาสืบหาเบาะแสข้างนอกได้เมื่อไหร่ เขาก็จะคว้าเอาไว้ทันที ไม่ว่าจะอารักขาชายแดน หรือจับโจรป่าเช่นครั้งนี้
.
.
.
--------------------------------------------------------------
*ในเจ็ดรณรัฐ, รัฐฉินเป็รัฐที่เจริญเติบโตจนแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จมากที่สุดเหนือรัฐอื่น ๆ ; รัฐหานเป็รัฐแรกที่ล่มสลาย และรัฐฉู่เป็รัฐสุดท้ายที่ยอมแพ้ อิ๋งเจิ้ง กษัตริย์แห่งรัฐฉินสร้างตำแหน่งใหม่ หวงตี้ (จักรพรรดิ) ขึ้นมา และกลายเป็จักรพรรดิองค์แรกของจีน ฉินซีฮ่องเต้*
-ที่มา Wikipedia-