ก่อนการต่อสู้จะเริ่ม ด้วยสถิติของหน้ากากหนุมาน ทำให้ ราคาต่อรองของไหลเข้าไปทางข้าง หน้ากากหมูป่า ถึง 5 ต่อ 1 ทำให้พี่ธงบอกว่าจะเดิมพันแค่ 1 แสนบาท แต่ขจรบอกว่า ขอยืม ที่เหลือ 1.5 แสนเดิมพันให้หมดเลย ทำให้ทั้งสองคนลงไป 2.5 แสนบาท แม้แต่ตัวของพี่ธงเองยังไม่มั่นใจเลยว่า ขจรจะเอาชนะ หน้ากากหมูป่าได้
บนเวที ทั้งสองนักสู้สวมใส่หน้ากากเอาไว้ อยู่ภายใต้กรงเหล็ก การต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีนวมเหมือนมวยไทย แต่เป็ถุงมือของนักชก mma มีนิ้วยื่นออกมา ทั้งหมด ตรงกลางไม่มีผ้า ทำให้เวลาชกหรือ ถูกชกจะรุนแรงมากกว่า มวยประเภทไทยหรือมวยสากล การต่อสู้นี้ แม้นมีกรรมการอยู่แต่ว่า มีไว้เพื่อประกาศชัยชนะ หรือ ยับยั้งไม่ให้มีการตายเกิดขึ้น แต่ทุกคนก็ตอบเซฟตัวเอง ตัวของกรรมการเองก็ต้องใส่หน้ากากไปกับเขาด้วย
การต่อสู้เริ่มขึ้น หน้ากากหมูป่า ะโเข้ามาพยายามเข้าประชิดเพื่อทำใหขจรล้มไปกับพื้น แต่ว่าด้วยความที่มีร่างกายที่หนากว่า จึงเข้ามาโดยไม่ระวัง ถูกขจรถีบเข้ายอดอก จนล้มหงายหลังไปกับพื้น พี่ธงะโให้เข้าไปซ้ำได้ แต่ขจรไม่ทำ ปล่อยให้มันยืนขึ้นมาใหม่
หน้ากากหมูป่า ตอนนี้ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง มันพยายามเข้ามาใหม่อีกครั้งโดยระมัดระวังตัวยิ่งขึ้น คราวนี้ ถึงกับหมุนตัวเตะต่ำและสูงสลับกัน มีการเต้นฟุตเวิร์คเหมือนมวยสากล ซึ่งการเตะควงแบบนี้มันเหมือนกับการต่อสู้ของผู้ฝึกคาร์โปเนร่า ขจรแค่หลบเฉียดๆ พอหน้ากากหมูป่า ใช้วิธีสวิงลูกเตะฟาดมาอีกครั้ง ก็เปิดเผยจุดอ่อน ขจรก็เลยใช้เท้าหวดเข้าไปืที่ต้นขาอย่างจัง ทำให้เท้าที่กำลังฟาดมาถูกเตะเข้าที่เส้นเื หน้ากากหมูป่าถึงกับร่วงไปกับพื้น ร้องโอดโอย ดิ้นไปมาเพราะเืไม่ไปไหลเวียนขาขวา
ทำให้ขาของหน้าการหมูป่า ถึงกับตระคริวกินไปในทันที
“ หน้ากากหนุมานชนะ”
ผู้คนต่างปรบมือให้ ขจร ที่ชนะ พอขจรจะลงไป กรรมการก็เข้ามาบอกว่า
ให้กดเรียกคู่ต่อสู้ต่อ แต่ขจรไม่สนใจเดินลงเวทีไป
ขจร ชนะได้เงินค่าตัว 1 แสน รวมกับเดิมพัน อีก 7.5 แสน ก็มี 8.5 แสนแล้วก็เลยปกิเสธไป ไม่อยากสู้ต่อจะรีบไปช่วยน้องสาว
แต่ว่าพอลงจากสนาม ก็มีชายชุดดำรูปร่างเหมือนนักมวยปล้ำ สองคน เดินเข้ามาพร้อมกับชายวัยกลางคนหัวฟู เดินเข้ามาทักว่า
“ สวัสดีหน้ากากหนุมาน จะรีบไปไหนเล่า”
พี่ธงเห็นดังนั้นก็รีบลงมา แล้วทักทายว่า
“ สวัสดีครับ มิสเตอร์ที นี่น้องชายของผมเอง ขจรนี่มิเตอร์ที เป็ผู้จัดการสนามใต้ดินแห่งนี้”
ขจรทำความเคารพไปตามธรรมเนียม
“ นายเองเหรอ หน้ากากตั๊กแตน ไม่บอกกติกาให้น้องชายนายหน่อยรึ?”
“ ยังครับ ผมไม่คิดว่า จะมีคนกดไลค์มากถึง หนึ่งหมื่นในไฟต์นี้”
“ หมายความว่าไงพี่”
“ อ้อ หากมีแฟนที่ดูทางไลฟ์สด กดไลค์ถึงหนึ่งหมื่น ผู้ชนะจะต้องต่อสู้ต่ออีกไฟต์ ไม่ว่าแพ้หรือชนะก็จะได้ถึงสองเท่าของเงินรางวัลที่ได้”
ขจรมองหน้าพี่ธงแล้วอึดอัดใจ แต่ก็บอกไปว่า
“ ถ้ามีกติกาเช่นนี้ ก็ได้ครับ”
ขจรหันไปกระซิบว่า เงินที่ได้มา เจ็ดแสนห้า หากว่าโต๊ะต่อราคามาเท่าไร ก็ทุ่มแทงไปให้หมด
“ ได้ไง มึงยังไม่รู้เลย ว่าคู่ต่อสู้เป็ใคร”
“ เอาน่า เชื่อผมเถอะ”
ขจรเอ่ยจบก็ขึ้นไปบนเวทีอีกครั้ง คราวนี้คู่ต่อสู้ของเขาคือ หน้ากากอินทรีดำ รูปร่างหนักเต็มพิกัด 130 ปอนด์หนากว่าขจรมาก ่ชกก็ยาวกว่า กรรมการบอกอายุของมันเพียง 20 ปี แต่ขึ้นชกมาแล้ว 20 ไฟต์ ชนะ17 แพ้ไปแค่2 ไฟต์เท่านั้น
“ คุกเข่ายอมแพ้ตอนนี้ แกจะไม่เจ็บตัว” หน้ากากอินทรีดำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ พูดมากไปใย เริ่มกันเลยดีกว่า”
คราวนี้ขจรไม่อยากเสียเวลา ใช้ท่าเท้าโจนทะยาน พุ่งโจมตีออกไปด้วยเข่าลอย
หน้ากากอินทรีดำ ลอยตัวไปด้านหลังแล้วยืนบนเชือก แล้ว พุ่งตัวลงมา พร้อมกับยกมือกระแทกหมัดใส่หน้าของขจร แต่ว่า ขจรนั้นเบี่ยงซ้าย แล้วเตะเข้าที่กลางลำตัว จนร่างของมันปลิวไปติดเสา หากเป็ผู้อื่นคงกระอักเืสลบไปแล้ว
แต่หน้ากากอินทรี เหมือนมียาดี มันไม่เป็อะไร มันใช้ฝ่ามือตบไปที่พื้น แล้วพุ่งตัวสไลด์ ใช้ขาเกี่ยวขจรให้ล้ม แต่ทว่าก่อนที่เท้าจะถึงขจร ก็ถูกขจรเตะสวนเข้าที่ฝ่าเท้า จนกระดูกข้อเท้าของ หน้ากากอินทรีเสียงดังเป๊าะ
แม้นมันจะไม่ร้องออกมา แต่ข้อเท้ากับผิดรูป ไม่อาจยืนได้อีก แต่กรรมการก็ไม่ประกาศชัยชนะ หน้ากากอินทรี พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น
คนดูส่งเสียงร้องออกมาให้ฆ่ามัน ฆ่ามัน ขจรมองหน้ากากอินทรีที่ยังคิดจะสู้ต่ออย่างสงสัย
“ แกสู้ไม่ได้แล้ว ยอมแพ้ซะ”
“ ฝันไปเถอะ ฉันแพ้ไม่ได้” หน้ากากอินทรีพุ่งตรงเข้ามาจะะโกอดหวังให้ขจรล้มไปแล้วจะใช้วิธีรัดคอจากทางด้านหลัง
แต่ขจรไม่ใส่ใจ พอหน้ากากอินทรีพุ่งตัวเข้ามา จึงถูกหมัดของจรต่อยสวนเข้าไปที่ด้านข้างลำคอ ร่างของหน้ากากอินทรี ถึงกับฟุบลงไปกับพื้น พ่ายแพ้ไปในทันที
ครั้งนี้ขจรสามารถกลับออกจากเวทีได้ เพราะว่า กติกาบังคับแค่ ครั้งเดียวเท่านั้น
“ เยี่ยมมากไอ้น้องชาย หวังว่า อีกสามอาฑิตย์ พวกเราจะมีการจัดมวยรุ่นเล็ก นายจะกลับมาอีก” มิสเตอร์ที เอ่ยกับขจร แต่ขจรเป็ห่วงน้องมาก เลยไม่สนใจ อยากออกไปจากที่นี่ทันที พี่ธงนำเงินใส่กระเป๋ามา แล้วพยักหน้ากับขจรว่าเรียบร้อย แล้วจึงเอ่ยลามิสเตอร์ที แล้วรีบออกไปอย่างเร่งรีบ
พอขจรกับ พี่ธงจากไป ก็มีลูกน้องมารายงานว่า
“ ยอดไลค์เพิ่มเป็แสนคนเลย แสดงว่า ลูกค้า้าชมหน้ากากหนุมานมาก ไฟต์ต่อไป นายใหญ่อยากให้ผู้จัดการไปเชิญเขามาต่อสู้อีก”
“ ฉันเข้าใจแล้ว”
พี่ธงพาขจร ออกมาที่ลานจอดรถ แล้วเอ่ยอย่างดีใจว่า
“ รอบสองนี้มันต่อให้ราคา 2 ต่อ 1 มึงวางไป 7.5 แสน แม่งจ่ายมาอีก 1.5 ล้าน รวมกับค่าตัวอีก 2 แสน มึงได้วันนี้ 2.45 ล้าน หักภาษีสนามไป 10% มึงเหลือเงิน2.25 ล้านบาท มึงรวยแล้ว ไอ้จร”
“ แบ่งกันคนละครึ่ง"
“ เฮ้ยได้ไง กูก็ได้มา 1.5 ล้านเหมือนกัน มึงเอาไปซื้อบ้านให้น้องมึงเถอะ”
“ แต่ว่านี่มันเงินของพี่นะครับ”
“ งั้นกูเอาแค่เศษ 2.5 แสนแค่นี้ มึงเอาไป 2 ล้านเต็มๆเลย”
“ ได้ครับ พี่พาผมไปตึกหลงอู่เลยด่วนเลย”
“ ได้”
พอขจรมาถึง ก็นำเงินห้าแสนมาไถ่ตัว เจน แต่ว่า หัวหน้าเค คือคนที่คุมมันกลับบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า
“ ช้าไปแล้ว เ้านายพาน้องสาวของแกขึ้นเรือไปแล้ว”
“ อะไรนะ ตอนนี้น้องฉันอยู่ที่ไหนกันแน่”
“ ไอ้นี่ มึงคิดว่ามึงเป็ใครกันวะ มาขึ้นเสียงที่นี่” หัวหน้าเค ลุกขึ้นยืนแล้วเปิดเสื้อออกเผยให้เห็นปืนที่เหน็บข้างเอว พร้อมกับลูกน้องอีกสี่ห้าคนยืนขึ้น ชักปืนออกมาจ่อที่หัวของขจรกับพี่ธงเอาไว้
“ ใจเย็นๆ ก่อน พี่้าเงินเท่าไร พวกเรามีเงินอีกสามล้าน พอจะติดต่อให้พาน้องเจนกลับมาได้ไหม” พี่ธงเอาถุงเงินที่ได้มาวางไว้บนโต๊ะ หัวหน้าเคกับลูกน้องทั้งสี่ เห็นเงินก็ตาลุกวาวทันที
“ อืม กูจะลองเช็คดูให้ก่อน”
มันรีบโทรเ้านายของมันทันที แต่แล้วมันก็หน้าเสีย แล้วบอกว่า
“ น้องของมึง ถูกพาไปที่โรงแรมเบอร์มิงแฮมแล้ว ช่วยไม่ได้จริงๆว่ะ มีลูกค้าวีไอพี ถูกใจน้องของมึง”
“ ลูกค้าวีไอพี เป็ใคร แล้วอยู่ห้องไหน”
“ ไอ้โง่ มึงไม่รู้หรือไง ว่าลูกค้าวีไอพี ระดับไหน ใครเขาจะมาบอกกันเล่า”
พี่ธงมองหน้ามันแล้วหยิบเงินทั้งหมดกลับทันที แต่ว่าพวกมันกลับไม่ยอมให้เอาเงินไป
“ พวกแกคิดจะทำอะไร” พี่ธงเอ่ยเสียงเครียด
“ ก็เงินนี้เป็ค่าที่กูบอกว่าน้องสาวมึงอยู่ที่ไหนไง หรือว่ามึงคิดจะเบี้ยว?” ลูกน้องสี่คนถือปืนเล็งมาที่ พี่ธงกับ ขจร
ขจรไม่สนใจเื่เงิน ดึงมือของพี่ธง ให้รีบไปทันที
“ ไปกันก่อนพี่ เื่เจนสำคัญกว่า”
พี่ธงได้แต่เสียดายแต่ก็รีบพา ขจรมาที่โรงแรมเบอร์มิงแฮม ทันที
พอไปถึง ขจรก็เข้าไปที่หน้าเคาวน์เตอร์ เพื่อสอบถามว่าเห็นน้องสาวเขาบ้างไหม โดยเอารูปที่มือถือให้พวกเขาดู
“ ไม่เห็นค่ะ”
“ มีลูกค้าวีไอพี มากับบอดี้การ์ดเยอะๆ มาขอเช่าห้องกันบ้างไหม”
“ เื่นี้เป็ความลับของลูกค้า ทางเราไม่สามารถบอกได้ค่ะ”
“ มันจับน้องสาวของผมมา ช่วยหน่อยเถอะนะครับ”
“ ไม่ได้ค่ะ ที่นี่เรามีลูกค้าระดับวีไอพี ระดับประเทศ ทางเราไม่อาจบอกได้จริงๆค่ะ”
พนักงานยังคงยืนยันเช่นเดิม ผู้จัดการโรงแรมเดินมาพร้อมกับ รปภ. สี่คนเดินเข้ามา แล้วเอ่ยว่า
“ หากพวกคุณคิดมาหาเื่ ก็เชิญออกไปจากโรงแรมนี้ รปภ.”
ทั้งสองคนเดินออกไปอย่างไม่พอใจเท่าใดนัก
“ เอาไงดีวะ ลุยแม่งเลยมั้ย”
“ พี่รออยู่ข้างนอกนี้ ผมจะหลบเข้าไปข้างใน อีกสักพักจะมีคนลงจากโรงแรมนี้มากันหมด ถ้าพบกับเจนพี่ช่วยได้ ก็รีบช่วยเลยนะ”
“ มึงจะทำอะไร”
“ ผมจะเผาโรงแรม”
ขจรพูดจบไม่รอให้พี่ธง ซักถามต่อ ก็วิ่งเข้าไปในมุมมืดของโรงแรม แล้วก็ท่องมนตร์พรางตัว เข้าไปในห้องควบคุมที่กล้องวงจรปิดทุกชั้น พบว่า ชั้นที่18 มีบอดี้การ์ห้าคน ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง ขจรทุบรปภ. ที่เฝ้าห้องควบคุมสลบไปสองคน แล้วทำลายที่เก็บข้อมูล ของกล้องวงจรปิด แล้วก็ทำการจุดไฟเผาห้องควบคุมห้องนี้ทิ้ง แล้วพุ่งตัวขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 18 แล้วพุ่งตัวเข้าชาร์ต บอดี้การ์ 5 คน จนร่วงไปนอนสลบแบบงง กันทั้งหมด แล้วถีบประตูเข้าไป พบว่ามีชายกลางคน 4 คน กำลังถ่ายรูปเจนที่เปลือยเปล่าปราศจากเสื้อผ้า ดูเหมือนว่าเจนจะถูกมอมยา ทำให้มีอาการตาลอย ไร้สติ
“ ชาติชั่วเอ้ย” ขจรไม่สนว่าพวกมันเป็ใคร หรือใหญ่มาจากไหน ชักมีดบินออกมาถือสองมือ พุ่งเข้าไปปาดคอของพวกมันทั้งสี่คนจนขาดใจตายไปในทันที
แล้วเสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น ทุกห้องเลยรีบหนีออกจากโรงแรม ไม่สนว่าใครเป็ใคร ขจรรีบใส่เสื้อผ้าให้กับเจน แล้วรีบอุ้มเจนแล้ววิ่งลงไปทางช่องบันได้หนีไฟ ตามๆ กันไปจนลงไปชั้นล่าง แล้วก็เดินออกไป พบว่า พี่ธงรออยู่แล้ว
“ เฮ้ย นี่มึงเผาโรงแรมจริงๆหรือวะเนี่ย”
“ ก็แค่ห้องควบคุมเท่านั้น มันมีสปริงเกิ้ลฉีดน้ำอยู่ ไม่ไหม้หรอก”
“ แต่ว่ากูเห็นว่า สปริงเกิ้ลมันทำงานแทบทุกชั้นเลยนะ ดูซิ น้ำแม่งไหลออกมาท่วมนองเต็มทั่วตึกเลย”
“ ปล่อยแม่งเถอะ รีบพาเจนไปโรงพยาบาลก่อน”
ทั้งสามคนซ้อมท้ายมอเตอร์ไซด์ไปโรงพยาบาล ขจร รีบเอาน้ำมาให้น้องสาวดื่ม
มากๆเข้าไว้ก่อนเพื่อให้ยาที่กินเข้าไปเจือจางมากที่สุด พอเจออาจารย์หมอก็เลยรีบให้นำเืไปตรวจหาสารเสพติด เพื่อรักษาต่อไป
“ ให้แจ้งความไหม?” อาจารย์หมอเอ่ยถามขจร ที่ยังคงรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
“ ไม่ต้องครับ ผมจัดการพวกมันไปแล้ว”
“ เฮ้อ วัยรุ่นสมัยนี้ ชอบคิดอะไรกันตื้นๆ” อาจารย์หมอบ่นออกมา แล้วก็เดินกลับไป ทีวี ออกข่าวใหญ่ ว่า สว.มีชื่อเสียง สี่คนถูกสังหารตายในสภาพเปลือย ในโรงแรมใหญ่กลางกลุง คาดว่า ขัดแย้งผลประโยชน์ทางธุรกิจ หรือไม่ก็ ทางการเมือง ตำรวจคาดว่าคนร้ายต้องเป็พวกมืออาชีพ
พี่ธงมองหน้าขจร ด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่เอ่ยถาม ได้แต่ตบไหล่ให้กำลังใจ
“ น้องมึงไม่เป็ไรแล้ว ไม่ต้องห่วง มีปัญหาอะไรก็บอกกับกูได้”
“ ผมทำให้พี่ต้องเสียเงินไปหมดเลย”
“ ไม่เป็ไร เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ นี่ยังเหลืออีก สองแสนกว่าบาท ไว้มึงไปชกกับรายการหน้ากากไฟเตอร์ใหม่อีกครั้งก็ได้”
“ ได้ ผมจะไปชกให้ พี่ก็นัดเวลามาได้เลย”
ณ โรงแรมเบอร์มิงแฮม
“ คนร้ายใช้มีดได้อย่างชำนาญ ทุกจุดที่ลงมือล้วนทำให้เหยื่อตายไปในทันที คาดว่าจะเป็คนเดียวกันที่ฆ่าผู้ก่อการร้าย และพวกโจรที่จับคุณหนูกิ๊ฟไป”
“ คดีนี้ท่านอธิบดีคนใหม่ กำชับมาให้จับตัวคนร้ายมาให้ได้ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด กับ คนที่เฝ้าหน้าห้อง ว่าไงบ้าง”
“ ห้องควบคุมถูกไฟไหม้หมด ไฟล์ข้อมูลถูกทำลายไม่เหลือก ส่วนบอดี้การ์ดหน้าห้องทั้งห้า ไม่เห็นหน้าคนร้ายเลยสักคน แต่ว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ ถูกส่งตัวมาในห้องท่านสว. หายไป”
“ รู้ไหมว่าเป็ใคร”
“ ไม่ทราบครับ พวกมันบอกแต่เพียงว่า เป็เด็กของเจ้อ้อยใจ”
“ ตามสืบมาให้ได้ ว่าเธอเป็ใคร แล้วนำเธอมาสอบสวน บางทีอาจจะได้เบาะแสจากพยานคนนี้ก็ได้”
“ ครับผม”
ผู้กองนพพร รีบส่งสายสืบไปเรียกเจ้อ้อยใจให้มาโรงพักทันที
หลังจากหมอได้ทำการล้างพิษออกจากร่างของเจนแล้ว ก็มีอาการอ่อนเพลียจึงต้องนอนโรงพยาบาลต่ออีก แม่กับน้องๆ พากันมาเยี่ยม แม่บรรจงตีอกชกตัวร้องไห้โทษตัวเอง ที่ทำให้ลูกเป็แบบนี้
“ ไม่มีอะไรแล้วแม่ ต่อไปก็จำเอาไว้เป็บทเรียนก็แล้วกัน”
ขจรเอ่ยจบก็เดินไปเรียนที่ตึกเรียนตามปกติ
พอ่บ่าย ก็มีตำรวจมาหาขจรไปพบที่โรงพัก พบว่า พี่ธง กับ เจนก็มารออยู่แล้วด้วย
“ ยังไม่หายดีเลย มาได้ไงเนี่ย”
“ เจนไม่เป็ไรแล้ว ไม่คิดเลย ว่าพวกมันจะตายหมดแล้ว” เจนเอ่ยเหมือนสมน้ำหน้า
“ คนนี้แหละค่ะ” พนักงานโรงแรม กับ ผูจัดการชี้หน้าขจรทันที
“ ตอนนี้เราสอบสวนทุกคนไปหมดแล้ว เหลือคุณเพียงคนเดียว เชิญไปที่ห้องสอบสวนด้วย”
พี่ธงพยักหน้าคล้ายกับว่า ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง
พอเข้าไปในห้องสืบสวน ผู้กองนพพรก็เอ่ยทันที
“ บอกมา ว่าคุณวางเพลิงเผา แล้วขึ้นไปพาน้องสาวคุณหนีออกมาใช่ไหม?”
“ โอ้ ผู้กองกล่าวหาผมอย่างนี้ ก็แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายกับผมไปเลยล่ะ”
“ หากมีหลักฐาน ผมก็แจ้งจับคุณแน่”
“ หากมีหลักฐานว่าผมเผาโรงแรมเมื่อไร ก็แจ้งข้อหาผมมาได้เลย หมดคำถามแล้วใช่ไหม?”
“ ใจเย็นๆก่อน เราแค่สงสัยว่า คุณรู้ได้ยังไง ว่าน้องคุณอยูที่ห้องไหน ถึงได้ไปรับออกมาได้”.