เหมยซูทำการรักษาให้กับผู้ป่วยั้แ่เช้าจรดเย็น และกำลังจะปิดร้านหมอ แต่อยู่ดีๆ นางก็เห็นจอมยุทธ์ชายสวมหน้ากากกำลังอุ้มหญิงสาวที่อยู่ในสภาพสลบไสลไม่ได้สติเข้ามาในร้าน
“นางเป็อะไรอย่างนั้นหรือ” เหมยซูใ
“นางถูกพิษสลายตัวตน ข้าทำให้นางสลบชั่วคราว ท่านหมอพอจะช่วยชีวิตนางได้หรือไม่” ชายสวมหน้ากากกล่าว
“ท่านคือสามีของนางหรือเปล่า” เหมยซู้าผู้ช่วย เพื่อที่จะให้เขาช่วยถอดเสื้อผ้าของนางและอุ้มนางลงอ่างน้ำสมุนไพร
“ไม่ใช่! นางจะสังหารข้า แต่ข้ารู้ว่านางถูกครอบงำเมื่อได้ยินเสียงขลุ่ยปริศนา ดังนั้นข้าก็เลยคิดอยากช่วยชีวิตของนาง และอยากให้นางหลุดพ้นจากอำนาจครอบงำนั้น” ชายปริศนากล่าว
“งั้นขอข้าเตรียมถังแช่น้ำและสมุนไพรก่อน ข้าต้องให้นางแช่ตัวลงไปในอ่างน้ำสมุนไพรหนึ่งชั่วยาม หลังจากนั้นข้าจะฝังเข็มให้ ท่านช่วยคุ้มกันอยู่ด้านนอกจะได้หรือไม่” เหมยซูกลัวคนร้ายจะเข้ามาทำลายกระบวนการรักษา
“งั้นข้าจะไปข้างนอกเดี๋ยวนี้” ชายปริศนากล่าว
เหมยซูรีบดำเนินการเตรียมถังแช่น้ำสมุนไพร จากนั้นก็เรียกผู้ช่วยหมอที่เป็ผู้หญิงให้ช่วยกันประคองหญิงสาวที่เปลือยกายแล้วให้ลงไปในถัง เมื่อครบหนึ่งชั่วยาม เหมยซูก็รีบดำเนินการฝังเข็มให้ ผู้ช่วยรีบจัดการสวมเสื้อผ้าให้หญิงสาวและช่วยท่านหมอประคองตัวหญิงสาวให้นอนบนเตียงดีๆ
หญิงสาวค่อยๆ รู้สึกตัวตื่น
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง รู้สึกดีขึ้นหรือไม่” เหมยซูรีบถามอาการ
“ที่นี่ที่ไหน” หญิงสาวสงสัยเพราะนางอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย
“ร้านหมอ ตอนนี้ข้าได้ขับพิษสลายตัวตนให้เ้าแล้ว เสียงขลุ่ยจะไม่สามารถควบคุมเ้าได้อีก” เหมยซูกล่าว
“เป็ความจริงงั้นหรือ” หญิงสาวดีใจอย่างบอกไม่ถูก
ท่านหมอพยักหน้า
สักพักชายสวมหน้ากากก็เป่าขลุ่ยหยกเพื่อทดสอบการรักษา ซึ่งก็พบว่าจอมยุทธ์หญิงยังคงนิ่งเฉย เสียงขลุ่ยไม่สามารถควบคุมจิตใจนางได้อีก
“หรือว่าเ้าคือคนของขบวนการล้างสมอง” เหมยซูใเพราะชายดังกล่าวสามารถเป่าขลุ่ยบทเพลงควบคุมิญญาได้
“ท่านเป็หมอที่เก่งมาก งั้นมากับข้าเดี๋ยวนี้” ชายปริศนาเดินเข้าไปหาท่านหมอ
“อย่าเข้ามานะ” เหมยซูรีบถอยหลังหนี
ชายสวมหน้ากากโปรยผงยาสลบใส่หน้าท่านหมอเหมยซู พอนางสลบ เขาก็อุ้มนางออกไปจากร้านหมอ
“ท่านจะทำอะไรน่ะ ปล่อยท่านหมอเดี๋ยวนี้นะ” ผู้ช่วยเดินเข้ามาก็ใที่เห็นท่านหมอถูกวางยาสลบ
จอมยุทธ์หญิงที่รักษาหายแล้วก็รีบทำการจี้จุดผู้ช่วยหมอ และกล่าวว่า “นี่คือห่ออัฐ ข้าวางไว้บนโต๊ะ เ้าจงไปทำงานที่อื่น และถ้าเ้าไม่อยากตาย ห้ามบอกใครเื่นี้เด็ดขาด เข้าใจมั้ย”
ผู้ช่วยหมอทำเพียงกระพริบตาเพื่อตอบรับเท่านั้น เพราะนางยังไม่อยากตายตอนนี้ จากนั้นพวกเขาก็จากไป ทิ้งให้ผู้ช่วยยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น เพราะอีกไม่นานนางก็จะกลับมาเป็ปกติได้เอง
และแล้วท่านหมอเหมยซูก็ถูกชายสวมหน้ากากจับไปที่ไหนสักที่ นางถูกจับด้วยเหตุเพราะนางสามารถรักษาผู้ที่ถูกพิษสลายตัวตนได้
********************************************
ณ หลุมฝังศพของหวนชุ่ย
หวนเจินวางเครื่องเซ่นไหว้ไว้หน้าป้ายหลุมศพของน้องสาว และปักธูปตรงเครื่องเซ่นไหว้นั้น
ส่วนซานชุยก็ช่วยเผากระดาษเงินกระดาษทองและใบผ่านทางให้
“สามีโรคจิตของเ้าได้ตายไปแล้วนะหวนชุ่ย ์ได้ลงโทษเขาให้เ้าแล้ว เ้าไปสู่สุคติได้แล้วนะ” หวนเจินปาดน้ำตา
“เ้าคงจะเป็พี่สาวฝาแฝดของชายาท่านอ๋องหกสินะ” เสียงชายปริศนา
ซานชุยรีบจับดาบเพื่อคอยคุ้มกันฮูหยิน “เ้าเป็ใครน่ะ”
“บังอาจ! เห็นองค์รัชทายาทแล้วทำไมไม่คุกเข่า” ทหารองครักษ์กล่าว
สองสามีภรรยาจึงรีบคุกเข่าเพื่อแสดงความเคารพชายสูงศักดิ์ทันที “ถวายบังคมพะย่ะค่ะ/เพคะ”
“รีบลุกขึ้นเถิด” องค์รัชทายาทตรัส
“พระองค์เสด็จมาที่นี่ทำไมงั้นหรือเพคะ” หวนเจินสงสัย
“เรา้ามาเคารพศพชายาหวนชุ่ย ความจริงแล้วเสด็จอานั้นรักน้องสาวของเ้ามาก แต่เพราะเสด็จอาทรงควบคุมตัวเองไม่ได้ เลยพลาดพลั้งทำร้ายน้องสาวของเ้าไป” องค์รัชทายาทตรัส
“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด น้องสาวของหม่อมฉันก็มิอาจฟื้นคืนได้แล้วเพคะ” หวนเจินไม่ยอมให้อภัย
“เราคงบังคับให้เ้าให้อภัยเสด็จอาไม่ได้ งั้นขอให้เื่นี้จบไป เรามาคุยเื่ขบวนการล้างสมองกันดีกว่า” องค์รัชทายาทตรัสเข้าเื่
“พระองค์ทรงทราบเื่นี้ด้วยงั้นหรือพะย่ะค่ะ” ซานชุยสงสัย
“เราพยายามปราบปรามขบวนการนี้อยู่ลับๆ แต่มันก็ไม่หมดไปเสียที เราคาดการณ์ว่าชาวยุทธ์มากมายได้ร่วมขบวนการนี้ด้วย ดังนั้นเราอยากให้พวกเ้าช่วยสืบโดยให้แฝงตัวเข้าไปในงานชุมนุมชาวยุทธ์ที่กำลังจะถึงนี้ เราได้ข่าวว่าประมุขพรรคกงซานได้ประลองจนเป็ผู้ชนะในศึกชิงจ้าวยุทธภพ และงานชุมนุมนี้จะมีการแต่งตั้งผู้ชนะการประลองให้เป็จ้าวยุทธภพอย่างเป็ทางการ” องค์รัชทายาทตรัสเล่า
“เสิ่นตั้วได้อำนาจในการปกครองชาวยุทธ์ไปแล้วสินะ ซึ่งความจริงนั้นเขาเป็หนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมขบวนการล้างสมอง ครานี้ยุทธภพต้องวุ่นวายโกลาหลเป็แน่พะย่ะค่ะ” ซานชุยกังวล
“เราคาดการณ์ไม่ถูกว่าเสิ่นตั้วจะมีแผนการอะไรต่อไป” องค์รัชทายาททรงกังวล
“พวกเราไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมืองและเื่ราวในยุทธภพพะย่ะค่ะ” ซานชุยชี้เจตจำนง
“แต่เ้าก็้าที่จะปราบปรามขบวนการล้างสมองไม่ใช่หรือ แม้ว่าฮูหยินของเ้าจะหายดีแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่านางจะไม่ถูกพิษสลายตัวตนเป็ครั้งที่สองนี่” องค์รัชทายาททรงทราบดีว่าหวนเจินเป็จอมยุทธ์หญิง ซึ่งเหยื่อที่ถูกครอบงำล้วนเป็จอมยุทธ์หญิงสาวทั้งสิ้น
“แต่ว่า….” ซานชุยลังเล
“ท่านพี่เ้าคะ ข้าอยากช่วยเหลือสหายที่กลายเป็เหยื่อของขบวนการบ้าๆ นั่นเ้าค่ะ” หวนเจินสงสารสหายที่ต้องทุกข์ทรมานกับการถูกเสียงขลุ่ยควบคุมจิตใจ
“แต่ข้าอยากมีลูกกับเ้าเร็วๆ นี่” ซานชุยอยากใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขกับฮูหยินที่เขารัก
“ท่านพี่พูดอะไรน่ะเ้าคะ” หวนเจินเขินที่คนรักพูดต่อหน้าคนอื่น
“เ้าคิดดูดีๆ นะ บ้านเมืองต้องสงบสุขก่อน ชีวิตครอบครัวถึงจะสงบสุขได้” องค์รัชทายาททรงเตือน
“ก็ได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมจะร่วมมือกับพระองค์” ซานชุยยอมช่วย
“เมื่อพวกเ้าเดินทางไปถึงลานชุมนุมชาวยุทธ์ คนของเราจะไปรอเ้าอยู่ที่นั่น หากเ้า้าความช่วยเหลืออะไรสามารถบอกคนของเราได้” องค์รัชทายาทตรัส
“แล้วคนของพระองค์รู้จักพวกเราหรือเพคะ” หวนเจินสงสัย
“นี่คือป้ายทอง เราให้พวกเ้าเก็บไว้ หากพวกเขาขอเรียกดู พวกเ้าก็แสดงป้ายทองนี้ให้พวกเขาดูก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทตรัส
“ทราบแล้วพะย่ะค่ะ” ซานชุยรับป้ายทองมาเก็บไว้กับตัว
“เราต้องไปร่วมพิธีพระศพของเสด็จอาหกแล้ว เราสัญญาว่าจะทำลายขบวนล้างสมองให้จงได้” องค์รัชทายาทตรัสคำมั่น
ชายสูงศักดิ์และทหารองครักษ์ทั้งสองรีบเดินจากไปทันที
“ความจริงนั้น ขบวนการล้างสมองก่อตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไรกันแน่นะเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“อีกไม่นานพวกเราจะรู้เอง รีบกลับโรงเตี๊ยมกันเถอะนะ” ซานชุยอยากอยู่กับฮูหยินทั้งคืน
“พวกเรามีความสัมพันธ์กันทุกคืนแบบนี้ ถ้าข้าท้องล่ะเ้าคะ” หวนเจินกังวล นางรู้ดีว่าสามีคิดอะไร
“ถึงตอนนั้นข้าจะพาเ้าไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยก่อน ข้าไม่อยากให้เ้าและลูกต้องเสี่ยงอันตราย” ซานชุยวางแผนไว้แล้ว
“แต่ข้าไม่อยากแยกจากท่านพี่นี่เ้าคะ” หวนเจินอยากร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสามี
“ข้าเองก็ไม่อยากแยกจากเ้า แต่หากข้าเจอศัตรู ข้าอาจห่วงหน้าพะวงหลังได้ เ้าเข้าใจข้าใช่มั้ย” ซานชุยจับมือหญิงสาวไว้แน่น
“เข้าใจเ้าค่ะ” หวนเจินกล่าว
“รีบหาอะไรกินกันเถอะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง คืนนี้ข้าอาจไม่ได้นอน” ซานชุยกล่าวยิ้มๆ
“บ้าน่ะท่านพี่” หวนเจินตีไปที่ไหล่ของสามีด้วยความเขิน
“ข้าอยากมีลูกไวๆ” ซานชุยดึงตัวฮูหยินเข้ามากอดและจูบหน้าผากของนางเบาๆ ในตอนนี้นางได้เป็ของเขาเต็มตัวแล้วและคาดว่าอีกไม่นานนางจะต้องตั้งครรภ์ลูกของเขาอย่างแน่นอน เขาจูงมือฮูหยินกลับโรงเตี๊ยมด้วยกันอย่างอารมณ์ดี ในเวลานี้เขาไม่หวั่นอะไรอีกแล้ว แม้อนาคตจะต้องเจอเข้ากับอะไรก็ตาม เพราะตอนนี้เขามีภรรยาที่เขารักอยู่เคียงข้างกันตลอดไปแล้ว
หวนเจินเองก็ตั้งปณิธานในใจว่านางจะไม่ยอมทิ้งสามีคนนี้ไปไหนอีกแล้ว เพราะนางได้พิสูจน์แล้วว่าเขานั้นทั้งรักและห่วงใยนางมากจริงๆ หาใช่ทำเพียงเพื่อรับผิดชอบคำพูดตามที่ได้รับปากจากท่านอาจารย์ที่ต้องดูแลหวนเจินไปตลอดชีวิตไม่
********************************************
ณ ห้องนอนที่อยู่ภายในฐานลับ
เหมยซูสะดุ้งตื่น พอนางฟื้นขึ้นมาก็เห็นผู้ชายยืนอยู่เต็มห้อง นางจึงรีบลุกขึ้นนั่งและกระถดตัวถอยจนหลังติดผนังห้อง “พวกท่านจะทำอะไรน่ะ”
“แม่นางเหมยซู ท่านอย่าได้ตกอกใไป พวกเราไม่ได้จะล่วงเกินท่าน นี่คือองค์รัชทายาท ส่วนด้านหลังล้วนเป็เหล่าทหารองครักษ์” กงกงแนะนำ
“ถวายบังคมเพคะ แล้วพระองค์ทรงจับหม่อมฉันมาที่นี่ทำไมเพคะ” เหมยซูรีบลุกจากเตียงและแสดงความเคารพ
“เรา้าทลายขบวนการล้างสมอง พวกมันส่งหญิงสาวที่ถูกครอบงำให้มาแฝงตัวอยู่ในวัง เรา้าให้เ้าเข้าวังและแอบรักษาพวกนางให้หาย” องค์รัชทายาทตรัสวัตถุประสงค์
“แล้วหม่อมฉันจะเข้าวังได้อย่างไรเพคะ” เหมยซูสงสัย
“เราจะให้เ้าปลอมเป็นางกำนัลคนสนิทที่อยู่ข้างกายชายาของเรา” องค์รัชทายาทตรัสแผน
“แต่พระองค์ทรงยังไม่มีพระชายาไม่ใช่หรือเพคะ” เหมยซูได้ยินข่าวมาบ้าง
“อีกสามวัน เราจะอภิเษกกับนาง ตอนนี้เราจะให้เ้าคอยดูแลว่าที่พระชายาไปก่อน” องค์รัชทายาทตรัส
“แต่หม่อมฉันอยากเป็หมอที่อยู่นอกวังมากกว่านี่เพคะ” เหมยซูไม่อยากเข้าวัง
“จบงานนี้เมื่อไหร่ เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเ้าอีกเลย” องค์รัชทายาททรงจำเป็ต้องพึ่งพาหมอหญิงจริงๆ
“ก็ได้เพคะ ตอนนี้ขอหม่อมฉันไปพบว่าที่พระชายาก่อนได้มั้ยเพคะ” เหมยซูอยากทำความรู้จัก
“กังเล่ย! เ้านำทางไปเองก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทตรัสสั่งชายสวมหน้ากาก
“พะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากนามว่ากังเล่ยรับคำ
กังเล่ยจึงนำทางหญิงสาวไปที่ห้องพักของว่าที่พระชายา
ระหว่างที่เดินไปด้วยกัน เหมยซูก็เลยถามว่า “ผู้หญิงคนที่เ้าพามารักษากับข้า ท่านเป็คนให้นางลองกินยาพิษสลายตัวตนและให้ลองรักษากับข้าอย่างนั้นหรือ”
“เปล่า! นางถูกพิษจริงๆ แต่ข้าไม่้าฆ่านาง ข้าก็เลยเลือกที่จะให้นางได้รับการรักษา เพื่อที่ว่านางจะได้มีชีวิตอยู่อย่างปกติ” กังเล่ยกล่าว
“แล้วไป! เพราะหากเป็การทดสอบการรักษา ข้าก็จะไม่ให้ความร่วมมือใดๆ กับพวกท่านทั้งสิ้น” เหมยซูไม่ชอบวิธีการใช้หนูลองยา
“เ้าขัดพระบัญชาได้อย่างนั้นหรือ” กังเล่ยสงสัย เพราะนั่นคือพระบัญชาของชายสูงศักดิ์
“ข้าเป็คนทำงานตามอารมณ์ หากข้ามองเห็นว่าพวกเ้ามองเห็นชีวิตคนเป็ผักปลา จับผู้หญิงมาแล้วกรอกยาพิษ จากนั้นก็ให้พวกนางลองรักษากับหมอไปทั่ว หากหมอใดรักษาได้ก็ให้จับกลับมา ถ้าเป็เช่นนั้นจริง ข้าก็คงทำงานด้วยไม่ได้” เหมยซูกล่าวจุดยืน
“ความจริงมันก็คล้ายกับที่เ้าพูด แต่ต่างกันตรงที่จอมยุทธ์หญิงคนนั้นเป็เหยื่อของขบวนการล้างสมองที่แฝงตัวอยู่ในวังจริงๆ” กังเล่ยจับคนร้ายได้จริงๆ
“แล้วทำไมท่านถึงเป่าขลุ่ยได้ด้วยล่ะ ท่านไม่ใช่คนของขบวนการล้างสมองแน่หรือ” เหมยซูสงสัย
“ข้าฝึกเป่าบทเพลงที่พวกมันใช้ควบคุมหญิงสาวน่ะ เอาล่ะ ถึงห้องของว่าที่พระชายาแล้ว เ้าต้องคุมนางให้ดี อย่าให้นางหนีไปเด็ดขาด” กังเล่ยกำชับ
“เดี๋ยวนะ! นางไม่เต็มใจที่จะอภิเษกกับองค์รัชทายาทอย่างนั้นหรือ” เหมยซูใ
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” กังเล่ยกล่าว
พอเปิดประตูห้องพักก็พบว่า
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ ซวงเหมย ซวงเหมย ช่วยข้าด้วย” เหรินซวงถูกจับมัดข้อมือไขว้หลังพร้อมกับถูกมัดข้อเท้าอย่างแ่า และตอนนี้นางก็นั่งอยู่บนเตียง
“ทำไมเป็เ้าได้ล่ะ” เหมยซูใที่เห็นคนรู้จัก
“ที่แท้เ้าก็คือซวงเหมยที่ขายของเก่าหมายเลข 10 สินะ เ้าถึงรู้จักคุณหนูเหรินซวง” กังเล่ยที่สวมหน้ากากอยู่กล่าว
“ข้ายอมรับก็ได้ว่าข้าคือซวงเหมย ว่าแต่ทำไมต้องจับคู่หมั้นของเหลียงกังด้วยล่ะ ท่านเห็นมั้ยว่านางสวมสร้อยมรกตตระกูลเหลียงอยู่” เหมยซูชี้ให้ดู
“ผิดแล้วแม่นางเหมยซู สร้อยนี้เป็สร้อยขององค์รัชทายาทต่างหาก พระองค์ทรงชดใช้หนี้สินให้กับคุณหนูเหรินซวง นางถูกพ่อบ้านโกงจนนางหมดตัว ดังนั้นนางจะต้องอภิเษกกับพระองค์เพื่อชดใช้หนี้สินทั้งหมด” กังเล่ยอธิบาย
“หมายความว่ายังไง ข้าก็เคยได้รับสร้อยเส้นนั้นเหมือนกัน” เหมยซูใ
“ตอนแรกองค์รัชทายาททรง้าให้เ้ารับหน้าที่แสดงบทบาทเป็พระชายาปลอมๆ ของพระองค์ แต่ตอนนี้ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าคุณหนูเหรินซวงเหมาะสมกับบทบาทนี้มากกว่าเ้า” กังเล่ยกล่าว
“ข้าไม่เหมาะเลยสักนิด ข้าโง่จะตายไป เ้าเห็นมั้ยว่าข้าถูกโกงจนเป็หนี้หัวโตน่ะ” เหรินซวงรีบพูด
“เ้าผิดที่ไว้ใจคนของพ่อมากเกินไป และที่เ้าเป็หนี้ก็เพราะเ้าไปกู้อัฐไว้จ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้างทุกคน เพื่อให้พวกเขามีทุนไว้ตั้งตัวไม่ใช่หรือ” กังเล่ยมองเห็นว่าเหรินซวงมีภาวะความเป็ผู้นำคือการไม่ทอดทิ้งเหล่าบริวาร
“ทำไมพวกเ้าถึงรู้เื่ราวของข้าเป็อย่างดี เ้าเป็ใครกันแน่” เหรินซวงสงสัย
“ข้าเป็เพียงทหารองครักษ์คนนึงเท่านั้น และที่ข้าพาซวงเหมย ไม่ใช่สิ ชื่อจริงๆ ของนางคือเหมยซู นางเป็หมอ ต่อไปนางจะปลอมตัวเป็นางกำนัลข้างกายเ้า” กังเล่ยอธิบาย
“แล้วจะพานางไปไหนล่ะ ทำไมไม่ให้เหมยซูอยู่เป็เพื่อนข้าก่อน” เหรินซวง้าให้เหมยซูช่วยพานางหนีไปจากที่นี่ นางไม่อยากเข้าวัง
“ข้าจะต้องคุยตกลงกับนางก่อน ส่วนเ้าก็อยู่ที่นี่เงียบๆ เถิด อีกหนึ่งชั่วยาม องค์รัชทายาททรงจะเสด็จมาเยี่ยมเ้า” กังเล่ยกล่าว
“ก่อนไป ก็แก้มัดให้ข้าก่อนสิ ข้าเมื่อยจะแย่อยู่แล้วนะ เดี๋ยวก่อนสิ อย่าเพิ่งไป” เหรินซวงะโเรียกชายสวมหน้ากาก
ชายสวมหน้ากากรีบพาเหมยซูไปที่สวนอุทยานที่อยู่ข้างๆฐานลับทันที
“ท่านไม่ควรจับนางมัดไว้แบบนี้นะ ยังไงนางก็เคยเป็ถึงลูกคุณหนู” เหมยซูรู้สึกเห็นใจ
“นางเป็คนชอบเอาชนะ ตอนนี้นางยังคงพยศไม่เลิก ปล่อยให้องค์รัชทายาทตรัสคุยกับนางให้เข้าใจก่อนเถิด” กังเล่ยกลัวเหรินซวงหนี
“แล้วท่านมีเื่อะไรจะคุยกับข้าอย่างนั้นหรือ” เหมยซูรอฟัง
“เมื่ออยู่ในวัง เ้าจะต้องแอบมารายงานสถานการณ์ให้ข้าฟังทุกวัน” กังเล่ยสั่ง
“ทำไมคุมข้าเหมือนข้าเป็นักโทษเลยล่ะ” เหมยซูไม่เข้าใจ
“อย่าถามมาก เหลียงกังฝากให้ข้าคุ้มกันเ้าอย่างใกล้ชิด และบอกอีกว่าเขาไม่เคยนอกใจเ้า” กังเล่ยกล่าว
“ข้ากับเขาไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันเสียหน่อย” เหมยซูรีบหันหลังให้ ตอนนี้นางหน้าแดงจัด
“เขาฝากมาบอกว่าเขาดีใจที่เ้าไม่ได้รับเลือกให้เป็ว่าที่พระชายา เอาเถอะ ในเมื่อเ้าไม่อยากฟัง ข้าจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเขาอีก เ้าจงเตรียมตัวเถิด วันพรุ่งนี้เ้าจะต้องเข้าวังพร้อมกับว่าที่พระชายาเหรินซวง” กังเล่ยกล่าว
“งั้นข้าขอตัว” เหมยซูรีบเดินหนีทันที
ชายสวมหน้ากากรอให้หญิงสาวเดินกลับเข้าไปในห้องพักของนาง กังเล่ยจึงแกะหน้ากากออก
“อย่าห่วงนางเลย เหลียงกัง หมอเหมยซูเป็คนฉลาด นางสามารถเอาตัวรอดได้” องค์รัชทายาทตรัส
“แต่นางเคยพลาดท่าถูกคนร้ายผลักตกเขาจนความจำเสื่อมมาแล้วนะพะย่ะค่ะ คราวนี้นางอาจจะ….” กังเล่ยหรือเหลียงกังกังวล
“เ้าคอยคุ้มครองนางอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้ นางไม่เป็อะไรหรอก” องค์รัชทายาททรงเข้าพระทัยความรู้สึกของสหาย
“ว่าแต่พระองค์ทรงจะปราบพยศคุณหนูเหรินซวงได้หรือพะย่ะค่ะ” เหลียงกังเป็ห่วงองค์รัชทายาท เขารู้ดีว่าเหรินซวงเอาแต่ใจมากแค่ไหน
“เรากับนางคงต้องคุยตกลงกันอีกยาว” องค์รัชทายาททรงชอบความท้าทาย