ความเหนียวบริเวณมือข้างขวาทำให้รู้สึกอึดอัดจนต้องเปิดตาขึ้นมอง ความปวดหัวที่รุมเร้า ความหนาวที่ถูกผ้าห่มคลุมมิดชิด จนคนป่วยต้องมองไปยังคนเฝ้าไข้ที่นอนหลับกุมมือเธอข้างเตียงด้วยความเอ็นดู นัตน์ตาสีน้ำตาลอมดำที่ซุกซนปิดสนิท เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอทำให้รู้ว่าเจ้าตัวพล่อยหลับไปนานแล้ว
หญิงสาวมองคนข้างเตียงที่หายหน้าไปหลายวัน ดวงหน้าคมคายติดจะอิดโรยเหมือนคนไม่ได้นอนหลับสนิทมาหลายวัน ร่างที่เคยสมส่วนดูเหมือนจะซูบผอมลงไปเล็กน้อยจนเธอสังเกตได้ ผิวขาวเนียนกลายเป็นสีแทนเล็กน้อยคาดว่าคงจะผ่านแดดลมมานานหลายต่อหลายวัน
มือบางไล่สำรวจใบหน้าคมคายที่ไม่ได้เจอกันเสียหลายวัน
“ลิน...” มือหนาจับมือบางที่ซุกซนบนหน้าผาก ดวงตาสีน้ำตาลอมดำมองคนบนเตียงด้วยความง่วง จนหญิงสาวนึกเอ็นดู
“เฟร ขึ้นมานอนดี ๆ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” คาลิน่าพยุงชายหนุ่มเล็กน้อยเพื่อให้ชายหนุ่มโงนเงน มานอนบนเตียงข้าง ๆ เธอดี ๆ แต่ด้วยความมือไวของชายหนุ่ม แขนแกร่งก็พาดกระชับเธอเข้าอ้อมกอดเสียง่าย
“ลิน ปวดหัวอีกรึป่าว หิวมั้ย เจ็บตรงไหนอีกมั้ย หือ?” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างงัวเงีย มือสากลากสะเปะสปะไปทั่วใบหน้าของเธอเหมือนต้องการวัดไข้ เรียกให้ริมฝีปากบางแย้มยิ้มให้คนเป็นห่วงด้วยความเอ็นดู
“ไม่เป็นไรแล้ว” เสียงหวานเอ่ยเพื่อให้ชายหนุ่มสบายใจขึ้น แต่มือหนากลับจับใบหน้าและลำตัวเธอให้พลิกกลับไปมองหน้า
“รู้มั้ยว่าผมเป็นห่วงลินขนาดไหน ที่รู้ว่าลินไม่สบายแบบนี้” เฟรินเอ่ยด้วยความน้อยใจ ดวงตาสีน้ำตาลอมดำมองสบคนตรงหน้าอย่างตรง ๆ คล้ายจะตำหนิหญิงสาว
“ก็ไม่เป็นไรแล้วไง” สิ้นเสียงหญิงสาวชายหนุ่มก็คว้าตัวหญิงสาวเข้าแนบอกอุ่น ความแน่นของอ้อมกอดทำให้เธอรู้ดีว่าเขาเป็นห่วงเธอขนาดไหน กลัวเสียเธอไปขนาดไหน
“เฟร...”
“หือ?”
“เฟรไปไหนมาหลายวัน” เสียงหวานเอ่ยเปิดประเด็น มือบางผลักชายหนุ่มออกเบา ๆ ใบหน้าหวานช้อนมองสบชายหนุ่มที่มีแววตาหนักใจแวบนึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเช่นเคย
“ไม่มีอะไรมากหรอลิน แค่ไปทำงานให้คาโล น่ะ ลินก็รู้นี่ว่าช่วงนี้ใกล้ถึงวันงานแล้ว พวกผิดกฎหมายมากันเยอะแยะ ผมกับ คิลก็เลยต้องออกไปตรวจสอบนิดหน่อยน่ะ ไม่มีอะไรมากหรอก” เฟรินตอบก่อนจะพลิกหญิงสาวไปอีกด้านให้หลังบางชนเข้ากับแผงอกของเขา กลายเป็นการสอมกอดจากข้างหลังแทน ทำให้หญิงสาวไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกของฝ่ายชายได้เลย
“เฟร ฉันไม่อยากให้นายเสี่ยงอันตรายอีกแล้ว ฉันรักนาย” คำบอกรักที่นาน ๆ ที ชายหนุ่มจะได้ยินจากปากของหญิงสาวทำให้คนถูกบอกรักสะอึกพูดไม่ออกได้เพียงแต่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น “การเป็นคนรักกันต้องช่วยเหลือกันได้ทั้งยามสุขและยามทุกข์”
“ฮ่า ๆ นี่ไปอ่านมาจากหนังสือใครอีกล่ะเนี่ย หือ?” ชายหนุ่มหยิกแก้มหญิงสาวเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้เล็ก ๆ
“แล้วมันจริงป่าว เฟร ถ้าฉันมีปัญหาหนักใจแล้วฉันก็พยายามแก้ด้วยตัวเองจนมันบานปลายแล้วนายมารู้ทีหลัง นายจะรู้สึกยังไง” หญิงสาวถามอย่างจริงจังทำให้เฟรินนิ่งไปนานจนเธอคิดว่าคงไม่ได้คำตอบอีกแล้ว
“คงเสียใจ ผมเข้าใจดีว่าลินรู้สึกยังไงตอนนี้ รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถบอกลินได้ ผมกลัวเกินไป ผมขอโทด” เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความเสียใจและลังเลอย่างที่หญิงสาวสามารถสัมผัสได้ มือบางกุมมือหนาที่โอบกอดเธอไว้
“ไม่ว่าปัญหาที่นายเจออยู่จะเป็นอะไร ฉันอยู่กับนายน่ะ เฟร” คำสุดท้ายที่อบอุ่นที่สุดที่ชายหนุ่มได้รับฟัง ทำให้เขาพล่อยหลับไปในที่สุดด้วยความเพียรจากงานที่ทำและการออกไปข้างนอกหลายต่อหลายคืน
เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของชายหนุ่มข้างตัวทำให้เธอพอจะรับรู้ได้ว่าเขาหลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวพลิกตัวกลับไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มใบหน้าอิดโรยและซูบผอมของชายหนุ่มทำให้เธออดหวั่นใจไม่ได้ แต่ไม่ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำคืออะไร เธอก็ได้แต่เชื่อมั่นในตัวเขาเท่านั้น
“ฉันเข้ามาดูอาการเธอน่ะ กลัวว่าเฟรินจะดูแลเธอไม่ดีเท่าไร” เสียงหวานของเฟลิโอน่ากระเซ้าอย่างล้อเลียน เมื่อทันทีที่เธอเข้ามาในห้อง ภาพแรกที่เธอเห็นคือสองหนุ่มสาวนอนกอดกันกลม ใบหน้าของคนโดยล้อแดงระรื่นขึ้นมาทันที จนเธออดเอ็นดูไม่ได้
“แล้วเป็นไงบ้าง ยังปวดหัว มีไข้อยู่รึป่าว ไหนของดูหน่อย” เฟลิโอน่าเข้าไปหาหญิงสาวที่นอนบนเตียง ก่อนจะเอามือขึ้นอังหน้าผากวัดไข้เบาๆ “อือ ยังมีไข้นิดหน่อยน่ะ ลุกไปอาบน้ำไหวป่าว”
“ไหว ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” คาลิน่าลุกขึ้นขยับตัวนิด ๆ ก่อนจะคว้าข้าวของไปเข้าห้องน้ำ
ผ่าง......
“เฮ้ย ไอเฟริน มรึงตื่นยังว่ะ” เสียงทุ้มของผู้มาใหม่เอ่ยอย่างเร่งรีบ ดวงตาสีม่วงกวาดมองรอบ ๆ ห้องหัวหน้าชั้นปีหญิงที่ตอนนี้มีเพียงหญิงสาวผู้เป็นน้องสาวฝาแฝดของคนที่เขาถามถึงกับคนที่ตามหานอนอยู่เท่านั้น
“มีไร คิล ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย” เฟลิโอน่าถามผู้มาใหม่อย่างไม่เข้าใจ “จะรีบไปไหนกันแต่เช้าอีกล่ะ”
“เธอลืมแล้วไงว่าวันนี้มีซ้อมแผนบุกปราสาท ฉันกับ เฟรินเป็นหัวหน้าฝ่ายบุก ต้องออกจากที่นี่ก่อนเพื่อให้พวกเธอได้ทำตามแผนที่วางไว้ไง” คิลอธิบายก่อนจะเดินไปสะกิดเพื่อนตัวดีที่ยังนอนหลับอุตุอยู่ให้ลุกขึ้น สักพักก็ยอมเดินให้ คิลลากออกไปแต่โดยดี
“เฟรินไปแล้วหรอ” คาลิน่าที่พึ่งออกมาจากห้องน้ำถามขึ้นอย่างงง ๆ
“คิลลากออกไปแล้วน่ะ อีกเดี๋ยวก็มีการเตรียมรับมือการซ้อมบุกแล้วน่ะ” เฟลิโอน่าอธิบายให้คาลิน่าที่พยักหน้าเข้าใจก่อนจะจัดผมเผ้าให้เข้าที่เข้าทาง “ว่าแต่ได้เรื่องอะไรบ้างเมื่อคืน เจ้าพี่บอกบ้างรึป่าวว่าหายไปไหน”
“ป่าว ไม่ได้บอกอะไรเลย” เฟลิโอน่าทำสีหน้าผิดหวังนิดหน่อย ทำให้หญิงสาวอีกคนเผลอหัวเราะเบา ๆ
“โถ ไม่ต้องหัวเราะเลย เราก็นึกว่าถ้าคาลินถาม เจ้าพี่ต้องยอมบอกอะไรแน่ ๆ แล้วเชียว” เฟลิโอน่าแก้มป่องอย่างขัดใจ
“ถึงขนาดที่ต้องวางยาเพื่อให้รู้เรื่องเลยหรอ” คาลิน่าแขวะเพื่อนสาวที่ยิ้มกว้างแทนคำตอบ เธอส่ายหัวเล็กน้อย ใครจะไปรู้ว่าความจริงแล้วเพื่อนเขาคนนี้ก็แสบไม่ต่างกับพี่ชายสักเท่าไรหรอก เพียงแต่เพราะชายหนุ่มแสบเกินขีดไปทำให้เธอต้องคอยห้ามเสียมากกว่า
“อย่างน้อยก็ทำให้เจ้าพี่กับเธอได้อยู่ด้วยกันน่า” เฟลิโอน่ากระเซ้าเพื่อนสาว แล้วทั้งสองก็หัวเราะอย่างชอบใจเบา ๆ
...............................................